ตลอดทั้งปี ส่วนใหญ่ทุกคนจะได้กินแต่ธัญพืชหยาบ ข้าวสาร และแป้งขาว จะมีโอกาสได้กินแค่่เทศกาลปีใหม่หรือวันหยุดเท่านั้น ปกติแล้วแทบไม่ได้แตะเลย
มุมปากของโจวเซี่ยเผยรอยยิ้มเจิดจ้าออกมาโดยไม่รู้ตัว การมีมิติส่วนตัวมันดีจนไม่มีอะไรจะติจริง ๆ ดูท่าว่าเื่อาหารการกินในอนาคตคงไม่ใช่ปัญหาแล้ว ที่เหลือก็คือการหาเงิน ต้องคิดหาวิธีดี ๆ เพื่อสร้างฐานะให้ร่ำรวย!
‘แต่ก่อนอื่นต้องอาบน้ำก่อน!’
เธอเดินเข้าไปในน้ำพุ รดน้ำให้ผักทั้งหมด จากนั้นก็ถือตะกร้าไม้ไผ่ใบเล็กไปเก็บมะเขือเทศและแตงกวาไม่กี่ลูก กลับมาล้างให้สะอาดในห้องพักเล็ก ๆ แล้วนอนกินบนโซฟา
พอกัดมะเขือเทศเข้าไปคำหนึ่ง รสหวานฉ่ำก็แผ่ซ่านไปทั้งปาก มันอร่อยมาก ทั้งหวาน เนื้อเนียน และน้ำเยอะ ให้ััยอดเยี่ยมสุด ๆ อร่อยกว่ามะเขือเทศในสวนที่บ้านเยอะมาก
ถ้าหน้าหนาวยังออกดอกออกผลได้ก็คงดี ถึงตอนนั้นราคาต้องแพงกว่าตอนนี้แน่นอน เธอจะได้หาเงินได้มากขึ้น เพื่อปรับปรุงฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว
หลังจากกินมะเขือเทศเสร็จ เธอก็หยิบแตงกวาขึ้นมากัดคำหนึ่ง
‘ว้าว!’
ยังคงอร่อยมาก หวานกรอบสดชื่น รสััไม่แพ้ผลไม้เลย นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้กินแตงกวาที่อร่อยขนาดนี้ อร่อยกว่าแตงกวาญี่ปุ่นในอนาคตเสียอีก
เมื่ออิ่มแล้วก็เริ่มรู้สึกง่วง โจวเซี่ยรีบไปอาบน้ำในห้องน้ำ พอกลับมาก็ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนตีห้าครึ่งของวันพรุ่งนี้ แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงหลังใหญ่ของตัวเองอย่างมีความสุข
วันรุ่งขึ้น เธอถูกปลุกด้วยเสียงนาฬิกาปลุก โจวเซี่ยใช้ถังน้ำแร่ในห้องพักตักน้ำพุวิเศษมาครึ่งถัง แล้วนำกลับมาที่บ้านหลังเล็ก หญิงสาวเทน้ำพุวิเศษส่วนหนึ่งลงในโอ่ง เพราะน้ำพุวิเศษมีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ หากให้คุณย่ากับน้อง ๆ ดื่มบ่อย ๆ จะได้มีสุขภาพแข็งแรง
พอเทน้ำเสร็จ ย่าโจวก็ตื่นพอดี เมื่อเห็นโจวเซี่ย หญิงชราก็ดุด้วยความเอ็นดูว่า "เด็กคนนี้ ตอนนี้ไม่มีงานอะไรต้องทำ รีบตื่นเช้าขนาดนี้ทำไม? ทำไมไม่นอนต่ออีกหน่อย?"
"ฉันไม่เหนื่อยค่ะ ให้ฉันช่วยทำกับข้าวไหมคะ?"
"ไม่ต้องหรอก ย่าแค่ทำโจ๊กง่าย ๆ ก็พอ หมั่นโถวที่หลานเอามาเมื่อวานยังเหลืออยู่ นึ่งสักสองสามลูก กินกับโจ๊กและผักดองก็พอแล้ว"
"คุณย่าคะ ่นี้คุณย่าเป็คนทำกับข้าวตลอดเลยเหรอคะ? อาสะใภ้รองกับอาสะใภ้สามไม่มาช่วยเลยเหรอ?" ั้แ่โจวเซี่ยกลับมาหลายวันนี้ เธอไม่เห็นอาสะใภ้รองและอาสะใภ้สามมาทำมื้อเช้าเลย
ย่าโจวยิ้มบาง ๆ "ย่ายังทำไหว ไม่ต้องให้พวกเธอลำบากหรอก"
“่ที่ผ่านมาเป็แบบนี้ตลอดเลยเหรอคะ?” โจวเซี่ยเดาออกแล้ว แต่ก็ยังถามออกไป
ย่าโจวกำลังเลือกเมล็ดข้าวฟ่าง เตรียมจะใช้หม้อต้มโจ๊กข้าวฟ่าง "่นี้ก็เป็แบบนี้ตลอดแหละ ไม่เป็ไรหรอก งานแค่นี้ย่ายังทำได้ พอแก่ตัวลงก็นอนน้อยลง ทำงานนิดหน่อยไม่เป็ไรหรอก มื้อเที่ยงพวกเธอก็เป็คนทำ"
โจวเซี่ยเหลือบมองย่าโจว อาสะใภ้ทั้งสองคนนี้ เห็นชัด ๆ ว่าจงใจเล่นงานเธอ แกล้งไม่ทำมื้อเช้าเพื่อให้เธอทนไม่ได้และยอมออกจากบ้านไปเอง
เมื่อคิดได้ดังนี้ แววตาของโจวเซี่ยก็ฉายแววเฉียบคม เธอจะไม่พูดอะไรก่อน อยากรู้เหมือนกันว่าใครจะหมดความอดทนก่อนกัน ต้องมีวันที่อู๋เสี่ยวเหมยเผยธาตุแท้ออกมาแน่นอน
หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จ โจวเซี่ยก็สะพายตะกร้าเดินขึ้นเขา เธอคิดจะเก็บสมุนไพรไปปลูกในมิติ อยากลองดูว่าสมุนไพรที่รดด้วยน้ำพุวิเศษจะมีสรรพคุณมากขึ้นหรือไม่
เธอเดินตามทางเล็ก ๆ ขึ้นเขาไปเรื่อย ๆ ในบริเวณใกล้ ๆ ไม่ค่อยเห็นสมุนไพรดี ๆ เท่าไร เป็ไปได้ว่าถูกชาวบ้านแถวนี้เก็บไปหมดแล้ว เธอจึงต้องค่อย ๆ เดินลึกเข้าไปในป่า
โจวเซี่ยก้าวเข้าสู่ป่าลึกบนเขา แต่ทว่าวันนี้โชคดีจริง ๆ เธอเก็บสมุนไพรหายากได้หลายชนิด และยังพบโสมป่าต้นหนึ่งหลังโขดหินกลางเขาอีกด้วย
เธอมองไปรอบ ๆ แล้วอุทานออกมาด้วยความดีใจ “ว้าว! โสมใบหกชั้น เป็ของล้ำค่าจริง ๆ ด้วย”
หญิงสาวเดินวนรอบต้นโสมสามรอบ พบว่าข้าง ๆ โสมต้นนี้ยังมีใบสามชั้นอีกสองสามต้น และยังมีต้นกล้าโสมอีกสิบกว่าต้น วันนี้ถือว่าโชคดีจริง ๆ เธอค่อย ๆ ขุดโสมเหล่านี้อย่างระมัดระวังโดยไม่ให้รากเสียหายแม้แต่นิดเดียว
หญิงสาวถือโสมเหล่านี้อย่างทะนุถนอมแล้วเข้าไปในมิติ เลือกอยู่นานจนพบว่าทางทิศเหนือของน้ำพุวิเศษมีดินร่วนซุยและชุ่มชื้น เหมาะสำหรับปลูกโสมพอดี
การอยู่ใกล้กับน้ำพุวิเศษจะทำให้สามารถดูดซับไอระเหยของน้ำพุวิเศษได้ สรรพคุณทางยาต้องเพิ่มขึ้นอีกระดับแน่นอน โจวเซี่ยใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงจึงปลูกโสมเหล่านี้เสร็จ เธอพบว่าต้นใหญ่บางต้นเริ่มมีตุ่มดอกแล้ว
หากปลูกแล้วรอดชีวิต จะต้องออกดอกออกผล และได้เมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้นอีกแน่ ถึงตอนนั้นค่อยปลูกเพิ่มอีกสักหน่อย หากโสมพวกนี้ดูดซับน้ำพุวิเศษเข้าไปอีก สรรพคุณทางยาก็จะเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว นั่นแหละถึงจะเป็ของล้ำค่าในหมู่ของล้ำค่าอย่างแท้จริง
หากคนที่ร่างกายอ่อนแอได้พบกับโสมนี้ มันก็คือยาต่อชีวิตดี ๆ นี่เอง
หลังจากปลูกเสร็จ เธอก็ดื่มน้ำเล็กน้อย พอมองดูท้องฟ้าก็เห็นว่าเป็เวลาเที่ยงแล้ว จึงเข้าไปในห้องพักเพื่อทำข้าวผัดไข่กิน จากนั้นก็นอนพักกลางวันครึ่งชั่วโมง พอตื่นขึ้นมาก็ดื่มน้ำพุวิเศษหนึ่งแก้ว ทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที
โจวเซี่ยออกจากมิติ เดินขึ้นไปตามเนินเขา และเก็บสมุนไพรหายากได้อีกมากมาย เช่น หวงฉี หนิวอู่จา ซานเคอเจิน ไฉหู อู่เว่ยจื่อ และอื่น ๆ อีกหลายชนิด แทบจะได้ครบทุกอย่างที่้า
เธอใช้วิธีขุดลึกเพื่อเก็บรากแล้วนำมาปลูกในมิติ สมุนไพรจีนหลายชนิดมีรากเป็พวง ขอแค่ปลูกปีเดียวก็สามารถเก็บเกี่ยวได้หลายปี
ยิ่งเดินขึ้นไปบนูเา ทางก็ยิ่งเดินยากขึ้น แต่สมุนไพรล้ำค่าก็ยิ่งมีเยอะขึ้น จนกระทั่งถึงยอดเขา เธอไต่ขึ้นมาจากทางลาดทิศเหนือ ทางลาดทิศตะวันตกของูเาเป็หน้าผา ส่วนทางลาดทิศใต้และทิศตะวันออกยังพอเดินลงเขาได้
เพียงแต่ทางทิศตะวันออกค่อนข้างชัน ในขณะที่ทางทิศใต้หันหน้าเข้าหาแสงแดด และยังได้ยินเสียงน้ำไหลรินจากด้านล่าง ความชันไม่มากนัก เหมาะสำหรับการลงเขาที่สุด
ด้านล่างเขาน่าจะมีแม่น้ำหรือน้ำพุอยู่ บางทีริมน้ำตามพงกก พงหญ้า อาจจะพอหาไข่นกหรืออะไรทำนองนั้นได้ นั่นก็ถือเป็ผลพลอยได้ที่ไม่เลวเลยทีเดียว
เธอสังเกตไปรอบ ๆ ยอดเขา กว่าจะปีนขึ้นมาได้ไม่ใช่เื่ง่าย ต้องลองดูว่ามีสมุนไพรหายากอะไรอีกไหม ถ้ามี...
‘เดี๋ยวนะ ตรงขอบหน้าผานั่นคืออะไร?’
มีเห็ดสีแดงเข้มอยู่หลังตอไม้แห้งตรงขอบผา พอมองดูดี ๆ มีทั้งดอกใหญ่และดอกเล็กกองโตเลย
‘ยอดเยี่ยมจริง ๆ ’
‘นี่มันเห็ดหลินจือชั้นเลิศชัด ๆ !’
‘แต่ว่า มันดันขึ้นอยู่ในตำแหน่งที่อันตรายเหลือเกิน เธอจะทำอย่างไรถึงจะเก็บมันมาได้กันนะ?’
โจวเซี่ยสังเกตอยู่นาน เห็นต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งอยู่ไกลออกไป ถ้าจะใช้ต้นไม้นั้นก็ต้องมีเชือก เธอหยิบเชือกในตะกร้าออกมาเปิดดู แล้วก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความผิดหวัง
‘มันสั้นเกินไป เอื้อมไม่ถึงตอไม้ตรงขอบผานั่นเลย จะทำยังไงดีนะ?’
โจวเซี่ยนั่งบนพื้นแล้วสังเกตสิ่งรอบตัว และมองดูการแต่งกายของตัวเองในวันนี้ เสื้อผ้าชุดนี้ฉีกเป็เส้น ๆ ไม่ได้
ทันใดนั้น เธอพลันนึกขึ้นได้ว่าในอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ในมิติเหมือนจะมีเชือกอยู่ เป็เชือกที่เธอเคยซื้อไว้ตอนปีนผา วันนี้ประจวบเหมาะได้นำมาใช้พอดี
เธอจึงเข้าไปในมิติ ก่อนจะค้นเจอเชือกในลิ้นชักล่างสุดของตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ นอกจากนี้ยังพบตะขอเกี่ยวและขวานด้วย จึงจัดการใส่ลงในตะกร้าไปด้วย ทั้งหมดนี้ล้วนเป็อุปกรณ์ที่ซื้อไว้สำหรับปีนเขาธรรมชาติ ดีที่วันนี้ได้ใช้งานพอดี
หญิงสาวนั่งพักบนโซฟาครู่หนึ่ง ดื่มน้ำพุวิเศษอีกหนึ่งแก้วจนรู้สึกกระปรี้กระเปร่า แล้วถือเชือกออกจากมิติ
เธอใช้เชือกผูกไว้กับต้นไม้ใหญ่ และผูกอีกปลายหนึ่งไว้ที่เอวของตัวเอง ค่อย ๆ ปีนไปเก็บเห็ดหลินจือหลังตอไม้ตรงหน้าผา สมุนไพรหายากเหล่านี้มักจะขึ้นในที่แปลก ๆ ไม่เป็ซอกหินก็เป็ตอไม้ที่ลับตาคนตรงขอบผา
ความยากในการเก็บ ยิ่งเพิ่มมูลค่าความล้ำค่า
โจวเซี่ยมาถึงขอบผาแล้ว แต่ตอไม้อยู่ต่ำลงไปจากหน้าผา หาก้าเก็บเห็ดหลินจือก็ต้องค่อย ๆ ไต่ลงไป แต่เนื่องจากเพิ่งฝนตกหน้าผาจึงลื่นมาก ต้องอาศัยตะขอเกี่ยวเพื่อยึดร่างกายไว้เท่านั้น