บทที่ 1
ท่านลุงผู้ลึกลับ
“ท่านลุง ท่านลุง ... ข้ามาแล้วครับ!” เสียงเล็กๆของปราณะโหาเ้าของบ้าน...
สักครู่หนึ่งประตูบ้านเก่าๆ ก็เปิดออกช้าๆปรากฎร่างชายชราในชุดคลุมสีดำมอซอั้แ่ศีรษะจรดเข่า ปิดบังอำพรางใบหน้าเหลือเพียงหนวดเครายาวเฟิ้ม

“โดนเ้าพวกนั้นแกล้งมาอีกแล้วล่ะสินะ?” ท่านลุงเอ่ยช้าๆ เหมือนเป็เหตุการณ์ปกติ
“อดทนต่อไปอีกหน่อย ท่านพ่อของเ้าพูดถูกแล้ว อดทนเอาไว้ในขณะที่ทุกวันนี้เ้าก็ฝึกฌานยุทธ์ได้นานมากขึ้น ลองสรุปให้ข้าฟังสิ”
“เออ...ท่านลุงเน้นให้ข้าต้องมีสมาธิระงับความโกรธให้ได้ ตราบใดที่เราสามารถระงับความโกรธ ความโมโหได้เมื่อนั้นก็สามารถควบคุมทุกอย่างได้”
“ดี ดีมาก!!!เ้าเข้าใจได้ถูกต้องแล้ว จิตใจของมนุษย์ถูกกระทบได้ง่ายแค่นิดหน่อยก็ะเิออกมาได้ การมีฌานยุทธ์สูงถ้าจิตไม่เป็สมาธิจะทำการอะไรก็เกิดผลร้ายและไม่สำเร็จ”
“ข้าจะจำไว้ครับท่านลุง”
“จิตที่มุ่งมั่นเป็สมาธิและปล่อยวางได้จะทำให้เ้าปลอดภัย เ้าต้องรู้สภาพและความสามารถของตัวเองก็เหมือนที่พ่อของเ้าบอกนั่นแหละ จงอดทนไว้เพราะความอดทนคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ”
ท่านลุงเดินออกมาจากบ้านแล้วบีบแขนของปราณเบาๆ“แขนเ้าแข็งแรงขึ้นมาก ไหนลองปล่อยหมัดขวาใส่ข้าสิ ออกหมัดให้เต็มแรงนะ”
“แต่ว่า...ท่านลุงจะไม่เป็อะไรแน่นะครับ?”
“เอาเถอะน่า! ทำตามที่ข้าบอกข้าจะได้รู้ว่าเ้าพัฒนาถึงระดับไหนแล้ว?” ท่านลุงยืนแยกขากางแขนออกแล้วปลดปล่อยพลังฌานเพื่อรับแรงหมัดของเด็กน้อย
ปราณขยับตัวออกห่างท่านลุงประมาณ 1 เมตร จากนั้นหลับตา หายใจเข้าลึกๆ แล้วปล่อยหมัดขวาออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อหมัดปะทะร่างชายาุโก็เกิดพลังลมกระแทกเข้าใส่ร่างชายชราจนเขาถึงกับเซเล็กน้อย
“ท่านลุง!”
“ไม่เป็ไร...ข้ายังสบายดี” ชายชราค่อยๆหลับตาประสานมือขวาทับมือซ้ายแล้วหลับตา หายใจเข้าลึกๆก่อนจะผ่อนลมหายใจพร้อมพลิกฝ่ามือทั้งสองข้างลงข้างลำตัว พลังลมจากฝ่ามือพุ่งกระทบดินจนฝุ่นฟุ้งขึ้นมาแล้วลืมตาขึ้นช้าๆ
“แล้วหมัดซ้ายของเ้าล่ะ?”
เ้าหนูปราณอ้ำอึ้ง ไม่ยอมที่จะทำตาม
“ไม่ต้องกลัว นี่คือการฝึกฝนของเ้า”
ปราณพยักหน้าขยับไปยืนจุดเดิมแต่ครั้งนี้ท่านลุงยืนมั่นคงกว่าครั้งแรก สูดลมหายใจเข้าแล้วปล่อยพลังฌานในกายไหลไปสู่มือทั้งสองข้าง
เมื่อเด็กน้อยเห็นชายชรายืนเตรียมพร้อมก็ปล่อยพลังหมัดซ้ายกระแทกใส่ท่านลุงเต็มแรง คราวนี้ท่านลุงไถลตามแรงหมัดไปไกลกว่าครั้งแรกเกือบ3เมตร ก่อนจะหยุดนิ่งแล้วจึงหลับตาประสานมือขวาทับซ้ายปล่อยพลังสู่พื้นเช่นเดิม
“เก่งขึ้นมากเ้าหนู แต่เ้าต้องพยายามฝึกฝนหมัดขวาให้มีพลังเฉกเช่นด้านซ้าย”
ชายชราเดินเข้ามาหาแล้วลูบหัวปราณด้วยความเอ็นดู ‘ดีที่ข้าตั้งรับหนักแน่น ถ้าหากไม่ได้ตั้งตัวคงาเ็ไม่น้อย เ้าหนูปราณนี่อัจฉริยะจริงๆ’
“เอาล่ะ! วันนี้เ้ากลับบ้านไปพักผ่อนซะ พรุ่งนี้ก็ถึงวันที่ครุยุทธ์จะมาทำการคัดเลือกนักเรียนแล้วอย่าลืมว่าทรัพย์สมบัติและความเก่งกาจทั้งหลายในโลกนี้ ขึ้นอยู่กับร่างกายของเ้าอวัยวะทุกส่วนสามารถเพิ่มพลังอำนาจได้อย่างที่เ้า้าแบบไม่มีสิ้นสุด”
ปรัชญาอันลึกล้ำของท่านลุงลึกลับท้ายหมู่บ้านที่ผู้คนต่างมองว่าท่านลุงผู้นี้คือตัวประหลาด เพ้อเจอ เสียสติ
แต่ปราณกลับรู้สึกว่าท่านลุงนี่แหละคือครูของเขารองจากท่านพ่อและท่านแม่
เด็กน้อยลาท่านลุงแล้วเดินกลับบ้านแท้จริงแล้วการที่เขาถูกกลั่นแกล้งจนกลายเป็ไอ้ขี้แพ้เป็บทเรียนหนึ่งของท่านพ่อและท่านลุงที่สอนให้อดทน รู้จักสกัดกั้นอารมณ์โกรธไม่โต้ตอบให้กลายเป็เื่ใหญ่โตนั่นก็เพราะว่า
“ผู้ที่แข็งแกร่งในฌานยุทธ์และสมาธิเท่านั้น
ถึงจะอยู่รอดในใต้หล้าแห่งมหาพิภพอาเชีย”
ตราบใดที่ปราณยังไม่แข็งแกร่ง ไม่มีอำนาจบารมีหรือบริวารเพื่อนฝูงการแสดงความแข็งแกร่งเกินไป ขณะยังเป็เด็ก ก็อาจจะกลายเป็เป้าสายตาได้ง่าย
โดยเฉพาะหมู่บ้านพยัคฆ์คำรามหากมีเด็กคนไหนแสดงความแข็งแกร่งกว่า “เทวา” ลูกชายท่านเ้าเมืองเชียงคลองครอบครัวนั้นอาจจะเกิดความลำบากสู้ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ดีกว่าชีวิตจะอยู่ง่ายขึ้นเยอะ
ความรู้สึกเคียดแค้นชิงชังคุกรุ่นในจิตใจของปราณตลอดมาเขาต้องยอมเป็เบี้ยล่างให้บรรดาลูกหลานอำมาตย์ในเมืองกลั่นแกล้งก็ด้วยเหตุนี้
ถ้าเขาจะเรียนรู้และเข้าไปศึกษาระดับเบื้องต้นซึ่งได้แก่พื้นฐานการดำรงชีวิตในมหาพิภพอาเชีย ในเมืองเชียงคลองก็ต้องยอมที่จะเป็คนอ่อนแอ เป็ไอ้คนขี้แพ้ เพื่อให้พวกลูกๆของอำมาตย์ได้หน้ากันไป แบบนั้นเขาถึงจะได้เข้าเรียน
ปราณนึกถึงความอดทนยอมเป็เบี้ยล่าง และไม่ต่อสู้มาเป็แรมปี พรุ่งนี้จะได้เวลาแสดงพลังความสามารถที่แท้จริงให้ผู้คนได้รับรู้กันว่าเขาคือนักฌานยุทธ์ไม่ใช่เด็กสามัญธรรมดาๆ อีกต่อไป ‘สักวันเถอะข้าจะกลับมาทวงศักดิ์ศรีของข้าคืน’