หากใครคิดว่าเบี้ยบนกระดานนั้นไม่มีความหมาย คงยังไม่เคยเห็นเบี้ยตัวหนึ่งที่ทำให้เมืองแตก…
ณ ปลายปีเจี้ยนซิงที่ 5
ภายใต้แสงเทียนในห้องบันทึกของกรมคลังหลวง เงาคนสี่คนกำลังก้มหน้าก้มตาอยู่เหนือบัญชีหนาเตอะ เสียงพู่กันขีดเขียนและเสียงพลิกกระดาษคือสิ่งเดียวที่เคลื่อนไหวในความเงียบ
เฟยอี้ นั่งอยู่หัวโต๊ะ เขายังไม่มีตำแหน่งในระบบทางการ เป็เพียงผู้ช่วยสอบบัญชีภายใต้คำแนะนำของหม่าไค เสนาบดีาุโที่รอดู “ฝีมือจริง” ของเขา
วันนี้เป็วันที่สามของการสอบสวนงบค่าเสบียงที่ส่งไปให้ทัพชายแดน ในเอกสารระบุว่าค่าใช้จ่ายนั้นถูกต้องครบถ้วน
แต่เฟยอี้กลับพบจุดที่ไม่เข้ากัน: ตัวเลขค่าข้าวสารจากยุ้งฉางจิ่วซาน ไม่สัมพันธ์กับปริมาณการเบิกจ่ายในเมืองหลวง
“ที่นี่มีการซ่อนบันทึกอีกชุด” เขากล่าวเบาๆ ราวกับพูดกับตนเอง
เหล่าขุนนางระดับรองหยุดมือ เงยหน้ามอง
“เ้ามั่นใจหรือ เฟยอี้?” คนหนึ่งถาม
เขาไม่ตอบทันที แต่หยิบสำเนาอีกฉบับมาเทียบวางเคียงกัน
“ตัวเลขไม่ตรงกันทุกระยะสิบวัน ค่าขนส่งมากเกินจริง ข้าเชื่อว่ามีการปลอมลายเซ็นด้วย”
ชายสูงวัยด้านหลังแค่นหัวเราะ
“เ้ามือใหม่ไม่รู้ว่าทำไมค่าขนส่งถึงเปลี่ยน นี่เขาทำแบบนี้มาหลายปีแล้ว ไม่มีใครว่าอะไรหรอก”
เฟยอี้หันไป
“เพราะไม่มีใครว่า จึงต้องมีคนเริ่มถาม”
เขาถือเอกสารทั้งหมดเดินไปยังหอคำสั่ง ซึ่งหม่าไครออยู่ด้านใน
เสนาบดีผู้เงียบขรึมมองเอกสารด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะกล่าวว่า
“เ้ารู้หรือไม่ ว่าคดีนี้จะลากไปถึงใคร?”
“ท่านหย่งเจา... เสนาบดีกรมคลังเอง” เฟยอี้ตอบ
หม่าไคพยักหน้า
“และเขาเป็ผู้ที่ข้าเคยติดหนี้ชีวิตสมัยยังหนุ่ม หากเ้าจะไปต่อ... เ้าต้องไปเอง ข้าไม่อาจปกป้อง”
คืนนั้น เฟยอี้นั่งเพียงลำพังที่ศาลาริมสระน้ำ เขาไม่ได้ลังเล แต่กำลังทบทวน
ในมือคือสมุดจดเล่มหนึ่ง เขาเขียนไว้ว่า:
“เบี้ยตัวแรกบนกระดานอาจไม่สำคัญในเกมที่แล้ว แต่ในเกมใหม่…มันอาจเป็จุดตายของขุนพล”
วันถัดมา เฟยอี้ส่งรายงานโดยตรงถึงขงเบ้ง ผ่านช่องทางลับของสำนักฝ่ายยุทธศาสตร์
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ รวดเร็วและรุนแรง
ภายในเจ็ดวัน กรมคลังแตกกระเจิง
เสนาบดีหย่งเจาถูกปลดออกจากตำแหน่งอย่างเงียบงัน ไม่มีแม้แต่ประกาศโทษ
ผู้คนพากันซุบซิบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่มีใครรู้รายละเอียด
เฟยอี้ได้รับหนังสือลับฉบับหนึ่ง มีเพียงประโยคเดียว
“เ้ารู้วิธีเดินเบี้ยแล้ว จงเรียนรู้ว่าเมื่อใดไม่ควรเดิน”
ไม่นานนัก เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็ผู้ช่วยในกองกลยุทธ์ภาคสนาม
หน้าที่ไม่เกี่ยวกับบัญชีอีกต่อไป แต่คือการวิเคราะห์เส้นทางทัพ การตัดสินใจเชิงลึก และประเมินอุปนิสัยของแม่ทัพฝ่ายตรงข้าม
นี่ไม่ใช่การเลื่อนขั้นธรรมดา แต่มันคือสัญญาณว่า: เขากำลังเข้าสู่กระดานที่ใหญ่กว่าเดิม
และทุกก้าวต่อจากนี้…ไม่มีพื้นที่สำหรับการลองผิด
ในค่ำคืนเงียบสงบ ก่อนออกเดินทางไปร่วมภารกิจสนามครั้งแรก เขาเขียนบันทึกไว้ว่า:
“การเดินเบี้ยไม่ใช่เื่ยาก แต่การรู้
ว่าเมื่อไรควรนิ่ง… นั่นคือหมากที่ยากที่สุดในชีวิต”
(จบบทที่ 2)