มารดามันเถอะ ตนเองและพี่ฉินท่านนี้สมควรควรดวงชงกันอย่างสาหัสหากรอดกลับไปได้นับว่าเป็โชควาสนาแล้ว
“สัตว์ประหลาดจะไปน่ากลัวอะไร” ฉินจิ่วเกอบ่ยั่นบนพื้นเริ่มปรากฏเศษชิ้นส่วนของวัตถุที่คาดว่าน่าจะเป็ชุดเกราะอยู่ประปรายแต่ก็ถูกฉินจิ่วเกอเตะทิ้งไปอย่างไม่ไยดีเพียงแต่คราบที่ติดแน่นอยู่บนนั้นไม่ทราบว่าจะใช่เนืุ้์หรือไม่
เสื้อคลุมดำเป็พวกรักความสะอาดระหว่างเดินจึงใช้ไอิญญาห่อหุ้มเท้าทั้งสองข้างเอาไว้ดังนั้นจึงสามารถก้าวเดินไปตามทางที่มีแต่เศษซากระเกะระกะสายนี้ได้อย่างสบายใจ“อ้อ ที่แท้เ้าก็ไม่กลัวเื่ทำนองนี้”
“จะซากศพหรือโครงกระดูกมีอะไรให้ต้องกลัว”ฉินจิ่วเกอเห็นว่าอีกฝ่ายชวนทะเลาะ เสียงก็เลยไต่ระดับขึ้นสูง“ดั่งคำที่ว่าข้าวหม้อเดียวเลี้ยงคนร้อยประเภทต่อให้เป็สิ่งพิสดารพันลึกยิ่งกว่านี้ข้าก็เคยพบเห็นมาหมดแล้ว”
ฉินจิ่วเกอโอบไหล่ซ่งเล่อเข้ามาใกล้“ก็เหมือนกับศิษย์น้องสี่ของข้า สูงแปดศอกเอวกว้างแปดศอกเรียกได้ว่าเป็ปฐมเจดีย์เคลื่อนที่ได้ของโลก พี่ซ่งท่องเหนือจรดใต้ในเผ่าพันธุ์มนุษย์เคยพบใครที่เทียบเคียงได้บ้างหรือไม่?”
ซ่งเล่อรีบส่ายหน้าเร็วหวือนึกถึงศิษย์น้องของฉินจิ่วเกอคนนั้นแล้วก็รู้สึกขึ้นมาว่าโครงสร้างกระดูกของคนๆนั้นช่างน่ามหัศจรรย์อะไรอย่างนี้สมแล้วที่คนประเภทเดียวกันมักจะดึงดูดคนประเภทเดียวกันเข้ามา
“ยังมีาุโภายในพรรคข้าอีกคน คนมีใบหูสมปรารถนา ตาวาวเหมือนเหรียญจมูกคล้ายถูกถ่วงด้วยตาชั่ง ศีรษะเหมือนลิ่มโลหะเนื้อตัวเหมือนคลังสมบัติ ยามก้าวเดินจะส่งเสียงดังกรุ๋งกริ๋งตลอดรายทางลองคิดดูสิ ทั่วทั้งทวีปฉงหลิงอันกว้างใหญ่ จะหาคนประเภทนี้ได้ที่ไหนอีก?”
ยามเอ่ยถึงสิ่งมหัศจรรย์ภายในพรรคฉินจิ่วเกอท่าทางแคล่วคล่องปานแจกแจงรายการมรดกให้คนในตระกูล
ยังมีาุโห้าที่คล้ายไม่บ้าแต่ก็บ้า กับาุโสี่ที่กินยาพิษฉลองวันเกิดและอื่นๆ อีกมากมาย
ซ่งเล่อเป็ต้องสั่นศีรษะอีกครั้งดูเหมือนว่าพี่ฉินคนนี้จะผ่านอะไรมามากมายจริงๆมิน่าแม้แต่ซากศพยันโครงกระดูกถึงทำอะไรมันไม่ได้
และไม่น่าแปลกใจว่าทำไมจิตใจของคนๆนี้ถึงได้บิดเบี้ยวจนไม่เหลือเค้าเดิม การที่ต้องอยู่ในสถานที่เยี่ยงนั้นจะต่างอะไรกับการตกนรกทั้งที่ยังอยู่ในโลกมนุษย์คนที่มาจากที่นั่นย่อมเป็พวกปีศาจอสุรกายที่ตกน้ำก็ไม่ไหลตกไฟก็ไม่ไหม้อย่างแน่นอน
พอมองฉินจิ่วเกออีกที นอกจากหน้าเงินไร้ยางอายไปสักหน่อยนิสัยตรงจุดอื่นนับว่าดีงามไม่น้อย หากจะให้ถูกควรเรียกว่าเป็ผู้บุกเบิกทางด้านศีลธรรมจรรยาเลยมากกว่า
พรรคหลิงเซียวช่างเป็พรรคที่น่าพิศวงโดยแท้ หากเป็พรรคสำนักอื่นปกติแล้วย่อมพยายามชุบเลี้ยงผู้สืบทอดรุ่นต่อไปสุดกำลังดึงศักยภาพและโหงวเฮ้งดวงชะตาฟ้าดินแห่งมรรคายุทธรวมถึงขอบเขตสภาวะจิตอันไร้ซึ่งความหวาดกลัวออกมาให้เต็มที่
กลับกลายเป็ว่าในพรรคหลิงเซียว นอกจากศิษย์พี่ใหญ่แล้ว คนอื่นๆเห็นทีคงจะมีแต่พวกนอกลู่นอกทางกระมัง
คาดว่าประมุขพรรคหลิงเซียวคิดก่อตั้งสมาคมคนพิการคนเจ็บคนแก่ขึ้นมาหนึ่งแห่งก็ไม่ใช่เื่เกินแรงเมื่อถึงเวลาอันสมควรก็ยกพวกไปตีสถานพักฟื้นคนชราจากทางใต้รุมกระทืบสถานเด็กเลี้ยงจากทางเหนือ รวบรวมใต้หล้าเข้าเป็หนึ่งกลับกลายเป็ยอดคนแห่งแผ่นดินไปในที่สุด
ซ่งเล่อผงกศีรษะให้กับจินตนาการของตัวเองฉินจิ่วเกอมองดูท่าทีของอีกฝ่ายก็ได้แต่รู้สึกเห็นใจ คนหนุ่มนี่หนอเอาแน่เอานอนไม่ได้จริงๆ
ไม่ได้ตระหนักเลยว่า ซ่งเล่อเองก็กำลังเห็นใจมันอยู่เช่นเดียวกันสามารถรักษาความเป็มนุษย์ทั้งที่ต้องอยู่ในพรรคเยี่ยงนั้นก็ถือว่าเป็ความการุณจากฟ้าแล้ว
ในกลุ่มคนทั้งสาม นอกจากฉินจิ่วเกอแล้วคนที่เหลือต่างก็พยายามไม่ต่อล้อต่อเถียงกับมันเพราะการพูดจนปากไม่มีหูรูดอย่างนี้มีแต่พวกสมองป่วยอย่างฉินจิ่วเกอเท่านั้นที่ทำได้
“สหายทั้งสอง ข้าว่าพวกเราตึงเครียดกันเกินไปหน่อยหรือไม่”ฉินจิ่วเกอหยุดเดิน เอ่ยด้วยน้ำเสียงขึงขัง“ทราบหรือไม่ว่าเื่ที่ทำให้มนุษย์เ็ปที่สุดในชีวิตคือสิ่งใด?”
“คำตอบก็คือไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการไม่มีเงินอีกแล้ว!”
โดยไม่รอให้ทั้งสองคนได้ตอบ ฉินจิ่วเกอก็ถามเองตอบเองก่อนจะถอนใจแล้วถอนใจอีก ท่าทางเศร้าสลดยิ่งเหมือนยอดวีรชนผู้ไร้คู่ต่อกรที่ยืนอยู่บนยอดเขาสูงลิบฟ้า
“ทว่ามีชีวิตแต่ไม่มีเงินก็ยังไม่เลวร้ายเท่าเข้าส้วมแต่ไม่มีกระดาษชำระ”
พรืด
เสื้อคลุมดำที่เดินอยู่หน้าสุดหลุดขำออกมา หากก็พยายามกลั้นขำเอาไว้สุดชีวิตกระนั้นก็ยังเห็นไหล่ที่สั่นกระตุกได้อยู่ คล้ายกำลังทำท่ากายบริหารอะไรสักอย่าง
“พี่ซ่ง แม้แต่คนตายเองก็ยังตัดไม่ขาดจากปัญหาเื่เงินๆ ทองๆ”ฉินจิ่วเกอเดินเครื่องสุดกำลัง“ถ้าหากบนโลกนี้มีคนตายที่ยังไม่เข้าใจเื่นี้อยู่จริงๆ ท่านโปรดวางใจ ข้าจะส่งใบกำกับภาษีไปให้มันเดี๋ยวนั้นเรียกเก็บภาษีเงินได้ส่วนบุคคลรวมถึงค่าปรับสาธารณะ ให้มันชดใช้ค่าทำขวัญของพวกเรารับประกันว่ามันจะใกลัวจนล้มหงายเก๋งกลับลงไปนอนในหลุมแต่โดยดี”
ซ่งเล่อนวดหัวคิ้วที่พลันปวดแปลบขึ้นมามันค้นพบว่าตัวเองตามความคิดของพี่ฉินคนนี้ไม่ทันจริงๆคำพูดคำจาของอีกฝ่ายเหมือนกวางติดปีก จับไม่ได้ไล่ไม่ทันอย่างแท้จริง
หากก็ไม่ใช่ว่าจะไร้หลักการจนตามไม่ทันเสียทั้งหมด อย่างน้อยๆสามในห้าประโยคก็เกี่ยวกับเื่เงินๆ ทองๆ จริงๆ
“พี่ฉิน ท่านคงเพี้ยนไปแล้วจริงๆคนตายไปแล้วท่านยังจะกล้าทวงเงินอีกหรือ?” ปาดเหงื่อเย็นบนใบหน้า หากจู่ๆ มีศพคนตายคลานขึ้นมาจากหลุมมันไม่สกัดปล้นพวกตนก็ถือว่า์เมตตามากแล้วถึงตอนนั้นท่านยังจะกล้าทำตามที่พูดอีกหรือไม่?
“มหาวิถีแสนเรียบง่าย คือคนหรือผีล้วนเท่าเทียม”ชูนิ้วขึ้นฟ้าพร้อมสาบานด้วยจิตใจอันเอ่อล้นด้วยคุณธรรมแม้ว่าในมิติอันลี้ลับที่มันอยู่นี้จะมองไม่เห็นเส้นขอบฟ้าเลยก็ตาม
“ขอเพียงคนตายเต็มใจที่จะยกมอบทรัพย์สินให้ข้าไม่เพียงจะเคารพยกย่องด้วยความรักแต่ยังพร้อมอ้าแขนรับโดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็คนหรือผีข้าจะรับรองสิทธิลงคะแนนเสียงและสิทธิการถอดถอนของพวกมัน!”
ฉินจิ่วเกอยกมือลูบคาง กระดูกกระโหลกยังต้องถอนใจคนตายไปแล้วใครว่าจะหมดห่วงได้จริงๆไม่ว่าอย่างไรเงินก็ยังคงเป็จุดอ่อนอยู่วันยังค่ำ
ขนาดตนเกิดมาสามชาติ ยังมิใช่ถูกเงินบงการไม่อาจหลุดพ้นหรือ
“ดีแต่คุยโวไร้สาระ หากมีผีโผล่ออกมาจริงๆข้าอยากจะดูสักหน่อยว่าเ้าจะทำยังไง” เสื้อคลุมดำปิดปากเอ่ยเยาะเสียงต่ำ
ซ่งเล่อเองก็เริ่มขยับไหล่ด้วยความอึดอัดไม่สบายใจตอนนี้าแของมันทุเลาลงแล้ว เพียงแต่กำลังกายเพิ่งจะฟื้นกลับมาได้เพียงหกส่วน
ลอบมองไปทางฉินจิ่วเกอพบว่าสีหน้าอีกฝ่ายขึงขังเอาจริงเอาจังเหมือนหินผา เข้าใจว่าไม่ได้ล้อเล่นแน่
จบสิ้นแล้ว คนเป็กลัวคนไร้เหตุผล คนไร้เหตุผลกลัวคนบ้าคนบ้ากลัวคนตาย ที่คนตายกลัว คือคนไร้ยางอาย
เห็นๆ กันอยู่ว่าพี่ฉินท่านนี้แม้ภายนอกจะดูใจดีแต่ที่จริงหาได้เป็เช่นนั้นไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามพูดถึงเื่เงินๆ ทองๆสีหน้าจะเต็มไปด้วยความระทมเคียดแค้นใจ
“นี่พวกเ้าเห็นข้าเป็คนหน้าเงินกันหรืออย่างไร?” ฉินจิ่วเกอหัวเราะตบเข่าฉาด โลกพิลึก คนที่นี่ยิ่งพิลึกไม่มีอารมณ์ขันกันเสียเลยชื่อเสียงเงินทองข้าล้วนไม่ชายตาแยแสพวกเ้ารู้บ้างหรือไม่
ซ่งเล่อและเสื้อคลุมดำผงกศีรษะโดยไม่ต้องคิด ซ่งเล่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอยู่บ้าง“พี่ฉินอ่อนไหวกับเื่เงินทองจริงๆ นั่นแหละ”
“พูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่า ออกไปจากที่นี่ให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน”ก่อนอื่นตนถูกค่ายกลปริศนาลักพาตัวมาที่ใดไม่อาจทราบถึงจะหนีพ้นจากคมเขี้ยวของอสรพิษปาฉือมาได้ชั่วคราว แต่ฉินจิ่วเกอมั่นใจยิ่งนักว่าตนกำลังเผชิญกับปัญหาที่ใหญ่ั์ยิ่งกว่า
เหตุผลนั้นเรียบง่ายบรรยากาศของที่นี่ช่างเงียบเหงาวังเวงเหมือนป่าช้า มองไปสุดสายตาไร้วี่แววของชีวิตถึงกระนั้นบนพื้นกลับเรียงรายไปด้วยซากสถาน เศษชุดเกราะ และเกล็ดอะไรบางอย่าง
ชัดเจนว่าที่นี่มีคนตั้งรกรากอยู่อาศัยกันเป็จำนวนมากมาก่อนนอกจากนี้ ทวีปฉงหลิงก็ไม่เคยขาดยอดฝีมือชั้นพิสุทธิ์หรือชั้นกลั่นดวงธาตุจึงเป็ไปไม่ได้ที่จะเผชิญกับเหตุที่ทำให้ยอดฝีมือในที่นี้ต้องแตกพ่ายย้ายฐานไปจากที่นี่กันหมด
ดูจากรูปการณ์แล้วในอดีตต้องเกิดศึกนองเืที่กินรัศมีหลายหมื่นลี้เป็แน่กระทั่งส่งผลกระทบถึงแก่นพลังฟ้าดินของที่นี่จนต้องกลับกลายเป็ที่รกร้างเปี่ยมภยันตรายไปในที่สุด
ไหนๆ ก็พูดแล้ว ทำไมถึงปล่อยที่ว่างให้เปล่าประโยชน์ไม่คิดสานต่อพัฒนาปลูกบ้านสร้างเมืองเสียหน่อยท่านว่าจะเป็กาลกิณีแก่คนที่มาอาศัย?
ยุคสมัยนี้ หาลู่ทางทำเงินจากคนเป็ ไหนเลยจะดีเท่าคนตาย?
จัดตั้งสุสานไว้ในละแวกใกล้เคียง เก้าหมื่นเก้าเราไม่ขายหกพันหกก็ไม่ขาย เราขายเพียงเก้าร้อยเก้าสิบแปด ราคาเดียวเท่านั้น!
ประหลาดใจใช่ไหม? คาดไม่ถึงล่ะสิ?
เพียงแค่ต่อสายมาหาเรา รับไปเลยโกศที่เพิ่งผลิตจากเตาหลอมร้อนๆโอกาสทางธุรกิจที่จะหาจากที่ไหนไม่ได้อีกรับประกันผลตอบแทนเป็กอบเป็กำถึงมือท่าน
คิดแล้วก็หยุดตัวเองไม่ได้ฉินจิ่วเกอจมจ่อมลงสู่โลกแห่งอสังหากับผลประกอบการก้อนโตเคลิบเคลิ้มจนถอนตัวไม่ขึ้น ศิลาิญญานอนมาแน่แล้ว ดีเลิศประเสริฐศรีดีกว่านี้ไม่มีอีก
ซ่งเล่อได้ยินเสียงหัวเราะชั่วร้ายของอีกฝ่ายนานเข้าก็ทนไม่ไหวหวดก้ำปั้นลงกลางกระหม่อมขัดขวางความคิดเลื่อนลอยของฉินจิ่วเกอทันควันเสร็จแล้วก็รีบเดินไปขนาบข้างคนชุดดำทันที
เสื้อคลุมดำใช่จะเฉยเมยต่อสรรพสิ่งรอบตัวอย่างที่เห็นจากภายนอกไม่แท้จริงแล้วความหวาดกลัวในใจมันกลับมีมากยิ่งกว่าซ่งเล่อเสียอีก
อย่าบอกนะว่าฮวงจุ้ยของพรรคถูกเปลี่ยนเป็ฮวงซุ้ยแล้ว?
หาไม่แล้วคนดีๆ อยู่ๆ จะมาสมองป่วยแบบนี้ได้อย่างไรทั้งไม่ใช่สมองป่วยธรรมดา แต่ป่วยแบบไม่บันยะบันยัง
คนยำเกรงคนบ้า เพราะในสายตาของคนบ้า คนทั้งโลกก็คือคนโง่
ด้วยความคิดผิดแผกแปลกมนุษย์เช่นนี้มีหรือจะไม่ถูกเหล่าผู้ฝึกตนของทั้งทวีปฉงหลินจุดไฟบูชา ฐานะคนบ้ามิอาจไม่ทำให้ผู้คนต้องเกรงกลัว
าุโห้าพรรคหลิงเซียวก็คือผู้เปิดประตูสู่โลกแห่งความป่วยจิตนี้
“หยุด!” ขณะที่คนชุดดำกำลังคิดอะไรเพลินๆ ััเทวะของมันที่แผ่ออกไปข้างหน้าพลันถูกบางอย่างรบกวน
“เป็อะไรไป?” ซ่งเล่อาแยังไม่หายสนิทระดับฝึกปรือชั้นปราณสุริยันในทวีปฉงหลิงไม่อาจนับเป็อะไรได้เลย
“มีการเคลื่อนไหว ระวังตัวด้วย” คนชุดดำขบปากเบาๆสายตาเพ่งตรงไปที่เนินเขาที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก
ได้ยินคนชุดดำสั่งให้ระวัง ฉินจิ่วเกอก็ไม่กล้าประมาทที่นี่รกร้างมาเป็พันปีเป็อย่างน้อยทั้งยังสามารถซุกซ่อนอยู่เื้ัค่ายกลระดับสูงรอดหูรอดตาผู้คนโดยไม่ถูกเอาไปทำโปรเจคอสังหาอีกด้วย
แปลว่าอะไร? นั่นก็แปลว่าที่นี่ยังมีเ้าของกรรมสิทธิ์เดนตายที่ไม่ยอมย้ายรกรากไปอยู่ที่อื่นเหลืออีกกลุ่มหนึ่งน่ะสิ!
“มีคน!” เสื้อคลุมดำอุทานเสียงต่ำกระบี่ถูกดึงออกจากฝักโดยอัตโนมัติ แม้ว่าจะมีเงาคนเคลื่อนผ่านไปแต่ััเทวะกลับไม่อาจตรวจจับร่องรอยของไอิญญาได้เลย
“ที่นี่มีค่ายกลที่ปิดตายอยู่ นอกจากจะหาดวงตาค่ายกลให้เจออีกรอบก็ไม่มีวิธีอื่นที่จะออกไปจากที่นี่ได้อีก”
ซ่งเล่อมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมอกควันด้วยสายตาตื่นตัวบนนั้นเรืองรองด้วยประกายโลหิต คล้ายจะสะท้อนให้เห็นภาพซากศพกองสุมดั่งูเาเืหลั่งไหลเป็ท้องธารออกมา“ไอิญญาในชั้นบรรยากาศของที่นี่บางเบาจนแทบสลายไปได้ทุกเมื่อ ด้วยสภาพอากาศสภาวะแวดล้อม และพื้นดินรกร้างว่างเปล่าเช่นนี้ผู้ฝึกตนที่คิดจะฝ่าด่านปราณสุริยันนั้นลืมไปได้เลย”
พูดถึงตรงนี้ คนทั้งสามก็เข้าใจ พวกตนส่องไฟฉายลงหลุมถ่ายรนหาที่ตายโดยแท้
มิติแห่งนี้ กล่าวได้ว่าอยู่นอกอาณาเขตของทวีปฉงหลิงและถูกปิดตายมานานกว่าพันปีเป็อย่างน้อยอาจถึงขั้นว่าไม่มีใครรู้ถึงการคงอยู่ของมันจริงอยู่ที่ยอดฝีมือชั้นสูงสามารถมีชีวิตได้หลายพันปีแต่ไอิญญาในที่นี้ขาดแคลนจนถึงขั้นไม่อาจทะลวงเข้าสู่ขอบเขตปราณสุริยันได้ด้วยซ้ำ
ชนชั้นปราณสุริยัน อายุขัยไม่เกินร้อยปีเช่นนั้นเงาร่างที่ถูกััเทวะของคนชุดดำตรวจจับได้เมื่อสักครู่นี้ก็…...
หลังปะติดปะต่อเื่ราวได้แล้ว คนทั้งสามก็มองหน้ากันต่างก็พบเห็นความหวาดกลัวในแววตาของกันและกันได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉินจิ่วเกอ ิญญาคนตายไม่มีอะไรให้ต้องกลัวจะกลัวก็แต่ิญญาที่ตายเพราะอดอยาก นั่นคงจะต้องเฮี้ยนมากแน่ๆ
“มีผีจริงๆ หรือนี่?” หลังเอ่ยประโยคนี้ออกมาด้วยความยากลำบากม่านตาของซ่งเล่อก็หดวูบจนเป็จุดเดียว
“จะหมู่หรือจ่าเราก็ยังต้องไปดูชิงเป็ฝ่ายลงมือก่อนย่อมดีกว่ารอให้อีกฝ่ายลงมือ”ฉินจิ่วเกอคว้ากระบี่หนักขึ้นมาถือ ไอิญญาที่คุกรุ่นอยู่ในร่างเริ่มเคลื่อนตัว
“อืม” คนชุดดำรู้สึกประหลาดใจกับท่าทีตอบสนองของฉินจิ่วเกอหากตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมานั่งคาดเดาอะไร มันเองก็หยิบอาวุธคู่กายออกมาถือไว้ก่อนจะค่อยๆ คืบคลานเข้าหาเนินเขาที่ตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล
เนินเขาลูกนี้มีขนาดเพียงร้อยเมตร แต่เชิงเขารอบๆกลับกินพื้นที่กว่าหลายพันเมตร
กล่าวได้ว่าก่อนหน้านี้คนทั้งสามได้ยืนอยู่บนเชิงเขาที่ยกสูงขึ้นมาจากพื้นมาโดยตลอด
เชิงเขาสามารถลากยาวได้ไกลหลายพันเมตร ูเาลูกนี้ยอดของมันอย่างน้อยก็ต้องสูงเป็หมื่นๆ เมตรขึ้นไปเป็ความสูงชนิดที่แทบจรดไปถึง์ ประหนึ่งคมกระบี่ที่ตั้งตระหง่าน แต่บัดนี้เนินเขาตรงหน้าพวกมันกลับมีขนาดเพียงแค่ร้อยเมตร เตี้ยจนน่าสังเวช
คงมิใช่ว่าบรรพตที่สูงนับหมื่นเมตรลูกนี้จะถูกพลังปริศนาตัดผ่านจนถล่มทลายเหลือแค่เพียงเท่านี้?
กล่าวกันว่ายอดฝีมือชั้นกลั่นดวงธาตุผู้มีอายุขัยเกินหนึ่งพันปีสามารถแสดงอิทธิฤทธิ์ดั่งหั่นภูผาตัดห้วงสมุทร
ผู้ฝึกตนที่บรรลุมหาวิถีสามารถสำเร็จตนเป็เซียนตัดทะลุห้วงมิติได้ดั่งใจ
การผ่าูเาสูงหมื่นเมตรจนราบเป็หน้ากลองจึงไม่ควรจะเป็เื่ยากเย็นอะไร
แต่ในสายตาของคนทั้งสาม นี่จะต่างอะไรกับฝีพระหัตถ์ของพระเ้าเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่กันแน่ จะใช่วันโลกาวินาศหรือเปล่า?
เมื่อเดินเข้ามาใกล้เชิงเขาั์ตาของคนทั้งสามก็ยังเลื่อนลอยไม่ได้สติจนถึงตอนนี้ในใจของพวกมันคล้ายมีฆ้อนแท่งเล็กๆ ตอกกระแทกอยู่สร้างความเ็ปทุรนทุรายอยู่ภายใน
“ไสหัวออกมา!” ััเทวะของคนชุดดำเป็ที่น่าตื่นตระหนก กระบี่ยาวในมือวาดออกเปลี่ยนไอิญญาที่เงียบสงัดเหมือนน้ำนิ่งในอากาศให้เกิดระลอกกระจายตัวออกเป็วงกว้าง
พื้นดินรกร้างถูกไอิญญาเฉือนเอาหน้าดินออกมาเป็ชั้นบางๆที่ซ่อนอยู่ด้านใต้ก็คือลิ่มเืสีดำสนิทที่จับตัวแห้งแข็งเป็ซากหินดึกดำบรรพ์กลิ่นอายชั่วร้ายและกลิ่นคาวเืจนถึงบัดนี้ก็ยังคงเข้มข้มคละคลุ้งไม่เสื่อมสลาย
“แหลกไปซะ!” ซ่งเล่อกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็สีขาวเคล็ดวิชายุทธ์ขั้นห้าะเิเข้าใส่ลิ่มเืแข็งกระด้างก้อนนั้นอย่างไม่ออมแรง