ภาพเบื้องหน้าปรากฏขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอันคุ้นเคยแต่เลือนรางสองข้างทางเต็มไปด้วยเรือนไม้เก่าทรงล้านนาโบราณหลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาเก่าคร่ำคร่า มีผู้คนจำนวนมากยืนออกันอยู่สองข้างทางชายหนุ่มในชุดเสื้อแขนยาวสวมผ้าพาดไหล่ หญิงสาวนุ่งผ้าซิ่นลายงดงาม ห่มผ้าสะพักอกบางคนเกล้าผมสูง บางคนปล่อยผมยาวสลวยกลิ่นหอมจางของธูปลอยปะปนมากับกลิ่นดอกไม้สดและควันเทียนจางๆ ในอากาศ
ไกลออกไป ธงหลากสีพลิ้วไหวตามแรงลมอยู่เหนือขบวนแห่ บรรยากาศครึกครื้นผู้คนพูดคุยกันเสียงดังเซ็งแซ่ ก่อนจะถูกกลบด้วยเสียงดนตรีไทยที่ดังใกล้เข้ามาทุกที...
ตึง... ตึง... ฉ่าง!
คินน์หันไปดูตามเสียงนั้น ขบวนแห่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างช้าๆผู้คนต่างพากันขยับหลีกทางให้ขบวนครัวทานที่ประดับประดาตกแต่งอย่างสวยงามบางคนช่วยกันหามเครื่องไทยทาน บางคนถือพานดอกไม้ ธูปเทียน และธงทิวสีสดใสด้านหน้าสุดมีวงกลองมองเซิงกำลังบรรเลงเพลงจังหวะครึกครื้นเสียงกลองตีรับกับเสียงฆ้องและฉาบเป็จังหวะ และท่ามกลางขบวนแห่นั้น...
เหล่าหญิงสาวกำลังฟ้อนรำและเคลื่อนไหวไปพร้อมๆ กันอย่างอ่อนช้อยแขนเรียวค่อยๆ ยกขึ้น ปลายนิ้วโค้งงอนเคลื่อนไหวไปตามจังหวะดนตรีชายผ้าซิ่นพลิ้วไหวไปตามจังหวะการก้าวเดิน คินน์ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกคุ้นเคยเขากำลังมองหาใครบางคน...
"อ้ายคินน์..."
เสียงหวานแ่เบาดังขึ้นข้างหู คินน์หันไปตามเสียงเรียกนั้นทันที แต่สิ่งที่เห็นมีเพียงแผ่นหลังบอบบางเรือนผมสีดำยาวสลวยถูกเกล้าไว้อย่างประณีตปักด้วยปิ่นเงินสวยสะดุดตา ร่างบางนุ่งผ้าซิ่นไหมสีแดงเข้มกำลังก้าวเดินห่างออกไป
คินน์รีบก้าวเท้าเดินตามร่างนั้นไปทันที แต่แล้วฉากเบื้องหน้าก็เปลี่ยนไป...ภาพของหญิงสาวในผ้าซิ่นสีแดงเข้มคนเดิมกำลังนั่งอยู่กลางเรือนไม้ มองเห็นเพียงเสี้ยวด้านข้างของใบหน้างดงามเธอกำลังยิ้มแย้มและหัวเราะอย่างมีความสุขอยู่กับหญิงสาววัยไล่เรี่ยกัน......
“อ้ายคินน์....”เสียงเรียกนั้นหวานแต่แ่เบาเหมือนมาจากที่ไกลแสนไกล
พรึบ!
คินน์สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที ลมหายใจหอบกระชั้น เหงื่อไหลซึมเต็มแผ่นหลังทั้งๆ ที่ภายในห้องเปิดเครื่องปรับอากาศไว้เย็นเฉียบ
คินน์ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ยกมือเสยผมที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อขึ้นอย่างลวกๆก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความฝันเมื่อครู่ยังคงหลงเหลือความรู้สึกโหยหา ภาพในอดีตกระแทกความรู้สึกของเขาอย่างรุนแรง
นานแค่ไหนแล้วน่ะ ที่เขาไม่ได้ฝันแบบนี้ ั้แ่……. เขาถอนหายใจอีกครั้งแล้วสลัดความคิดนั้นทิ้งไปทันที
ในเมื่อนอนไม่หลับบวกกับความกระหายน้ำทำให้เขาตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินลงมาชั้นล่างตั้งใจจะมาหาน้ำดื่มจากตู้เย็นในห้องอาหาร
ขณะที่คินน์กำลังเอื้อมมือหยิบขวดน้ำในตู้เย็น จู่ๆก็มีเสียงฝีเท้าแ่เบาดังขึ้นด้านหลังด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว ร่างสูงหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว แล้วเงื้อขวดน้ำในมือเตรียมจะฟาดเข้าใส่ผู้บุกรุกทันที
" ว้ายยย!"
เสียงอุทานด้วยความใดังลั่นคินน์ชะงักกึกด้วยความใยิ่งกว่าเมื่อเห็นว่าเป็ใคร มือที่ถือขวดเตรียมฟาดยังยกค้างอยู่ในอากาศขณะที่เ้าของเสียงยกมือทั้งสองข้างขึ้นบังเหนือหัวด้วยความกลัวดวงตากลมโตเบิกกว้าง
“ พิมมี่!? ” คินน์อุทาน ก่อนจะลดขวดในมือลงแล้วเอ่ยถามเสียงเบา"มาทำอะไรตรงนี้”
สาวน้อยกะพริบตาปริบๆ ค่อยๆ ลดมือลงแล้วตอบด้วยเสียงที่ยังไม่หายใ"ก็พิมมี่หิวน้ำ... เลยลงมาเอาค่ะ"
คินน์ถอนหายใจออกมา เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ... เขาเกือบจะฟาดพิมมี่ด้วยขวดน้ำซะแล้วคิดแล้วก็ถอยหลังออกมา หลีกทางให้พิมมี่เดินไปหยิบน้ำ
พิมมี่เปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่ม แล้วหันมามองหน้าเขาก่อนจะถาม"แล้วพี่คินน์ลงมาทำไมคะ?"
"พี่ก็หิวน้ำเหมือนกัน" คินน์ตอบสั้นๆก่อนจะกวาดสายตามองสาวน้อยตรงหน้าแบบเต็มๆ ตา แล้วก็อดหัวเราะขำออกมาไม่ได้
พิมมี่ในชุดนอนเสื้อกางเกงลายหมีแพนด้าสีชมพูหวานแหววไม่พอยังคาดที่คาดผมหูกระต่ายสีชมพูฟูฟ่องไว้อีกต่างหาก ภาพที่เห็นทำให้ความตึงเครียดในหัวของเขาลดลงมากเลยทีเดียว
พิมมี่เห็นคินน์กำลังหัวเราะขำพอดี เลยถามด้วยความสงสัย"พี่คินน์ขำอะไรอ่ะ?"
"เปล่าค่ะ..." คินน์รีบปฏิเสธกลบเกลื่อนก่อนจะนึกเื่หนึ่งขึ้นได้ เลยรีบถาม "แล้วเ้าปุกปุยยังอยู่ไหม?"
ดวงตาของพิมมี่เป็ประกายขึ้นมาทันที "อยู่สิคะ!มันนอนกับพิมมี่ทุกคืนแหละ"
คินน์ยิ้มบางๆ "มันไม่เก่าหมดแล้วเหรอ ตั้งหลายปีแล้วนะ"
"ไม่เก่าค่ะ พิมมี่ดูแลอย่างดี ลิ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลย!" พูดแล้วพยักหน้ายืนยัน
คินน์ฟังแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ "ขนาดนั้นเชียว?"
"จริงๆ นะคะ! ป้านวลเคยเอาไปซัก พิมมี่โกรธแทบตายเลย..."สาวน้อยพูดพร้อมทำหน้ามุ่ย งอนเหมือนเด็กโดนขัดใจคินน์เห็นท่าทางนั้นก็อดหัวเราะออกมาอีกไม่ได้
พิมมี่มองชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ—พี่คินน์ก็หัวเราะได้เหมือนกันแฮะ
"อยากได้ตัวใหม่ไหมล่ะ เผื่อปุกปุยมันเก่าเยินหมดแล้ว" คินน์ถามต่อ
พิมมี่ส่ายหน้าปฏิเสธทันที "ไม่เอาค่ะ!แค่ปุกปุยตัวเดียวก็พอแล้ว... มันอยู่เป็เพื่อนั้แ่แม่....."พิมมี่ชะงักกึก เหมือนนึกขึ้นได้ แล้วนิ่งเงียบไป
คินน์มองแล้วเข้าใจความรู้สึกนั้นได้ในทันที เขารู้ว่าพิมมี่คงนึกถึงแม่ที่จากไปด้วยอุบัติเหตุคืนนั้นมือเรียวยื่นไปลูบศีรษะสาวน้อยแ่เบาด้วยความสงสาร แล้วอยู่ๆความรู้สึกโหวงเหวงในอกก็กลับมาอีกครั้งเขารู้สึกเหมือนหัวใจกระตุกวูบอย่างแรง คินน์รีบชักมือกลับทันที!
เขามองพิมมี่ด้วยแววตาพิจารณา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ดึกมากแล้ว... พิ่มมี่ขึ้นไปนอนเถอะ เดี๋ยวพี่ปิดไฟข้างล่างเอง"
พิมมี่พูดแล้วยิ้มให้ "งั้นกู๊ดไนท์นะคะพี่คินน์" แล้วก็ถือขวดน้ำเดินกลับขึ้นชั้นบน
คินน์มองตามแผ่นหลังเล็กๆ นั้นไป เขาต้องรู้ให้ได้ว่าไอ้ความรู้สึกโหวงๆแปลกๆ ที่มันเกิดขึ้นนี่ มันคืออะไรกันแน่!