ตอนที่ 4
เรียก...พี่
นาฬิกาบอกเวลาราวๆ หกโมงครึ่ง เด็กหนุ่มสูงราว 175 หยุดยืนอยู่หน้าร้าน เขากวาดสายตาสำรวจมองไปรอบๆ ร้าน ก่อนจะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ในหัวถามตัวเองอยู่ย้ำๆ ว่าเรามาทำอะไรที่นี่ เด็กหนุ่มยืนอาลัยอาวรณ์อยู่พักนึง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าฮึบใหญ่ เพราะนี่คงไม่ใช่เวลาที่จะลังเลอีกต่อไปแล้ว มีแต่ต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น
“เข้ามาก่อน” เสียงแหบพร่าของชายหนุ่มร่างใหญ่ที่เดินออกมาเปิดประตูร้าน ปลุกเด็กหนุ่มให้ตื่นจากภวังค์
“ค...ครับ” ต้นตะวันเดินเข้าร้านตามเรียกของผู้เป็นาย
“เดี๋ยวมะนาวก็มาแล้ว รอก่อนนะ เอากาแฟไหม?” ตฤณเอ่ยถามในขณะที่เดินไปเปิดเครื่องชงกาแฟ
“เดี๋ยวผมทำเองก็ได้ครับ” ต้นตะวันรีบวางกระเป๋า แล้วลุกขึ้นไปช่วยชายหนุ่ม
“ทำเป็เหรอ” ตฤณเอ่ยถาม
เขาส่งยิ้มเขินๆ ให้เ้านาย เพราะแน่นอนว่าเด็กหนุ่มเคยแต่จะชงกาแฟสำเร็จจากเครื่องอัตโนมัติเพื่อบริการลูกค้าที่มาซื้อรถ ไม่เคยได้ใช้งานเครื่องกาแฟแบบมืออาชีพเช่นนี้
“ปกติกินกาแฟอะไร” ตฤณถามต่อ
“ลาเต้ หวานน้อยครับ....” เด็กหนุ่มรู้สึกกระด้างกระเดื่องเล็กๆ ที่มาทำงานแล้วยังจะให้เ้านายชงกาแฟให้ เขาจึงรีบเอ่ยแสดงสปิริตออกมา “คุณตฤณสอนผมทำได้ไหมครับ”
ชายหนุ่มเหลือบหันมองเด็กหนุ่ม ด้วยความรู้สึกชอบใจในความไฟแรงที่เขาเองก็ััได้ั้แ่วันที่มาสัมภาษณ์งาน “มาสิ”
จากชีวิตของเซลล์ขายรถยุโรปมือหนึ่ง แปรผันมาเป็พนักงานร้านกาแฟด้วยเหตุผลบางอย่าง ต้นตะวันพยายามเรียนรู้วิธีการชงกาแฟ และจดจำสูตรต่างๆ อย่างตั้งใจ โดยมีมะนาวเป็พี่เลี้ยงคอยสอนงานให้
“พี่ตะวันนี่เก่งมากเลยนะคะ มาแค่อาทิตย์เดียว จำสูตรกาแฟของร้านได้เกือบหมดแล้ว”
ต้นตะวันส่งยิ้มตอบในขณะที่กำลังจัดการกับแก้วกองโตในซิงค์ล้างจาน “พี่อยากรีบเป็งานเร็วๆ ไม่อยากให้เป็ภาระ ไหนๆ คุณตฤณก็ให้โอกาสคนไม่มีประสบการณ์แบบพี่ให้เข้ามา”
“หูยย พี่ตฤณได้ยินคงชื่นนนนนนนใจแน่!” เธอลากเสียง
อันที่จริงเป็เพราะต้นตะวันอยากให้คนในร้านไว้ใจเขามากที่สุด เพราะยิ่งเขารู้ข้อมูลร้านมากเท่าไร แผนงานป่วนๆ ของเขาก็ยิ่งง่ายขึ้นเท่านั้น
เมื่อต้นตะวันเล็งเห็นว่าวันนี้คุณตฤณไม่อยู่ จึงสบโอกาสแอบถามเื่ราวที่เขาข้องใจ
“มะนาวอยู่กับคุณตฤณมานานแล้วเหรอ?”
“ั้แ่ร้านยังทำไม่เสร็จเลยค่ะ หอพักหนูอยู่ถัดไปอีกสองซอย ก่อนหน้านี้หนูทำงานร้านอาหาร แต่มันค่อนข้างไกล พอหนูผ่านมาเห็นว่าบ้านหลังนี้กำลังทำอยู่เลยเดาเอาว่าที่นี่ต้องเป็ร้านกาแฟ ก็เลยเดินเข้ามาสมัครั้แ่ตรงนั้นยังไม่เสร็จเลย” เธอชี้ไปที่เรือนกระจก
“ก็ถือว่าเป็พนักงานรุ่นบุกเบิกเลยนะ” ต้นตะวันเฉไฉถามต่อ “แล้วงี้ก็ต้องเห็นลูกเห็นเมียคุณตฤณบ้างแล้วสิ”
มะนาวรีบวางผ้าขี้ริ้วในมือ แล้วพุ่งเข้ามาประชิดที่ตัวต้นตะวัน “อย่าว่างั้นงี้เลยพี่” เธอเบาเสียงของตัวเองลง “หนูไม่เคยเห็นว่าจะมีใครมาเลย อย่าว่าแต่ลูกเมียเลย แม้กระทั้ง...พ่อแม่ ญาติพี่น้อง หนูมาอยู่ั้แ่ก่อนร้านเปิด จนร้านเปิดก็ยังไม่เคยเห็นมีใครมาเยี่ยมหรือแสดงความยินดีเลยสักคน”
ต้นตะวันหยุดเช็ดโต๊ะก่อนที่จะหันไปหาเด็กสาวด้วยความสงสัย “ถ้าเปิดร้านใหม่ แล้วไม่มีคนรู้จักมาเลย มันก็แปลกๆ อยู่นะ”
“ใช่ไหมพี่ หนูว่ามันแปลกๆ ถ้าเป็หนูเปิดร้านใหม่ แม่หนู ญาติหนูคงเหมารถทัวร์มากันทั้งหมู่บ้าน” เธอเดินกลับไปคว้าผ้าขี้ริ้วแล้วกลับไปเช็ดโต๊ะต่อ
หลังจากทำงานมาสักพักแล้ว ต้นตะวันก็สังเกตเห็นว่า ชายหนุ่มมักจะอยู่แต่ในครัวหลังร้าน ไม่ค่อยออกมาหน้าร้านสักเท่าไร บางวันอยู่เพียงแต่ในครัว เสร็จงานก็กลับขึ้นห้องที่ชั้นสอง นานๆ จะออกมาหน้าร้านสักครั้ง ออกมาช่วยเฉพาะใน่เวลาที่ลูกค้าเยอะมากจริงๆ
ต้นตะวันรู้สึกได้ถึงความสั่นไหวของโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงมาพักใหญ่แล้ว แต่เนื่องจากปริมาณลูกค้าที่ไหลเวียนกันเข้ามา จึงทำให้เขาเพิ่งจะมีเวลาปลีกตัวออกไปรับสาย
เด็กหนุ่มเดินออกมาหลบคุยอยู่ข้างร้าน “โทรมาทำไม??” เสียงหวานๆ ของเด็กหนุ่มแปรเปลี่ยนทันทีเมื่อเห็นว่าปลายสายเป็ใคร
[แหม เดี๋ยวนี้ได้ดิบได้ดี เสียงแข็งใส่พ่อเลยเหรอ?] นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ นายเทพ พ่อเลี้ยงเ้าปัญหาติดต่อหาเขา
“แกไม่ใช่พ่อฉัน”
[เห้อ วัวลืมตีนมันเป็แบบนี้นี่เอง แต่เอาเถอะ กูไม่ได้อยากคุยกับมึงมากหรอก เงินกูหมดแล้ว เอามาสักหมื่นสองหมื่นสิไอลูกชาย]
“กูไม่ให้ แล้วกูจะไม่ให้อีกต่อไป”
[5555555 มึงนี่ปากเก่งขึ้นเยอะเลยนะ 5555555 กูอยากจะรู้ว่า ถ้าจู่ๆ กูโผล่ไปที่เชียงราย มึงจะยังปากเก่งแบบนี้อยู่ไหม???]
“แกจะทำอะไร ห้ามยุ่งกับแม่นะ”
[กูให้เวลาโอนเงินมาแค่คืนนี้ ไม่อย่างนั้น กูไม่รับปากอะไรทั้งนั้น]
ร่างของเด็กหนุ่มทรุดนั่งยองๆ ลงเหมือนคนหมดแรง น้ำใสๆ เอ่อคลอสองตา มือของเขาสั่นเทาในขณะที่กดเข้าแอปฯ ของธนาคารเพื่อโอนเงินตามคำขอ ต้นตะวันจำใจต้องโยนเงินให้กับพ่อเลี้ยงที่ยังคงผ่านไปผ่านมาในชีวิต โดยที่ผู้เป็แม่ไม่เคยรับรู้
เขารอคอยว่าวันนึงที่แม่จะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน เขาจะได้ดูแลแม่ด้วยตัวของเขาเอง ถึงเวลานั้นเขาจะหาวิธีในการเขี่ยาแในใจให้ออกไปจากชีวิต หากแต่ตอนนี้ ความปลอดภัยของแม่เป็เื่ที่สำคัญที่สุด
เด็กหนุ่มรีบปาดหยดน้ำตา พร้อมกับลุกขึ้นหายใจเข้าอย่างเต็มปอด ก่อนจะปรับเปลี่ยนสีหน้าและแววตา หันตัวกลับเข้าร้านไปเพื่อทำหน้าที่ของตนต่อ โดยที่ไม่ทันได้สังเกตว่าทุกๆ บทสนทนาและทุกๆ การกระทำเมื่อครู่ อยู่ภายใต้สายตาของชายหนุ่มเ้าของร้านที่ออกมานั่งอ่านสูตรขนมอยู่อีกมุม
“พี่ตะวันยังไม่กลับเหรอคะ?” มะนาวเอ่ยถามพี่ชายหลังจากที่ช่วยกันเก็บร้านจนเสร็จแล้ว
“อ่อ เดี๋ยวพี่ก็กลับแล้ว มะนาวกลับก่อนเลย กลับดีๆ ล่ะ” เด็กหนุ่มเอ่ยตอบ
เด็กสาวยกมือขึ้นโบกลาพี่ชายก่อนเดินหายออกจากร้านไป
นิ้วเรียวยาวค่อยๆ เปิดประตูครัวหลังร้านช้าๆ ต้นตะวันแอบเข้ามายืนอยู่หน้าประตูในขณะที่หนุ่มใหญ่ยืนหันหลังเก็บครัวอยู่
“มีอะไรหรือเปล่าครับ?” เสียงทุ่มใหญ่เอ่ยขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่ได้หันกลับมาหาเ้าของเสียงเปิดประตู
“อ่อ พอดี เห็นว่าวันนี้คุณตฤณยังเก็บของไม่เสร็จ ผมเลยจะเข้ามาช่วยครับ”
ต้นตะวันเดินเข้ามาหยิบถ้วยชามส่วนผสมที่ยังไม่ได้ล้างบนเคาน์เตอร์ทำขนม ไปที่อ่างล้างจานถัดจากที่ตฤณยืนอยู่
“เรียกพี่...” ตฤณเหลือบมองเด็กหนุ่มข้างๆ เล็กน้อย จึงเห็นว่าต้นตะวันมีอาการใปนงงๆ เล็กๆ จึงรีบแก้ต่าง “เรียกพี่ก็ได้ เหมือนที่มะนาวเรียกน่ะ” แล้วชวนเปลี่ยนเื่
“แล้วมะนาวกลับแล้วเหรอ?” ตฤณถามในขณะที่กำลังเติมส่วนผสมลงในโหล
“ครับ” ต้นตะวันเริ่มเปิดก๊อกน้ำ ล้างถ้วยชามกองโต ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยปากถามต่อ “ทำไมคุณตฤณ เอ้ย..พี่ตฤณถึงชอบทำขนมครับ”
ชายหนุ่มนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “พี่ว่าขนมมันเหมือนยาวิเศษ เวลาที่พี่ทำขนม มันทำให้พี่อยู่กับตัวเอง และทิ้งทุกอย่างจากภายนอก โฟกัสอยู่กับแค่ตรงหน้า”
ต้นตะวันเหลือบมองเ้าของคำตอบเล็กน้อย ก่อนจะถามต่อ “ชอบทำก็เลยไปเรียนเหรอครับ”
“ป่าว ก็ฝึกเอาเอง ตอนพี่เด็กๆ กลับมาจากโรงเรียน พี่จะรีบทำการบ้านให้เสร็จ เพื่อที่จะลงไปที่ครัว ไปช่วยแม่ทำขนมอยู่บ่อยๆ”
“น่ารักน้า งี้มาเปิดร้านขนาดนี้ คุณแม่คงภูมิใจน่าดูเลย”
ชายร่างใหญ่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบคำถามแบบไม่เต็มเสียงเท่าไรนัก “พี่....ยังไม่ได้บอกใคร...”
เป็อย่างที่มะนาวว่า ถึงไม่เคยมีใครมาที่ร้านเลย เพราะเขายังไม่ได้บอกใคร ต้นตะวันนิ่งคิด ก่อนที่ตฤณจะพูดต่อ “......พี่อยากทำร้านให้ประสบความสำเร็จก่อน”
ต้นตะวันหันไปมองหน้าผู้พูดเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าน้ำเสียงและสีหน้าของคนข้างๆ เปลี่ยนไป “อะไรกันครับ ร้านลูกค้าเยอะทุกวันขนาดนี้ ยังไม่เรียกประสบความสำเร็จอีกเหรอ”
ตฤณยกมุมปากหัวเราะในลำคอเบาๆ “นั่น...ยังไม่ใช่ครับ”
เวลาผ่านเลยจวนเจียนสองทุ่ม กว่าที่ทั้งคู่กับช่วยกันเก็บของในครัวเสร็จ ขณะที่ตฤณเดินออกมาส่งต้นตะวัน ทั้งคู่ก็ต้องหยุดเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามีชายร่างใหญ่ในเงามืดกำลังเดินตรงเข้ามาที่ร้าน
“วันนี้ร้านปิดแล้วครับ มาใหม่พรุ่งนี้นะครับ” ต้นตะวันรีบเดินเข้าไปบอกชายร่างใหญ่ที่เพิ่งเปิดประตูเดินเข้ามา
แต่ดูเหมือนว่าคนผู้นี้จะไม่ได้มาเพื่อจะอุดหนุนกาแฟ แต่น่าจะมาด้วยเหตุอื่นเพราะสีหน้าและแววตาของคนผู้นี้กลับมองทะลุผ่านตัวต้นตะวันไปยังชายร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาแทน
“พี่ศิลา”
.......................................................
Le Rêve เลอเรฟ พรหมลิขิต พิชิตฝัน
มี EBook แล้วค่าาา
โปรซื้อตอนนี้ ลด 25% 7 วัน เหลือ 119บาท เท่านั้นนะค