พายุตัดสินใจลุกพรวดออกมาจากตู้เสื้อผ้าปรากฏต่อสายตาของทั้งคู่ที่กำลังยืนคุยกันอยู่ วินาทีที่พายุปรากฏตัว คิตตี้ถึงกับเขินจนหน้าแดงต้องรีบวิ่งไปหลบที่หลังเวล
“พายุ!!ทำไมนายไม่บอกฉันว่าพายุอยู่ที่นี่ด้วย!!”
“ก็ฉันพยายามบอกอยู่ไง ว่าให้เธอกลับไปก่อน เธอก็ดึงดันที่จะสารภาพบาปอยู่นั่นแหละ เฮ้ยยุ..คือว่าฉัน….” พายุยิ้มมุมปาก พร้อมกับยกมือขึ้นมาเสยผมแก้เขินเล็กน้อย ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเหตุผลที่เพื่อนเขาหายไปดื้อๆมันเกิดจากอะไร
“พวกแกสองคนไม่ต้องพูดแล้ว ฉันเข้าใจและได้ยินหมดแล้ว คิตตี้ยุยอมรับเลยว่าตี้เป็ผู้หญิงที่กล้ามาก ในขณะที่ไอ้เวลมันเป็ผู้ชายแท้ๆ มันยังไม่กล้าพูดเื่นี้กับยุเลย..อย่าบอกนะว่าเื่ที่แกจะปรึกษาฉัน คือเื่นี้?”
“เออ..ไหนๆก็รู้เื่ละ..งั้นก็มาคุยกันหมดนี่แหละ คิตตี้สิ่งที่เธอพูดมาฉันเข้าใจนะ ฉันเองก็เหมือนกัน ฉันพยายามไปเที่ยวผับซื้อผู้หญิงมานอนด้วยตั้งหลายคน แต่ฉันก็รู้สึกว่าผู้หญิงพวกนั้น…มันไม่ถึงเครื่องครบรสเหมือนเธอเลยว่ะ!”
“นี่พวกแกอย่าบอกนะว่า….!!”
“ตกลง ฉันจะคบกับเธอ” คิตตี้ยิ้มพร้อมกับะโเข้ากอดเวลราวกับว่าเธออักอั้นมานานหลายปี ส่วนเวลเองก็รู้สึกโล่งเหมือนไม่ได้ใส่กางเกงอยู่เลย พายุนั้นต้องตกมาเป็พยานรักให้กับทั้งคู่โดยไม่ได้ตั้งใจ แต่อย่างใดก็ตาม..เขาถือว่าวันนี้เป็วันที่ดีเพราะอย่างน้อยๆเพื่อน 2 คนของเขาก็มีความสุขสักที…ขณะที่เพื่อนกำลังกอดกันอย่างดีใจอยู่นั้น พายุได้เเต่ทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาพร้อมกับถอนหายใจออกมายาวๆเหมือนรู้สึกเหนื่อยๆกับอะไรบางอย่าง เวลเห็นว่าเพื่อนกำลังหน้าหงอยเขาจึงพักความดีใจไว้และหย่อนก้นลงมานั่งข้างๆพายุเพื่อซักถามสิ่งที่เกิดขึ้นกับเพื่อน
“เฮ้อออออออออออออ!!”
“แกเป็ไรวะยุ?”
“พวกแกโชคดีนะที่รู้ใจกันเร็ว ฉันนี่สิ…คงอีกนานเลย”
“พายุแอบชอบใครหรอ?”
“เออ..ใครวะ..อย่าบอกนะว่ามึงชอบคิตตี้ เฮ้ยๆๆๆ…พูดตอนนี้ไม่ทันแล้วนะเว้ย คนนี้เมียกู!”
“บ้าน่ะ…ฉันกับคิตตี้เป็เพื่อนกัน ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น”
“เเต่ตี้แอบคิดนะยุ งื้อ!!”
“เบาได้เบาครับ…อย่าเเรด ผัวไม่ปลื้ม!! เออ..แล้วสรุปมึงชอบใครวะ บอกกูดิ..เดี๋ยวกูจัดให้เเจ่มๆ”
“นั่นสิ…เผื่อเราสองคนช่วยอะไรได้ไง หึ?”
“ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่ะ เขายังไม่ให้บอก”
“อาจารย์ข้าวหอมใช่ป่ะ?” เวลเอ่ยชื่อของข้าวหอมออกมา ทำเอาทั้งคิตตี้และพายุถึงกับตาโตพร้อมกับหันไปมองหน้าเวลเป็ตาเดียวกัน
“เอ้าเหวอ!! สงสัยสิว่ากูรู้ได้ไง…กูเป็เพื่อนกับมึงมากี่ปีที่รถมึงออกชัดขนาดนั้น ตั้งเเต่วันแรกที่อาจารย์ข้าวหอมก้าวขาเข้ามาในโรงเรียนมึงนี่เปลี่ยนไปเป็คนละคน หายไปจากเพื่อนจากฝูง…และที่ผับวันนั้นอีก..ที่มึงบอกว่าไปเข้าห้องน้ำแล้วหายไปเลยอ่ะ มึงไปกับเธอใช่ป่ะ!”
“.............”
“โถ่ว..ไอ้สัส! ทีนี้ทำเป็เงียบ เขิน…ใช่เวลาที่มึงจะมาทำตัวแบบนี้ไหมเนี่ย…มึงลืมหรือเปล่าว่าอาจารย์เขาหอมเขาเป็อาจารย์ฝึกสอน”
“แล้วไงวะ?”
“เอ้า!...ก็อาจารย์ฝึกสอนหมายถึงเขาจะไม่ได้อยู่ที่นี่ตลอดไปไง ขืนถ้ามึงยังเฉยอยู่แบบนี้…มีหวังหมาคาบไปแดกก่อนแน่”
“เออ…ตอนนี้ก็มีตัวนึง มันจ้องจะคาบอยู่”
“แล้วมึงจะรอให้มันคาบไปก่อนหรือไง ฝึกสอนแค่ 3 เดือนนะมึง มึงต้องทำอะไรสักอย่างแล้วไหมอ่ะ?”
“แล้วกูจะทำอะไรได้วะ?”
“ให้เราสองคนช่วยไหมยุ?”
“ช่วยยังไงตี้?”
“ก็ช่วยให้ยุกับอาจารย์ข้าวหอมสมหวังยังไงล่ะ mission นี้คิตตี้ขอเรียกมันว่ากลยุทธ์ฉุดหัวใจยัยอาจารย์!!!”
“ทำไมชื่อแผนการเหมือนนิยายราคาถูกเลยวะ?”
“ก็แล้วทำไมอ่ะ..นายมีปัญหาอะไรเวล?”
“ไม่มีครับที่รัก ใครจะกล้ามีปัญหากับที่รักล่ะ…งั้นก็เอาตามนี้..เดี๋ยวพวกกู 2 คนจะเป็กุนซือช่วยผสานรักครั้งนี้ให้มึงเอง”
“แล้วกูต้องทำยังไงบ้างวะ?”
“ตอนนี้ยังไม่ต้องทำอะไร ขอเวลาให้เราสองคนไปคิดแผนก่อน นี่ก็เพิ่งจะสองเดือนครึ่ง..ยังพอมีเวลาหน่อย”
“มันจะได้ผลหรอตี้?”
“เอาหน่า…ขอให้เชื่อใจในตัวเราสองคน หึหึหึ!”
“ใช่ มึงก็รู้ว่าเมียกูเก่งเื่การวางแผนแค่ไหน หึหึหึ” เวลเดินเข้ามากอดคอคิตตี้ ทั้งคู่ทำหน้าเ้าเล่ห์เหมือนกำลังคิดแผนร้ายอยู่ในสมองซึ่งนั่นมันยิ่งทำให้พายุรู้สึกไม่มั่นใจในตัวของพวกเขาเอาเสียเลย แต่ในเมื่อเหลือเวลาอีกไม่มาก อันไหนที่เสี่ยงได้ก็ควรจะเสี่ยง…เขาคิดแต่ว่าเขาจะลองเชื่อใจเพื่อนทั้งสองคน แล้วเขาก็หวังว่าคิตตี้และเวลจะไม่ทำให้เขาผิดหวังแน่ๆ