หลิวลี้กับฟานอวี้เดินมุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งมีชื่อว่า โรงเตี๊ยมหมื่นลี้ เป็ที่นิยมสำหรับเหล่าเชื้อพระวงศ์ขุนนาง เศรษฐี และเหล่าคุณหนูคุณชายของตระกูลใหญ่ ส่วนใหญ่จะมาทานอาหารกันที่นี่และยังมีห้องให้จองเป็การส่วนตัวเพื่อไว้สำหรับสนทนาหรือพบปะหารือกันอีกทั้งยังเปิดโอกาสให้เหล่าคุณหนูคุณชายได้แสดงความสามารถของตัวเองโดยเฉพาะความสามารถทางด้านดนตรี
ฟานอวี้กับหลิวลี้แต่งกายด้วยชุดสตรีเฉกเช่นเหล่าคุณหนูฟานอวี้ใช่ชุดรวดกระโปรงสีฟ้าอ่อน ส่วนหลิวลี้ใช่ชุดรวดกระโปรงสีชมพูอ่อนแม้พวกนางจะปิดบังใบหน้าแต่ก็ไม่สามารถปิดบังออร่าของพวกนางได้เมื่อทั้งสองเข้ามาในโรงเตี๊ยมหมื่นลี้ เลยเป็ที่โดดเด่นและสะดุดตาต่อผู้คน
เสี่ยวเอ้อร์ของโรงเตี๊ยมเข้ามาต้อนรับพวกนาง
“คุณหนูขอรับเชิญด้านในขอรับ ไม่ทราบว่ามากันแค่สองท่านใช่หรือไม่ขอรับ?”
“ใช่พวกข้ามากันแค่สองคน”
“ตอนนี้ที่นั่งชั้นบนเต็มหมดแล้วขอรับเหลือชั้นล่างและเหลือที่เดียว”
“ไม่เป็ไร พวกข้าหิวนั่งตรงไหนก็ได้”
ฟานอวี้กับหลิวลี้มานั่งที่โต๊ะชั้นล่างซึ่งเป็โต๊ะเหลือสุดท้ายทำให้เหล่าคุณหนูที่นั่งชั้นบนพากันมองและหัวเราะเยาะเย้ยพวกนางที่ได้นั่งโต๊ะเหลือชั้นล่าง
“ไม่ทราบว่าสั่งอาหารอะไรดีขอรับ?”
ฟานอวี้เห็นสายตาของเหล่าคุณหนูที่พากันหัวเราะเยาะเย้ย“สงสัยแม่ต้องปล่อยของซะหน่อยแล้ว!”
ฟานอวี้เริ่มพูดเสียงดังฟังชัดว่า “เสี่ยวเอ้อร์ไม่ทราบว่าร้านอาหารโรงเตี๊ยมหมื่นลี้แห่งนี้เหตุใดถึงได้มีผู้คนนิยมมาทานอาหารที่นี่เยอะจังเล่า?”
เสี่ยวเอ้อร์ใกับคำถามนี้ของฟานอวี้นางไม่รู้หรือไงว่าร้านนี้เป็ของท่านอ๋องสองเว่ยหลงหาน
“เรียนคุณหนูท่านทั้งสองคงมาต่างจากแคว้นใช่หรือไม่?”
คำถามของเสี่ยวเออร์ทำให้เหล่าคุณที่ดูถูกเยาะเย้ยพวกนางพากันหัวเราะพวกนางเข้าไปใหญ่
มีคุณหนูนางหนึ่งอยู่ชั้นสองะโถาม “พวกเ้าคงมาจากแคว้นลู่สินะดูจากทรงผมและการแต่งตัวของพวกเ้าแล้ว ช่างไม่เข้ากับแคว้นเว่ยของพวกเราซะเลย!”
ฟานอวี้หาได้สนใจกับคำพูดของนางไม่!อย่างถามเสี่ยวเอ้อร์ต่อ “เสี่ยวเอ้อร์เ้ายังไม่ได้ตอบคำถามของข้าเลย ข้า้ารู้ความเป็มาของโรงเตี๊ยมหมื่นลี้!”
เสี่ยวเอ้อร์เหงื่อแตกเหงื่อไหลท่วมตัวเหตุใดนางถึงได้กล้าหาญเช่นนี้
เสี่ยวเออร์ยังไม่ทันจะตอบคุณหนูที่ะโถามพวกนาง มีนามว่าซูหนิง ตอบแทนเสี่ยวเอ้อร์ “เ้าของโรงเตี๊ยมหมื่นลี้แห่งนี้ก็คือท่านอ๋องสอง เว่ยหลงหาน ยังไงเล่า! ทีนี้พวกเ้ารู้แล้วใช่หรือไม่? ยังจะกล้าถามอะไรอีกรึ”
“เสี่ยวเอ้อร์ เช่นนั้นโรงเตี๊ยมแห่งนี้ก็มีแต่เหล่าเชื้อพระวงศ์ เหล่าขุนนาง เหล่าคุณหนูคุณชายตระกูลใหญ่ใช่หรือไม่ที่มาใช้บริการโรงเตี๊ยมแห่งนี้?”
“ก็ใช่นะสิ!เหตุใดเ้าถึงได้ถามคำถามโง่เง่าเช่นนี้ออกมาได้”
คุณหนูซูหนิงรู้สึกรำคาญกับคำถามของฟานอวี้
หลิวลี้นั่งไม่สะทกสะท้านกำลังรอชมการแสดงแบบเงียบ ๆ โดยมีฟานอวี้เป็ผู้แสดงหลักตามด้วยคุณหนูตระกูลซูนักแสดงสมทบ
“เสี่ยวเอ้อเ้าบอกว่าโรงเตี๊ยมหมื่นลี้มีแต่เหล่าผู้ดีทั้งนั้นที่มาใช้บริการที่นี่ แล้วเหตุใดเหล่าคุณหนูที่นั่งชั้นบนถึงได้ทำกิริยาเช่นนี้เล่า? พวกนางหัวเราะเยาะเย้ยแขกล่าสุดที่มาเยือนโรงเตี๊ยมหลื่นลี้แห่งนี้เหตุเพราะพวกข้าได้นั่งโต๊ะสุดท้ายชั้นล่างสุดเพียงเท่านี้เองหรือ? และยังดูถูกพวกข้าที่เป็ราษฎรของแคว้นลู่! ยังไม่พอ!ยังมีคุณหนูนางหนึ่งแสดงกิริยาไม่งดงามเอาเสียเลย!อยู่ชั้นสองยังจะะโถามเื่ของพวกข้าอีก! ช่างสอดรู้สอดเห็นเื่ของชาวบ้านเฉกเช่นแม่ค้าในปากตลาดเสียจริง!หรือว่าต้นตระกูลบรรพบุรุษของพวกนางได้อบรมข้อมารยาทให้พวกนางมีจารีตสันดานเช่นนี้ตระกูลบรรพบุรุษของพวกนางช่างน่ายกย่องสรรเสริญยิ่งนัก!”
พวกคุณหนูทั้งหลายต่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูกที่โดนฟานอวี้ตอกกลับเช่นนี้ มีคุณหนูท่านหนึ่งะโว่า “เ้ามากล่าวหาพวกข้าเช่นนี้ได้เช่นไรถ้าจะผิดก็ผิดที่พวกเ้าเป็แค่ชาวแคว้นลู่”
ฟานอวี้ยิ้มเยาะพลางย้อนถาม “แคว้นลู่แล้วเช่นไรพวกเ้าอย่าลืมว่าที่แคว้นของพวกเ้ามีข้าวให้พวกเ้ากินครบสามมื้อมีเสบียงอาหารเพียงพอเมื่อเกิดภัยา และยังมีม้าโลหิตที่เหล่าทหารของพวกเ้าไว้ใช้สอยอีกถ้าไม่ใช่แคว้นลู่ของพวกข้าพวกเ้าคิดว่าแคว้นของพวกเ้าจะยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้หรือ?”
คุณหนูทั้งหลายต่างพากันเงียบอึ้งไปชั่วขณะ หาคำโต้เถียงไม่ออก เพราะคือเื่จริง
คำเอื้อนเอ่ยของฟานอวี้ ทำให้ผู้คนในโรงเตี๊ยมได้ยินกันไปทั่วโดยเฉพาะห้องพิเศษห้องหนึ่งซึ่งเป็ห้องของเหล่าเชื้อพระวงศ์นั่นก็คือห้องของอ๋องสองเว่ยหลงหาน พาเว่ยหลงหลี่ (อ๋องสาม) และเว่ยหลงเจี๋ย (อ๋องห้า)มาทานอาหารที่โรงเตี๊ยมของเขา เนื่องจากวันนี้เป็เทศกาลไหว้พระจันทร์แต่ด้วยอ๋องห้า เว่ยหลงเจี๋ย ถูกพิษจากการลอบทำร้ายจากศัตรูถูกแม่ทัพใหญ่ของแคว้นหนานจับได้เนื่องจากเขาแฝงตัวลอบสืบข่าวในกองทัพเลยทำให้เกิดการต่อสู้กัน กว่าเว่ยหลงเจี๋ยจะออกมาได้ เขาก็ได้ถูกพิษเข้าเสียแล้วทำให้เขามีอาการปัญญาอ่อนเหมือนเด็กอายุ 8 หนาวจนถึงทุกวันนี้ถึงแม้จะมีหมอมารักษาขจัดพิษออกมาได้แต่ก็ไม่มีหมอท่านไหนสามารถรักษาโรคสมองปัญญาอ่อนของเขาได้เลย!อีกทั้งใบหน้าของเขาถูกคมกระบี่ฟันเข้าทำให้มีแผลเป็ยาวจากหางคิ้วฝั่งซ้ายยาวลงมาถึงโหนกแก้ม
“ท่านพี่ข้าอยากกลับตำหนักแล้วข้าง่วงนอนแล้วนะท่านพี่” เว่ยหลงเจี๋ยงอแงเหมือนเด็ก 8หนาว
“เ้าห้าเ้ารออีกประเดี๋ยวเถิด!พวกข้าเพิ่งจะมาเอง ยังไม่ได้ฟังเหล่าคุณหนูบรรเลงเพลงเลย”
อ๋องสองปวดหัวกับน้องชายคนนี้เหลือเกิน
“ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนุกเลยพวกนางก็เอาแต่เล่นเพลงเดิม ๆ ข้าฟังจนเบื่อแล้ว!!!”
ไม่รอให้พี่ชายรั้งเว่ยหลงเจี๋ยก็ออกมาจากห้องทันที! เขารู้สึกง่วงและเบื่ออยากกลับไปนอนเขาเดินลงมาจากบันไดชั้นสามเกือบถึงชั้นล่างสุด ทำให้ฟานอวี้เห็นเขาครั้งแรกตกตะลึงกับใบหน้าของเขา
“โอ้แม่เ้านี่คือสามีในอนาคตของข้าชัด ๆ”
ถึงแม้ว่าเขาจะมีรอยแผลเป็บนใบหน้าแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาของเขาดูน้อยลงมีแต่จะเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวเขามากยิ่งขึ้น นี้คือเหตุผลสำหรับฟานอวี้สินะ!
แต่เหล่าพวกองค์หญิงองค์ชายหรือแม้กระทั่งคุณหนูคุณชายที่เห็นเว่ยหลงเจี๋ยเดินลงมาจากชั้นสามต่างพากันหัวเราะและมีองค์ชายองค์หนึ่งล้อเลียนเขา
“เ้าจิ้งจอกอัปลักษณ์ เ้าจะกลับแล้วหรือ?”
เสียงนั้น!เป็เสียงขององค์ชายสามเว่ยหลงอัน รัชทายาทแห่งแคว้นเว่ยทำเอาเว่ยหลงเจี๋ยเด็กน้อยผู้นี้ทั้งอายและโกรธเคืองอย่างมากที่ถูกชายหนุ่มพูดจาล้อเลียนใบหน้าของเขาเสียงดังต่อหน้าผู้คนเช่นนี้
“เหตุใดเ้าต้องคอยกล่าวล้อเลียนข้าเช่นนี้ด้วยข้าไปทำอะไรให้กับเ้า? เ้าถึงได้กล่าวล้อเลียนข้าไม่หยุด?”
“ก็เ้ามันอัปลักษณ์จริงๆ นี้ อีกทั้งสมองพิการปัญญาอ่อนอีก ถ้าข้าเป็เ้าข้าจะไม่ทนมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อให้ราชวงศ์เว่ยอับอายขายขี้หน้าเช่นนี้หรอก!ข้าจะะโลงแม่น้ำฮวงโหฆ่าตัวตายยังจะดีเสียกว่า 555”
เว่ยหลงเจี๋ยได้ยินเช่นนั้นเขาก็ร้องไห้ออกมา
“ฮื้อ.....เหตุใดพวกเ้าถึงได้ใจร้ายเยี่ยงนี้!รังแกได้แม้กระทั่งเด็กเช่นข้า ข้าจะฟ้องเสด็จพ่อให้ลงโทษพวกเ้า”
“เ้าคิดว่าเสด็จปู่จะเชื่อเ้าหรือข้ามากกว่ากัน?ระหว่างข้ารัชทายาทแห่งแคว้นเว่ยกับเ้าแค่อ๋องสมองพิการปัญญาอ่อนเ้าคิดว่าท่านปู่จะฟังใคร?”
ทำเอาเว่ยหลงเจี๋ยร้องไห้เสียงดังหนักเข้าไปใหญ่ฟานอวี้เห็นฉากนี้ นางทนไม่ได้เลยรีบเข้ามาปลอบ
“โอ......เ้าอย่าร้องไห้ไปเลยเด็กน้อยก็แค่เสียงหมาเห่าหอนเท่านั้น อย่าใไป มาเถิดพี่สาวคนนี้จะปลอบโยนเ้า”
“บังอาจต่อหน้าองค์รัชทายาท เ้ากล้าเสียมารยาทเยี่ยงนี้ ไม่กลัวถูกตัดหัวรึ?”
องครักษ์ประจำตัวของรัชทายาทกำลังจะใช้ดาบชี้ลงไปที่คอของฟานอวี้ ทว่านางว่องไวและหลบได้หลิวลี้ใช้กำลังภายในรีบตามขึ้นมายังชั้นหนึ่งที่เกิดเหตุเข้ามาขวางหน้าองครักษ์ของรัชทายาททันทีพร้อมกล่าวเตือน
“เป็ถึงชายอกสามศอกเหตุใดถึงได้รังแกสตรีเยี่ยงนี้เล่า?”
“เหอะ!นางบังอาจหลบลู่เบื้องสูง มีโทษตาย!”
“หลบลู่เช่นไรหรือพี่ชาย?”
ฟานอวี้ถามกลับองครักษ์ด้วยน้ำเสียงใสซื่อ
“เ้ากล่าวหาว่าองค์รัชทายาทเป็.......เอ่อเป็.......”
องครักษ์มองไปยังนายหัวของเขากลับได้รับสายตาเพ่งเล็งแทน “หากท่านไม่พูด ข้าไม่สามารถทราบข้อกล่าวหาได้นะเ้าค่ะ”
แววตานางยิ้มแฝงความเ้าเล่ห์
“เ้า!!!!เ้ากล่าวหาว่าองค์รัชทายาทเป็สุนัขทำเสียงเห่าหอนอย่างไรเล่า”
ใบหน้าของรัชทายาทบูดเบี้ยวทันตา
“ท่านเข้าใจผิดแล้วเ้าค่ะข้านะหรือจะกล่าวหาว่าองค์รัชทายาทแห่งแคว้นเว่ยเป็สุนัขทำเสียงเห่าหอนผู้อื่นไปทั่วข้าเพียงแค่ใช้คำพูดปลอบโยนต่อเด็กน้อยเท่านั้นเองเหตุใดถึงคิดว่าข้ากล่าวหาองค์รัชทายาทว่าปากสุนัขละเ้าคะเช่นนี้เป็การใส่ร้ายราษฎรแคว้นลู่เช่นข้าชัด ๆ ”
คำอธิบายของฟานอวี้ตอกย้ำองครักษ์รอบสองเดือดร้อนรัชทายาทอย่างหนักเหมือนถูกหลอกด่าซ้ำ ๆ
ฟานอวี้หันกลับไปถามเว่ยหลงเจี๋ย
“เ้าเด็กขี้แยเ้าเป็ถึงชายชาตินักรบเหตุใดถึงได้อ่อนแอเช่นนี้เล่ามามาไปกินขนมกับพี่สาวที่โต๊ะชั้นล่างกันเถอะ พี่สาวคนนี้มีของเล่นและการแสดงมากมายจะให้เ้าดูหากเ้าเห็นเ้าต้องชื่นชอบแน่ ดีหรือไม่?”
“จริงหรือพี่สาว”
“จริงแท้แน่นอน”
“ก็ได้!ข้าเริ่มเบื่อการแสดงของเหล่าคุณหนูที่นี่เต็มทีแล้ว ข้าอยากดูการแสดงใหม่ ๆท่านแสดงให้ข้าดูนะ”
“ได้สิงั้นพวกเราลงไปชั้นล่างกันเถอะ”
“ขอรับ”