“แกนี่มันน่าผิดหวังเสียจริง!!”
เมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนของ เหยา เฟิง ในเวลานี้ เหยา กวงยี่ ก็อดไม่ได้ที่จะตวาดขึ้นมาเล็กน้อย แม้ว่าบุตรชายของมันจะเป็คนที่มีความสามารถโดดเด่นก็ตาม แต่ระดับความคิด และปัญญานั้นยังห่างจากผู้นำตระกูล เหยา อยู่อีกมาก
เหยา เฟิง ยังมีความสามารถในด้านนี้ไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วนจากมันเสียด้วยซ้ำ จึงเป็เหตุผลใหญ่ที่มันยังอาจไม่มอบอำนาจให้กับบุตรชายคนนี้ได้
“เ้าเคยได้ยินคำพูดที่ว่า พยายามปกปิดความจริง เพื่อให้เปิดเผยมากขึ้น หรือไม่!?”
“อ๊ะ...!!”
เหยา เฟิง คุกเข่าลงไปกับพื้นเมื่อเขาตระหนักความหมายได้ ฉับพลันร่างกายของมันก็สั่นสะท้านขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เห็นเช่นนั้น เหยา กวงยี่ ก็พยักหน้าเบาๆ ด้วยความพอใจ
“ถึงหลายคนจะเห็นข้าและ หวัง หยาน มีความบาดหมางต่อกันที่โรงเตี๊ยม แต่มันก็ยังมีความเป็ไปได้ว่าที่นี่เป็เพียงแค่การหลอกลวงคนภายนอก เมื่อใดก็ตามที่คนอื่นเห็นว่าคนของอ๋อง ซ่ง ยืนอยู่เคียงข้างพวกเรา อ๋อง ซ่ง ย่อมหวาดระแวงคนรอบตัวของมัน ตราบใดที่แผนการนี้สร้างความเคลือบแคลงใจให้เกิดขึ้นได้ มันก็มากพอแล้วที่มันจะคิดว่าตระกูล หวัง ทรยศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแผนการที่ชายแดนเริ่มขึ้น!!”
“การทรยศเป็สิ่งที่ทุกคนรู้ดี ไม่มีใครชอบการกระทำเช่นนั้น แล้วหากว่าอ๋อง ซ่ง รู้ว่าตนถูกทรยศกลายเป็คนเขลา เ้าคิดว่ามันจะกระทำเช่นไร!?”
แววตาของ เหยา กวงยี่ เต็มไปด้วยความเย็นเยียบ กลิ่นอายอันโเี้ของมันทำให้ร่างกายของ เหยา เฟิง สั่นสะท้านหนักขึ้น
แผนการโจมตีจิตใจนั้นยอดเยี่ยมยิ่งกว่าการโจมตีซึ่งๆ หน้า ในแง่ของการทำความเข้าใจของมนุษย์นั้น ตนยังคงห่างชั้นกับบิดาอย่างมาก มันจึงทำได้เพียงคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อรับฟังเท่านั้น
“หวัง หยาน เป็คนตรงไปตรงมา การที่อ๋อง ซ่ง เรียกตัวมันไปพบแบบนี้ หากว่ามันตอบผิดแล้ว บางทีข้าอาจไม่ต้องทำอะไรด้วยซ้ำ!!”
เหยา กวงยี่ จ้องมองออกไปด้านนอกชั่วครู่ด้วยแววตาที่เป็ประกายกล้า เมื่อคืนสติกลับมา มันก็พยุง เหยา เฟิง ให้ยืนขึ้น
“ยืนขึ้น!! เ้าไม่จำเป็ต้องกังวลเกี่ยวกับเื่นี้ พ่อมีเื่สำคัญให้เ้าทำ!!”
“มันคืออะไรหรือ!?”
เหยา เฟิง กล่าวถามออกมาด้วยความประหลาดใจ ยังมีเื่อื่นที่สำคัญกว่าอ๋อง ซ่ง , อ๋อง ฉี และแผนการของบิดาอีกงั้นหรือ
“ข้าคิดว่าเื่ของสองพี่น้องตระกูล หวัง มีบางอย่างไม่ปกติ หากว่ามันเป็แค่เื่บังเอิญก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่ข้ากลัวว่ามันจะไม่ได้เป็เช่นนั้น!!”
เหยา กวงยี่ กล่าวพลางขมวดคิ้วแน่น ดูเหมือนว่ามันจะลำบากใจไม่น้อยที่จะกล่าวออกมา
“นี่......!!”
เหยา เฟิง อุทานขึ้นมาเล็กน้อย มันไม่คิดมาก่อนว่านี่เป็เื่สำคัญที่บิดากล่าวถึง
“สองพี่น้องนั่นเป็เพียงแค่เด็กเท่านั้น ท่านพ่อคิดว่าพวกมันจะมองแผนการของท่านออกหรือ!?”
เหยา เฟิง กล่าวถามออกมาด้วยความสับสน มันไม่คิดมาก่อนว่าบิดาที่มีสติปัญญาเป็เลิศจะหวาดกลัวต่อเด็กเพียงสองคนเช่นนี้
“แม้ว่าพวกมันจะเป็แค่เด็ก แต่เื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในโรงเตี๊ยมก็เป็ฝีมือของพวกมันจริงไหม!?”
เหยา กวงยี่ กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่มืดมน
“แต่ว่ามันก็ไม่น่าจะถึงขนาดนั้น...!!”
เหยา เฟิง ตระหนักดีว่าบุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง นั้นแข็งแกร่งมากเพียงใด แต่มันไม่เชื่อแม้แต่นิดเดียวว่าสองพี่น้องนั่นจะสามารถต่อต้านแผนการของบิดา ที่แม้แต่ หวัง หยาน ยังมองไม่ออกได้
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น เ้าต้องทำตามที่ข้าบอก!!”
เหยา กวงยี่ กล่าวออกมาด้วยเสียงเย็น
“ขอรับท่านพ่อ!!”
แต่เดิมแล้ว เหยา เฟิง ้าปฏิเสธ แต่หลังจากครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่มันก็ยอมรับทันที
มันไม่สามารถรับมือกับบุตรชายคนโต และคนรอง ของตระกูล หวัง ได้ นั่นจึงไม่แปลกที่มันจะพ่ายแพ้ให้กับทั้งสองคนนั้น อย่างไรก็ตาม กระทั่งตอนนี้บุตรคนที่สาม และคนที่สี่ ของตระกูล หวัง ก็ยังเหนือกว่ามันไปแล้ว
ที่โรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลมันถูกทำให้อับอายต่อหน้าทุกๆ คน มันย่อมไม่มีทางปล่อยเื่นี้ให้ผ่านพ้นไปง่ายๆ อย่างแน่นอน แม้ว่าจะไม่มีคำสั่งของบิดา มันก็ต้องหาทางจัดการกับสองพี่น้องคู่นี้ให้ได้อยู่ดี
“ดี!! ข้าก็หวังว่าเ้าจะพูดเช่นนี้!!”
เมื่อเห็นว่าบุตรชายรับคำ สีหน้าของ เหยา กวงยี่ ก็ดีขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าแผนการที่โรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลจะล้มเหลวก็ตาม แต่มันก็ยังมีแผนการที่ชายแดนอยู่อีก
แม้ว่าสองพี่น้องตระกูล หวัง จะสามารถขัดขวางแผนการโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลได้ก็ตาม แต่ เหยา กวงยี่ ก็เชื่อว่าไม่มีทางที่สองพี่น้องนั่นจะสามารถขัดขวางแผนการที่ชายแดนได้
ถึงจะเป็เช่นนั้น แต่ความปลอดภัยย่อมดีกว่าเกิดปัญหา หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ผ่านมาของโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล มันก็เลือกที่จะดำเนินแผนการอย่างรอบคอบมากขึ้น
“จำเอาไว้ให้ดี ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เ้าต้องจับตาดูพวกมันเอาไว้ หากมีการเคลื่อนไหวใดๆ ให้รายงานต่อข้าทันที!!”
“ขอรับท่านพ่อ!!”
เหยา เฟิง พยักหน้ารับ
....................
หวัง หยาน นั่งตัวตรงนิ่งไม่ไหวติงภายในรถม้าขณะที่มุ่งหน้าตรงไปยังตำหนักอ๋อง ซ่ง แต่ทว่าหัวใจของเขากลับเต็มไปด้วยความว้าวุ่น
คำกล่าวของ หวัง ชง ภายในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล ได้ฝังลึกลงไปในห้วงความคิดของเขา
แต่เดิมแล้ว หวัง หยาน ไม่เชื่อคำกล่าวทั้งสองสิ่งของ หวัง ชง แม้แต่นิดเดียว แต่เมื่อมันประจักษ์ออกมาต่อหน้าของเขาเช่นนี้ ก็มีเพียงทางเดียวนั่นคือเขาต้องเชื่อคำกล่าวนั้น
เขาเพิ่งได้พบกับอ๋อง ซ่ง ไม่นานก่อนหน้านี้ และไม่คาดหวังว่าอ๋อง ซ่ง จะเรียกพบอีกครั้งทันทีที่ก้าวออกมาจากโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล
ทั้งหมดนี้ถูกกล่าวเอาไว้โดย หวัง ชง อย่างแม่นยำ
หวัง หยาน ไม่อาจเข้าใจได้ว่าเหตุใด หวัง ชง จึงได้รับรู้เื่เหล่านี้ แต่นั่นไม่ใช่เื่สำคัญแต่อย่างใด เขาค่อนข้างใส่ใจกับปัญหาอื่นมากกว่า
“ข้าสงสัยว่าท่านอ๋อง ซ่ง จะเรียกพบข้าเพราะเื่ของ เหยา กวงยี่ หรือเปล่า!?”
หวัง หยาน ครุ่นคิด
เขามีชีวิตอยู่อย่างซื่อตรง และโปร่งใส ก่อนที่เขาจะทำอะไรก็ตาม เขาจะทำทุกอย่างด้วยความมั่นใจ ว่าสุดท้ายแล้วจะไม่ตกเป็ที่ติฉินนินทาจากคนภายนอก การพบปะกับ เหยา กวงยี่ เป็เพียงแค่การดื่มโดยไม่ได้กล่าวถึงเื่ใดๆ ทั้งสิ้น
ตระกูล หวัง รับใช้ราชวงศ์ ซ่ง มาหลายชั่วอายุคน ดังนั้น หวัง หยาน จึงไม่คิดว่าอ๋อง ซ่ง จะเคลือบแคลงในความภักดีของเขาด้วยเื่เล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันจะเป็เื่จริงหรือไม่ ทุกอย่างข้าจะได้ประจักษ์เห็นเอง!!”
หวัง หยาน สูดหายใจเข้าปอดลึก เขาเปิดม่านของรถม้าออกพร้อมกับก้าวออกมาด้านนอกด้วยความมั่นคง
ห่างออกไปไม่ไกลนักมีตำหนักหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ยิ่งประตูด้านหน้ายิ่งมีขนาดใหญ่อย่างมาก ป้ายบนขอบของประตูถูกเขียนด้วยตัวอักษรสีทองอร่ามเอาไว้ว่า ตำหนักอ๋อง ซ่ง
หวัง หยาน เดินตามหลังผู้ตรวจการาุโไปอย่างใกล้ชิด พวกเขาเดินผ่านสวนดอกไม้ด้านหน้าตรงไปยังห้องโถงใหญ่ภายในตำหนักอ๋อง ซ่ง อย่างรวดเร็ว
ภายในห้องโถงไม่มีใครอื่นนอกจากชายร่างกายกำยำนั่งอยู่เงียบๆ ภายในนั้น แม้ว่าเขาจะนั่งอยู่เงียบๆ แต่กลับสามารถมองเห็นความสง่างามที่เปล่งประกายออกมารอบตัวเขาได้อย่างชัดเจน แน่นอนว่าคนผู้นี้ก็คือ อ๋อง ซ่ง ที่ทรงอำนาจแห่งอาณาจักรต้าถัง
“กระหม่อม หวัง หยาน คำนับท่านอ๋อง ซ่ง!!”
หวัง หยาน ก้าวออกไปด้านหน้าพร้อมกับคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยเสียงที่ดังฟังชัดจนก้องกังวานไปทั่วทั้งห้องโถง
ภายในห้องโถงเงียบลงอย่างรวดเร็ว นอกจากอ๋อง ซ่ง แล้วภายในห้องก็ไม่มีใครอื่นอีก
อ๋อง ซ่ง นั่งอยู่บนพระที่นั่งภายใต้เงามืดด้านหน้า หวัง หยาน ด้วยความเงียบสงบของเขาในตอนนี้มันยากมากที่จะบอกได้ว่าเขานั่งอยู่ที่นั่นมานานมากเพียงใดแล้ว
ผ่านไปนาน หวัง หยาน ก็ยังไม่ได้รับคำตอบรับจากอ๋อง ซ่ง นั่นทำให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยสัญชาตญาณ หลังจากที่พบว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับอ๋อง ซ่ง
“โอ้ หวัง หยาน เ้ามาแล้วหรือ!!”
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ก็ดูเหมือนว่าอ๋อง ซ่ง จะหลุดออกจากภวังค์ได้ในที่สุด เมื่อสังเกตเห็น หวัง หยาน จึงได้รีบกล่าวออกมาทันที
หวัง หยาน ขมวดคิ้วแน่นด้วยความกังวล ดูเหมือนว่าอ๋อง ซ่ง จะมีหลายสิ่งหลายอย่างให้ครุ่นคิดภายในใจของเขาวันนี้
“ขอรับ!! ฝ่าาเรียกหาข้าเช่นนั้นหรือ?!!”
หวัง หยาน กล่าวถาม
ห้องโถงเงียบลงอีกครั้ง อ๋อง ซ่ง ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา และ หวัง หยาน ก็รอคอยคำตอบรับสำหรับเขา ั้แ่ต้นจนมาถึงตอนนี้ เขายังไม่สามารถเข้าใจได้ด้วยซ้ำว่าเหตุใดอ๋อง ซ่ง จึงได้ให้ผู้ตรวจการาุโตามตัวเขามาพบเช่นนี้
ความเงียบยังคงดำเนินต่อไปอีกชั่วครู่
“ข้าได้ยินมาว่า..........เหยา กวงยี่ เชิญเ้าไปทานอาหารที่โรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลจริงหรือ!?”
อ๋อง ซ่ง ลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะกล่าวถามออกมา อีกทั้งดูเหมือนว่าคำกล่าวเหล่านี้จะบั่นทอนจิตใจของเขาเป็อย่างมาก เพราะแต่ละคำนั้นเขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเป็พิเศษ
***** ตูมมมมมม *****
คำกล่าวของอ๋อง ซ่ง เปรียบได้กับหินก้อนใหญ่ที่โยนลงไปบนผิวน้ำอันเรียบเนียนในหัวใจของ หวัง หยาน
เหยา กวงยี่!!
หวัง หยาน ไม่เชื่อคำกล่าวของ หวัง ชง แม้แต่นิดเดียว มาบัดนี้ อ๋อง ซ่ง กลับส่งผู้ตรวจการาุโไปตามตัวเขามาอย่างเร่งด่วนเพราะเื่ของ เหยา กวงยี่
การนัดพบระหว่างเขาและ เหยา กวงยี่ นั้นมีเพียงการดื่มร่วมกันเท่านั้น ไม่ได้มีสิ่งใดแอบแฝง นอกจากนี้ ตระกูล หวัง ยังรับใช้ราชวงศ์ ซ่ง อย่างซื่อตรงมาหลายชั่วอายุคน ดังนั้น หวัง หยาน จึงไม่เชื่อว่าอ๋อง ซ่ง จะหวาดระแวงความภักดีของเขาด้วยเื่เล็กๆ เช่นนี้
แม้ว่าจะเป็เช่นนั้น แต่ความจริงก็ได้ประจักษ์ต่อสายตาของเขา ทุกสิ่งเป็ไปตามคำกล่าวของ หวัง ชง ที่กล่าวว่าอ๋อง ซ่ง สงสัยในความภักดีของตน
หัวใจของ หวัง หยาน พลันหนักอึ้งขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ขอรับ!!”
หวัง หยาน กล่าวตอบออกไปอย่างไม่ลังเล นั่นแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้ทำสิ่งใดผิด จึงไม่มีเหตุผลใดต้องปิดบัง
“แล้วเ้าได้คุยอะไรกับ เหยา กวงยี่!?”
อ๋อง ซ่ง ลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะกล่าวถามอีกครั้ง และดูเหมือนว่าจะมีน้ำเสียงแปลกๆ ภายในคำกล่าวของเขาออกมาด้วยเช่นกัน
เมื่อได้ยินคำถามของอ๋อง ซ่ง คลื่นภายในหัวใจของ หวัง หยาน ก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
นี่เป็เื่ที่สอง!!
นี่เป็เื่ที่สองที่ หวัง ชง กล่าวได้ถูกต้อง!! หัวใจของ หวัง หยาน เต็มไปด้วยความสับสน หวัง ชง บุตรชายของเขาที่เป็เพียงแค่คนเสเพลมาโดยตลอด เขาจึงไม่เชื่อคำกล่าวภายในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลแม้แต่นิดเดียว
ในเวลานี้ หวัง หยาน ไม่กล้าคิดเช่นเดิมอีกต่อไป
“เหยา กวงยี่ ้าดึงกระหม่อมเข้าไปเป็พวก แต่กระหม่อมได้ปฏิเสธเขาไปแล้วขอรับ!!”
หวัง หยาน กล่าว
หากเป็สถานการณ์ปกติแล้ว หวัง หยาน ไม่มีทางกล่าวออกมาเช่นนี้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เมื่อตระหนักได้ว่าอ๋อง ซ่ง แคลงใจในความภักดีของตนเพราะ เหยา กวงยี่ เช่นนี้ หวัง หยาน จึงไม่กล้าเสี่ยงมากเกินกว่านี้
***** ฮู่วววววว *****
เสียงลมหายใจดังขึ้น ความตึงเครียดภายในห้องโถงก็ลดลงพร้อมกับเสียงกล่าวของ หวัง หยาน
“เป็เช่นนั้นหรือ!?”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงของอ๋อง ซ่ง มันทำให้ หวัง หยาน ััได้ถึงแรงกดดันที่กวาดออกมาอย่างชัดเจน
“ที่จริงกระหม่อมได้แจ้งเื่นี้ให้พระองค์ทราบก่อนแล้วขอรับ!!”
ความคิดบางอย่างพุ่งขึ้นมาในหัวใจของ หวัง หยาน เขารีบกล่าวขึ้นมาทันที
“โอ้!?”
ร่างกำยำของอ๋อง ซ่ง ยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่เป็ครั้งแรกที่ใบหน้าของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนั้แ่เริ่มการสนทนาขึ้น “เ้าแจ้งให้ข้าทราบแล้วงั้นรึ!?”
“จริงๆ แล้วกระหม่อมไม่ได้กล่าวกับฝ่าาโดยตรง แต่ได้เขียนจดหมายส่งมาให้ฝ่าาเมื่อวันก่อนหลังจากที่มาพบฝ่าา หรือว่าจดหมายจะยังมาไม่ถึง?!!”
หวัง หยาน รู้สึกประหลาดใจต่อท่าทีของอ๋อง ซ่ง ย้อนกลับไปในวันที่ หวัง ชง แนะนำให้เขาบอกเื่ที่จะไปพบกับ เหยา กวงยี่ ต่ออ๋อง ซ่ง นั้น แต่เดิมแล้วเขาคิดว่ามันไม่จำเป็ต้องทำเช่นนั้น แต่เขาก็ยังเขียนจดหมายขึ้นมาอยู่ดี
เขาไม่ได้คาดหวังว่าอ๋อง ซ่ง จะไม่ได้รับจดหมายของเขา
“ผู้ตรวจการเจิ้ง ลองตรวจสอบดูสิ!!”
อ๋อง ซ่ง ขมวดคิ้วแน่น เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับเื่นี้
ผู้ตรวจการเจิ้ง ก้าวออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานหลังจากนั้นเขาก็กลับมาพร้อมกับกระซิบบางอย่างไปที่ข้างหูอ๋อง ซ่ง
แม้ว่า หวัง หยาน จะไม่สามารถบอกได้ว่าผู้ตรวจการาุโกล่าวสิ่งใดให้กับอ๋อง ซ่ง ฟังก็ตาม แต่จากสีหน้าที่ผ่อนคลายลงของอ๋อง ซ่ง ในตอนนี้มันก็ทำให้เขาคลายความเครียดลงไปได้อย่างมาก เขาดีใจไม่น้อยที่ฟังคำแนะนำของ หวัง ชง จนเขียนจดหมายขึ้นมา
ไม่เช่นนั้นแล้วคงเป็เื่ยากที่เขาจะอธิบายออกมาด้วยตัวเองในสถานการณ์เช่นนี้
“มีเื่นี้จริงๆ ่นี้ข้าวุ่นอยู่กับงานหลายๆ ส่วนจนไม่ได้ดูมัน เป็ความผิดพลาดของข้าเอง!!”
อ๋อง ซ่ง กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
“ฮ่าๆ ....ทั่วไปแล้วคงเป็เื่ยากที่จะหาโอกาสกลับมายังเมืองหลวง ย่อมไม่ง่ายที่จะได้พบกับเ้าเช่นนี้ ดังนั้นข้าจะได้ให้ผู้ตรวจการเจิ้งไปตามเ้ามาพบ ......แล้วทางค่ายเป็เช่นไรบ้าง!?”
อ๋อง ซ่ง กล่าวพร้อมก้าวลงมาจากที่นั่งอย่างช้าๆ เผยให้เห็นชายวัยกลางคนที่ดูสง่างาม
ใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความสุภาพ และเป็มิตร ราวกับว่าไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นในก่อนหน้านี้
“ขอบพระทัยฝ่าา ทุกอย่างเป็ไปด้วยดี!!”
หวัง หยาน เป็ทหารเต็มตัว เมื่อได้ยินผู้เป็เ้านายกล่าวถามถึงสถานการณ์ของชายแดน เขาจึงกล่าวทุกอย่างออกมาทั้งหมดโดยไม่ได้ปิดบัง มันจึงทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างมาก
ตระกูล หวัง เป็พันธมิตรอันดีกับ อ๋อง ซ่ง มาโดยตลอด เมื่อกล่าวถึงเื่ที่น่าสนใจออกมาพวกเขาทั้งสองจึงพากันหัวเราะได้อย่างสนิทใจ
หลังจากนั้นสี่ชั่วยามต่อมา หวัง หยาน ก็ได้ออกมาจากตำหนักอ๋อง ซ่ง ในที่สุด
.................................