ตอน สตรีหมายเลข1
แสงสว่างไสวจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระย้าที่แขวนตระหง่านอยู่กลางเพดานห้องแกรนด์บอลรูม ส่องประกายระยิบระยับล้อไปกับแสงแฟลชจากกองทัพสื่อมวลชนที่สาดกระหน่ำเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน บรรยากาศภายในงานกาล่าดินเนอร์การกุศลระดับชาติอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและเสียงหัวเราะ
ดารินยืนหยัดอยู่บนรองเท้าส้นสูงสีทองอร่าม ท่วงท่า
ก้าวเดินของเธอสง่างามไร้ที่ติสมกับอดีตนักเต้นบัลเลต์ระดับโลก เรือนร่างระหงถูกห่อหุ้มด้วยชุดราตรีสีแดงสดที่ตัดเย็บเข้ารูปอย่างประณีตจนเนื้อผ้าเน้นย้ำสัดส่วนเย้ายวน รอยยิ้มหวานหยดย้อยถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าสะสวยอย่างแเี ภายนอกเธอคือสตรีหมายเลขหนึ่งที่สมบูรณ์แบบ เป็ที่อิจฉาของหญิงสาวค่อนประเทศ ทว่าลึกลงไปในจิตใจ เธอกลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็เพียงนกน้อยที่ถูกขังอยู่ในกรงทองคำที่ไร้ทางออกและขาดอิสรภาพอย่างสิ้นเชิง
"ยิ้มให้กว้างกว่านี้ ดาริน"
เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบชิดใบหูฟังดูเหมือนคำรักที่สามีมอบให้ภรรยา แต่ความจริงแล้วมันคือคำสั่งประกาศิต ฝ่ามือหนาของท่านนายกที่โอบรอบเอวคอดของเธออยู่ต่อหน้ากล้องนับร้อย กลับกำลังจิกขย้ำและบิดเนื้ออ่อนบริเวณบั้นเอวอย่างรุนแรงภายใต้เงาที่ไม่มีใครมองเห็น ชายหนุ่มรูปงามเบื้องหน้าคือบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่ประชาชนทั้งประเทศยกย่องเทิดทูน ทว่าเื้ัหน้ากากแสนดีและรอยยิ้มอบอุ่น เขาคือทรราชผู้อำมหิตที่ไต่เต้าขึ้นสู่อำนาจด้วยการฟอกเงินสกปรก ค้าอาวุธเถื่อน และเหยียบย่ำทุกชีวิตที่ขวางทาง เขาควบคุมทุกลมหายใจของเธอ บงการชีวิตเธอราวกับเธอเป็เพียงตุ๊กตาไร้ชีวิตจนเธอแทบขาดใจ
ความเ็ปแล่นแปล๊บจากบั้นเอวพุ่งทะยานขึ้นสู่สมอง ดารินสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด ข่มความร้าวรานทั้งหมดไว้ภายใต้รอยยิ้มที่ฝืนทำจนกล้ามเนื้อหน้าปวดร้าว ข้อมือเล็กใต้แขนเสื้อลูกไม้ราคาแพงมีรอยช้ำสีแดงเถือกจากการถูกกระชากอย่างทารุณเมื่อคืนก่อน เธออยากกรีดร้องให้สุดเสียงและวิ่งหนีไปให้ไกลแสนไกล แต่โซ่ตรวนแห่งอำนาจที่มองไม่เห็นนี้ช่างแกร่งและหนักอึ้งเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอจะสลัดหลุด
ท่ามกลางความอึดอัดที่บีบรัดจนก้อนเนื้อในอกซ้ายแทบจะหยุดเต้น สายตาของดารินตวัดหนีจากแสงแฟลชที่สาดส่องเพื่อไขว่คว้าหาอากาศหายใจ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะไปหยุดชะงักเมื่อปะทะเข้ากับความมืดมิดที่มุมห้องโถงใหญ่
เคนยืนนิ่งสงบอยู่ในเงามืดหลังเสาโรมันต้นใหญ่ บอดี้การ์ดหนุ่มอดีตหน่วยรบพิเศษซ่อนตัวตนดิบเถื่อนและอันตรายไว้ภายใต้ชุดสูทสีดำสนิท ท่วงท่าของเขาแฝงความระแวดระวังพร้อมปะทะทุกเมื่อ สัญชาตญาณนักสู้ที่ผ่านความเป็ความตายและเชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิดทั้งมวยไทยและยูโดแผ่ซ่านออกมารอบตัว ทว่าั์ตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวของเขาไม่ได้จับจ้องฝูงชนหรือผู้มีอิทธิพลในงาน มันกำลังจ้องตรงมาที่ดารินเพียงคนเดียวอย่างแน่วแน่
เคนมองทะลุรอยยิ้มที่ถูกบังคับสร้างขึ้นมา เขาเห็นความเ็ปที่ซ่อนอยู่ในแววตาคู่นั้น เห็นปลายนิ้วของท่านนายกที่จิกฝังลงบนเอวบางอย่างเืเย็น สบจังหวะเดียวกับที่แขนเสื้อลูกไม้ของดารินร่นลงเพียงเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยแดงช้ำบนข้อมือขาวผ่อง สันกรามของบอดี้การ์ดหนุ่มนูนเด่นขึ้นจากการขบกรามเข้าหากันแน่นด้วยโทสะ ความโกรธเกรี้ยวและสัญชาตญาณผู้พิทักษ์ถูกปลุกเร้าจนเืในกายเดือดพล่าน เขาเกลียดชังชายผู้มีอำนาจที่ทำร้ายผู้หญิงที่เขาเฝ้ามองมาตลอด
เสี้ยววินาทีที่ดวงตาสองคู่ประสานกัน ดารินััได้ถึงแรงดึงดูดดิบเถื่อนที่พุ่งตรงมาจากเงามืด ทว่าสำหรับเธอในตอนนี้ ั์ตาคู่นั้นเป็เพียงสายตาของผู้สังเกตการณ์ เธอรับรู้เพียงว่าเขากำลังมองเห็นความอัปยศของเธอ มองทะลุความจอมปลอมที่เธอพยายามสร้างขึ้น เธอไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวหรือชื่นชอบในตัวเขา มีเพียงความตระหนักรู้ที่เ็าว่าในโลกที่เต็มไปด้วยคนตาบอด มีเพียงบอดี้การ์ดคนนี้ที่มองเห็นความจริง
ในบ่ายวันต่อมา ท่ามกลางแสงแดดร้อนระอุที่แผดเผา ลานจอดรถของโรงเรียนนานาชาติชื่อดังเต็มไปด้วยรถยนต์หรูหรา เคนทำหน้าที่บอดี้การ์ดอย่างเคร่งครัด เขายืนสอดส่องสายตาคุ้มกันภัยขณะที่กำลังพาลูกสาวตัวน้อยวัยห้าขวบของดารินก้าวขึ้นรถตู้กันะุคันใหญ่สีดำสนิท
ทุกอย่างควรจะดำเนินไปอย่างราบรื่นตามปกติ ทว่าในจังหวะที่เด็กน้อยกำลังก้าวเท้าขึ้นเหยียบบันไดรถ เสียงวิทยุสื่อสารที่หูฟังของเคนดังแทรกขึ้นมาพร้อมกับความเคลื่อนไหวผิดปกติของรถจักรยานยนต์คันหนึ่งที่แล่นผ่านด้วยความเร็ว สมาธิของอดีตหน่วยรบพิเศษถูกดึงความสนใจไปเพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น เสี้ยววินาทีที่เขาปล่อยมือจากการประคองแผ่นหลังเล็กๆ
ร่างของเด็กน้อยเสียหลักลื่นไถล หน้าแข้งเล็กๆ กระแทกเข้ากับขอบที่เหยียบของรถตู้กันะุอย่างจัง เสียงร้องไห้จ้าดังลั่นขึ้นมาทันที เคนรีบคว้าร่างเล็กนั้นไว้ด้วยหัวใจที่หล่นวูบ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่เมื่อเขามองเห็นรอยช้ำสีม่วงคล้ำที่เริ่มปรากฏชัดเจนบนผิวเนื้ออ่อนนุ่มของเด็กหญิงตัวน้อย เขาพลาด เขาปล่อยให้แก้วตาดวงใจของสตรีหมายเลขหนึ่งต้องาเ็
เช้าวันถัดมา
บรรยากาศภายในคฤหาสน์หลังงามที่ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตากลับอึมครึมและหนาวเหน็บราวกับอยู่ในห้องดับจิต พายุอารมณ์ของท่านนายกปะทุขึ้นกลางห้องอาหารสุดหรู ถ้วยกาแฟกระเบื้องเคลือบราคาแพงถูกปัดกระเด็นตกลงมาแตกกระจายเกลื่อนพื้นหินอ่อน
ถ้อยคำผรุสวาทและคำด่าทอรุนแรงที่ไร้ซึ่งความเคารพถูกสาดใส่ใบหน้าของดารินอย่างไม่ปรานี ชายผู้เปี่ยมล้นด้วยภาพลักษณ์แสนดีต่อหน้าสาธารณชน บัดนี้กลายร่างเป็ปีศาจร้ายที่พ่นไฟใส่ภรรยาของตนเอง เขาก่นด่าที่เธอหละหลวม ไม่รู้จักดูแลลูกให้ดี ปล่อยให้สายเืของเขาต้องมีรอยตำหนิ
ดารินยืนก้มหน้า มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ เส้นประสาททุกเส้นในสมองของเธอตึงเปรี๊ยะไปด้วยความโกรธแค้นและความกดดันที่บีบรัดจนแทบจะะเิออกมาเป็เสี่ยงๆ เธออยากจะะโใส่หน้าเขาว่าความผิดทั้งหมดไม่ใช่ของเธอ แต่เธอรู้ดีว่าการต่อต้านมีแต่จะนำมาซึ่งความเ็ปทางกายที่หนักหนาสาหัสกว่าเดิม เธอจึงทำได้เพียงยืนนิ่ง ปล่อยให้พายุแห่งความเกลียดชังของสามีทรราชพัดกระหน่ำซ้ำเติมรอยแผลในใจโดยไร้หนทางต่อสู้หรือหลีกหนี
สายวันเดียวกัน ภายในห้องโดยสารที่ถูกบุด้วยหนังแท้ชั้นดีของรถตู้กันะุคันโต บรรยากาศหนักอึ้งและเงียบสงัดจนน่าอึดอัด รถกำลังแล่นไปบนท้องถนนที่ทอดยาวเพื่อมุ่งหน้ากลับคฤหาสน์หลังจากไปส่งลูกสาวดารินที่โรงเรียนเสร็จ เธอนั่งอยู่บนเบาะหลัง ั์ตากลมโตจ้องมองแผ่นหลังกว้างของเคนที่นั่งทำหน้าที่อยู่หน้าพวงมาลัยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดและชิงชัง
ความโกรธแค้น อารมณ์เสีย และความอัปยศอดสูที่ถูกสามีย่ำยีศักดิ์ศรีเมื่อ่เช้า ถูกแปรเปลี่ยนเป็อาวุธร้ายที่พร้อมจะทิ่มแทงทุกคนที่ขวางหน้า และเป้าหมายที่อยู่ใกล้ที่สุดและไม่สามารถตอบโต้เธอได้ก็คือบอดี้การ์ดหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้า
"ทำงานประสาอะไรเคน" เสียงหวานที่เคยนุ่มนวลและไพเราะ บัดนี้กลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยน้ำเสียงของการเหยียดหยามขั้นสุด
"สะเพร่าจนลูกฉันต้องเจ็บตัว คุณเป็อดีตหน่วยรบพิเศษจริงหรือเปล่า หรือแค่ไปหาซื้อใบประกาศมาประดับบารมีให้ตัวเองดูดี"
เคนนั่งหลังตรงแน่ว แผ่นหลังกว้างนั้นนิ่งสงบราวกับรูปสลักหิน ั์ตาคมกริบจ้องมองเพียงถนนเบื้องหน้าผ่านกระจกบานใหญ่โดยไม่ปริปากตอบโต้แม้แต่คำเดียว
"ฉันถามก็ตอบสิ เป็ใบ้ไปแล้วหรือไง?"
ดารินแผดเสียงเกรี้ยวกราด พร้อมกับยกเท้าที่สวมรองเท้าส้นแหลมขึ้นเตะพนักพิงเบาะหน้าของคนขับอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง
"ขับรถให้มันนิ่มกว่านี้ไม่ได้หรือไง จะกระชากหาอะไรนักหนา ถนนก็เรียบแค่นี้ แอร์ก็เย็นเกินไป ปรับเดี๋ยวนี้เลยนะ คุณมันไม่ได้เื่ ทำงานห่วยแตกที่สุด ฉันไม่รู้ว่าเขารับคนไม่ได้เื่อย่างคุณมาดูแลความปลอดภัยของฉันกับลูกได้ยังไง"
ดารินสรรหาถ้อยคำด่าทอที่เจ็บแสบที่สุดมาสาดใส่เขาสารพัด เธอจิกกัดและหาเื่จับผิดในทุกการกระทำของเขา ไม่ว่าเขาจะเบรก ชะลอรถ หรือเลี้ยวโค้ง เธอจะหาข้อติเตียนเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจที่สะสมและอัดแน่นอยู่ในอก
เคนทำเพียงเอื้อมมือไปลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศอย่างเงียบงัน และประคองพวงมาลัยให้รถแล่นช้าลงและนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขายอมก้มหน้ารับฟังทุกถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามอย่างอดทน ความรู้สึกผิดที่ทำให้เด็กน้อยต้องเจ็บตัวคอยตอกย้ำให้เขาสงบปากสงบคำ เขาเลือกที่จะเป็กระโถนรองรับอารมณ์ ปล่อยให้นายหญิงระบายความเกรี้ยวกราดและความเ็ปใส่เขาจนกว่าพายุในใจของเธอจะสงบลง