18 1-2
ตอนที่ 34 ทุ่มให้สุด (1)
ป้าผางพาหลินจิงซูไปยังสถานที่ซึ่งมีบ่อนพนันของเหล่านักต้มตุ๋นตั้งอยู่
มันคือโรงเก็บของร้างแห่งหนึ่งซึ่งมองผิวเผินกลับไม่สะดุดตา แต่ในเวลานี้ ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยผู้คนมากมายทั้งชายและหญิง รวมไปถึงเด็กๆที่ต่างก็กำลังรวมตัวกันมุงดูอยู่โดยรอบ
คนส่วนใหญ่กว่าแปดในสิบส่วนล้วนมาที่นี่เพื่อดูหาความสนุกเท่านั้น น้อยคนนักที่จะกล้าควักเงินออกมาเดิมพันเพื่อลุ้นโชคใหญ่
บ่อนสัญจรประเภทนี้ทำกันเป็นหมู่คณะ นำเอาจิตวิทยาหมู่มาใช้เพื่อล่อลวงผู้คนให้หลงเชื่อ โดยคนกลุ่มน้อยที่ควักเงินออกมาเล่นพนันนั้น ก็ล้วนแล้วแต่เป็นหน้าม้าทั้งสิ้น คนกลุ่มนี้จะแกล้งทำเป็นได้เงินก้อนโต เพื่อดึงดูดผู้ชมรอบข้างซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่ให้เกิดความอิจฉาตาร้อน เห็นบ่อยครั้งเข้า หลายคนก็เริ่มหลวมตัวโยนเงินเสี่ยงโชคเพราะความโลภ ทุกครั้งที่มีใครบางคนชนะพนัน ก็จะมาพร้อมกับเสียงตะโกนโห่ร้องอย่างมีความสุขของผู้คนดังตามขึ้นด้วย ยิ่งเสียงดังมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งกระตุ้นให้ผู้คนที่สัญจรไปมาในแถบนั้นเข้ามามุงดูด้วยความสนใจมากขึ้น และบังเกิดเป็นสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยชีวิตชีวาขนาดย่อมไม่ต่างจากตลาด
ไม่ใช่ไม่มีใครรู้ว่านี่คือการแสดงเพื่อหลอกลวงคน แต่เมื่อไหร่ที่คนพวกนี้ได้สติตื่นรู้ขึ้นมา ก็ถึงเวลาที่เจ้าของบ่อนจะต้องย้ายสถานที่หลบหนี และไปหลอกสูบเงินผู้คนในเมืองอื่นๆต่อไป
ครั้งที่แล้ว ป้าผางเพิ่งจะสูญเงินไปจำนวนมากมาย ทำเอาเจ้าของบ่อนสัญจรถึงกับประทับใจในตัวเธออย่างสุดซึ้ง และเมื่อเห็นว่าเธอกลับมาที่นี่อีกครั้ง เหล่านักต้มตุ๋นทั้งหลายที่อยู่หน้าแผงไพ่ ต่างก็พากันโห่ร้องเสียงดัง พร้อมกับทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า
“ว่าไงพี่สาว! เอาอะไรไปจำนำเพิ่มอีกล่ะ? คราวนี้คงพกโชคมาเต็มกระเป๋าเลยสิ?”
“พี่สาว ครั้งนี้ต้องชนะแน่ๆ! ดวงคนเรามีขึ้นมีลง ก่อนหน้านี้พี่สาวโชคไม่ดี เพราะฉะนั้น คราวนี้จะต้องเล่นหนักเพิ่มเป็นเท่าตัวนะ เอาให้คืนทุนพร้อมดอกไปเลย!”
แต่บางคนก็อดที่จะพูดด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ “พี่สาว วันนี้เสียไปเยอะแล้ว ฉันว่าพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่เถอะ วันนี้ไม่น่าจะไหวหรอก”
หลินจิงซูกวาดสายตาสังเกตมองรอบตัว รับฟังสารพัดประโยคความคิดเห็นที่มีทั้งบวกและลบ เท่าที่เธอได้เคยเรียนรู้จากเหลาหวางโถวมานั้น สิ่งเหล่านี้เรียกว่าการสร้างบรรยากาศ ขับกล่อมผู้คนทั้งหลายที่เดินเข้ามาในบ่อน ให้นำพาไปสู่การเดิมพันอันบ้าคลั่ง
ป้าผางแสยะยิ้มตอบอย่างมั่นใจ
“ครั้งนี้ฉันพาผู้ช่วยมาด้วย! สาวน้อยคนนี้ไม่เคยจับไพ่มาก่อนด้วยซ้ำ น่าจะพกโชคลาภมาด้วยไม่น้อย วันนี้ฉันจะเอาเงินทุกแดงที่เสียไปคืนมาให้ได้!”
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ชายวัยกลางคนรอบตัวหลายคนก็ถึงกับฉีกยิ้มน้ำลายสอ จ้องมองป้าผางตาเป็นมันด้วยความโลภ ราวกับว่ากำลังพบเจอเหยื่อรายใหญ่
แต่คราวนี้ป้าผางไม่กล้ามือหนักทุ่มสุดตัวเหมือนครั้งก่อนแล้ว ประเดิมตาแรกด้วยการโยนเงินลงบนโต๊ะเพียงไม่กี่หยวนเท่านั้น
หลินจิงซูรู้ได้ทันทีว่า ตานี้เธอจะต้องเป็นฝ่ายชนะอย่างแน่นอน เพราะถ้าแพ้ ป้าผางจะไม่กล้าเล่นต่ออีกแน่ และมีแนวโน้มว่าจะถอยกลับทันทีด้วย
และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เหล่านักต้มตุ๋นต่างรู้เล่ห์กลเช่นนี้ดี ฝ่ายเจ้ามือแกล้งทำเป็นค่อยๆเปิดไพ่ลุ้นไปด้วยกัน
เมื่อหลินจิงซูเอื้อมมือไปพลิกไพ่เปิดขึ้น ก็เห็นว่าแต้มสูงกว่าฝั่งเจ้ามือ ป้าผางถึงกับตาเป็นประกายแวววับ พร้อมกับร้องตะโกนลั่นออกมาด้วยความดีใจอย่างมาก
“ชนะ! ชนะ! ฉันชนะแล้ว! ซูซูน้อย! ป้าไม่คิดไม่ฝันจริงๆว่า หนูจะดวงดีมากขนาดนี้! มา มา เดี๋ยวกลับไปวันนี้ป้าจะซื้อขนมอร่อยๆให้กินนะ!”
หลินจิงซูจงใจเน้นเสียงพูดให้ดังว่า
“ป้าผางคะ แค่นี้ยังเรียกว่าชนะไม่ได้ อุตส่าห์เตรียมเงินมาลุ้นโชคใหญ่ที่นี่ไว้ตั้ง700หยวน นี่เพิ่งจะได้มาแค่ไม่กี่สิบหยวนเอง ยังถือว่าเล็กน้อยมากค่ะ!”
หลินจิงซูยังพูดต่ออีกว่า
“ป้าผางคะ เดี๋ยวหนูเล่นต่อเองนะคะ”
จากนั้น เธอก็โยนเงินรางวัลทั้งหมดที่เพิ่งได้มา เข้าไปสมทบกับกองเดิมโดยไม่มีทีท่าเสียดายเลยแม้แต่น้อย และเตรียมพร้อมสำหรับการเล่นตาต่อไปในทันที
ได้ฟังคำพูดที่ดังออกจากปากของสาวน้อยตรงหน้า ทุกคนรอบข้างต่างพากันอ้าปากด้วยความตะลึงงันกันเป็นแถบ
เงินจำนวน700หยวนมีไว้สำหรับเสี่ยงโชคครั้งใหญ่!
กล้ามเนื้อทั่วใบหน้าของเจ้ามือถึงกับดีดเด้งกระตุกไม่หยุด เขารู้สึกตื่นเต้นดีใจสุดขีดจนแทบเก็บอาการไว้ไม่อยู่
ทางด้านป้าผางรีบกระซิบข้างหูหลินจิงซูทันที
“ซูซูน้อย ทั้งเนื้อทั้งตัวป้าเหลือแค่ 300หยวนสุดท้ายแล้วนะ หนูไปพูดได้ยังไงว่ามีตั้ง700หยวน!”
หลินจิงซูกระหยิ่มยิ้มกระซิบตอบเสียงเบากลับไปว่า
“นี่เป็นเคล็ดค่ะป้าผาง มันคือการตะโกนเรียกเงินค่ะ! ไม่แน่ว่าหลังจากนี้ ดวงของหนูอาจทำให้ป้าได้เงิน 700หยวนจริงๆก็ได้นะคะ!”
ทางฝ่ายเจ้ามือยังคงปล่อยให้อีกฝ่ายกินต่อเนื่องเรื่อยๆทีละเล็กทีละน้อย หลินจิงซูค่อนข้างจำกัดจำนวนเงินในการเล่นอย่างเห็นได้ชัด ทันทีที่เงินกองกลางสำหรับใช้เดิมพันครั้งต่อไปเกินกว่าที่กำหนดไว้ เธอจะหักส่วนที่เกินเข้ากระเป๋าของป้าผางทันที
แต่ทว่าเวลานี้ป้าผางกลับไม่รู้สึกพอใจกับเงินรางวัลจำนวนน้อยนิดกะปริดกะปรอยเช่นนี้ และต้องการให้หลินจิงซูเพิ่มเงินเดิมพันให้มากขึ้นไปอีก
หลินจิงซูเห็นแบบนั้นจึงจัดให้ตามที่ป้าผางต้องการ เธอประกาศกร้าวเสียงดังทันที
“600หยวน และขอเรียกอัตราต่อรองเพิ่มเป็นสี่เท่าของเงินเดิมพัน!”
ตัวเลขสี่เท่าคืออัตราต่อรองสูงสุดในวงไพ่ ไม่เพียงจะต้องทำแต้มให้สูงกว่าฝ่ายเจ้ามือเท่านั้น แต่ยังต้องสูงกว่าฝ่ายเจ้ามือเท่าตัวเป็นอย่างน้อย!
การเดิมพันที่สุดโต่งเช่นนี้ปรากฏให้เห็นเพียงแค่หนึ่งในพันครั้งเท่านั้น เพราะโอกาสจะชนะจัดว่าต่ำมาก
ทันทีที่ป้าผางได้ยินเช่นนั้น เธอก็ถึงกับกรีดร้องเสียงดังลั่นพร้อมกับเหงื่อเย็นที่แตกพลั่ก
“ซูซูน้อย! นี่หนูไม่ได้กลั่นแกล้งป้าทางอ้อมใช่มั้ยจ๊ะ?! พอเถอะ พอเถอะ! ได้คืนเท่านี้ก็ดีแล้วจ้ะ เรากลับกันเถอะนะ เดี๋ยวป้าจะเลี้ยงขนมหนูเอง!”
หลินจิงซูไร้ซึ่งความลังเลใดๆ ตบเงินจำนวน600หยวนทั้งหมดลงบนโต๊ะทันที
ทันใดนั้น ก็มีเสียงโห่ร้องให้กำลังใจดังลั่นจากผู้ชมรอบข้าง ทุกคนต่างเฝ้าดูภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ หลายคนถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องเพราะความตื่นเต้น เสียงร้องตะโกนเฮลั่นนี้ดังเกินกว่าจะควบคุมได้ และยิ่งไปดึงดูดผู้คนแถวนั้นให้มารวมตัวกันรอบแผงโต๊ะไพ่จนล้นทะลักออกมา!
ศาสตราจารย์หวังกำลังพาจู้หยานมาเดินเล่นในตลาด บังเอิญได้เห็นภาพความคึกคักมีชีวิตชีวาของอีกฟากฝั่งถนนเข้าพอดี พบว่าผู้คนจำนวนไม่น้อยกำลังมุงดูบางสิ่งบางอย่างอยู่ที่นั่น เขาเองก็อดสงสัยไม่ได้ และด้วยความอยากรู้อยากเห็น ท้ายที่สุดก็ได้จูงมือจู้หยานข้ามไปดู พยายามเบียดเสียดตัวเข้าไปท่ามกลางฝูงชนที่พลุกพล่าน ปากก็พึมพำว่า
“ผู้คนตั้งเยอะแยะมามุงดูอะไรกัน? อืม…มีอะไรกันนะ? ของลดราคารึเปล่า?”