ตอนที่ 1 ภาคภพปัจจุบัน (2)
ตอนที่เด็กรับใช้ตื่นขึ้น ฟ้าร้องได้หยุดลงแล้ว และท้องฟ้าก็เริ่มสว่างสดใส เขาเคาะศีรษะตนเองเบาๆ พบว่าบริเวณหน้าอกมีผงสีเขียวเต็มไปหมด เนื้อััค่อนข้างเหมือนกับลูกประคำสนหยก
ขอบคุณฟ้าดิน! เด็กรับใช้ปีติยินดีในใจเงียบๆ ดีที่ตอนสายฟ้านั่นฟาดลงมาตนถือลูกประคำล้ำค่านี้อยู่พอดี หากไม่ได้ของล้ำค่านี้ช่วยบังกระบี่หักเล่มนั้นแทน เช่นนั้นตนคงจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว ต้องเข้าสู่สังสารวัฏอีกเป็แน่ และไม่รู้ว่าจะไปเกิดใหม่ที่ไหนอีก
“ตื่นแล้วหรือ”
เสียงของหนานิจวินดังขึ้น เด็กรับใช้รีบหันไปดู จึงเห็นว่าท่านจอมเซียนกำลังนั่งสมาธิอยู่บริเวณที่ห่างจากตนไม่ถึงหนึ่งหมี่[1] สมกับเป็เซียนจวินขั้นมหายาน เพิ่งจะถูกอสนี์ฟาดไปหกสาย ทว่าตอนนี้บนร่างกายกลับไม่เห็นรอยแผลแม้แต่นิดเดียว หากไม่เพราะทั้งตัวของอีกฝ่ายมีแต่เื แถมเสื้อผ้าขาดยังรุ่งริ่งก็ดูไม่ออกจริงๆ ว่าเผชิญเคราะห์์มา
“ตื่นแล้วขอรับ!” เด็กรับใช้รีบดีดตัวไปอยู่ข้างๆ หนานิจวิน “ท่านจอมเซียน ท่านไม่เป็อะไรกระมัง”
“ไม่เป็ไรแล้ว พยุงข้าเข้าไป”
ได้ยินเสียงนั้นของหนานิจวินก็ราวกับว่าไม่เป็อะไรจริงๆ แต่ตอนที่เด็กรับใช้พยุงแขนของเขา ถึงพบว่าแบบนี้เรียกว่าไม่เป็อะไรที่ไหนกัน อุณหภูมิร่างกายของเซียนจวินต่ำมาก ยืนก็ยืนไม่มั่นคง ร่างกายยังสั่นเทาอยู่น้อยๆ
ก็จริง หากไม่เป็อะไรไหนเลยยังต้องใช้ให้คนพยุงกันเล่า
หนานิจวินาเ็สาหัส เดินเหินเชื่องช้า เด็กรับใช้ประคองเขาเดินไปพลางขณะเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้ “ท่านจอมเซียนทำอะไรหรือ ถึงล่ออสนี์มาถึงหกครั้ง! ในตอนที่จอมมารนั่นถือกำเนิดก็ถูกฟาดแค่หกสายเหมือนกันไม่ใช่หรือ นี่ท่านไปทำอะไรที่เทียบเท่ากับเื่จอมมารหรือขอรับ”
เมื่อครู่ตอนเผชิญด่านเคราะห์ก็เพียงรู้สึกว่าตนสมควรได้รับโทษแล้ว แต่เมื่อได้ยินเด็กรับใช้พึมพำสองประโยคนี้ในใจเขาถึงกับผุดคำว่า ‘์ไม่ยุติธรรม’ ขึ้นมา...จอมมารที่ระรานโลกนั่น้าสังหารสิ่งมีชีวิตนับล้าน ตนแค่อยากช่วยคนผู้หนึ่ง เหตุใดจึงได้รับผลกรรมอย่างเดียวกันได้เล่า
หนานิจวินเดินเข้าไปในห้องอย่างเชื่องช้า นั่งลงสงบลมปราณ เด็กรับใช้หมายจะออกไปต้มยา จู่ๆ หนานิจวินกลับเอ่ยขึ้น “จอมมารได้รับทัณฑ์์เพียงหกสาย เหตุเพราะในโลกมีทัณฑ์์มากที่สุดเพียงหกสาย ไม่อาจร่วงลงมาได้มากกว่านี้ ต่อให้เป็ประกาศิต์ก็มียามที่หมดฤทธิ์อ่อนอำนาจเช่นเดียวกัน”
“ประกาศิต์ก็มียามที่หมดฤทธิ์อ่อนอำนาจด้วยหรือ” เด็กรับใช้คนนั้นลืมไปแล้วว่าเมื่อครู่ตนเพิ่งถามอะไรไป คิดเพียงว่าหนานิจวินกล่าวประโยคที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งออกมา “ในเมื่อสรรพสิ่งล้วนเป็ไปตามประกาศิต์ แน่นอนว่าประกาศิต์ควรจะไร้ขีดจำกัด”
“เ้าไม่จำเป็ต้องเข้าใจหรอก” หนานิจวินไม่อยากอธิบายอะไรกับเด็กรับใช้ที่ตบะตื้นเขินคนนี้ คำพูดประโยคนี้ของเขาเดิมก็พูดให้ตนเองฟังอยู่แล้ว “ไปนำเสื้อผ้าชุดใหม่มา แล้วก็ไปเอากระบี่ไม้ที่ชิงซานจวินมอบให้ข้าเล่มนั้นมาด้วย”
เด็กรับใช้ถึงได้นึกถึงกระบี่หักเล่มนั้นที่เพิ่งเกือบเอาชีวิตของตนไป มันคือกระบี่หนานิหรือ
“เ้าทำกระบี่คู่ชีพที่เข้าสู่มรรคของตัวเองหักแล้วหรือ” เด็กรับใช้ใจนไม่มัวสนใจเอ่ยคำเรียกขานแบบยกย่องแล้ว ผู้ที่เข้าสู่มรรคโดยใช้กระบี่คนใดบ้างที่ไม่ใช่ประเภท ‘กระบี่อยู่คนอยู่ กระบี่สิ้นคนย่อมสิ้น’ กระบี่หนานิที่ใช้มากว่าพันปีหักแล้ว ก็จะเอากระบี่ไม้เล่มหนึ่งมาแทนหรือ
หนานิจวินไม่สนใจอาการใอ้าปากค้างของเด็กรับใช้แม้แต่นิด เอ่ยเพียงว่า “ไปทำงาน”
เซียนจวินเอ่ยปากเร่งรัดแล้ว เด็กรับใช้ก็ไม่กล้าพูดมากความอีก เขานำเสื้อผ้าและกระบี่ไม้มาด้วยสีหน้าสลด ทว่าเมื่อเห็นหนานิจวินผลัดเสื้อผ้าเสร็จแล้วเดินถือกระบี่ออกไปทางด้านนอกก็ยังอดเอ่ยปากถามไม่ได้ “ท่านจอมเซียนจะออกไปข้างนอกหรือขอรับ”
“ใช่”
“าเ็จนเป็สภาพนี้ไม่อยู่พักฟื้นที่จวน ยังจะออกไปทำอะไรอีกขอรับ” เด็กรับใช้แทบเต้นแล้ว
“อสนี์เมื่อครู่ต้องทำให้ชาวบ้านใเป็แน่ ข้าจะไปดูสักหน่อย” เสียงดังขนาดนั้นเป็ไปได้สูงว่าหญิงตั้งครรภ์อาจคลอดก่อนกำหนดหรือถึงขั้นแท้งบุตรได้ง่ายๆ
“ชาวบ้านในตอนนี้ผ่านเคราะห์หนักเป็ร้อยปีแล้ว ไหนเลยจะใเพราะอสนี์ได้ ท่านจอมเซียนท่านอยู่พักที่นี่ ข้าไปดูสถานการณ์แล้วกลับมาบอกท่านไม่ได้หรือ...”
“เ้าไปปัดกวาดชานเรือนให้สะอาด” หนานิจวินเดินไปข้างหน้าต่อ “ลูกประคำสนหยกขาดแล้ว ถ้าเห็นลูกประคำที่สภาพดีอยู่ก็เก็บไว้ให้หมด เผื่อยังได้ใช้ประโยชน์อื่นอีก”
เด็กรับใช้เดินตามไปหลายก้าวอย่างไม่วางใจ แต่ตามมาถึงหน้าประตูสุดท้ายก็ไม่กล้าตามออกไป เขารู้จักหนานิจวินดีที่สุด ไม่โกรธไม่บึ้ง ถามคำตอบคำ แต่หากเขาตัดสินใจไปแล้วก็ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้ เขาอยากออกไปก็ออกไปเถิด เด็กรับใช้เล็กๆ เช่นตนไหนเลยจะขัดขวางจอมเซียนได้...ต่อให้เพิ่งถูกสายฟ้าฟาดก็ยังห้ามไม่อยู่
ไม่นานหนานิจวินก็มาถึงบ้านชาวนาครอบครัวหนึ่ง คนไม่น้อยรวมตัวกันอยู่ที่ชานเรือน เกิดเื่ขึ้นดังคาด!
ระยะนี้หนานิจวินมักปรากฏตัวในหมู่บ้านนี้บ่อยๆ ชาวบ้านล้วนรู้จักเขา เมื่อเห็นท่านเซียนมาหาต่างก็เปิดทางให้อย่างพร้อมเพรียง และยังมีคนเป็แกนนำออกมากล่าวอธิบาย “ท่านเซียน นายหญิงของบ้านหลังนี้เสียขวัญเพราะฟ้าผ่าเมื่อคืนวาน ตั้งครรภ์ได้แปดเดือนก็จะคลอดก่อนกำหนด ทรมานั้แ่กลางดึกจนถึงตอนนี้ จวนจะสองชั่วยามแล้วยังไม่คลอดเลยขอรับ...”
“รู้แล้ว” หนานิจวินเดินเข้าไปในบ้าน หมอตำแยยังเอาแต่ะโว่า ‘ออกแรงหน่อย’ แต่สตรีนางนั้นจวนจะหมดสติแล้ว หายใจเข้าถี่หอบ หนานิจวินไม่ได้ทักทายคนรอบตัว เขาเดินก้าวขึ้นมา หันฝ่ามือเข้าหาท้องน้อยของสตรีตรงหน้าแล้วเริ่มตรวจสอบ
ยังไม่ตาย ยังพอมีทางช่วย
เขาค่อยๆ โคจรปราณถ่ายพลังิญญาหลั่งรินเข้าสู่ร่างกายของนาง และถือโอกาสออกแรงเบาๆ เพื่อปรับตำแหน่งทารกในครรภ์
เชิงอรรถ
^ หมายถึง เมตร