ภายในห้องเรียนที่เต็มไปด้วยนักเรียนกว่าร้อยชีวิตกำลังตั้งใจฟังและจดบันทึกในสิ่งที่รับรู้และได้ยินจากศาสตราจารย์ที่กำลังบรรยายอยู่หน้าชั้นเรียน แม้นักเรียนกว่าร้อยชีวิตจะใจจดใจจ่ออยู่กับการเรียนแต่ใช่ว่าทุกคนภายในคลาสจะเป็เช่นนั้นทั้งหมด เพราะภายในห้องเรียนนี้มีนักเรียนอยู่คนหนึ่งกำลังหลับอยู่!
ศาสตราจารย์เห็นเ้าเด็กคนนี้มาไม่ต่ำกว่า 30 นาทีนับั้แ่ที่ตัวเขาเริ่มบรรยาย ซึ่งตัวเขาอะลุ่มอล่วยได้เพราะมันพึ่งจะเริ่มเท่านั้นและเด็กนั้นอาจยังไม่รู้ตัว แต่นี้...มันผ่านมาแล้วกว่า 30 นาที แต่เ้าเด็กนั้นยังคงหลับเช่นเคยศาสตราจารย์จึงตัดสินใจหยุดการบรรยายชั่วขณะก่อนจะพูดออกมาด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติ
“คุณสมิธ! หากคลาสของผมมันน่าเบื่อนักก็ขอเชิญคุณกลับไปนอนที่บ้านให้เต็มอิ่ม”
แม้จะสิ้นเสียงดั่งกล่าวเด็กหนุ่มผู้หลับไหลก็ยังคงหลับไหลต่อไป เมื่อสถานการณ์ออกมาเช่นนี้นักเรียนที่นั่งข้างๆซึ่งไม่ใช่ทั้งเพื่อนหรือคนรู้จักพยายามสะกิดและเขย่าตัวให้เ้าหมอนี้ตื่นได้แล้ว ไม่เช่นนั้นบรรยากาศภายในห้องเรียนนี้มันจะแย่เอา
หลังจากพยายามปลุกอยู่นาน จนในที่สุดนักเรียนขี้เซาก็ตื่นได้สักที
“่นี้ไม่ค่อยได้พักผ่อนหรือคุณสมิธ?” ศาสตราจารย์กล่าวออกมาเมื่อเห็นนักเรียนขี้เซาสมิธตื่นได้เสียที เมื่อสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติศาสตราจารย์จึงกลับมาบรรยายต่อ รวมถึงนักเรียนคนอื่นก็กลับมาตั้งใจเรียนเช่นกัน
“อืม!....วันนี้...วันที่.........................” สมิธที่งัวเงียอยู่เขาไม่ได้สนใจศาสตราจารย์แม้แต่น้อยเพราะเขากำลังใช้สายตาที่พร่ามัวจดจ่อไปที่นาฬิกาดิจิตอลที่ติดอยู่หน้าชั้นเรียนอยู่เหนือหัวศาสตราจารย์ในตอนนี้ โดยนาฬิกานี้มีบอกหมดั้แ่ วัน เดือน ปี เวลา
“วันนี้หรอเนี้ย!!!” สมิธที่ได้เห็นทั้งวันและเวลาอย่างชัดเจนก็ถึงกับหลุดปากะโออกมาด้วยความตื่นตะหนก
“นี้คุณสมิธหากคุณรบกวนนักเรียนคนอื่นอีกครั้งผมคงต้องขอให้คุณออกมาจากห้อง” ศาสตราจารย์พูดออกมาด้วยฟางเส้นสุดท้ายกับนักเรียนสมิธคนนี้ นอนรบกวนคนอื่นไม่พอ แล้วตอนนี้ยังมาะโจนนักเรียนทั้งคลาสเสียสมาธิอีก
“ต้องรีบแล้วเรา ต้องรีบแล้ว” สมิธบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะรีบเก็บสิ่งของทั้งหมดยัดเข้ากระเป๋าแล้วรีบออกจากห้องเรียนนี้ในทันที
ทุกคนที่เห็นสถานการณ์นี้ต่างพากันสับสนว่าไอหมอนี้มันเมายาหรือเป็อะไรหรือเปล่าทำไมถึงมีอาการเช่นนี้?
สมิธที่ออกมาจากห้องเรียนเป็ที่เรียบร้อยแล้วเขารีบตรงไปยังที่จอดจักรยานของเขาก่อนจะปั่นมันออกจากมหาวิทยาลัยในทันที ปลายทางของสมิธไม่ใช่บ้านที่เขาอยู่อาศัยในตอนนี้หากแต่เป็บ้านเกิดของสมิธที่อยู่ห่างจากตรงนี้หลายร้อยกิโล
เป้าหมายแรกก่อนที่สมิธจะไปถึงบ้านเกิดของเขาได้คือต้องมียานพาหนะเสียก่อน หากจะให้เขาปั่นจักรยานกลับไปยังบ้านเกิดสมิธก็ทำได้หากแต่ไปถึงคงไม่ใช่วันนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นสมิธจึงจำเป็ต้องใช้บริการขนส่งรถไฟฟ้าความเร็วสูง
หลังจากซื้อตั๋วและนั่งประจำตำแหน่งเป็ที่เรียบร้อยพร้อมกับเวลาอีกประมาณ 15 นาที ในที่สุดรถไฟก็เคลื่อนตัว ระหว่างที่นั่งรอให้ถึงจุดมุ่งหมายสมิธใช้เวลาในส่วนนี้หยิบสมุดโน๊ตของตัวเองออกมาพร้อมกับจดบันทึกเื่ราวทั้งหมดเท่าที่เขาพอจะนึกออกในตอนนี้ โดยเื่ราวที่ว่าคือ ‘อนาคต’
อนาคตต่อจากนี้!
สมิธค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเขาได้ย้อนเวลากลับสู่อดีตก่อนที่หายนะจะบังเกิดอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนี้ และหายนะที่ว่าจะเกิดขึ้นทั่วโลก ประชากรจะสูญหายไปมากกว่า 30% ของทั้งโลกภายในระยะเวลาเพียงแค่ 1 เดือนต่อจากนี้
เื่มันเริ่มขึ้นในวันที่ 31 เดือน xxx ปี xxxx เวลา 23.59
ณ ตอนนั้นโลกทั้งใบเกิดปรากฏการณ์ ‘เหนือจินตนาการ’ ปรากฏการณ์ที่ไว้ใช้เรียกสิ่งเหนือจินตนาการที่เกิดขึ้นกับโลก ที่จู่ๆวันหนึ่งโลกกลับปรากฏสิ่งแฟนตาซี เหนือความคิด เหนือสามัญสำนึก เหนือทุกสิ่งทุกอย่างที่เผ่าพันธุ์มนุษย์เคยรับรู้ ไม่ว่าจะเป็เทพที่เคยเป็แค่นิทานตำนานหรือเื่เล่ากับมีจริง หรือเหล่าอสูรกายที่เคยเป็เพียงหนึ่งในตัวละครของเกมหรือภาพยนต์ก็บังเกิดขึ้นจริงเช่นเดียวกัน
โลกทั้งโลกเกิดความสับสนและวุ่นวาย!
“สถานีต่อไป สถานี xxx...”