นิยายแห่งรักแท้เื่ สุดท้ายที่รัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๑๓
“คือ.. พี่อินมาพักอยู่ที่บ้านกานต์ครับ กานต์เลยชวนมาดูงานในกองถ่ายทำละครด้วย” กานต์บอกทุกคน
“ยินดีมากครับ” วรวุธทักทายกลับ “เราเกือบได้ทำงานด้วยกันแล้วนะครับ พี่อิน”
“ครับ” พร้อมกับยื่นมือไปเชคส์แฮนด์กับวรวุธ
กิริยาอันงดงามของอินทร ทำให้ป๊อกประหม่าโดยเฉพาะสายตาที่อบอุ่น และแฝงความอ่อนโยนนั่น มันเข้าไปอยู่ในความทรงจำของป๊อกทันที!!
ป๊อกก็ไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน ว่าเขาเป็อะไรไปทำไมจึงรู้สึกอย่างนั้น “เอ่อ.. ป๊อกครับ เป็เพื่อนร่วมงานของกานต์นะครับ”
“เป็พระเอกครับพี่อิน” อ้อบอก “หล่อมากเลยครับพี่ป๊อกกกกก”
“อ้อ.... ผู้ใหญ่กำลังคุยกัน อย่าพูดแทรก” กรว่าเพื่อน
อ้อที่กำลังหน้าบาน ก็สลดลงทันที
อินทรยืนมือมาเช็คแฮนด์กับป๊อกปีติ
ป๊อกถึงกับมือไม้สั่น เมื่อเห็นกิริยาของอินทร เขารีบคุมสติตัวเอง แล้วยื่นมือเขาไปััและเขย่ามือกับอินทรตามมารยาทการทักทายแบบฝรั่ง
...
“น้องกานต์อยากทานอะไร สั่งแม่ครัวกองถ่ายได้เลยนะครับ แม่ครัวคนนี้ฝีมือดีมากครับพี่แจ้งเค้าไว้แล้วด้วย ว่าให้ดูแลน้องกาต์ดีดี” วรวุธหยอดคำหวาน
“ครับ กานต์ทานเหมือนทุกคนในกองนี่แหละครับ ขอบคุณคุณวุธมากครับ” กานต์ตอบอย่างแสนปกติ
“เรียกพี่วุธเหมือนเดิมก็ได้นี่นา”
กานต์ยิ้มอย่างปกติที่สุด “เรียกคุณวุธดีแล้วครับเป็การให้เกียรติในฐานะ.. ‘ผู้กำกับการแสดง’ ด้วยครับ” กานต์ชี้แจง
วรวุธได้แต่พยักหน้ารับ
ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งเข้ามากระซิบกระซาบบางอย่างกับวรวุธ วรวุธจึงขอให้ทุกคนไปอยู่ในจุดที่ตนรับผิดชอบ แล้วแต่ละคนก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ตนเอง
...
เมื่อวรวุธ กานต์ และอินทรแยกไปทำหน้าที่ของตนแล้ว
ป๊อกจึงได้คิด .. นี่เขาเป็อะไรไป .. ที่ผ่านมา ทั้งเกย์ทั้งไบ ทั้งกระเทย หรือแม้แต่สาวสองที่รูปร่างหน้าตาดีมากมาย ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต.. ป๊อกไม่เคยหวั่นไหวกับใครเลย ..
ป๊อกชื่นชม ชื่นชอบสรีระผู้หญิง และปรารถนาที่จะ ‘อะไร’กับผู้หญิงอย่างมิรู้เบื่อหน่ายมาโดยตลอด .. แต่วันนี้ .. แค่รอยยิ้มแค่สายตาที่อบอุ่น .. ที่อินทรมองคนอื่นด้วยซ้ำ .. กลับทำให้ใจเขาหวั่นไหวไปถึงปานนี้
..
หากป๊อกปีติรู้จัก มุมหนึ่งของภาวะ Narcissism (อ่านว่า นา-ซี-ซัส-ซึ่ม) เขาก็จะเข้าใจว่า ..เขาเกิดภาวะที่อยากเป็ตัวละครมากจนเกินไป จนเมื่อเขาพบคนที่ใช่ หรือคนที่เหมือนตัวละครอย่างที่เขาอยากเป็ เขาจึงรู้สึกชื่นชม-ยินดี-จนอาจจะถึงขั้นหลงใหล-และที่น่ากลัวที่สุดคือ..การอยากได้
..
กรบอกอ้อให้จำหน้าวรวุธไว้ และคอยกันไม่ให้วรวุธมาใกล้ชิดหรือมาจีบพี่กานต์
อ้อรับทราบภารกิจ แต่ดูจากท่าทางของอ้อแล้ว.. อ้อคงไม่อยากทำภารกิจนี้มากเท่ากับการเดินตามป๊อกปีติหรอก เพราะเมื่อป๊อกปีติคิดจนคิดไม่ออกเขาก็เลือกที่จะเดินไปที่พักของตน อ้อก็เดินตามป๊อกปีติไปจริงๆ
กรเองก็ถึงกับอึ้งกับการคลั่งใคร้ดาราของอ้อ
เมื่ออ้อเดินไปทันป๊อกปีติ เขาก็ไม่กล้าที่จะคุยอะไรนอกจากยิ้มให้ เมื่อป๊อกมองมา แล้วก็ยิ้ม ยิ้ม และยิ้ม
“น้องอ้อ ใช่ไหมครับ” ป๊อกทักเพราะตอนนี้เขาเองก็อยากคุยอะกับใครสักคน
“ครับ พี่ป๊อก อ้อครับ”
“พี่ถามอะไรน้องอ้อหน่อยสิ” ป๊อกดูออกว่าอ้อชอบเขาเขาจึงหวังใช้อ้อหาคำตอบบางอย่างที่เขาสงสัย
แค่ป๊อกปีติเรียก ‘น้องอ้อ’ อ้อก็แทบตายตรงนั้นแล้ว “อะไรครับพี่ป๊อก”
“พี่อินทรเขาเป็คนที่ไหนเหรอครับ ทำไมท่าทางเขาดูดีเหลือเกิน” ป๊อกพยายามถามอย่างธรรมดาที่สุด
“เอ่อ...” อ้อพยายามนึกหาคำตอบเขาไม่อยากโกหกซุปตาร์ที่เขาชื่นชอบ แต่ก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี
“พี่อินเป็ลูกพี่ลูกน้องของเราครับ” กรตอบแทนเพื่อนรักเขาเดินตามอ้อมาทัน และเห็นอาการอ้ออ้ำอึ้งไป จึงรีบเข้ามาช่วยเพื่อน “พี่กานต์รัก .. เคารพพี่อินมาก” กรพยายามหาคำพูดดีดีแต่ก็แทบไม่รอด เพราะเผลอพูดคำว่ารัก แล้วตัวเองก็รู้สึกพลาดเอง “พี่กานต์ใช้พี่อินเป็ต้นแบบในการเขียนบทให้ตัวละครอินทรครับ”
“อ๋อครับ” ป๊อกตอบ “มิน่าล่ะ!! ตอนที่พี่เห็นพี่อินครั้งแรก ทั้งบุคลิกท่าทาง การพูดการจา มันดูคุ้นไปหมดพี่คงรู้จักพี่เค้าผ่านตัวละครอินทรนั่นเอง”
“ครับ” กรรับคำ แล้วหันไปหาอ้อ “พี่กานต์ให้มาตามไปหา” แล้วกรก็ลากเพื่อนไปทางที่กานต์ทำงานอยู่
ป๊อกได้คำตอบที่ตนสงสัย เป็คำตอบที่เปิดทางสวยงามให้เขาอย่างดี.. หากป๊อกได้พูดคุย เรียนรู้การใช้ชีวิตของพี่อิน ป๊อกก็น่าที่จะกลายร่างเป็.. อินทรในละครโทรทัศน์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ .. อย่างที่นักแสดงรุ่นใหญ่หลายคนชอบที่จะกลายร่างเป็..ตัวละคร
คิดได้ดังนั้น ป๊อกอยากไปหาพี่อินอยากไปพูดคุย อยากไปรู้จัก และอยากไปอยู่ใกล้ๆ แต่ป๊อกก็ต้องไปดูก่อนว่า.. กองถ่ายจะเริ่มทำงานหรือยัง? เขาไม่ควรปล่อยให้กองถ่ายคอย
ป๊อกจึงเดินไปดูงานถ่ายทำที่หน้าเซท ว่าไปถึงไหนแล้ว
“เฟอร์นิเจอร์มันไม่ตรงกับยุคสมัยในเื่อะป๊อก” วรวุธบอก “พี่เลยสั่งเปลี่ยน ต้องรอชุดใหม่อีกพักนึง”
“ไม่เป็ไรครับพี่วุธ ผมไม่รีบ เอาให้ดีที่สุดเลยพี่”
วรวุธยิ้มรับแทนคำตอบ
“ผมเดินเล่นอยู่แถวนี้นะครับ จะได้ทำสมาธิไปด้วย” ป๊อกตอบวรวุธไปอย่างสุภาพ
“ได้!! ใกล้เวลาจะถ่ายทำ พี่จะให้คนไปตามนะป๊อก”
“ครับพี่” แล้วป๊อกเดินลอยชายไปมา หากในใจเขามีเป้าหมาย เขาอยากจะนั่งคุยกับพี่อิน อยากแอบเก็บข้อมูลทุกอย่างของพี่อิน
กานต์กำลังเดินชมอีกมุมหนึ่งของตัวบ้านกับอินทร ตัวบ้านส่วนนี้ไม่ได้ใช้ถ่ายทำ จึงไม่ค่อยมีใครมาเพ่นพ่านนัก ทั้งสองชี้ชวนชมแมกไม้ที่อยู่รายล้อมรอบตัวบ้านอย่างมีความสุขราวกับโลกทั้งโลกมีเค้าอยู่กันแค่สองคน
อินทรจับมือกานต์ไว้ข้างหนึ่ง
กานต์มองหน้าเขา
แต่อินทรทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“พี่อินกำลังจับมือกานต์อยู่นะครับ”
“ไม่เห็นเป็ไรเลย เราเป็คนพิเศษของกันและกันนะ” อินทรยังไม่ยอมพูดคำว่า ‘คนรัก’ ออกมาซะที “ที่สำคัญตรงนี้ก็ไม่เห็นมีใครซะหน่อย”
“แต่มันก็นอกบ้านเรานะครับพี่อิน”
“กานต์อย่าคิดมากสิ ให้พี่ััตัวกานต์บ้าง รู้มั้ย?.. พี่อยากกอด อยากฟัดกานต์ไปทั้งตัว แต่พี่เลือกทำแค่นี้เอง”
กานต์จนด้วยคำพูด จึงปล่อยให้อินทรจับมือเขาไว้ข้างหนึ่ง และเดินชมตัวบ้านด้วยกัน
“เกือบพลาดไปแล้วมั้ยล่ะ” กรต่อว่าอ้อเมื่ออยู่กันตามลำพัง
“เราไม่คิดว่า พี่ป๊อกเค้าจะถามแบบนี้นี่” อ้อเสียใจ
“อย่าลืมสิว่า หน้าที่หลักที่เรามาที่นี่คืออะไร”
อ้อพยักหน้าแทนคำตอบ
“เราต้องช่วยพี่กานต์ พี่กานต์ไม่ได้ชอบพี่วุธ แต่พี่วุธก็ไม่เลิกตามตื๊อเสียทีเราจึงต้องช่วยกัน ช่วยเป็กอขอคอ”
“กรเป็น้อง กรทำได้ไม่น่าเกลียด แต่เราไม่ใช่.. ” อ้อบอก “เราเลยไม่ค่อยกล้า..”
“เราเข้าใจ ก็อยู่ใกล้ๆ กันนี่แหละ จะได้ช่วยกัน เผื่อเราคิดไม่ทัน อ้อจะได้ช่วยเราได้งัย”
คำพูดกรทำอ้อหัวใจพองโต อย่างน้อยก็ได้อยู่ใกล้ๆกัน ได้ช่วยกัน เท่านี้อ้อก็มีความสุข แม้ว่ารอยยิ้มหวานและมาดแมนๆ ของ ป๊อกปิติ จะคอยกวนใจอ้อตลอดเวลาก็ตาม
“พี่กานต์คะ พี่กานต์” เสียงน้องประสานงานกองถ่ายเรียกหากานต์
กานต์รีบปล่อยมือที่จับมือกับอินทร
อินทรจึงปล่อยมือกานต์อย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่
“พี่อยู่ทางนี้” กานต์ะโบอกไป
น้องประสานงานกองถ่ายวิ่งมาหยุดที่หน้ากานต์ “พี่กานต์ไปอยู่ใกล้ๆ พี่วุธหน่อยดีกว่าค่ะ”
“ทำไมหล่ะ”
“พี่วุธเกรงใจพี่กานต์ อาจจะอาละวาดน้อยลง”
กานต์ลังเล
“น้อยลงสักนิดก็ยังดีค่ะ ตอนนี้.. ใครๆ ก็เข้าหน้าไม่ติดเลยค่ะ” น้องประสานงานกองถ่ายบอก แม้ความหวังริบหรี่เต็มที แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรไปช่วยให้วรวุธอาละวาดลดลง
กานต์บอกอินทรว่าเขาไปทำงานสักครู่ เดี๋ยวจะกลับมาคุยด้วย
อินทรยิ้มรับและพยักหน้าอนุญาตในกิริยาที่เขาเคยไม่เข้าใจ
กานต์เดินตามน้องประสานงานกองถ่ายไปหาวรวุธ
อินทรจึงนั่งปล่อยอารมณ์เรื่อยเปื่อยอยู่คนเดียว
...
“อยู่คนเดียวไม่เหงาหรือครับ พี่อิน” ป๊อกทักทายอินทร
อินทรหันหน้าไปมอง ลุกขึ้นยืนและทักทายด้วยรอยยิ้มที่สะกดใจใครหลายคนไว้ได้อยู่หมัดรวมทั้ง.. ป๊อกปิติด้วย
“ผมป๊อกนะครับ ผมเป็นักแสดงครับ”
“ครับ กานต์บอกผมแล้ว”
“พี่อินมาอยู่กับกานต์นานหรือยังครับ”
“ก็.. สักพักแล้วล่ะครับ” อินทรตอบตามความจริง เพราะเขานึกถึงเื่ราวก่อนหน้าได้ไม่ค่อยแจ่มชัดนัก ภาพที่ชัดเจนในความทรงจำของอินทร เริ่มต้นวันที่เขาพบกานต์
“พี่อินรูปร่างหน้าตาดีแบบนี้ น่าจะเป็ดารานะครับ เอามั้ย?” ป๊อกชวนคุย ในเื่ที่เขาถนัด “ป๊อกช่วยได้นะครับ”
“เอ่อ.. ไม่!! ไม่ดีกว่าครับ”
“ป๊อกพูดจริงนะพี่” พลางใช้มือััแผ่นอกของอินทร ป๊อกรู้สึกถึงมัดกล้ามสวยได้รูปที่อยู่ใต้เสื้อยืดที่อินทรสวมใส่ “กล้ามอกก็มี” ป๊อบลูบต่อไปที่หน้าท้อง “ซิกแพคก็ชัด พี่อินเชื่อป๊อกเถอะ พี่ดังแน่ๆ”
อินทรยิ้มเขินๆ เป็รอยยิ้มที่ทำให้ใจป๊อกละลาย “พี่ขอปรึกษากานต์ก่อนนะครับ”
“ครับ ครับ” ป๊อกตอบไป
แต่ใจป๊อกรู้สึกแปลกๆ กับความรู้สึก ‘ใจละลาย’ ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ มัน.. มันเหมือนกับว่า..ป๊อกตกหลุมรักพี่อิน .. แต่.. มันไม่เคยเกิดกับผู้ชายนี่ แล้วที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มันคืออะไร? ป๊อกถามตัวเองแต่ก็หาคำตอบไม่ได้
“เป็อะไรไปหรือเปล่าครับ” อินทรถามพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้หน้าป๊อก “หน้าซีดนะครับนั่งพักก่อนดีไหม” อินทรประคองป๊อกลงนั่ง
ป๊อกยอมทำตาม แต่ตาเค้ายังตงมองใบหน้าหล่อราวสลักเสลาของอินทร ป๊อกไม่เข้าใจความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นในใจเขาตอนนี้ เขาอยากััใบหน้าหล่อที่อยู่ใกล้แค่มือเอื้อม ทั้งที่เมื่อก่อนเค้ารู้สึกแบบนี้กับใบหน้าและเรือนร่างผู้หญิงเท่านั้น
แต่.. ทำไมวันนี้ป๊อกกลับรู้สึกกับผู้ชายอย่าง.. พี่อิน!!
กานต์มายืนใกล้ๆ วรวุธ และชวนคุยเื่ดินฟ้าอากาศและการเมือง ช่วยให้วรวุธเย็นลงมากจนน้องประสานงานกองถ่ายคนที่ไปตามกานต์มายิ้มออกและส่งยิ้มให้กานต์อย่างขอบคุณ
“แหม.. น้องกานต์จะไม่ให้พี่หัวร้อนได้ยังไง ทั้งหมดที่มีปัญหานี่พี่บอกไปในที่ประชุมหมดแล้ว ย้ำก็ย้ำแล้ว มันยังลืมได้” ยังมีตะกอนอารมณ์มากับน้ำเสียงอยู่ดี
“คุณวุธอาจจะต้องจ่ายค่าตัวพวกเค้ามากกว่าที่เป็อยู่นะครับ” กานต์ชวนคุย
“ทำงานแบบนี้ น้องกานต์ยังจะให้พี่ขึ้นค่าแรงให้อีกเหรอ” วรวุธถามอย่างไม่เข้าใจ “นี่พี่ก็ให้เท่าที่ทุกกองเค้าให้กันนะ พี่ไม่ได้ให้ใครถูกกว่าท้องตลาดเลย น้องกานต์ไปได้ยินใครเม้าอะไรมาเหรอ”
“เปล่าครับ แต่กานต์คิดว่า.. พวกเค้าคงไม่ได้ลืมแต่อาจจะทำงานไม่ทัน อย่าลืมว่าคุณวุธให้เวลาเค้าทำงานไม่มาก แล้วถ้า่เวลาก่อนหน้านี้เค้าต้องไปทำงานกองอื่นล่ะ เค้าก็ไม่มีโอกาสมาทำงานให้คุณวุธเต็มที่ ถ้าคุณวุธเพิ่มค่าแรงให้เค้า แล้วให้เค้าสัญญาว่าทำงานให้เราที่เดียวเค้าอาจจะไม่พลาดก็ได้นะครับ” กานต์ชี้แจง
วรวุธอึ้งไป เขาไม่เคยคิดแบบที่กานต์พูดเลย “มีน้องกานต์คอยเตือนสติพี่แบบนี้ดีจังเลยครับ พี่ไม่เคยคิดแบบนี้เลย” พร้อมกับแววตาที่กานต์ไม่ชอบเลย
กานต์จึงนิ่งเฉย!!
วรวุธรอฟังกานต์ตอบ
แต่กานต์ไม่ตอบอะไรที่เกี่ยวกับเื่ที่วรวุธอยากฟัง “ผมก็พูดไปตามที่เห็นแหละครับ” กานต์พูดไปเก้อๆเพราะไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดี และไม่อยากอยู่ในความเงียบ
“ที่จริง น้องกานต์ออกกองกับพี่ทุกคิวเลยก็ได้นะครับ” พร้อมกับรอยยิ้มที่เ้าตัวคิดว่าดูดีที่สุด
“เดี๋ยวบทไม่เสร็จ ทุกอย่างจะแย่กว่านี้นะครับคุณวุธ” กานต์เตือนสติ
วรวุธจำต้องหยุดความคิดนั้นทันที “งั้น.. น้องกานต์มากองถ่ายให้มากที่สุดเท่าที่น้องกานต์อยากมานะ พี่ยินดี กองถ่ายนี้อยากให้คนเขียนบทมาเยี่ยมกองถ่ายบ่อยๆ”
“ครับ” ตอบแบบนี้ เป็การยุติบทสนทนาที่ดีที่สุดในความคิดของกานต์
ป๊อกนั่งคุยกับอินทรด้วยความอิ่มเอมใจ เขาถามโน่นนี่นั่นไปเรื่อย ซึ่งอินทรก็ตอบบ้าง หัวเราะกับคำถามบ้าง
กรและอ้อก็อยู่ไม่ห่างจากเขาทั้งสอง กรเงี่ยหูฟังตลอดเวลาเขากลัวว่าพี่อินจะเผลอพูดอะไรออกไป หรือป๊อกจะถามคำถามที่ไม่ควรต้องตอบ แต่ก็ไม่มีอะไรให้ห่วง
ป๊อกสังเกตทุกอากัปกิริยาของอินทร ไม่ว่าจะเป็การเดินการนั่ง การยิ้ม การพูดจา และท่าทางอื่นๆ ในรายละเอียด ซึ่งไม่ยากที่นักแสดงอย่างเขาจะสังเกต จดจำรายละเอียด แล้วนำมาใช้แสดง
แต่เหนือไปกว่านั้น ป๊อกเริ่มรู้สึกว่า.. เขามีใจให้ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาจริงและวิธีหารายละเอียดเพื่อใช้ในการแสดง ก็ช่วยให้เขาได้ใกล้ชิดผู้ชายคนแรกที่ทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหว
ยิ่งใกล้ชิด.. ยิ่งได้ลองััร่างกายอินทร.. ป๊อกยิ่งรู้สึกถึงความแปล๊บปร๊าบในใจเขาและปรารถนาในเพศรสก็ยิ่งชัดเจน
แม้จะหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมป๊อกจึงรู้สึกอย่างนั้นกับอินทร ..
แต่มันก็รู้สึกจริงๆ .. !!
นี่แหละ อีกมุมหนึ่งของ ภาวะ Narcissism!! (อ่านว่า นา-ซี-ซัส-ซึ่ม)
การถ่ายทำละครในครึ่งวันแรกผ่านไปด้วยดี แม้จะเริ่มสายหน่อย แต่ทั้งวรวุธและป๊อกก็มีความเป็มืออาชีพมากพอที่จะไม่ทำให้งานล่าช้าไปมากกว่าที่เป็อยู่
“วันนี้น่าจะเก็บไม่หมดที่ลงคิวไว้นะ” วรวุธบอกทุกคนขณะพักทานอาหารเที่ยงเขาหมายถึงว่า.. วันนี้น่าจะถ่ายทำได้ไม่หมดทุกฉากตามที่กำหนดไว้ในคิวการถ่ายทำ ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่เคยทำงานกับวรวุธเข้าใจดี “คิวป๊อกพรุ่งนี้ยังโอเคใช่ไหม?”
“ผมสำรองไว้ให้พี่อยู่แล้วพี่วุธ ผมอยากอยู่ในละครที่ดีครับพี่พี่เต็มที่เลย ไม่ต้องเกรงใจผม” ป๊อกตอบชัดเจน
“น้องกานต์ล่ะครับ” วรวุธเปลี่ยนเสียงทันทีเมื่อหันหน้ามาถามกานต์จนคนที่อยู่ในวงกินข้าวต่างเข้าใจความหมายเหมือนกันทั้งหมด
“ผมไม่มีปัญหาครับ” กานต์ตอบเรียบๆ
“งั้น่บ่ายก็ทำงานตามคิวที่วางไว้เลยนะครับทุกคน ไม่ต้องเร่ง เอางานเนี้ยบ” วรวุธแจ้งอย่างชัดเจน “กินข้าวให้อิ่มนะครับทุกคน อาหารถูกปากมั้ยครับน้องกานต์” ไม่วายหันมาเอาใจกานต์
“ครับ” กานต์ยังคงตอบเรียบๆ จนผู้คนที่นั่งทานอาหารด้วยกันเริ่มเข้าใจความหมายที่กานต์พยายามสื่อสารออกมาว่า.. ฉันไม่ได้รู้สึกกับเธอแบบนั้น
แต่เหมือนวรวุธเพียงคนเดียวที่ไม่เข้าใจ หรือไม่พยายามเข้าใจก็ไม่รู้เขาตักกับข้าวให้กานต์ “ลองทานเนื้อกุ้งนี่สิครับ อร่อยมากเลยนะครับ”
กานต์ยิ้มรับอย่างเสียไม่ได้ พลางตัดผัดผักมารับประทานเอง
บางคนที่อิ่มแล้ว ก็เริ่มลุกออกจากโต๊ะอาหารไป ทำให้บางคนที่ไม่อยากอยู่ในสถานการณ์แบบนี้พลอยลุกออกไปด้วย รวมทั้งป๊อก สักครู่ทั้งโต๊ะอาหารก็เหลือแค่เขาสองคน
“ทำไมน้องกานต์เ็ากับพี่วุธจัง ไม่หมือนตอนที่ทำงานหน้ากล้องเมื่อครู่เลย” วรวุธตัดสินใจพูด
“คุณวุธครับ ที่กานต์มาที่นี่ เพื่อทำงานนะครับ” กานต์ตอบอย่างเป็กลาง และรักษาน้ำใจที่สุดแล้ว
“น้องกานต์รู้ว่าคิดยังไงกับน้องกานต์ ไม่ใช่หรือครับ”
“เรามาทำงาน เราไม่ควรพูดเื่ส่วนตัวแบบนี้นะครับ”
“น้องกานต์”
“ผมไปทำงานก่อนนะครับ คุณผู้กำกับการแสดง” กานต์ตั้งใจย้ำให้วรวุธรู้ว่าเขาต้องทำอะไรก่อนจะเดินจากไป
วรวุธมองตามคนที่เขารักไปจนสุดสายตา แม้ต้องเ็ปอีกสักเท่าใดวรวุธก็ยินยอมพร้อมใจกับความรู้สึกนั่น
วรวุธตกหลุมรักกานต์ั้แ่ครั้งที่ทั้งสองเรียกมมหาวิทยาลัยด้วยกัน ในอดีตนั่น.. ทั้งสองเคยคุยกัน เคยลองคบกันและเคยนอนด้วยกันเพียงคืนเดียว แล้วทั้งสองก็เลิกคบกัน โดยไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย
แม้อดีตนั่นจะผ่านมานานแล้ว จนวรวุธคิดว่าเขาลืมรักกับชายคนนี้ไปแล้ว แต่วันที่เขาเห็นหน้ากานต์อีกครั้ง วรวุธก็รู้แก่ใจตนทันทีว่า..
เขาไม่เคยลืมกานต์เลย ที่ผ่านมา.. ที่เขารักง่าย..เบื่อง่าย.. นั่นเพราะเขาไม่เคยรักใครจริงต่างหาก หัวใจของเขาอยู่กับกานต์คนเดียวเสมอมา
นับแต่วันนั้นในอดีต จนถึงขณะนี้!!
วรวุธตัดสินใจเช่าซื้อลิขสิทธิ์พ็อกเก็ตบุ๊ค ‘ทาสรัก ทาสใจ’ของ พรวิษณุ มาทำละครสั้น เพราะเขาคิดว่าเขาเข้าใจความเป็..ทาสความรัก.. และทาสหัวใจ.. ได้เป็อย่างดี
และวรวุธคิดว่าเขาจะเริ่มต้นจีบกานต์อีกครั้ง ด้วยการทำละครเื่นี้กับกานต์ ไม่ว่าจะยากเย็นเพียงใดเขาก็จะทำให้ได้ วรวุธจึงเลือกให้กานต์มาเขียนบทละครโทรทัศน์เพื่อหวังจะทำงานกับกานต์อย่างใกล้ชิดนั่นเอง
แม้วันนี้ วรวุธจะรู้ว่ากานต์ไม่ได้ชอบเขา แต่ถ้ากานต์ยังไม่มีใครในหัวใจอย่างที่เขารู้มา
แต่วรวุธก็มั่นใจว่า.. ด้วยรูปร่างหน้าตาของเขาด้วยฐานะทางการเงินและการงานที่เขามี เขาจะต้องพิชิตหัวใจของกานต์ได้
วรวุธจึงตัดสินใจเดินหน้าเข้าหากานต์ต่อ โดยไม่หวั่นเกรงอะไรทั้งสิ้น!!
จบตอน ๑๓