ผิงกั่วและสาลี่เหล่านี้ แต่ละลูกอวบอิ่มกลมมน ดูไม่เหมือนผลไม้ป่าลูกเล็ก ๆ ที่ขึ้นตามูเาเลยสักนิด
กระทั่งยังลูกใหญ่และสดกว่าที่พวกเขาเคยเห็นขายอยู่ริมถนนในเมืองหลวงเสียอีก!
นอกจากความดีใจแล้ว ในใจของนางยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวล
“เหลาซื่อ ผลไม้พวกนี้กินได้อย่างสบายใจหรือเปล่า?”
“เอากลับไปก่อนค่อยว่ากัน”
หลี่เหลาซื่อเองก็รู้สึกไม่มั่นใจ เพราะแถวนี้ไม่มีต้นไม้ผลหรือต้นพุทราเลย แต่พอเขาหันหลังกลับ สิ่งของเหล่านี้ก็มาปรากฏอยู่ที่แทบเท้าเสียแล้ว
เจียอินเห็นท่าทางระแวดระวังและไม่สบายใจของท่านพ่อท่านแม่ กลัวว่าพวกเขาจะทิ้งของดีที่นางอุตส่าห์ย้ายออกมาอย่างยากลำบาก จึงรีบฉีกยิ้มแล้วส่งเสียงอ้อแอ้โวยวายขึ้นมา
เถาหงอิงก้าวเข้าไปป้อนนมลูกสาว แต่เห็นลูกสาวเอาแต่จ้องมองไปยังกองผลไม้เ่าั้ เมื่อนึกถึงคำที่แม่สามีมักจะบ่นพึมพำ ต่อให้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้ว
“เหลาซื่อ พวกเราเอาของทั้งหมดกลับไปเถอะ สงสัยฝูหนิ่วของพวกเราอยากกิน พวกเราคงได้รับโชคจากนาง”
ต่อให้ภรรยาไม่พูด หลี่เหลาซื่อก็ตัดใจทิ้งไม่ลงเช่นกัน
เขารีบเก็บผลไม้ใส่ถุง พร้อมกับกัดผิงกั่วลูกหนึ่ง รสชาติหวานฉ่ำจนเขารีบส่งให้ภรรยาทันที
สามีภรรยาแบ่งกันกินผิงกั่วอย่างรักใคร่ ส่วนเจียอินเองก็ได้อิ่มทั้งนมและอิ่มทั้งอาหารหมา
จากนั้นครอบครัวสามคนก็รีบกลับบ้าน โชคดีที่หลี่เหลาซื่อมีแรงมาก
ไม่เช่นนั้นผลไม้สองถุง พุทราหนึ่งถุง รวมกับเกาลัดและลูกสนจำนวนมากขนาดนั้น คงไม่สามารถขนกลับไปได้หมด...
เมื่อกลับถึงบ้าน แล้วทุกคนเห็นสิ่งของเหล่านี้ต่างก็ประหลาดใจและดีใจเป็อย่างยิ่ง
แม้แต่อู๋ชุ่ยฮวาก็ขยันขึ้นมาก ช่วยขนของวุ่นวายไปมา พร้อมกับแอบกินไปด้วย...
เจียอินนอนอยู่บนเตียงดินเผา ฟังเสียงทุกคนพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น นางก็ดีใจจนดิ้นไปมา
แต่พอนึกถึงมันฝรั่งและข้าวโพดที่มีมากกว่านี้ในมิติวิเศษ ก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อย
สิ่งนั้นต่างหากที่ทำให้อิ่มท้องได้จริง ๆ แต่น่าเสียดายที่โลกนี้ยังไม่มีพืชผลที่ให้ผลผลิตสูงสองชนิดนี้ปรากฏขึ้นมา
เพื่อความรอบคอบ ่เวลาไม่กี่ปีนี้จะเอาออกมาไม่ได้เด็ดขาด...
วันหนึ่ง แม่เฒ่าหลี่อุ้มหลานสาวเดินไปมาในห้องเก็บของ
เมื่อเห็นมันเทศและของป่าต่าง ๆ ที่เต็มเปี่ยม รวมถึงไก่ป่าและกระต่ายป่าที่แขวนอยู่บนขื่อบ้าน
ในใจของนางก็มีความมั่นใจที่จะผ่านพ้นฤดูหนาว ชีวิตก็เริ่มมีกำลังใจในการใช้ชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อกลับเข้าห้อง หญิงชราสูบยาเส้นสองสามคำ แล้วจึงกำชับลูกชาย
“เ้าสี่เอ๋ย ่นี้อย่าขึ้นเขาเลยนะ”
“หา?” หลี่เหลาซื่อไม่เข้าใจว่าทำไมท่านแม่ถึงพูดประโยคนี้ขึ้นมากะทันหัน
แม่เฒ่าหลี่หยอกล้อหลานสาวตัวน้อยที่กำลังเล่นนิ้วมืออยู่ แล้วพูดเสียงเบาว่า “พวกเราหาเสบียงได้มากมายขนาดนี้ ทั้งหมดเป็เพราะ์เมตตาฝูหนิ่วของพวกเรา แต่พวกเราต้องรู้จักพอ ไม่ควรโลภมาก”
หลี่เหลาซื่อรีบพยักหน้า
“ท่านแม่ ข้าฟังท่าน เดี๋ยวข้าจะไปตักน้ำที่ริมแม่น้ำ ถือโอกาสจับปลาตะเพียนให้ได้สักสองสามตัว เพื่อเอามาตุ๋นน้ำแกงให้หงอิงดื่ม”
ไม่รอให้แม่เฒ่าหลี่ตอบรับ เจียอินก็รีบยื่นมือขอให้หลี่เหลาซื่ออุ้มทันที
แม่เฒ่าหลี่ยิ้มอย่างจนใจ จับมือน้อย ๆ ของหลานสาวกลับมา
“รู้แล้ว ย่ารู้ว่าฝูหนิ่วก็อยากไป แต่ท่านพ่อของเ้าต้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่เจียอันของเ้าแบกเ้าไปนะ”
เจียอินพ่นฟองน้ำลายออกมาอย่างพอใจ ในเรือนหลังเล็กในมิติวิเศษเลี้ยงเป็ดไว้ห้าตัวและห่านห้าตัว
พวกมันไม่ขยันออกไข่เท่าแม่ไก่ แต่สะสมไปเรื่อย ๆ เกือบสองเดือน ก็มีไข่เก็บไว้ร้อยกว่าฟองแล้ว
ต้องหาทางเอาออกมาให้ได้ แม้จะนำมาดองเป็ไข่เค็มก็ยังดี
พอนึกถึงไข่แดงที่เยิ้มเป็น้ำมัน เจียอินก็อดไม่ได้ที่จะน้ำลายสอ
น่าเสียดายที่นางลืมไปว่า ต่อให้ดองเป็ไข่เค็ม นางที่เป็ทารกอายุไม่ถึงร้อยวันก็กินไม่ได้อยู่ดี
เหตุที่หมู่บ้านชิงสุ่ยได้ชื่อนี้ ก็เพราะมีแม่น้ำสายใหญ่ที่นอกหมู่บ้าน เดินออกไปสามสี่ลี้ ริมแม่น้ำจะมีต้นอ้อขึ้นเป็กอ ๆ
ชาวบ้านแถวนั้นมักจะมาตัดเอาไปบ้าง เพื่อซ่อมแซมหลังคาบ้าน หรือสานเสื่ออ้อสำหรับปูเตียงดินเผา
ตอนนี้เจียอินยังคงนอนอยู่ในตะกร้า โดยมีหลี่เหลาซื่อแบกอยู่
ส่วนพวกเจียสี่เจียอันได้วิ่งไปจับปลาเล่นกันแล้ว
น้ำในแม่น้ำใสสะอาด ทั้งกว้างและลึก แม้จะยืนอยู่ไม่ไกลจากริมฝั่ง แต่น้ำก็ลึกเลยหัวเข่าของหลี่เหลาซื่อ
หลี่เหลาซื่อวางถังน้ำที่ตักจนเต็มไว้ที่ริมฝั่ง แล้วถืออีกถังเพื่อตักน้ำต่อ
ทันใดนั้นก็ได้ยินเจียสี่ะโด้วยความดีใจ
“อาสี่! ท่านจับปลาตัวใหญ่ได้อีกแล้วหรือ? หลายตัวเลย!”
หลี่เหลาซื่อสงสัย หันกลับไปมอง ก็เห็นเจียสี่หิ้วปลาตัวใหญ่ขึ้นมาจากถังไม้จนน้ำกระเซ็นเต็มตัวและใบหน้า
เขารีบหันกลับไปดู ก็เห็นปลาหลีฮื้อตัวใหญ่สี่ตัวติดอยู่ในถังไม้ กำลังดิ้นพราด ๆ พยายามจะะโออกมา
เขาตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก แต่ก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็วและขานรับเบา ๆ
พอหันกลับไปหิ้วอีกถัง ในถังก็มีเสียงเคลื่อนไหวเช่นกัน
ครั้งนี้เป็ปลาตะเพียนสองตัวและปลากระพงหนึ่งตัว แต่ละตัวหนักสี่ห้าชั่ง!
นี่มันแปลกเกินไปแล้ว!
หัวใจของหลี่เหลาซื่อเต้นระรัว พอนึกถึงครั้งก่อน ๆ ที่เป็แบบนี้ เขาก็ยิ่งไม่กล้าส่งเสียงดัง
เมื่อมองไปยังลูกสาวตัวน้อยในตะกร้า นางกำลังอมนิ้วอยู่ ดวงตาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เขาไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป จึงอุ้มลูกสาวขึ้นมาแล้วหอมแก้มเล็ก ๆ สองที
“ฝูหนิ่วตัวน้อยของพ่อ เก่งที่สุดเลย!”
เจียอินถูกหนวดเคราของท่านพ่อทิ่มจนคันหน้า จึงส่ายหัวน้อย ๆ ยิ้มและหลบไปมา
“แน่ะ ๆ !” นางชี้ไปยังกออ้อที่อยู่ไม่ไกล พร้อมกับยื่นมือน้อย ๆ ขยับไปมา
หลี่เหลาซื่อเห็นดังนั้น จึงรีบไล่พวกหลานชายออกไป แล้วค่อย ๆ ย่องเข้าไปดูอย่างระมัดระวัง
เป็ดังคาด เมื่อแหวกกออ้อออก ก็พบไข่เป็ดป่ากองใหญ่
มีถึงยี่สิบกว่าฟอง วางเด่นหราอยู่แทบเท้าของเขา
เขารีบค้นหาบริเวณรอบ ๆ ต่อ และในไม่ช้าก็พบรังที่สอง
ไข่เป็ดสองกองรวมกันแล้ว อย่างน้อยต้องมีหกสิบกว่าฟอง
เขามือสั่นขณะจะเก็บขึ้นมา แต่ลูกสาวกลับส่งเสียงโวยวายไม่หยุด เขาจึงคิดและลองหาดูอีกรอบ
ครั้งนี้ เขาถึงกับได้ไข่ห่านฟองใหญ่ยี่สิบกว่าฟอง!
หากบอกว่าไข่เป็ดอาจจะเป็ของเป็ดป่า แต่ไข่ห่านนี้จะอธิบายอย่างไร ในหมู่บ้านไม่เห็นมีบ้านไหนเลี้ยงห่านเลย...
เขาคิดไม่ออก จึงเลิกสนใจ
เขาอุ้มลูกสาวออกจากตะกร้า แล้วนำไข่เป็ดและไข่ห่านใส่ลงไปแทน
“เจียเหริน มานี่ มาช่วยขนกลับบ้านหน่อย!”
เจียเหรินที่ขากางเกงเปียกไปครึ่งหนึ่ง กำชับน้อง ๆ สองสามคำ แล้วจึงเข้ามาช่วย
เมื่อเห็นไข่เป็ดและไข่ห่านเต็มตะกร้า เขาก็ใจนตาโต
แต่เขาก็ฉลาดพอ รีบดึงต้นอ้อมาสองสามกำเพื่อปิดตะกร้าให้มิดชิด แล้วรีบกลับบ้านทันที
ขณะนั้นแม่เฒ่าหลี่กำลังพาจ้าวอวี้หรูแกะซักเสื้อผ้ากันหนาวของทุกคนในบ้าน เมื่อเห็นไข่เหล่านี้ นางก็ดีใจจนโยนของในมือทิ้ง
นางรีบเรียกเถาหงอิงออกมา ให้ล้างแล้วบรรจุลงโหลเพื่อนำไปดองทันที
ใน่ฤดูหนาว สิ่งนี้เป็ของดีที่เอาไว้กินคู่กับโจ๊ก!
โดยเฉพาะไข่ห่าน ฟองเดียวก็เพียงพอให้คนทั้งบ้านแบ่งกันกินได้
หลังจากนั้นหลี่เหลาซื่อก็อุ้มเจียอินกลับมา พร้อมกับหิ้วปลาสองถัง เดินด้วยท่าทางราวกับผู้ชนะที่กลับมาจากการรบ
โชคดีที่คนในหมู่บ้านกำลังยุ่งกับการเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วง ไม่เช่นนั้นหากเห็นเขาเป็เช่นนี้ คงแห่กันไปจับปลาที่ริมแม่น้ำกันหมด
แม่เฒ่าหลี่อุ้มหลานสาว หอมแล้วหอมอีก จากนั้นจึงลงมือดองปลาและนำไปตากแห้งเพื่อความสะดวกในการเก็บรักษา
แน่นอนว่าต้องเหลือปลาสดไว้หนึ่งตัว ตอนเย็นใส่ผักกาดขาวหนึ่งหัว เต้าหู้หนึ่งก้อน ก็เพียงพอให้คนทั้งบ้านกินจนพุงกาง
คนที่กลับมาสุดท้ายคือพวกเจียสี่เจียอัน พวกเขาจับปลาตะเพียนและปลาไหลตัวเล็ก ๆ ได้เพียงสิบกว่าตัว จึงรู้สึกหดหู่เล็กน้อย
พวกเขาเดินมาดูปลาตัวใหญ่ในถัง พอหันกลับไป ปลาตัวเล็กและปลาไหลก็หายไปแล้ว
แน่นอนว่า 'หัวขโมย' ก็คือเจียอินนั่นเอง
ปลาในบ่อปลาของเรือนหลังเล็กจะให้มีแต่ปลาออกโดยไม่มีปลาเข้าไม่ได้ ไม่เช่นนั้นในอนาคตถ้ากินหมดจะไม่มีทางได้กินอีกเลย
พวกเจียสี่เจียอันหาอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็ลืมเื่นี้ไป
เพราะปลาตัวเล็กเกินไป จะเอาไปเลี้ยงไก่ยังไม่พออิ่ม ความสนใจของพวกเขาจึงไปอยู่ที่ปลาตัวใหญ่ที่จะตุ๋นในตอนเย็นแทน...
คนในครอบครัววุ่นวายกัน เจียอินฟังเสียงครึกโครมแล้วค่อย ๆ หลับไป
วันนี้นางใช้ความพยายามอย่างมากในการนำของออกมา จึงเหนื่อยมาก ซึ่งเป็ภาระที่หนักเกินกว่าที่ทารกตัวน้อยจะรับไหว...