29 | สามขุนพลแห่งยูโดซัน
ไฮไลต์สำคัญของงานสยามยูโดคัพมาถึงใน่เย็น บรรดาโคชของสถาบันต่าง ๆ เริ่มทยอยเปลี่ยนชุดเป็ชุดยูโดสีขาวและน้ำเงินเพื่อเตรียมลงแข่งประเภททีม ท่ามกลางการรุมล้อมพร้อมเชียร์ของเหล่านักกีฬาลูกศิษย์ กองเชียร์ และสื่อมวลชนมากมาย
ในการแข่งขันประเภททีมนั้น หนึ่งทีมจะมีผู้เล่นสามคน มือที่หนึ่งเป็ผู้เล่นน้ำหนักตัวน้อยสุด มือที่สองมีน้ำหนักมากขึ้น และมือที่สามเป็ผู้เล่นน้ำหนักมากที่สุด น้ำหนักรวมของทั้งสามคนจะไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ ส่วนกติกาการแข่งขันเป็แบบทีมขุนพลคือ ผู้เล่นมือหนึ่งมาแข่งขันกัน ฝ่ายชนะจะได้แข่งต่อกับมือที่สองของฝ่ายแพ้ หากเสมอก็ลงทั้งคู่ แล้วให้มือถัดไปขึ้นมาแข่ง เป็เช่นนี้จนกว่าจะมีทีมใดหมดนักกีฬาไป ทีมที่นักกีฬาเหลือก็เป็ฝ่ายชนะ
ดังนั้นนักยูโดที่แข่งประเภททีมขุนพลจึงต้องอึดและแข็งแรง เพราะถ้าชนะก็ต้องแข่งต่อเนื่องกับผู้เล่นที่น้ำหนักมากกว่าและร่างกายสดใหม่กว่า เท่ากับว่ายิ่งชนะยิ่งต้องเจอคู่ต่อสู้ที่โหดหินขึ้นนั่นเอง
ทอรุ้งไปลากเพลงพนัสมายืนข้างสนามด้วยกันเมื่อทีมขุนพลของยูโดซันซึ่งได้แก่ โคชโยฮันน์ โคชแสนย์ และโคชโอห์ม เตรียมพร้อมลงแข่งในชุดยูโดสีน้ำเงิน เพื่อนสาวของเธอตอนนี้มีอาการแปลกชอบกล ทั้งเหม่อลอย หน้าแดง จูงไปไหนก็ไป และยังเอาแต่ละเมอพร่ำเพ้อว่า ‘แก เขาจำฉันได้’ ซ้ำไปซ้ำมาอีก แต่ทอรุ้งก็ไม่ได้ซักไซ้หาความหมายเพราะเวลานี้ตื่นเต้นกับการแข่งขันตรงหน้ามากกว่า
การแข่งขันระหว่างยูโดซันกับเดอะไฟเตอร์เริ่มขึ้น มือแรกของทั้งสองทีมสู้กันอย่างเต็มกำลัง ไล่ชิงจับกันทั่วสนาม งัดเทคนิคท่าทุ่มต่าง ๆ มาใช้พัลวัน แต่ฝ่ายถูกทุ่มก็มีปฏิกิริยาหลบหลีกว่องไว จนกระทั่งนาทีสุดท้ายก่อนหมดเวลา ฝ่ายเดอะไฟเตอร์เอาชนะไปได้ด้วยคะแนนสองวาซาอาริรวมเป็หนึ่งอิปป้ง ขณะที่โคชโยฮันน์ทำได้แค่หนึ่งวาซาอาริ
ทอรุ้งระบายลมหายใจที่เก็บกลั้นไว้ ถึงแม้โคชโยฮันน์จะพ่ายไป แต่เทคนิคอันแพรวพราวของเขาก็ได้ประจักษ์ต่อสายตาผู้ชมมากมาย และแน่นอนว่าโคชได้สูบพลังของเดอะไฟเตอร์มือแรกไปไม่น้อย ย่อมเป็ผลดีต่อขุนพลมือที่สองอย่างชัชแสนย์
เวลาต่อมา ชัชแสนย์ในชุดยูโดสีน้ำเงินคาดสายสีน้ำตาลปลายดำก็เริ่มลงสนามสู้กับมือแรกของเดอะไฟเตอร์ แล้วการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วพลิ้วไหวดุจสายน้ำก็ปรากฏขึ้นกลางสนามแข่งขัน บางครั้งแข็งกร้าว บางครั้งเบาบาง ไม่เน้นใช้แรงโหมกระทำ แต่อาศัยจังหวะ ความสมดุล และความเฉลียวฉลาด รวมถึงปฏิภาณไหวพริบในการเข้ารุกและถอยรับ ตามสไตล์การเล่นของชายหนุ่มนามว่าชัชแสนย์แห่งยูโดซัน
“ฉันชอบดูพี่แสนย์เล่น” ทอรุ้งเอ่ยขึ้น แม้จะไม่แน่ใจนักว่าคนที่ยืนเหม่อลอยอยู่ข้าง ๆ ฟังอยู่หรือเปล่า “ท่าของพี่แสนย์สวย แกนึกออกไหมว่าอย่างฉันเป็มือใหม่ เอาแค่ให้ได้ทุ่ม และทุ่มให้รอดก็เก่งแล้ว แต่คนที่ฝึกมานาน เจนสนามมาก ๆ เขาจะจัดท่าได้สมบูรณ์ หลังไม่งอ ดูแล้วสง่างามเหมือนเ้าชายเลย”
“เ้าชายยูโดสินะ” คำรำพันที่เปล่งมา แสดงให้รู้ว่าแม่คุณยังฟังอยู่
คู่แข่งขันทั้งสองชิงจับกันอยู่ครู่ ฝ่ายน้ำเงินก็จับสาบเสื้อของอีกฝ่ายได้ก่อน ชัชแสนย์กระชากแรง แต่ยังไม่ทุ่มในทันที ลากคุมจังหวะจนฝ่ายตรงข้ามเสียเปรียบ จากนั้นจึงจัดการทุ่มด้วยท่าถนัดซึ่งเธอเคยเห็นเขาซ้อมให้พวกนักกีฬาในโรงเรียนเป็ประจำ
เพียงนาทีเศษชัชแสนย์ก็ปราบมือแรกของฝ่ายตรงข้ามได้สำเร็จ ได้รับสิทธิ์ยืนต่อเพื่อแข่งกับมือที่สองของเดอะไฟเตอร์
พอการแข่งเริ่มขึ้น ทั้งสองก็ออกสเตปชิงจับเสื้อ กระชากกันไปมา พยายามทุ่มกันหลายครั้ง แต่ต่างฝ่ายต่างก็เบี่ยงหลบไม่ให้ขึ้นหลังได้ จึงยังไม่มีใครสามารถเอาอีกฝ่ายลงได้อย่างเด็ดขาด
ฝ่ายคู่แข่งจับสาบเสื้อของชัชแสนย์ได้บ้าง แต่ชายหนุ่มก็พยายามสลัดให้หลุด พร้อมกันนั้นเขาคว้าปลายแขนเสื้อสีขาวของอีกฝ่ายไว้ได้ แล้วบิดรัดจนเป็การล็อกมือขวาให้ใช้การไม่ได้ชั่วขณะ
ต่างฝ่ายต่างลากกันไปรอบสนามเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าจังหวะของตน แต่ก็ยังยื้อยุดขัดขืนกันไว้ได้ ทันใดนั้นเอง นักกีฬาจากเดอะไฟเตอร์เข้าเกี่ยวขาวูบอย่างรวดเร็วจนชัชแสนย์เกือบล้ม แต่มือที่ยังจับแขนเสื้ออีกฝ่ายไว้เหนียวแน่นช่วยให้ทรงตัวไหว วิกฤติพลิกกลับเป็โอกาสเพราะแรงเหวี่ยงทำให้เขาคว้าจับคอเสื้อขาวได้ เ้าชายยูโดของลูกไม้ไม่รีรอ จัดการทุ่มทันที
ไม่พลาด ชัยชนะในรอบนี้เป็ของยูโดซัน ชัชแสนย์สวมกอดกับคู่ต่อสู้ชุดขาวหลวม ๆ ก่อนจะแยกออกมาโค้งเคารพกัน
“แก...ฉันอยากเป็คู่ต่อสู้ของคุณแสนย์” เพลงพนัสส่งเสียงเบาหวิวคล้ายละเมอ
“หือ ทำไมล่ะ”
“พอแข่งเสร็จเขาจะได้เดินมากอด”
ทอรุ้งหัวเราะขำ อยากให้คนแข่งมาได้ยินเองซะจริง ๆ
“แต่แกต้องโดนเขาทุ่มไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเลยนะ”
สายตาของลูกไม้ยังทอดมองไปยังนักยูโดชุดสีน้ำเงินอย่างหลงใหล “ฉันยอม”
“โอ๊ย อีซาดิสม์ มาเรียนยูโดเลยมา”
คราวนี้เพลงพนัสไม่ตอบ เพียงทำตาซึ้งอยู่เหมือนเดิม
เมื่อมือสองแพ้ไปแล้ว เดอะไฟเตอร์ก็ต้องส่งนักกีฬาคนสุดท้ายลงมา ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ซึ่งปรากฏตัวในสนามแข่งคล้ายจะเรียกสติของเพลงพนัสกลับมา
“เอ๊ะ นั่นพี่โชตินี่”
“แกรู้จักด้วยเหรอ” ทอรุ้งค่อนข้างประหลาดใจเมื่อเพื่อนรู้จักคนในวงการยูโดด้วย
“รู้จักสิ ฉันกับพี่โชติเคยทำแล็บด้วยกัน เห็นว่าเปิดโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ แต่ฉันไม่นึกว่าพี่เขาจะแข่งด้วย เอ๊ะ สายดำด้วยนี่”
“ใช่” ทอรุ้งยื่นหน้าไปกระซิบ “เขาว่าคนนี้ตัวเต็งเลยนะจะบอกให้”
การแข่งขันรอบใหม่เริ่มต้นขึ้นโดยเป็การพบกันระหว่างสองเ้าของสถาบัน โชติจากเดอะไฟเตอร์กับชัชแสนย์จากยูโดซัน โชติชิงจับเสื้อและเข้าทำอยู่หลายครั้ง แต่ชัชแสนย์ยังยันทรงตัวได้อย่างเหนียวแน่น ไม่ยอมลงให้โดยง่าย แม้จะเริ่มหายใจหอบด้วยความเหนื่อยล้าก็ตาม
ผ่านไปครู่หนึ่งชัชแสนย์ก็ไล่จับเสื้อจนมาถึงสาบเสื้อของอีกฝ่ายสำเร็จ กระชากกดโชติไม่ให้ยืดตัวได้ พอได้จังหวะก็เข้าทุ่มสุดแรง ทว่าโชติยังยันกายไว้ได้ เพียงแค่ปัดเป๋ไปเท่านั้น ชัชแสนย์อาศัยความว่องไวกระชากกลับให้หงายหลัง ในเมื่อทุ่มข้างหน้าไม่ได้ ก็ต้องทุ่มไปข้างหลัง
ฝ่ายสีขาวแม้จะเสียหลักจนเกือบหลังแตะพื้น ก็ยังพยายามยื้อยุดฉุดกระชาก จนกลายเป็ว่าเขาสามารถกดชัชแสนย์ให้นอนหงายและเข้าท่าล็อกได้สำเร็จ
กรรมการขานเริ่มนับเวลา ฝ่ายสีน้ำเงินซึ่งถูกกดอยู่ข้างใต้ก็พยายามดิ้นให้หลุดจากการล็อก ทอรุ้งรู้ว่านั่นไม่ใช่การดิ้นรนแบบเอาตัวรอดซึ่งจะทำให้เปลืองแรงเปล่า แต่เป็การดิ้นตามหลักการหาจังหวะและถ่ายเทน้ำหนักอย่างที่เขาเคยสอนเธอ ทว่าตอนนี้โคชแสนย์มีเวลาแค่ไม่ถึงยี่สิบวินาทีเท่านั้นที่ต้องพาตัวเองกลับมาคว่ำให้ได้ มิฉะนั้นจะต้องแพ้ด้วยคะแนนอิปป้ง
ท่ามกลางสายตากองเชียร์ซึ่งจับจ้องมาเป็จุดเดียว แทบกลั้นใจลุ้นวินาทีต่อวินาที ก็เหมือนมีพละกำลังมหาศาลซึ่งชัชแสนย์เก็บไว้เป็ก๊อกสองเพื่อเปิดใช้ในยามฉุกเฉินขีดสุด ชายหนุ่มอ้อมจับสายคาดเอวข้างหลังโชติ แล้วออกแรงฮึดจับอีกฝ่ายพลิกข้ามตัวมานอนหงาย แล้วขึ้นมากดล็อกต่อโดยที่เขาเป็ฝ่ายอยู่ข้างบนบ้าง เรียกเสียงฮือฮาจากกองเชียร์ทันที
ทอรุ้งเองก็เผลอร้องโอ้โฮออกมาซะลั่น ทั้งที่เขาแข่งต่อเนื่องมาตั้งสองเกมแล้ว กล้ามเนื้อย่อมอ่อนล้าไปมาก และครั้งนี้ยังเจอคู่ต่อสู้น้ำหนักตัวมากกว่า สูงใหญ่กว่า ร่างกายสดใหม่กว่า แล้วโคชแสนย์เอาแรงมาจากไหนถึงทำแบบนี้ได้
แม้จะตกเป็ฝ่ายตั้งรับเสียเป็ส่วนใหญ่ แต่ชัชแสนย์ยังคงสู้ต่อสุดพลังจนถึงวินาทีสุดท้าย เมื่อหมดเวลาการแข่งขันสี่นาที ทั้งสองฝ่ายเสมอด้วยคะแนนหนึ่งวาซาอาริเท่ากัน จึงผ่านไปสู่การต่อเวลาเพื่อชี้ขาดผลแพ้ชนะที่เรียกว่า ‘โกลเดนสกอร์’
่โกลเดนสกอร์นี้ กติกามีอยู่ว่าหากฝ่ายใดสามารถทำคะแนนได้ ไม่ว่าจะอิปป้งหรือวาซาอาริก็ชนะไปเลย หรือหากมีใครโดนโทษขั้นหนักที่เรียกว่า ‘ฮันโซกุมาเกะ’ อีกฝ่ายก็ชนะไปเลยเช่นกัน การแข่งขันระหว่างชัชแสนย์กับโชติใน่เวลาบีบเค้นหัวใจสูงสุดนี้ดำเนินไปถึงสองนาทีเศษ ก่อนที่โชติจะเข้าท่าเกี่ยวขาและทุ่ม ชัชแสนย์พลิกหลบได้ แต่ไม่อาจต้านแรงไว้ได้ทั้งหมดจึงล้มลงบนเบาะในลักษณะกึ่งหงาย ่แผ่นหลังฝั่งซ้ายััเบาะ แพ้ไปด้วยคะแนนวาซาอาริอย่างน่าเสียดาย
ท่ามกลางเสียงปรบมือฮือฮาจากกองเชียร์ทั้งสองฝั่งสนาม นักยูโดทั้งสองลุกขึ้นมาโค้งเคารพกัน แล้วชัชแสนย์ก็แยกออกจากสนามไป ร่างสูงใหญ่อันชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและหน้าอกแกร่งสะท้อนขึ้นลงภายใต้เสื้อยูโดสีน้ำเงินนั้น บอกให้รู้ว่าเื้ัการสู้สุดตัวสุดหัวใจ เขาเองก็เหน็ดเหนื่อยไม่น้อย
มือที่สองแพ้ไปแล้ว ก็ถึงคราวอามันต์หรือโคชโอห์มผู้เป็ขุนพลมือสุดท้ายต้องมาแข่งแทน ทอรุ้งแอบตื่นเต้นลึก ๆ เพราะอยากเห็นฝีไม้ลายมือของครูตัวเองมานานแล้ว เพิ่งมีโอกาสได้ดูเต็มตาก็วันนี้
แต่ชายหนุ่มผู้เป็โคชประจำตัวของเธอ บัดนี้กลับยืนเงียบขรึมเพียงลำพังอยู่ข้างสนาม จะว่ากำลังทำสมาธิก็อาจจะใช่ แต่ยังไงก็ดูนิ่งผิดวิสัยไปหน่อย
ฝั่งเดอะไฟเตอร์ เยื้องไปด้านหลังของโชติซึ่งยืนตระหง่านบนเบาะพร้อมสู้ มีสาวลูกครึ่งฝรั่งผมบลอนด์ทอง ร่างอวบอัดขาวผ่องคอยส่งเสียงเชียร์ไม่ห่าง ทอรุ้งหันมาอีกที โคชโอห์มเบือนหน้าไปอีกทาง ส่วนยูโดซันคนอื่น ๆ ก็พากันเงียบกริบราวกับนัดกันไว้
กระทั่งกรรมการทำสัญญาณมืออีกครั้งให้นักยูโดมือต่อไปลงสนามแข่งขัน โคชโอห์มจึงก้าวเข้าไปเผชิญหน้า แล้วผู้เล่นทั้งสองก็โค้งคำนับกันเงียบงัน
ทอรุ้งพยายามจับสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้น ก่อนจะรี่ไปสะกิดแขนป้อม ๆ ของผู้รู้เบื้องลึกเื้ัของยูโดซันเหมือนเป็ผู้ก่อตั้งอย่างไรอย่างนั้น
“เกิดอะไรขึ้นน่ะมะกอก มันต้องมีอะไรแน่ ๆ ใช่ไหม”
สาวสุพรรณร่างป้อมยังอึก ๆ อัก ๆ ทอรุ้งจึงถอนใจใหญ่ “เล่ามาเถอะน่า ถึงขั้นนี้แล้ว จะให้พี่ไปถามโคชโอห์มเองหรือไงฮะ”
มะกอกมีท่าทีลังเลอยู่ครู่ ในที่สุดก็ยอมพูดแต่โดยดี กวักมือให้เธอเอาหูไปใกล้ ๆ
“คือว่า...ผู้หญิงฝรั่งคนนั้นน่ะจ้ะพี่รุ้ง” แม่บ้านสาวน้อยกระซิบกระซาบ “แฟนเก่าพี่โอห์ม”
ทอรุ้งเบิกตาอ้าปากค้าง แม้แต่จะอุทานใก็ยังร้องไม่ออก
“ชื่อนาเดีย รักกันมาตั้งนาน ตอนแข่งสยามยูโดคัพปีที่แล้วพี่โอห์มก็แข่งกับคนชื่อโชติในมือสุดท้ายแบบนี้แหละ แต่ตอนนั้นพี่โอห์มแพ้ แล้วยังไงไม่รู้ พี่นาเดียก็เลิกแล้วไปคบกับนายโชตินั่นเฉยเลย พี่โอห์มงี้อกหักปางตาย หนูไม่อยากจะเมาท์”
ทอรุ้งหันขวับไปมองโคชตัวโตของเธออีกครั้ง เขามีสีหน้าเรียบเฉยจนน่าจะเรียกว่าเฉยชา หญิงสาวเดาไม่ได้เลยว่าในหัวใจของผู้ชายตัวโตคนนั้นมีความรู้สึกใดซ่อนอยู่
“แข่งสยามยูโดคัพปีนี้ พี่โอห์มเลยตั้งความหวังไว้มากว่าต้องชนะนายโชตินั่นให้ได้ และนักกีฬายูโดซันทุกคนก็ต้องชนะนักกีฬาเดอะไฟเตอร์ให้ได้ด้วย เขาคงอยากแก้แค้นละมั้งที่แพ้แล้วถูกแย่งแฟน”
ทอรุ้งเพิ่งตระหนักเดี๋ยวนี้เองว่า ที่โคชโอห์มฝึกซ้อมนักกีฬาทุกคนอย่างหนัก แล้วเธอเข้าใจว่าเขาทำไปด้วยสปิริตการต่อสู้สุดความสามารถ เพื่อสร้างเกียรติยศให้ตนเองและสถาบันนั้น ความจริงแล้วมันไม่ใช่
หรือหากจะใช่ มันก็ไม่ทั้งหมด เพราะเื้ัที่แท้จริงก็คือผู้หญิงลูกครึ่งฝรั่งคนนั้นต่างหาก
พอนึกย้อนไปอีกขั้น หญิงสาวก็พบคำตอบว่าเพราะเหตุใดตนเองซึ่งเป็นักเรียนใหม่ถึงต้องเรียนกับโคชโอห์มเป็พิเศษ แทนที่จะเป็โคชแสนย์ผู้รับผิดชอบคลาสยูโดเบื้องต้น นั่นก็เพราะเขาตั้งใจปั้นเธอขึ้นมาเป็เครื่องมือแก้แค้นนายโชตินั่นเอง
อาการชาวูบแล่นจับขั้วหัวใจ พลันขอบตาก็ร้อนผะผ่าว ทอรุ้งยกมือปาดน้ำตาบนแก้มลวก ๆ เ้าหยดน้ำตาไหลลงมาั้แ่เมื่อไรก็ไม่รู้ แต่ทั้งที่เ็ปจนอยากจะเดินหนีออกนอกโรงยิมให้รู้แล้วรู้รอดไป เธอกลับเป็ห่วงเขามากกว่า...ชายหนุ่มชุดน้ำเงินร่างสูงใหญ่คนนั้น
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
คุณแสนย์เท่สุดยอดไปเลยอ้ะ โคชโอห์มก็ด้วย อิ๊อิ๊ ว่าแต่...เห็นโคชโอห์มเศร้าอกหักแบบนี้ ใจหายไปด้วยเลย
กอด ๆ น้าาา