เซวียเสี่ยวหรั่นหันไปมองพลางเอ่ยถามอย่างใส่ใจแต่ไร้เรี่ยวแรง "คุณเป็อะไรไปไม่สบายตรงไหนรึเปล่า หิวใช่ไหมล่ะ ที่จริงฉันก็หิวเหมือนกัน"
พูดจบก็ลุกขึ้นค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ชายผู้นั้น
มือใหญ่ซึ่งวางอยู่ข้างตัวยกขึ้นมาอย่างเชื่องช้าหินเล็กๆ สองก้อนถูกกำไว้ภายใต้นิ้วมือเรียวผอมบาง
แม้เกิดความสงสัยแต่เธอก็ยังคงยื่นมือออกไปรับหินสีเทาสองก้อนนั้นมา
ก้อนหิน? ก้อนหิน?
ทันใดนั้นเซวียเสี่ยวหรั่นเหมือนนึกอะไรบางอย่างได้ดีดตัวผึงขึ้นมาจากพื้นมองชายหนุ่มด้วยความตื่นเต้น "นะ... นี่คือหินไฟ [1] ?"
ชายหนุ่มผงกศีรษะเล็กน้อยด้วยสีหน้าเฉยเมยไร้อารมณ์นางไม่รู้จักหินไฟหรือ?
"ว้าว" เซวียเสี่ยวหรั่นร้องอุทานด้วยความตื่นเต้นมิน่ามือของเขาถึงได้คลำไปรอบตัวเหมือนกำลังหาอะไร ที่แท้ก็หาหินไฟอยู่นี่เอง
"แชะๆ" เธอหยิบหินสองก้อนมากระทบกันก็เห็นสะเก็ดไฟพุ่งออกมา ด้วยความดีใจมุมปากของเธอไม่อาจหุบลงได้อีกแล้ว
"คุณรู้จักหินไฟแล้วทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ปล่อยให้ฉันปั่นไม้จุดไฟอยู่เป็ครึ่งค่อนวัน จนมือแทบจะถลอกปอกเปิกหมดแล้ว"
คิ้วสีดำเข้มของชายคนนั้นกระดกน้อยๆหินไฟหาง่ายตามริมฝั่งแม่น้ำ แม่นางคนนี้รู้วิธีปั่นไม้จุดไฟแต่กลับไม่รู้หลักการนี้หรือ
เซวียเสี่ยวหรั่นกำลังตื่นเต้นวิ่งไปที่กองหญ้าแห้งที่เพิ่งสุมไว้เมื่อครู่ แล้วเคาะหินไฟอย่างแรงอีกครั้ง
"แชะๆ" เธอลองอีกสองครั้งแต่กลับไม่สามารถจุดหญ้าแห้งให้ติดไฟได้ดั่งใจหวัง
"ทำไมไม่ได้ล่ะ?" เซวียเสี่ยวหรั่นใบหน้ากลมเกลี้ยงขาวนวลบัดนี้เปื้อนเขม่าจนมอมแมม
ชายที่นั่งอยู่ด้านข้างหรี่ตามองเงาร่างรางเลือนเบื้องหน้าเห็นได้ชัดว่าแม่นางคนนี้ไม่เคยมีประสบการณ์การจุดไฟในป่ามาก่อน ขนาดใช้หินไฟยังจุดไม่ติดเขาอยากช่วยแต่ก็จนปัญญา
เซวียเสี่ยวหรั่นไปหาหญ้าแห้งมาใหม่อีกกองใหญ่จากนั้นก็นั่งเคาะหินไฟอยู่ชิดกับกองฟาง สะเก็ดไฟก็นับว่ามากแต่กองฟางที่สุมไว้กลับจุดไม่ติด
เซวียเสี่ยวหรั่นก้มๆเงยๆ อยู่เป็ครึ่งค่อนวัน ชักเริ่มหัวเสีย
ชายหนุ่มหนังตากระตุกท้ายที่สุดก็ทนไม่ไหว กระแอมกระไอเปล่งเสียงแหบแห้งออกมาจากลำคอ
"มีอะไร" เซวียเสี่ยวหรั่นวิ่งกลับมาทันทีมองเขาอย่างมีความหวัง "วิธีใช้หินไฟก็คือกะเทาะหินให้เกิดประกายไฟใส่หญ้าแห้งไม่ใช่หรือแต่ทำไมฉันถึงจุดไม่ติดเสียทีล่ะ"
กะเทาะหินไฟเฉยๆใส่หญ้าแห้งยากจะจุดไฟให้ติดได้ ชายหนุ่มยื่นนิ้วมือไปเขียนอักษรบนพื้นที่ว่างด้านข้างสองตัว 'มีด-เคาะ'
เขาไม่แน่ใจว่านางรู้จักตัวอักษรหรือไม่แต่ก็ต้องลองดู แม้กิริยาวาจาของนางจะหยาบคายไปสักหน่อยแต่ฟังจากถ้อยคำที่นางถ่ายทอดออกมา ก็น่าจะเป็สตรีรู้หนังสือคนหนึ่ง นางมีมีดแค่ใช้เหล็กกระทบกับหินไฟช่วยให้กองฟางจุดติดได้ง่ายกว่า
"มีดอะไร... นี่คืออักษรคำว่า 'เคาะ' หรือ อักษรตัวเต็ม?" เซวียเสี่ยวหรั่นโน้มตัวเข้าไปพินิจพิเคราะห์ตัวอักษรบนพื้นที่ไม่ค่อยชัดเจนเ่าั้
ที่แท้ก็รู้อักษรชายหนุ่มเลิกคิ้ว พลางผงกศีรษะเบาๆ
มีด-เคาะ? ใช้มีดเคาะกับหินไฟหรือ เซวียเสี่ยวหรั่นขมวดคิ้ว
"เดี๋ยวลองดูก่อน ก้อนหินแข็งขนาดนี้ อย่าทำใบมีดของฉันหลุดออกมาเชียวล่ะ"
เธอบ่นงึมงำถือมีดไว้ในมือแล้วลองใช้สันมีดเคาะกับหินไฟ "แชะ" ประกายไฟพุ่งออกมารอบทิศทาง
สีหน้าของเซวียเสี่ยวหรั่นเผยความยินดีประกายไฟที่พุ่งออกมาดูชัดเจนกว่าเมื่อครู่ จึงรีบวิ่งไปข้างกองฟางทันที
หลังจากเสียงแชะดังขึ้นอีกสองสามครั้งในที่สุดกองฟางแห้งก็มีควันออกมา เซวียเสี่ยวหรั่นดีใจหัวเราะเสียงดังพลางเติมกิ่งไม้แห้งเข้าไปในกองไฟ
"สำเร็จ สำเร็จ พวกเรามีไฟกันแล้ว ช่างดีเหลือเกินอีกประเดี๋ยวย่างเกาลัดกินกัน"
หลังเติมกิ่งไม้แห้งเข้าไปสองสามกิ่งเซวียเสี่ยวหรั่นวิ่งไปเชิงเขาเก็บฟืนกลับมากองใหญ่จนกระทั่งแน่ใจว่าไฟไม่มอดแน่แล้ว ถึงนับว่าปลอดโปร่งโล่งใจได้เสียที
"โชคดีที่มีคุณอยู่ ไม่อย่างนั้นปาไปถึงตอนเย็นฉันก็คงยังก่อไฟไม่ติด
เซวียเสี่ยวหรั่นย้ายหินก้อนใหญ่มาสองสามก้อนมาตั้งเป็เตาไฟหลังจากนั้นย้ายไฟมาสุมใต้แท่นหิน แล้วเอาผลเกาลัดมาวาง้าก่อนหย่อนก้นนั่งลงข้างกองไฟ
"จริงสิ ยังไม่รู้เลยว่าคุณชื่ออะไร คุณเขียนชื่อออกมาได้ไหม"
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนใช้นิ้วมือเขียนอักษรสองตัวบนพื้น
เซวียเสี่ยวหรั่นชะโงกมาดู "เหลียน... เซวียน เอ่อ... อ่านออกเสียงว่าเซวียนใช่ไหม XUAN!"
เหลียนเซวียนพยักหน้าแม้ไม่เข้าใจว่าเสียงประหลาดที่เธอเปล่งออกมาตอนท้ายคืออะไรแต่อ่านออกเสียงถูกต้องแล้ว
เซวียเสี่ยวหรั่นหัวเราะคิกคักแล้วถามต่อ "แล้วคุณอายุเท่าไรแล้วฉันควรเรียกว่าพี่ชายหรือคุณลุงดีล่ะ"
ต้องขออภัยใบหน้าของเขามีแต่หนวดเครารกรุงรังมิหนำซ้ำยังเป็แผลฟกช้ำเต็มไปหมดเธอไม่สามารถคาดเดาอายุของเขาได้จริงๆ
เหลียนเซวียนชะงักไปชั่วขณะั์ตาสงบนิ่งและเย็นะเืดุจน้ำบ่อลึก ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาถึงเขียนคำตอบบนพื้น
"ยี่สิบเอ็ด งั้นก็ไม่ใช่ลุงน่ะสิ" เซวียเสี่ยวหรั่นมองเขาอย่างคลางแคลงแม้จะเห็นใบหน้าไม่ชัด แต่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเครารกครึ้มอย่างนั้นดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนในวัยหนุ่มสาว
ลุง? เหลียนเซวียนมุมปากกระตุก รสชาติของการถูกหญิงสาวคนหนึ่งเรียกว่าลุงไม่น่าอภิรมย์เท่าไร
"เอ่อ... เหลียนเซวียน ในเมื่อพวกเราก็อายุพอๆ กันงั้นฉันไม่เรียกคุณว่าพี่ชายแล้วกันนะ คุณลอยน้ำมาจากไหนแล้วนี่คือที่ไหนคุณรู้หรือเปล่า" เซวียเสี่ยวหรั่นถามข้อกังขาในใจออกมา
อายุพอกัน? อายุต่างกันสามปีนี่สามารถมองข้ามกันง่ายๆ แบบนี้เลยหรือ จุดไท่หยาง [2] ของเหลียนเซวียนเต้นตุบๆ
ดวงตาที่มองไม่เห็นเคลื่อนไปในทิศทางที่อีกฝ่ายกำลังพูดเขานิ่งงันครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ เขียนคำตอบ
"แคว้น... ฉี เทือกเขา เยว่... หลิง... ซัน"
อักษรบนพื้นทรายไม่ค่อยชัดเจนนักทั้งยังเป็อักษรตัวเต็ม เซวียเสี่ยวหรั่นต้องพยายามทำความเข้าใจอย่างหนักอยู่เหมือนกัน
"แค่กๆ" เหลียนเซวียนไออยู่หลายครั้ง
หากคะเนไม่ผิดหลังจากหลบหนีจากที่คุมขังออกมาได้ ก็ถูกสายน้ำพัดเข้ามาในเทือกเขาเยว่หลิงซันซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของที่ราบจงหยวน ซึ่งครอบคลุมสามแคว้นใหญ่ได้แก่ แคว้นฉีแคว้นหลี และซีฉี เป็ผืนป่าที่กินอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาลตอนนี้พวกเขาน่าจะอยู่ที่ไหนสักแห่งในนี้
แคว้นฉี? เทือกเขาเยว่หลิงซัน นี่มันสถานที่บ้าบออะไรกันนี่ เซวียเสี่ยวหรั่นตาเบิกโพลง
แม้ว่าเธอจะเตรียมใจมาบ้างแล้วแต่ยามเผชิญหน้ากับความจริง ก็ยังไม่อยากเชื่ออยู่ดีเธอพลัดตกมายังโลกไหนก็ไม่รู้จริงๆ
เซวียเสี่ยวหรั่นไม่เปล่งเสียงอยู่เป็เวลานานเหลียนเซวียนจ้องเงาเลือนรางตรงหน้าอย่างขบคิด
ชั่วขณะนั้นบรรยากาศเงียบงันไร้สุ้มเสียงชายหญิงคู่หนึ่งอยู่ใกล้ชิดกันมาก แต่ความคิดของพวกเขากลับต่างกันไป
"เปรี๊ยะ" เสียงฟืนปะทุทำให้คนทั้งสองสะดุ้งหลุดจากภวังค์ความคิด
"ไอ๊หยา... ไหม้หมดแล้ว"
หลังจากหันไปมองเซวียเสี่ยวหรั่นก็ใช้ท่อนไม้เขี่ยผลเกาลัดที่ร่วงไปในกองไฟออกมา เกาลัดสีน้ำตาลเข้มถูกเผาจนดำปี๋
"จะไปสนใจอะไรมากมาย เติมท้องให้อิ่มไว้ก่อนอย่างอื่นค่อยว่ากัน" เซวียเสี่ยวหรั่นถอนใจอยู่เงียบๆ แต่มือกลับไม่อยู่เฉย ถึงตัวจะอยู่ไหนเื่สำคัญอันดับแรกคือท้องต้องไม่หิว
เธอรีบเก็บผลเกาลัดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจว่ามันจะลวกมือก่อนเป่าขี้เถ้า้าออก แล้วค่อยเริ่มปอกเปลือกด้วยมีด
เปลือกเกาลัดที่ร้อนอยู่จะกะเทาะออกง่ายเนื้อในเป็สีเหลืองอมส้ม ทำเอาเธอน้ำลายสอหลังจากปอกเปลือกชั้นนอกและลอกผิวชั้นในจนเกลี้ยงเกลาแล้วก็ยัดเข้าปาก
ผลเกาลัดร้อนๆเหนียวนุ่มกระตุ้นต่อมรับรสของเซวียเสี่ยวหรั่นเป็อย่างดีเธอปอกเปลือกแปดเก้าลูกแล้วยัดใส่ปากรวดเดียว ดื่มน้ำอีกครึ่งขวดก่อนเรอออกมาอย่างสบายใจเฉิบ ท้องของเธอไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป
เหลียนเซวียนรออยู่เงียบๆแม้จะหิวมาก แต่่นี้เขาก็หิวจนชินแล้ว
...
เชิงอรรถ
[1] หินไฟ หรือหินจุดไฟ เป็ผลึกในรูปแบบตะกอนของแร่ควอตซ์มีลักษณะเป็หินสีเทา เรียกอีกอย่างว่า ฟลินท์ ใช้สำหรับจุดไฟโดยเฉพาะ
[2] จุดไท่หยางอยู่บริเวณขมับด้านข้างศีรษะ