“อื้ม..”เสียงโนบลินดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่เขาจะขยับตัวตื่น
“นายตื่นแล้วเหรอโนบลิน?”บันะโขึ้นมาอย่างโล่งใจเมื่อเห็นเพื่อนได้สติกลับมา ทำให้เพื่อนๆ คนอื่นที่อยู่ในห้องต่างลุกขึ้นมามุงดูอาการของโนบลิน
“อื้อ..ว่าแต่นี่ฉันหลับไปนานแค่ไหนเนี่ย”โนบลินเอ่ยถาม
“ไม่นานเท่าไหร่หรอกประมาณสองชั่วโมงเองมั้ง ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ อยู่ดี ๆฉันก็เห็นเหมือนเปลวไฟลุกติดมือนายแล้วก็มีสายฟ้าสว่างแปลบออกมาแล้วนายก็ร่วงลงไปเลย” พอลถามอย่างสงสัยปนเป็ห่วง
“เอ่อ..มันเป็ความผิดพลาดระหว่างการสร้างอุปกรณ์ของฉันน่ะ”
โนบลินตอบกลบเกลื่อนออกไปทันทีเพราะถ้าเขาบอกความจริงออกไปว่าเขาเห่อของใหม่จนมันช๊อตเขาน๊อคไป เพื่อน ๆคงจะขำกันน่าดู
“อย่างนั้นเหรอมันคงเป็ของที่สร้างยากมากเลยใช่ไหมโนบลินเพราะฉันไม่เคยเห็นนายสร้างอุปกรณ์พลาดมาก่อน”
เรซถามขึ้นอย่างเห็นใจเขาคิดว่าอะไรก็ตามที่โนบลินสร้างขึ้นมามันต้องเป็ของที่สุดยอดและสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับทุกคนเสมอแม้แต่ครั้งนี้เองที่เขาสร้างไม่สำเร็จแต่มันก็ยังสร้างความตื่นใให้กับทุกคนได้อยู่ดี
“อ่า..ก็..ประมาณนั้นแหละเรซเวลาฉันสร้างอะไรก็จะมีสำเร็จบ้างล้มเหลวบ้างแบบนี้แหละ แหะ ๆ”
โนบลินยังคงตอบพร้อมกับหัวเราะกลบเกลื่อนเขายอมให้เพื่อน ๆ เข้าใจแบบนั้นดีกว่าที่จะให้พวกเขารู้ความจริง
“ฉันดีขึ้นมากแล้วพวกนายกลับไปฝึกต่อเถอะ เดี๋ยวจะเสียเวลา เดี๋ยวฉันจะทดสอบอะไรอีกสักหน่อย”โนบลินบอกเพื่อน ๆ
“รอบนี้คงไม่มีอะไรแปลกๆ อีกนะโนบลิน” บันถามขึ้นมาขำ ๆ
“เอ่อ..นั่นนะสินะอย่างนั้นเพื่อเป็การป้องกัน ฉันออกไปทดสอบข้างนอกดีกว่า”
โนบลินว่าแล้วก็เก็บข้าวของลงไปในถุงมือและเดินออกไปจากห้องเพื่อหาพื้นที่ในการทดสอบของเขา
โนบลินเลือกเอาศาลาพักผ่อนที่อยู่ข้างสวนผักหลังบ้านเพื่อเป็ที่ทำงานชั่วคราว
เขาใช้เวลากว่าชั่วโมงในการฝึกซ้อมใช้ถุงมือเวทคู่ใหม่ที่เพิ่งทำการพัฒนาขึ้นมาให้สามารถใช้ต่อสู้ได้จนถึงตอนนี้เขาสามารถปลดปล่อยพลังเวทธาตุออกมาโดยที่ไม่เจ็บตัวได้แล้วเพียงแต่ยังมีพลังที่น้อยนิดและยังต้องทำอย่างช้า ๆ อีกด้วย
“คงจะต้องค่อย ๆฝึกไปก่อนแล้วละมั้ง การโจมตีด้วยเวทธรรมชาตินี่ยากกว่าที่คิดแฮะ” โนบลินบ่นพึมพำ
แต่ถ้าเขารู้ว่าเขาคือคนเดียวที่สามารถควบคุมเวทธรรมชาติได้และสามารถใช้งานมันจนสามารถแปลงเป็เวทธาตุได้แบบนี้เขาคงจะดีใจจนะโโลดเต้นเลยทีเดียว
โนบลินยังคงใช้เวลาตลอดทั้งบ่ายในการฝึกฝนการใช้งานถุงมือเวทต่อไปความยากของมันไม่ได้อยู่ที่การปลดปล่อยพลังเวทมนต์ออกไปแต่มันคือการควบคุมไม่ให้พลังงานรั่วไหลออกจากเป้าหมายและเข้ามาทำร้ายตัวเขาซึ่งเป็คนใช้พลังนั่นเอง
“ฟู่วว..เหนื่อยสุด ๆไปเลยแฮะ ถึงจะไม่ต้องใช้พลังในการส่งเวทออกนอกร่างเหมือนนักเวทคนอื่นแต่การใช้สมาธิเพ่งเพื่อควบคุมพลังธรรมชาตินี่ เหนื่อยเอาการเหมือนกันแฮะ”
โนบลินพึมพำอย่างเหนื่อยล้าหลังจากที่ฝึกฝนการควบคุมพลังจนถึงตอนเย็นก่อนจะนำเอายาเม็ดฟื้นฟูออกมากินเพื่อลดอาการเหนื่อยล้าของร่างกายลง
“อ่าว..เม็ดสุดท้ายแล้วเหรอเนี่ย?”โนบลินแปลกใจเมื่อเห็นยาเม็ดฟื้นฟูปรากฏขึ้นบนฝ่ามือเพียงเม็ดเดียว
“คงต้องทำยาใหม่ขึ้นมาใช้แล้วละมั้ง”โนบลินพูดหลังจากที่กลืนยาเม็ดฟื้นฟูเม็ดสุดท้ายลงไป
หลังจากนั่งพักให้ยาเม็ดได้ออกฤทธิ์เพื่อฟื้นฟูร่างกายบางส่วนและลดอาการเหนื่อยล้าที่เกิดจากการฝึกลงไปโนบลินก็นั่งลงบนแคร่ไม้ในศาลาพักผ่อน ก่อนจะจุดเทียนเพื่อให้แสงสว่างเพื่ออ่านหนังสือ
“เอ..ถ้าเราอ่านไปด้วยฝึกไปด้วยก็น่าจะดีนะ” โนบลินเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้
เขานั่งลงและกำมือหลวมๆ ก่อนจะยกนิ้วชี้ขึ้นมา ทันใดนั้นเปลวไฟสีแดงส้มก็ลุกพรึบขึ้นมาที่ปลายนิ้วโนบลินพยายามควบคุมความรุนแรงของมันโดยการค่อย ๆ จ่ายพลังงานเวทมนต์จากในถุงมือทีละน้อยอย่างต่อเนื่องพร้อม ๆ กับที่ปล่อยพลังเวทบริสุทธิ์เป็ชั้นบาง ๆป้องกันความร้อนจากเปลวไฟที่จะส่งผ่านมาที่ิัของเขาเอง
โนบลินค่อย ๆดังเอาสมาธิออกมาจากการควบคุมเปลวไฟและพลังเวทบริสุทธิ์ที่ปกป้องร่างกายและนิ้วของเขาทีละน้อยเมื่อรู้สึกว่าสร้างเปลวไฟโดยที่ไม่รู้สึกร้อนได้อย่างเป็ธรรมชาติแล้วเขาจึงตั้งสมาธิในการอ่านหนังสือโดยที่ควบคุมไม่ให้ไฟนั้นดับลง
โนบลินเลือกอ่านหนังสือความรู้เผ่าพันธุ์ของเอลฟ์ที่บันทึกเื่การปรุงยาต่างๆ ไว้มากมาย ถึงแม้จะจำข้อความต่าง ๆ ได้อย่างขึ้นใจแล้วก็ตามแต่การเปิดหนังสืออ่านทำให้โนบลินมีเวลาในการวิเคราะห์ตัวยาต่าง ๆที่จำเป็และสำคัญ มาใช้ผสมกันเพื่อสร้างสูตรยาที่มีคุณสมบัติที่เขา้า
เนื่องจากสมุนไพรบางชนิดที่บันทึกในสมุดนั้นมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันกับสมุนไพรในเมืองกรูมรวมถึงบางตัวนั้นหาไม่ได้ในเมืองกรูมนี้โนบลินจึงต้องนำข้อมูลสมุนไพรที่อ่านได้จากหอสมุดมาเทียบเคียงเพื่อหาสมุนไพรที่มีคุณสมบัติเดียวกันมาทดแทน
หลังจากที่อ่านหนังสือและวิเคราะห์สูตรอยู่พักใหญ่โนบลินก็ได้เขียนส่วนประกอบและขั้นตอนการปรุงยาออกมาและดัดแปลงให้เข้ากับวิธีการปรุงยาของนักเวทในเมืองแห่งนี้เพื่อง่ายต่อการปรุงยาของสถาบันปรุงยาต่อไปซึ่งยาที่โนบลินคิดสูตรเสร็จแล้วคือ
[ยาน้ำฟื้นร่าง]คือยาที่อยู่ในรูปของเหลว ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดอาการเหนื่อยล้าของร่างกายลงรวมถึงช่วยให้าแสมานตัวได้รวดเร็วขึ้น แบ่งระดับออกไปตามส่วนผสมหลักที่ใช้นั่นคือเื เนื้อ และกระดูกบด ของสัตว์ร้ายและสัตว์เวท
โดยยาที่ใช้ส่วนผสมจากสัตว์ร้ายนั้นนับเป็ระดับต่ำ
ยาที่ใช้ส่วนผสมของสัตว์เวทขั้นต่ำนับเป็ยาระดับกลาง
ยาที่ใช่ส่วนผสมของสัตว์เวทระดับกลางจัดเป็ยาระดับสูง
และยาที่ใช้ส่วนผสมจากสัตว์เวทขั้นสูงเรียกว่ายาระดับสุดยอด
มีคุณสมบัติในการเร่งอัตราการฟื้นฟูร่างกายอย่างรวดเร็วและช่วยรักษาอาการาเ็ต่างๆ ได้เป็อย่างดี เพียงแค่ยาน้ำฟื้นร่างระดับกลาง (วัตถุดิบจากกระดูกบด) ก็สามารถรักษาอาการกระดูกหักได้ในเวลาสองสามลมหายใจเท่านั้น
ส่วนยาอีกตัวที่โนบลินคิดว่าสามารถปรุงขึ้นมาได้คือ
[ยาน้ำฟื้นเวทฉับพลัน]เป็ยาน้ำที่ช่วยเพิ่มพลังเวทมนต์ของผู้ใช้ที่สูญเสียไปให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นยาน้ำนี้ได้คุณสมบัติหลักในการฟื้นฟูเวทมนต์จากผลไม้เวทแต่ใช้ส่วนผสมอื่นอีกสิบสี่ชนิด ในการเร่งอัตราการดูดซับพลังเวทของร่างกายให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น
โดยที่ปริมาณพลังเวทที่ได้รับนั้นจะมีเท่าเดิมแต่ด้วยอัตราการดูดซับที่รวดเร็วขึ้นอย่างมากทำให้ปริมาณพลังเวทที่สูญเสียไปในการใช้ผลไม้เวทโดยตรงนั้นลดลงและร่างกายดูดซับได้อย่างดียิ่งขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น องุ่นวารีหนึ่งลูกมีพลังงานเวทหนึ่งร้อยหน่วยการกินผลองุ่นวารีโดยตรงและปล่อยให้ร่างกายดูดซับเองนั้น ปกติจะสามารถดูดซับได้เพียงเจ็ดสิบหน่วยหรือนักเวทที่มีพร์สูงอาจสามารถดูดซับได้ถึงแปดสิบห้าหน่วยในเวลาสองถึงสามวันก่อนที่พลังงานเวทมนต์นั้นจะสูญหายไปจากร่าง
แต่หากนำมาปรุงเป็ยาน้ำตามสูตรนี้จะสามารถดูดซับพลังงานได้มากถึงเก้าในสิบส่วนภายในเวลาไม่ถึงสิบลมหายใจ
ตัวยาน้ำทั้งสองชนิดนี้มีประโยชน์อย่างมากสำหรับนักเวทที่ทำการต่อสู้หรือออกล่าวัตถุดิบต่างๆ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่สูงและแสดงผลได้อย่างรวดเร็ว
..ไม่ต้องเดาก็รู้ได้ว่าวินเธอร์จะใมากแค่ไหนเมื่อได้เห็นตัวยาที่มีคุณสมบัติเช่นนี้..