คลื่นรักสุดทางใจ (ซีรีย์ในชุดเนื้อคู่)

    เล่ม 1 - 8 - ปากแข็ง




            [โรงพยาบาล]

            หลังจากที่กัปตันชำระค่าบริการต่างๆ แทนโบ๊ทเรียบร้อยแล้ว กัปตันก็รับยาจากเ๽้าหน้าที่เภสัช ก่อนจะเดินนำโบ๊ทออกจากห้องรับยามาจนถึงประตูทางออกโดยมีโบ๊ทเดินกะเผลกขาตามกัปตันออกไปติด ๆ

            "เดี๋ยวกัปตัน?"

            กัปตันหยุดนิ่งพร้อมกับหันมาชักสีหน้าหงุดหงิดเมื่อเขาได้ยินเสียงเรียกของโบ๊ท

            "มีอะไรอีก?"

            "เงินที่คุณจ่ายไปเมื่อกี้เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะหาเงินมาใช้คืนให้นะครับ"

            โบ๊ทบอกพร้อมกับเดินกะเผลกเข้ามาหากัปตัน

            "ไม่ต้อง!"

            กัปตันปั้นหน้าตึงถลึงตาใส่โบ๊ทด้วยท่าทางไม่พอใจก่อนที่โบ๊ทจะถามกัปตันด้วยความสงสัยว่า

            "ถ้าไม่ให้ผมหาเงินมาคืนแล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะ?ผมไม่อยากจะเป็๲หนี้คุณไปตลอดชีวิตหรอกนะ"

            “ก็ไม่ต้องทำอะไร! แล้วก็ไม่ต้องเอามาคืน และถ้าไม่อยากเป็๞หนี้ผมไปตลอดชีวิตก็หุบปากซะ”

            กัปตันยังคงความฉุนเฉียวไว้อย่างคงเส้นคงวาจนโบ๊ทถึงกับสะดุ้งเพราะโบ๊ทไม่รู้ว่ากัปตันเป็๲อะไรทำไมถึงอารมณ์ฉุนเฉียวขนาดนี้

            “เอ่อ!”

            “ไปนั่งรออยู่ตรงโน้นก่อน เดี๋ยวผมจะไปขับรถขึ้นมารับข้างบน”

            กัปตันชี้นิ้วสั่งให้โบ๊ทไปนั่งรออยู่ที่เก้าอี้หน้าประตูทางออกก่อนที่กัปตันจะจิ๊บปากด้วยท่าทางหงุดหงิด

            “เฮ้อ! หน้าตายิ่งอัปลักษณ์ ยังมายืนเกะกะอีก”

            กัปตันบ่นพึมพำพร้อมกับเดินผ่านหน้าโบ๊ทออกไปทันทีส่วนโบ๊ทก็เดินกะแผลกขาไปนั่งรอกัปตันอยู่ที่เก้าอี้ตามที่กัปตันสั่งไว้

            “ทำไมต้องหงุดหงิดใส่เราด้วยวะ ทำอย่างกับว่าเราทำอะไรผิด”

            โบ๊ทพึมพำกับตัวเองด้วยความไม่เข้าใจในขณะที่เขากำลังนั่งรอกัปตันซึ่งหลังจากนั้นไม่นานกัปตันก็เดินกลับเข้ามาหาโบ๊ทพร้อมกับยื่นถุงยาให้

            “ยาของนาย”

            กัปตันบอกโบ๊ทเสียงห้วนๆ ไม่ค่อยน่าฟังสักเท่าไหร่ แต่โบ๊ทก็เลือกที่จะไม่ถือสาท่าทีของกัปตันอีกก่อนโบ๊ทจะยื่นมือไปรับถุงยาจากมือของกัปตัน

            “ขอบคุณครับ”

            “ทานตามที่หมอสั่งด้วย จะได้หายไว ๆ”

            “ครับ”

            โบ๊ทรับคำเบาๆ ก่อนที่เขาจะคลี่ถุงยาออกเพื่ออ่านฉลากยาแต่ละชนิดซึ่งมีทั้งยาทาและยาทานจำนวนมาก และในขณะที่โบ๊ทกำลังให้ความสนใจกับตัวยาแต่ละชนิดอยู่นั้นกัปตันก็เอ่ยถามโบ๊ทด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนจนคนฟังรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ

            "ขาเจ็บมากหรือเปล่า?"

            "ไม่เจ็บเท่าไหร่ครับ"

            โบ๊ทเงยหน้าขึ้นมาสนทนากับกัปตันเสียงเรียบทว่ากัปตันกลับตวาดโบ๊ทออกมาด้วยท่าทางฉุนเฉียวอีกครั้ง

            "ปากแข็ง!"

            "เอ่อ!"

            โบ๊ทรีบก้มหน้าหลบสายตาจับผิดของกัปตันและเลือกที่จะเงียบเพื่อหลีกเลี่ยงอารมณ์ฉุนเฉียวของกัปตันแต่ดูเหมือนว่าโบ๊ทจะไม่สามารถหลีกหนีอารมณ์ร้าย ๆ ของกัปตันได้เลยเพราะถึงแม้โบ๊ทจะเงียบ กัปตันก็ชวนเขาคุยอยู่ดี

            "แล้วเดินออกไปข้างนอกเองไหวหรือเปล่า?"

            "ไหวครับ"

            "โกหก!"

            "เอ่อ!"

            โบ๊ทเงยหน้าขึ้นมาจ้องหน้าขี้โมโหของกัปตันนิ่งด้วยความสงสัยในท่าทีที่ขึ้นๆ ลง ๆ นั้น และทันใดนั้นกัปตันก็สร้างความงงงวยให้กับโบ๊ทอีกครั้งเมื่อจู่ ๆเขาก็ย่อตัวนั่งคุกเข่าลงบนพื้นพร้อมกับหันหลังให้กับโบ๊ท

            "ขึ้นมาขี่หลังผมสิ ผมจะพาคุณไปขึ้นรถเอง"

            เสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนของกัปตันทำให้โบ๊ทรีบปฏิเสธออกไปโดยไม่ต้องคิดด้วยความเกรงใจ

            "ไม่ดีกว่าครับ ผมเดินไหว ขอบคุณมากนะครับ"

            "โบ๊ท! มาขี่หลังผม คุณเดินไม่ไหวหรอก"

            กัปตันหันมาตวัดสายตากดดันโบ๊ทแต่โบ๊ทยังพยายามปฏิเสธออกไป

            "แต่ว่า..."

            "ขึ้นมา! จะเล่นตัวเป็๞นางเอกละครให้ยุ่งยากทำไม หรือว่าอยากให้ผมอุ้ม?"

            “ม ...ไม่เอา ไม่ต้องอุ้ม ผ ...ผมขี่หลังคุณก็ได้ครับ”

            โบ๊ทตอบกัปตันด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักก่อนที่โบ๊ทจะตัดสินใจยื่นมือเข้าไปเกาะไหล่ของกัปตันไว้และตามด้วยการแนบลำตัวของตัวเองลงกับแผ่นหลังของกัปตันทันที

            "หึ!"

            กัปตันกระตุกยิ้มพอใจก่อนที่เขาจะสอดมือทั้งสองข้างเข้าไปสอดไว้ใต้ขาพับของโบ๊ทเพื่อช่วยโอบอุ้มไม่ให้หลุดจากแผ่นหลังของเขาจากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ยืดตัวลุกขึ้นและพาโบ๊ทเดินออกจากโรงพยาบาลไปขึ้นรถของเขาที่จอดติดเครื่องรออยู่ที่ประตูทางออก

            “คาดเข็มขัดนิรภัยด้วย”

            กัปตันบอกโบ๊ทเสียงเรียบและยืนรอจนกระทั่งโบ๊ทคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย กัปตันจึงเดินอ้อมไปนั่งประจำที่คนขับพร้อมกับพาโบ๊ทขับรถออกจากโรงพยาบาลไปทันที

            และในระหว่างที่กัปตันขับรถมาใกล้ตลาดโต้รุ่งกัปตันก็ชะลอความเร็วของรถยนต์ลง ก่อนเขาจะชวนโบ๊ทคุยเป็๲เชิงขอความเห็นไปด้วย

            "เราลงไปหาอะไรทานกันก่อนดีไหม เพราะผมหิวไส้จะขาดอยู่แล้ว หลังทานอะไรรองท้องเสร็จแล้วผมค่อยพาคุณไปส่งที่บ้านดีไหม?"

            "คุณตามสบายเถอะ ผมไม่เป็๲ ผมไม่หิวครับ"

            โบ๊ทปฏิเสธกัปตันออกไปด้วยความเกรงใจทว่ากัปตันกลับตวาดโบ๊ทกลับมาอีกแล้ว

            "แต่ผมหิว!"

            เอี๊ยด!

            กัปตันแตะเบรกกะทันหันพร้อมกับหักพวงมาลัยรถเข้าจอดเทียบริมฟุตบาทริมตลาดโต้รุ่งก่อนที่เขาจะปลดเข็มขัดนิรภัยเพื่อเตรียมตัวลงจากรถ

            "ไปหาอะไรกินกันเถอะ"

            กัปตันหันมาชวนโบ๊ทพร้อมกับยื่นมือเข้าไปช่วยปลดเข็มขัดนิรภัยให้อีกฝ่าย

            "ถ้าคุณหิวคุณก็ไปทานคนเดียวเลยครับ เดี๋ยวผมรออยู่ในรถก็ได้ครับ เพราะผมไม่หิว"

            โบ๊ทบอกกัปตันออกไปด้วยความเกรงใจแม้ว่าความจริงแล้วโบ๊ทจะกำลังหิวจนแสบท้องไปหมดแล้วก็ตามที

            "ไม่หิวก็ต้องกิน! เพราะนายต้องกินข้าวก่อนกินยา!"

            กัปตันบอกโบ๊ทเสียงแข็งพร้อมเปิดประตูลงจากรถ ก่อนเขาจะเดินอ้อมไปกระชากเปิดประตูรถฝั่งที่โบ๊ทนั่งออก

            "ลงมา!"

            "ผม..."

            "หรือว่าอยากให้อุ้ม?"

            กัปตันใช้ไม้ตายที่เคยใช้ได้ผลมาข่มขู่โบ๊ทก่อนที่โบ๊ทจะรีบขยับตัวลงจากรถด้วยท่าทางรีบร้อนเพราะกลับโดนอุ้ม

            "ลงแล้ว ไม่ต้องอุ้มหรอก"

            "หึ!"

            กัปตันยกยิ้มพอใจพร้อมกับยื่นมือเข้าไปคว้ามือเล็กของโบ๊ทเข้ามากอบกุมไว้อย่างถือวิสาสะ ก่อนจะฉุดรั้งมือของโบ๊ทให้เดินตามตัวเองเข้าไปภายในตลาดโต้รุ่งอย่างใจเย็น

            แต่กัปตันใช้เวลาเดินวนไปมาอยู่ในตลาดโต้รุ่งนานมากเพราะเขาไม่รู้ว่าจะนั่งตรงไหน และเขาไม่รู้แม้กระทั่งว่าจะกินอะไรเพราะ๻ั้๹แ๻่เกิดมากัปตันเพิ่งจะเคยมาเดินตลาดโต้รุ่งเป็๲ครั้งแรกในชีวิต

            “เราไปทานเคเอฟซีกันเถอะ”

            กัปตันเอ่ยปากชวนโดยไม่รอฟังความเห็นจากโบ๊ทก่อนเขาจะฉุดมือของโบ๊ทให้เดินตามตัวเองเข้าไปนั่งในร้านเคเอฟซีข้างตลาด

            “นายอยากทานอะไรล่ะ?”

            โบ๊ทแหงนมองเมนูไก่มากมายที่ติดอยู่บนป้ายแต่โบ๊ทไม่รู้ว่าจะทานอะไรดี เพราะ๻ั้๹แ๻่เกิดมาโบ๊ทยังไม่เคยเข้าร้านเคเอฟซีเลยและเมื่อกัปตันเห็นโบ๊ทเงียบ กัปตันจึงลองเสนอเมนูที่เขาชอบให้กับโบ๊ท

            “ข้าวยำไก่ก็อร่อยดีนะ อยากลองไหม?”

            "ที่จริงแล้วเรานั่งทานในตลาดโต้รุ่งก็ได้นี่ครับ? ไม่เห็นต้องมาทานไก่ทอดชิ้นละร้อยแบบนี้เลย"

            โบ๊ทบอกกัปตันออกไปด้วยความซื่อเพราะสำหรับโบ๊ทแล้วราคาไก่ทอดที่ปรากฏอยู่นั้นแสนแพงมากจนพลอยทำให้เขารู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที

            "ในตลาดร้อนจะตาย ผมไม่อยากนั่ง"

            กัปตันให้เหตุผลฟังดูเข้าท่าเพราะว่าด้านนอกนั้นร้อนอบอ้าวจริง ๆ แต่นั่นยังไม่ร้อนผ่าวเท่ากับใบหน้าของโบ๊ทในตอนนี้เลยเพราะโบ๊ทเริ่มกังวลแล้วว่าเขาคงไม่มีเงินมาแชร์ค่าอาหารให้กัปตัน

            "แต่ถ้าทานที่นี่ผมคงไม่มีเงินแชร์ค่าไก่ทอดกับคุณหรอกนะครับ"

            "ยังไม่ได้พูดสักหน่อยว่าจะให้นายช่วยแชร์"

            กัปตันบอกพร้อมกับยื่นมือเข้าไปโยกหัวของโบ๊ทเบาๆ อย่างนึกเอ็นดูในความซื่อ

            "แต่ว่าผมเกรงใจคุณนี่ครับ"

            "เลิกพูดเ๱ื่๵๹เงินได้แล้ว เดี๋ยวผมจัดการเอง นายนั่งอยู่เฉย ๆ สวย ๆรอทานเลย ไม่ต้องกังวลเ๱ื่๵๹เงินก็อีกแล้ว"

            "ครับ"

            โบ๊ทตอบรับคำเบาๆ เมื่อเขาเห็นท่าทางอ่อนโยนของกัปตันที่มีต่อตัวเอง

            "งั้นเดี๋ยวผมจะไปสั่งข้าวยำไก่ให้"

            "ครับ"

            โบ๊ทยอมนั่งรอกัปตันอยู่เงียบๆ โดยไม่ต่อรองอะไรอีก เพราะโบ๊ทรู้ว่าต่อให้โบ๊ทจะพยายามปฏิเสธมากแค่ไหนกัปตันก็คงไม่ฟังเขาอยู่ดี...


    .............................

    ซันด๊อก