เคร้ง! เคร้ง!
แม้จะมองไม่เห็นแต่พอคาดเดาได้จากเสียง คงมีใครบางคนกำลังกระทำบางสิ่งกับร่างโลหะนี้อยู่แน่นอน
หลังจากตรวจสอบความเสียหายโดยระเอียด ชายชราพลันขมวดคิ้วมุ่น "หุ่นยนต์ที่ถูกฟ้าฝ่า ต้องซ่อมเยอะเป็พิเศษ แผงวงจรกับสมองคอมยังคงสภาพดีอยู่ หลักๆที่ต้องเปลี่ยนคงเป็อะไหล่่บนและสายไฟทั้งหมด"
สามวันต่อมา.... แสงสลัวจากหลอดไฟทรงกลม ส่องกระทบไปยังร่างหุ่นยนต์ตัวใหญ่ เพียงกวาดตามองก็ทราบได้ว่า มันมีความสูงไม่ต่ำกว่าสองเมตร อะไหล่หลายส่วนถูกเปลี่ยนใหม่ ร่างทั้งร่างจึงดูดีขึ้นเยอะ แต่ก็ยังคงคอนเซปต์คลาสสิคเอาไว้ ตามความ้าของนายจ้าง
ชายชราปาดเหงื่อด้วยมืออันดำขลับ ก่อนจะนั่งลงชื่นชมผลงานของตนอย่างพึงพอใจ "เฮ้อ... ในที่สุด ก็ซ่อมตัวสุดท้ายเสร็จซักที"
ทันใดนั้นหุ่นยนต์ได้เปิดเปลือกตาขึ้น ดวงตากลมโตสีฟ้า จ้องมองไปยังชายชราด้วยความรู้สึกขอบคุณ แต่สิ่งที่ชายชราเห็น กลับเป็แววตาอันสงบนิ่ง ไร้ซึ่งอารมณ์ใดจนดูน่าหวาดกลัว
"อ้าว! ทำไมอยู่ดีๆมันถึงลืมตาขึ้นมาได้ละเนี่ย….. นี่ข้ายังไม่ได้เปิดระบบปฏิบัติการเลยนะ" ชายชราเดินวนรอบหุ่นยนต์ กรอกตาสำรวจ สังเกตุหาสิ่งผิดปกติ
"เห้ย!"
โครมม!?!
มันะโถอยหลัง ล้มก้นจ้ำเบ้าในกองเศษเหล็ก ดวงตาทั้งสองพลันเบิกกว้าง ชี้นิ้วที่สั่นสะท้านไปยังหุ่นยนต์ ปากละล่ำละลั่กออกมาอย่างไม่เป็ภาษา "ระ! ระบบปฏิบัติการยังถูกปิดอยู่ แล้ว… แล้วเหตุใดแกถึงลืมตาขึ้นมาได้"
เวนอมก้มศีรษะต่ำลง พลางสำรวจไปทั่วร่าง ขณะที่ แขน ขา เริ่มขยับขึ้นลง ทำความคุ้นเคยกับที่สิงสถิตใหม่นี้ ผ่านไปชั่วครู่ ก็เหมือนว่าจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ยามเงยหน้า ก็พบกับสายตาของชายชรา ซึ่งกำลังจดจ้องตนเองอยู่
เวนอมก้มโค้งลงด้วยท่วงท่าเทอะทะ เสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่ปราศจากอารมณ์พลันดังขึ้น "ขอบพระคุณท่านผู้เฒ่าเป็อย่างสูง ที่ช่วยซ่อมหุ่นยนต์ให้ข้า แต่ตอนนี้กระผมจำต้องขอตัวลา ไว้เจอกันคราวหน้า จะตอบแทนบุญคุณอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้อย่างแน่นอน"
ตูมมม!
กล่าวจบเขาก็เดินไปถีบประตูเหล็กโรงซ่อม แต่ด้วยความที่ยังไม่คุ้นชินกับร่างกายใหม่ จึงควบคุมพละกำลังได้ไม่ดีพอ ทำให้ประตูเหล็กทั้งสองบาน ลอยกระเด็นออกไปไกลนับสิบเมตร
เหงื่อเม็ดโป้งพลันผุดซึมเต็มหน้าผากชายชรา ก่อนจะสลบเหมือดไปดั่งคนหัวใจวาย
เวนอมยืนมองประตูเหล็ก ที่บัดนี้ปรากฏรอยฝ่าเท้าด้วยความงุนงง "นี่ นี่มันอะไรกัน! ที่โลกเก่ามีแต่เหล่าฮีโร่ในละครเท่านั้น ถึงจะสามารถทำอะไรเช่นนี้ได้"
เขาชูกำปั้นขึ้น แววตาไร้อารมณ์จดจ้องท้องฟ้าอันกว้างใหญ่
เสมือนเวลาได้ไหลย้อนกลับ ทำให้เขามองเห็นพระอาทิตย์อันใหญ่โต ซึ่งถูกปลดปล่อยออกมาจากอาวุธวิเศษชิ้นนั้นอีกครั้ง ความยิ่งใหญ่ และความน่าเกรงขามของมัน ได้ตราตรึงอยู่ภายในจิตใจของเขา
"ฮ่าๆๆ หากเป็ชีวิตที่แล้ว พลังแบบนี้ คงปรากฏอยู่แค่ในความฝัน"
อลิซพลันกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า "น้อยๆหน่อย พ่อิญญาเร่ร่อน”
เวนอมกล่าวอย่างอารมณ์ดี "นี่อลิซ! คุณกำลังล้อเลียนผม"
"คริๆ... จะหลงตัวเองอีกนานไหม หุ่นยนต์ตัวนี้มันตกรุ่นไปนานแล้ว ก็แค่ถีบประตูกระเด็น มีอะไรให้น่าภูมิใจนักหนาย๊ะ"
............
ยามแสงอัสดงใกล้ลับขอบฟ้า ชายชราพลันสะดุ้งตื่นขึ้นมา มันคลายความงัวเงียด้วยการขยี้ตาก่อนจะเริ่มสำรวจโดยรอบด้วยท่าทีงุนงง
"ข้าคงแก่ชราลงมากแล้ว ถึงได้เผลอหลับไปแบบนี้ เห้อ! คงต้องฝึกลูกน้องเอาไว้ซักคน จะได้ช่วยหยิบจับของหนักพวกนี้" เขาพึมพำเสร็จก็ลุกขึ้นยืน เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นหุ่นยนต์ ที่บัดนี้เหลืออยู่เพียงสองตัว เฒ่าชราก็นึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนกลางวันได้ทันที
"โธ่เอ้ย! ไม่น่าเลย เ้านั่นดันกลายเป็หุ่นยนต์ที่ผิดพลาดไปซะได้ อนาคตไม่พ้นต้องถูกตามล่า และทำลายทิ้งอย่างแน่นอน”
“เฮ้อ.. น่าเสียดายที่ข้าต้องจ่ายค่ามัดจำกลับคืนไปส่วนหนึ่ง" เฒ่าชรารีบความหาโทรศัพท์ในกองเศษเหล็ก ก่อนจะโทรแจ้งไปยังสถานีตำรวจ
………
ณ เมืองเชียงหมาง เป็เมืองระดับสิบ มีสถานะต่ำสุดในบรรดาเมืองทั้งหมดของดาวเคราะห์ดวงนี้
วิ้ว่อๆๆ…
สถานีตำรวจเชียงหมาง รถตำรวจคันแล้วคันเล่าแล่นออกไป พร้อมเปิดเสียงไซเลนดังสนั่นน่าปวดหู ขณะที่แสงไฟสีแดงกับสีน้ำเงิน ตัดสลับกันไปมาจนสว่างจ้าไปทั่วเส้นทางที่ผ่านไป
เสียงเคร่งขรึมของชายวัยกลางคน ดังออกมาจากลำโพงข้างประตูรถ "แจ้ง! แจ้ง! ทุกหน่วยโปรดทราบ หุ่นยนต์ผิดพลาดตัวนี้คือรุ่น4560 ร้านขายของเก่าที่ตั้งอยู่ตำบลขงเจีย คือตำแหน่งสุดท้ายที่ค้นพบ"
"แต่สิบนาทีที่แล้ว มีพลเมืองดีไม่ทราบนามแจ้งเข้ามาว่า พบตัวมันอยู่ในตำบลตงอาว ซึ่งตำบลทั้งสองห่างกันถึง 90กม."
ภายในรถตำรวจคันหนึ่ง ที่กำลังตีรถกลับเพื่อมุ่งหน้าไปยังถนนตงอาว คนขับเป็ตำรวจวัยกลางคน ข้างๆคือตำรวจสาวที่พึ่งบรรจุเข้ามาใหม่
หญิงสาวกล่าวขึ้นด้วยท่าทางประหลาดใจ "พี่เหลา ตามคำให้การของเถ้าแก่ร้านขายของเก่า พบว่าหุ่นยนต์ตัวนี้ เพิ่งได้รับการเปิดภูมิปัญญาจากนางพญาในวันนี้เอง แต่ทำไมมันถึงได้หลบหนีว่องไวแบบนี้ แถมยังดูเหมือน จะชำนาญเส้นทางต่างๆภายในเมืองแห่งนี้เป็อย่างมากอีกด้วย"
ชายวัยกลางคนพงกศีรษะ สีหน้าเคร่งขรึม "สิบนาทีก่อน หากเราไม่ได้รับการแจ้งเบาะแส จากพลเมืองดีผู้นั้น ป่านนี้มันคงหลบหนีออกจากเมืองไปไกลแล้ว"
หญิงสาวขมวดคิ้วลงเล็กน้อย "ถ้ามันพึ่งได้รับการเปิดภูมิปัญญาจากนางพญาจริง ในอนาคตหุ่นยนต์ตัวนี้ต้องกลายเป็ตัวตนอันตรายอย่างแน่นอน"
"มันก็แค่หุ่นยนต์ตัวหนึ่ง”
หญิงสาวรีบกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย "พี่เหลา คุณลองคิดดูดีๆนะ ร้านขายของเก่าตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง ส่วนตำบลตงอาว ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ระหว่างทาง จำเป็ต้องผ่านจุดที่มีฝูงชนเดินกันพลุกพล่าน และที่สำคัญเลยนะ ตัวของมันยังสูงถึงสามเมตร จะไม่มีใครสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติแบบนี้ได้เลยงั้นหรอ"