นายช่างคนที่เป็นหัวหน้ามีชื่อว่า โอม เขาทำการหาผู้ชายที่มีความกล้ามาตั้งทีม เพื่อออกไปสู้กับซอมบี้ข้างนอก ผลสรุปแล้วมีคนที่กล้าออกไปกับเขาเพียงห้าคนเท่านั้นรวมถึงตัวเขาด้วย และหนึ่งในสี่คนนั้นมีหนึ่งคนที่เป็นนักศึกษาชาย
ในยามที่สีของท้องฟ้าเริ่มมืดลง กลุ่มชายใจกล้าที่พากันออกไปได้ไม่นานก็พากันกลับเข้ามา ไฟฟ้าที่ใช้การไม่ได้มันทำให้แสงทั้งหลายรอบตัวสลายไปพร้อม ๆ กับดวงอาทิตย์ตกยามเย็นที่กำลังลับขอบฟ้า
แต่สิ่งที่เห็นคือ พวกเขากลับเข้ามาเพียงสี่คนเท่านั้น และแน่นอนว่าโอม ผู้เป็นหัวหน้าย่อมแข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่คนที่ออกไปกับเขาก็กลับดูแข็งแกร่งขึ้นจนน่าประหลาดใจ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หรือท่าทางที่ดูมั่นใจมากกว่าเดิม มันผิดแปลกจนสามารถสังเกตได้
ทั้งสี่ต่างยิ้มให้กับคนที่อยู่ด้านในราวกับเป็นการบอกว่าทุกอย่างโอเคสบายดี ก่อนที่จะพากันแบ่งเวรยามเฝ้าในตอนกลางคืน จากนั้นก็แยกย้ายเข้านอนกันในที่สุด...รุ่งเช้าของวันต่อมา
เสียงระเบิดดังลั่นสนั่นรุนแรงเกิดขึ้นหลายระลอก ความแรงจากระเบิดแผ่ไกลจนทำให้ตึกข้างเคียงได้รับผลกระทบ รอยร้าวของตัวตึกปรากฏให้เห็นเด่นชัด แรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นทั่วบริเวณ
ด้วยความแรงของระเบิดนี้ทำให้ผู้คนพากันลืมตาตื่นด้วยความตกอกตกใจ และวิ่งออกไปมุงดูควันโขมงจากระยะใกล้ ๆ ที่ริมหน้าต่าง ด้วยความอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ทุกคนต่างมองดูอย่างสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนจะพากันแยกย้ายกลับไปที่เดิมของตน โอมที่เห็นแบบนั้นแล้วก็ไม่รอช้า เขารวบรวมผู้ชายเท่าที่จะมากได้ออกไปสำรวจด้านนอกเพื่อจะดูว่าเสียงนั่นเกิดจากอะไร
เป็นเวลาไม่ถึงชั่วโมงพวกเขาก็พากันกลับมา พร้อมกับเล่าให้คนที่รออยู่ฟังว่าซอมบี้ส่วนมากที่ด้านนอกถูกจัดการด้วยระเบิดซึ่งไม่ทราบว่ามาจากที่ไหน ส่วนซอมบี้ที่เหลือรอดอยู่รอบ ๆ พวกเขาได้ช่วยกันกำจัดอย่างสุดความสามารถแล้ว แม้จะมีคนส่วนน้อยที่กล้าฆ่าพวกมัน แต่พวกเขาก็ผ่านมาได้ด้วยดี
เขาพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ภาคภูมิใจอย่างเห็นได้ชัด ราวกับว่าโอ้อวดความดีที่ได้ทำลงไป แต่แล้วเขาก็พูดสิ่งหนึ่งออกมา นั่นทำให้พวกผู้หญิงที่ยืนฟังอยู่ถึงกับทำหน้าเหวอ
“นี่ ใครที่ออกไปข้างนอกมา คิดว่าพวกผู้หญิงควรจะมาช่วยผู้ชายแบบเรา ๆ ผ่อนคลายบ้างยกมือ” โอมพูดด้วยเสียงที่ดังขึ้นมากกว่าเก่า ก่อนจะมีเสียงตอบรับโห่ร้องพอใจและยินดีกับสิ่งที่เขาพูด ผู้ชายมากหน้าหลายตาต่างพากันยิ้มออกมาด้วยแววตาที่น่ากลัวเหมือนกับสัตว์ป่าที่หิวโหย
ผิดกับกลุ่มผู้หญิงที่มีกันอยู่น้อยนิด ทุกคนต่างพากันก้มหน้าด้วยความสิ้นหวัง บางคนเริ่มมีอาการสั่นกลัวออกมาให้เห็นได้ชัด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คนที่พูดอยู่หยุดความคิดนั้นเลยแม้แต่น้อย
“พอ ๆ ๆ เดี๋ยวเราจะใช้ประชาธิปไตยในการตัดสินแล้วกัน” โอมยกมือขึ้นแล้วทำท่าทางบอกให้คนที่กำลังดีใจอยู่หยุดส่งเสียง และเริ่มให้ทุกคนเลือกว่าเห็นด้วยหรือไม่
นักศึกษาชายหนึ่งเดียวที่ออกไปกับพวกเขาเมื่อคืนนี้ยกมือขึ้นเพื่อบอกว่าเขาไม่เห็นด้วย ก่อนจะบอกให้พวกผู้หญิงทั้งหมดที่เหลืออยู่ตามเขาออกมา ไม่นานก็มีผู้ชายคนอื่นที่เห็นด้วยเดินตามเขาออกไปสี่ถึงห้าคน
กลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยต่างพากันคิดว่า ไหน ๆ พวกซอมบี้ก็มีน้อยลงมากแล้วที่ด้านนอก แทนที่จะอยู่ในนี้กับพวกที่คิดจะเอาผู้หญิงมาบำเรอ สู้ไปเสี่ยงกับซอมบี้ยังดีเสียกว่า
โอม ที่เห็นว่ากลุ่มนั้นเริ่มมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็เกิดความไม่พอใจขึ้น ก่อนจะเดินดุ่มเข้าไปทุบตีนักศึกษาคนนั้นที่เป็นคนนำจนบาดเจ็บสาหัส อาจารย์ผู้ชายที่ดูมีอายุท่านหนึ่งที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลได้เข้าไปห้าม แต่ก็โดนเขาใช้หลังมือตบเข้าศีรษะเพียงทีเดียว อาจารย์คนนี้ก็เสียชีวิตในทันที โอมเข้าจัดการกับนักศึกษาคนนี้ต่อ ไม่นานก็สิ้นลมตามไป
ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันตกอยู่ในความหวาดกลัว เสียงสะอื้นร้องไห้เล็ดลอดออกมาเล็ก ๆ ในกลุ่มผู้หญิงที่ยืนตัวสั่นกอดกันอยู่ แต่พวกเธอก็สู้อะไรไม่ได้เลยนอกจากยืนมองเท่านั้น
“มาโหวตกัน ผู้หญิงคนไหนคือคนแรก” โอมหันไปถามพวกของมันที่ยืนยิ้มอย่างพอใจอยู่ด้านหลัง
ไม่นานในช่วงเที่ยงของวัน นักศึกษาหญิงปอโทที่ชื่อเมย์ ก็ถูกเลือกให้เข้าไปช่วยพวกผู้ชายผ่อนคลาย เธอเข้าไปในห้องกว้างที่มีผู้ชายกว่าสิบห้าคนรออยู่ในนั้น ที่เหลือคอยเฝ้าไม่ให้ผู้หญิงคนอื่นหลบหนีอยู่ด้านนอก
ในกลุ่มผู้หญิงที่อยู่ด้านนอกนี้ บางคนคิดว่าการผ่อนคลายคงหมายถึงการบีบนวดธรรมดาที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเข้าไปเพียงคนเดียว
และเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็ได้ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน
ผู้ชายที่มีรูปร่างสูง ท่าทางดูเป็นนักเลงได้พูดขึ้น “นี่ พวกมึงรู้ไหมว่าทำไมผู้หญิงต้องไว้ผมยาว” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อารมณ์ดี ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่น่ากลัว
“หึหึ”เขาเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะกระชากผมของผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งที่คอยปกป้องกลุ่มหญิงสาวทั้งหมดในนี้ไว้ “ก็จะได้เอาไว้กระชากแล้วลากมาแบบนี้ไง”
“ไอ้เลว ปล่อยนะ เจ็บ!! ปล่อยสิวะ ไอ้คนชั่ว” เธอตะโกนร้องออกมาสุดเสียง น้ำใส ๆ จากดวงตาหวานค่อย ๆ ไหลออกมาให้เห็น มือเล็ก ๆ พยายามตีไปที่แขนของชายคนนั้น
“ฮ่า ๆ ๆ ร้องเข้าไปสิ ขัดขืนเข้าไป รู้ไหมทำแบบนี้น่ะ มันยิ่งทำให้พวกเรามีอารมณ์” เขาพูดพร้อมหัวเราะออกมา พาให้พวกที่คอยเฝ้าอยู่ด้วยขำขันกันด้วยความเฮฮา
“เออใช่ ถ้าเราเยคนที่นิ่ง ๆ เหมือนศพมันจะไปสนุกอะไรวะ” ชายผิวแทนด้านข้างพูดขึ้นเสริม
“ของเล่นชิ้นก่อนแม่ง แรก ๆ ก็ร้องดีอยู่หรอกนะ พอผ่านไปสิบกว่าคนก็เงียบละ พอเราเผลอ ไม่รู้มันไปเอาแรงมาจากไหน โดดออกไปตรงหน้าต่างให้โดนแดกเฉย” เขาพูดขึ้นพร้อมกับส่ายหัวอย่างไม่สบอารมณ์
พวกมันที่กำลังพูดกันอย่างสนุกสนานโดยไม่สนใจผู้หญิงตัวเล็กที่โดนจิกหัวอยู่ เธอใช้โอกาสนี้นำมือทุบเข้าไปโดนจุดศูนย์กลางของร่างกายชายคนนั้นจนเขาร้องออกมาด้วยความเจ็บ
“อึก”
“เชี่ยจุกชิบหาย มึง...มึงไอ้สัด” เขางอตัวกุมมืออยู่ที่ส่วนนั้นร้องโอดครวญด้วยความปวด ก่อนจะใช้มือใหญ่ตบเข้าไปที่ใบหน้าของเธอเต็มแรงจนเธอนั้นล้มลงไปศีรษะกระแทกกับพื้น
ปึก
เธอรู้สึกเหมือนกับโลกเอียงล้มลงไป ทันทีที่หัวกระแทกกับพื้นเธอก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้าเริ่มจะเบลอ และไม่นานก็ได้กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ตีขึ้นมา ก่อนจะรู้สึกว่ามีของเหลวไหลออกมาทางจมูก
“เชี่ยเอ้ย กูอารมณ์เสียเลย” ชายคนนั้นสบถด่า และค่อย ๆ ยืดตัวขึ้นมา พอเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นสลบไปแล้ว เขาก็ยกยิ้มมุมปากขึ้นทันที ก่อนที่เขาจะยกเท้าขึ้นมาแล้วออกแรงเตะอัดเข้ากลางท้องน้อยของคนที่นอนอยู่กับพื้นเต็มแรงด้วยความสะใจ
ปัก!
ด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบเจียนตายที่แผ่ซ่านเข้ามาในตัว ทำให้เธอสะลึมสะลือขึ้นมาอีกครั้ง สีหน้าซีดเซียวไร้เรี่ยวแรงสู้บ่งบอกได้ดีว่าตอนนี้เธอไม่ไหวแล้ว เธอเปรียบเหมือนกับตุ๊กตาที่ไร้ซึ่งแรงสู้ ความเจ็บและจุกมันทำให้เธอพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว ทำได้เพียงนอนขดแล้วนำแขนทั้งสองข้างกุมท้องเอาไว้ ก่อนจะแน่นิ่งไป
ปัง!
เสียงของกำแพงด้านข้างเธอระเบิดดังออกมา เศษอิฐปูนกระจัดกระจายไปทั่วพื้น เธอที่มีแรงอันน้อยนิด พยายามลืมตามองว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะพบกับใบหน้าของผู้ชายที่คุ้นเคย“จะ...เจมส์!?”-tbc-