ตอนที่ 39 งานวิจัยกับจิตวิทยาและพิษวิทยา
พิษวิทยา.. วันนี้ฉันรับพิษมาตลอดทั้งเช้าแล้ว… และพิษยังคงรอฉันในช่วงบ่ายให้ฉันดื่มด่ำกับมันตลอดทั้งวัน
ในตอนนี้อย่างน้อยๆ ฉันได้เข้าใจพื้นฐานของพื้นฐานสำหรับพิษวิทยา… LD50 (Lethal Dose 50) ซึ่งเป็นค่าที่บ่งบอกปริมาณที่ทำให้สัตย์ทดลองเสียชีวิต 50%
แนนอนว่าฉันรู้สึกว่ารับพิษมามากเกินไปแล้วสำหรับวันนี้ บางทีฉันอาจจะรับมาเกินค่าLD50 ไปแล้ว ฉันอาจเป็นอีก 50% ที่ยังไม่ตายแต่ก็ร่อแร่เต็มกลืน
บิดาแห่งพิษวิทยากล่าวไว้ว่า.. สารทุกชนิดเป็นพิษ มีเพียงปริมาณเท่านั้นที่แยกสารพิษออกจากความเป็นยา
แน่นอนสำหรับฉันผู้คนส่วนใหญ่มีค่า LD50 ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน พวกเขามีความเป็นพิษมากกว่าความเป็นยา
หนึ่งคำด่าที่ดูมีความรู้.. เธอมีค่า LD50 ต่ำ ฉันจะเมมคำนี้ไว้ในสมองส่วนลึก คิดว่ามันคงรู้สึกดีน่าดูที่ได้พูด
“อื้ม.. เธอค่อนข้างคำนวณได้ดีเลย พื้นฐานการคำนวณของเธอถือว่าดีกว่าคนส่วนใหญ่.. นั่นเป็นสิ่งที่ค่อนข้างน่าประหลาดใจ”
เติมวิจารณ์ความสามารถทางการคำนวณของฉันหลังจากที่เห็นฉันทำได้ค่อนข้างดี.. ฉันทำเพียงเงียบ เพราะฉันรู้ว่านั่นไม่ใช่ทั้งหมดของคำวิจารณ์
“แต่พื้นฐานทางเคมีของเธอแย่มาก เพราะอย่างนั้นแหละเธอเลยทำได้ไม่ค่อยดีในวิชานี้.. งั้นเดี๋ยวเรามาเริ่มปูพื้นฐานทางเคมีที่เกี่ยวข้องกับวิชานี้กัน”
“โอเค.. ”
“มาเริ่มกันที่พื้นฐานเรื่องขนาดโมเลกุลกัน แล้วค่อยต่อเรื่องปริมาณและความเข้มข้น การเรียกชื่อต่างๆ ถ้าเธอเข้าใจพื้นฐานสามอย่างนี้เธอน่าจะพอตีโจทย์คร่าวๆได้”
การติวหนังสือสำหรับวิชาพิษวิทยากลายเป็นการติวสำหรับเคมีพื้นฐานไป.. แน่นอนแม้ว่านี่ไม่ใช่พิษวิทยาแต่ก็อาจจะมีความเป็นพิษได้เมื่อได้รับปริมาณมากพอ.. เติมคงเข้าใจเรื่องนี้จึงคัดเฉพาะเรื่องที่จำเป็นเพื่อให้ฉันรับสารในปริมาณที่พอเหมาะ
หลังจากผ่านไปสองชั่วโมงฉันกลับมาทำโจทย์อีกครั้ง.. และครั้งนี้ฉันค่อนข้างตีโจทย์ได้เยี่ยม นั่นทำให้ฉันเริ่มแก้โจทย์เหล่านั้นได้
“หลังจากเรียนวิชานี้เสร็จทุกครั้งไปขอแบบทดสอบกับอาจารย์ตอนท้ายคาบ สำหรับคาบถัดไปให้ลองเอาแบบทดสอบที่อาจารย์ให้เธอไปให้อาจารย์ตรวจ ถ้าข้อไหนทำไม่ได้ให้ไปถามอาจารย์”
“หมายความว่าพวกเราจะติวหนังสือกันแค่วันนี้สินะ”
“ไม่ใช่ ฉันจะจัดตารางติวให้เธออย่างน้อยสัปดาห์ละสองครั้ง.. ส่วนที่เธอต้องทำแบบนั้นก็เพราะจิตวิทยาที่จะทำให้เธอผ่านพิษวิทยาได้”
“เดาว่าฉันไม่จำเป็นต้องรู้ว่ามันทำงานยังไง”
“ง่ายมาก.. ถ้าเธอแสดงความตั้งใจจริงให้ อ.เห็นว่าเธออยากผ่านและเธอขยันขนาดไหน อ.จะมองเธอในแง่ดีและต้องการช่วยเธอ.. มีความเป็นไปได้สูงที่อาจารย์จะเอาแบบทดสอบที่ให้เธอทำไปออกข้อสอบหรือต่อให้ไม่ตรง มันก็จะใกล้เคียงกันมาก… โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อที่เธอทำผิดหรือทำไม่ได้.. ยังไงซะนักศึกษาส่วนใหญ่ก็ไม่ขอแบบทดสอบเพิ่มหลังจากเรียนอยู่แล้วและ อ.ก็คงขี้เกียจหาแบบทดสอบใหม่มาออกและเหตุผลที่ชอบธรรมในการช่วยเธอก็ดีพอแน่นอน.. เหนือสิ่งอื่นใดเธอต้องเข้าใจการแก้โจทย์ของข้อสอบเหล่านั้นคร่าวๆก่อน.. วันนี้ก็พอก็พอแค่นี้ละกัน.. ฉันต้องไปส่งเธอมั้ย”
“แน่นอนสิ.. วันนี้ฉันรับพิษมากเดินกว่าจะกลับเองไหวแล้ว”
ฉันขึ้นรถยนต์ของเติมเพื่อเดินทางกลับ หอระหว่างทางฉันได้เห็นไส้กรอกที่ขายอยู่ข้างทางนั่นทำให้ท้องของฉันร่ำร้อง
“นี่…เคยได้ยินเรื่องนี้มั้ย..ว่ากันว่าไส้กรอกมีฤทธิ์ดีทอกซ์..ฉันว่าถ้าฉันกินแล้ว.. ก็คงพอให้ฉันสบายตัวได้คืนนี้”
“ไม่มีฤทธิ์แบบนั้นเว้ย… ไปเอาเรื่องแบบนั้นมาจากไหน”
“ฉันได้ยินเสียงคร่ำครวญของพิษในท้อง.. “
“พิษประเภทไหนจะไปคร่ำครวญในท้องหล่อน.. มากสุดก็แค่ท้องร้องไม่ใช่เหรอ”
“ไม่นะปกติท้องฉันไม่ร้อง… ต้องเป็นเสียงของพิษที่เข้าสูู่ร่างกายแน่ๆ”
“ปกติเธออิ่มอยู่ตลอดเวลารึไง”
“พี่เติม…. หนูต้องกินไส้กรอกเพื่อดีทอกซ์ช่วยวนรถกลับไปซื้อให้หน่อย.. น้า.. นะ”
“ใครเนี่ย.. ไม่ชินหูเลยวุ้ย”
“พี่เติมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“ได้ๆ… หยุดเรียกฉันแบบนั้นได้แล้ว”
“ต้องอย่างนี้สิบุญเติมศิษย์หลวงพ่อ”
“หุบปากไปเลย.. เดี๋ยวก็เปลี่ยนใจซะหรอก”
ในที่สุดรถเติมก็ต้องวนกลับไปเพื่อซื้อไส้กรอกดีทอกซ์พิษสำหรับฉันเพื่อที่คืนนี้ฉันจะได้นอนอย่างสงบสุข
“ไม่ต้องทอนค่ะ”
ด้วยความที่ไม่ใช่เงินฉันอยู่ดีฉันจึงให้พ่อค้าไปทั้งหมด
“ทานมะ”
ฉันหยิบไส้กรอกขึ้นมาแล้วยื่นไปทางเติมซึ่งนั่งทำหน้าขรึมอยู่ที่เบาะฝั่งคนขับ
“แน่นอนสิ เงินฉันหนิ”
“นายก็รับพิษมาทั้งวันเหมือนกันสินะ” ฉันกล่าวก่อนที่จะป้อนไส้กรอกให้กับเติมซึ่งขับรถอยู่
“มันไม่ได้มีฤทธิ์.. อุกก”
ก่อนที่เติมจะทันได้พูดจบฉันก็ยัดไส้กรอกเข้าไปเต็มปากของเขา
ในระหว่างเดินทางไปที่หอของฉัน ข่าวจากวิทยุบนรถของเติมได้รายงานเกี่ยวกับโรคระบาดอีกครั้ง และครั้งนี้ พบผู้ติดเชื้อในประเทศไทย
ไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อถูกรายงานอย่างชัดเจนพร้อมกับแจ้งถึงผู้คนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ในที่สุด.. ผู้ติดเชื้อในประเทศไทยกลุ่มแรกก็เกิดขึ้น
“ร้านที่ฉันทำงานพาร์ทไทม์อยู่อาจไปไม่รอด”
“อย่าเพิ่งมองโลกในแง่ร้ายขนาดนั้น.. คงต้องรอดูไปอีกสักพัก”
“กับรัฐบาลแบบนี้ยังไงก็ไม่รอด”
ข่าวยังคงรายงานต่อไปถึงวิธีปฎิบัติตัว การกักกันโรค และความตื่นตัวของผู้คน.. โชคยังดีที่ผู้ติดเชื้อกลุ่มแรกนี้ยังคงห่างไกลจากจังหวัดที่เราอยู่ แต่จากข่าวการแพร่ระบาดและเสียชีวิตที่จีนและต่างประเทศ เดาว่าอีกไม่นานประเทศเราก็คงประสบกับชะตากรรมเดียวกัน
ในที่สุดรถของเติมก็ขับกลับมาถึงหอพัก.. เขาลงจากรถและเดินอ้อมมาเปิดประตูให้ฉัน แม้ฉันจะไม่รู้ว่าจะทำให้ยากไปเพื่ออะไรก็ตาม
“นี่.. ขออีกคำ ยังไม่คุ้มค่าวนรถกลับไปซื้อแบบไม่ต้องทอนเลย..”
“ก็ได้..นายคงจะรับสารพิษไปมากจริงๆ”
ฉันหยิบไส้กรอกขึ้นมาอีกชิ้นและป้อนเข้าปากเติมอีกครั้ง.. ครั้งนี้เขาไม่ได้พูดอะไรและกลืนมันแบบไม่มีปัญหา.. จากนั้นจึงกระดกน้ำเปล่าที่เขาเอาติดตัวมาจากรถด้วย
“มีน้ำด้วยเหรอ.. ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกวะ..” ฉันแย่งน้ำจากเติมและดื่มเช่นกัน เพราะคอฉันเริ่มฝืดจากการทานไส้กรอกมากเกินไป
“ไปละ บาย”
“อืมม”
ฉันหันไปโบกมือให้กับเติมที่กำลังเดินกลับเข้ารถ.. ในตอนนั้นฉันเห็นนายเอิร์ธนั่งอยู่บนรถของเขาถือหมวกกันน้อคและมองมาที่ฉัน ฉันจึงโบกมือให้กับเขาด้วยก่อนที่จะเดินกลับขึ้นหอพักไป