บทที่ 5 ซัดเพื่อนของแกด้วย
ในยุคศิลปะการต่อสู้ ความสำคัญของวิชาความรู้ทางทฤษฎีลดลงอย่างมากในทางกลับกัน หลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับศิลปะการต่อสู้กลับได้รับความสนใจอย่างไม่เคยมีมาก่อน กลุ่มทุนเอกชนหลายแห่งแข่งขันกันลงทุนในด้านการศึกษาศิลปะการต่อสู้ ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เอกชนเพื่อฝึกอบรมนักรบโดยเฉพาะ
พร้อมกันนั้น มหาวิทยาลัยทั่วไปที่มีศักยภาพก็เริ่มตามกระแสด้วยการเปิดคณะนักรบ เพื่อรักษาสถานะความเป็มหาวิทยาลัยชั้นนำเฉินชวนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยไห่อันซึ่งจัดอยู่ในประเภทหลัง
คณะนักรบของมหาวิทยาลัยไห่อันมีสัดส่วนของหลักสูตรความรู้ทางทฤษฎีน้อยมาก นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับหลักสูตรศิลปะการต่อสู้และการฝึกฝนตนเอง จึงมีเวลาที่ค่อนข้างอิสระ
แต่คณะทั่วไปนั้นไม่ได้ดีขนาดนั้นการจัดตารางเรียนยังคงไม่แตกต่างจากมหาวิทยาลัยทั่วไปแต่อย่างใด
เมื่อเฉินชวนมาถึงห้องเรียน นักศึกษาส่วนใหญ่ยังไม่มา มีเพียงสิบกว่าคนนั่งกระจายกันอยู่ รวมกลุ่มกันสองสามคนพูดคุยกันเสียงเบา
"เฉินชวนทางนี้!"
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหูเฉินชวนมองไปตามเสียงนั้น ก็เห็นอู๋ฮุยนั่งอยู่ที่เก้าอี้แถวหลังกำลังโบกมือให้เขา
เฉินชวนมีนิสัยค่อนข้างเก็บตัว เขามีเพื่อนในห้องไม่มาก อู๋ฮุยถือเป็คนที่สนิทกับเขามากที่สุดคนหนึ่ง
"วันนี้มาเร็วจังนะ?"
เฉินชวนมานั่งลงข้าง ๆ อู๋ฮุย แล้วถามอย่างไม่ได้ตั้งใจในความทรงจำของเขา อู๋ฮุยมักจะมาเข้าเรียนอย่างกระชั้นชิด หลายครั้งเกือบมาสายแต่วันนี้กลับมาเร็วกว่าเฉินชวนเสียอีก ดูไม่ใช่สไตล์ของเขาเลย
อู๋ฮุยได้ยินคำพูดนั้นก็หัวเราะเบา ๆ "ก็ฉันมาโรงเรียนพร้อมกับคนอื่นไงล่ะ"
เฉินชวนเข้าใจในทันที พูดพร้อมรอยยิ้มว่า "มีแฟนแล้วเหรอ?"
อู๋ฮุยพยักหน้าด้วยท่าทางเขิน ๆ จากนั้นก็ถามขึ้นอย่างกะทันหัน
"แล้วนายไม่คิดจะหาแฟนบ้างเหรอ? ฉันเห็นว่ามีเพื่อนผู้หญิงในห้องเราหลายคนที่ชอบนายอยู่นะ"
พูดถึงตรงนี้ อู๋ฮุยอดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ เฉินชวนมีหน้าตาหล่อเหลาสดใส เป็สเปคที่ผู้หญิงชื่นชอบ
ถ้าเขาอยากจะมีแฟน ก็หาได้ในไม่กี่นาที
"ไม่ต้องหรอก"
เฉินชวนโบกมือไปมา
"ฉันไม่มีเวลามาคบหาใครหรอก"
ตอนนี้เขามีความสามารถพิเศษอยู่ในมือ เป็่สำคัญที่ต้องเพิ่มพลังอย่างรวดเร็ว จะมีเวลาไหนมาพูดเื่ความรักกัน? อู๋ฮุยเบ้ปากเล็กน้อย
"เชื่อฉันเถอะนะ นายไม่ได้เรียนคณะนักรบสักหน่อย แล้วทำไมต้องเสียเวลาไปฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ด้วย? หลังเรียนจบก็ต้องเป็มนุษย์เงินเดือนอยู่ดี ไม่ใช่เหรอ?"
"ยังไม่สายที่จะใช้ชีวิตวัยหนุ่มสนุก ๆ หาแฟนสักสองสามคนจะดีกว่านะ ถ้าฉันหล่อแบบนายนี่ ป่านนี้คงมีสาวมาแล้วเป็ร้อยคน!"
เฉินชวนกลอกตา ทำเป็ไม่ได้ยิน
อู๋ฮุยพูดอยู่พักหนึ่ง เมื่อเห็นเฉินชวนไม่มีปฏิกิริยา เขาจึงหุบปากอย่างผิดหวังผ่านไปครู่หนึ่ง เขามองสำรวจเฉินชวนสองสามที แล้วพูดขึ้นอย่างฉับพลัน
"ทำไมรู้สึกเหมือนไม่ได้เจอกันแค่วันหยุดสุดสัปดาห์เดียว แต่นายดูเหมือนจะมีอะไรเปลี่ยนไปยังไงสักอย่าง?"
เฉินชวนใเมื่อได้ยินคำพูดนั้น แต่ก็รู้ตัวในทันทีเมื่อพลังเพิ่มขึ้น สภาพจิตใจก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปด้วย
พูดให้ชัดเจนก็คือ เขาดูมั่นใจมากขึ้น แต่เื่นี้อธิบายให้ละเอียดไม่ได้ เฉินชวนจึงยิ้มเล็กน้อย แล้วตอบแบบขอไปทีเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
อู๋ฮุยไม่ได้คิดอะไรมาก พอดีเสียงกระดิ่งเข้าเรียนดังขึ้น เขาจึงข้ามเื่นี้ไปทั้ง่เช้าผ่านไปกับการเรียนทฤษฎีที่น่าเบื่อ
เฉินชวนแต่ก่อนไม่รู้สึกว่ามีอะไร แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าเวลาช่างผ่านไปยากเย็นเหลือเกินชาติก่อนเขาเรียนหนังสือมาสิบกว่าปีแล้ว ตอนนี้ข้ามมิติมา ก็ไม่อยากจะต้องเรียนซ้ำอีกรอบ มีเวลาขนาดนี้ ยังไม่เท่ากับเอาไปฝึกฝนหมัดอัสนีบาตอย่างน้อยก็ยังเพิ่มค่าชำนาญได้บ้าง
"บางทีฉันอาจจะขอย้ายคณะก็ได้"
เฉินชวนมีความคิดแวบขึ้นมาในหัวอย่างฉับพลัน มหาวิทยาลัยไห่อันมีระบบการย้ายคณะ นักศึกษาคณะทั่วไปที่บรรลุเงื่อนไขบางอย่าง สามารถขอย้ายไปคณะนักรบได้
เฉินชวนจำได้ราง ๆ ว่าเงื่อนไขการย้ายคณะคือต้องมีระดับพลังงานชีวิตถึงระดับ 2 และต้องเชี่ยวชาญวิชาการต่อสู้ระดับเชี่ยวชาญอย่างน้อยหนึ่งวิชา
เขาบรรลุเงื่อนไขไปแล้วครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลืออีกครึ่งคิดว่าไม่นานก็น่าจะทำได้การเปลี่ยนคณะแทบไม่มีความยากลำบากสำหรับเขาเลย!
เฉินชวนยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเป็ไปได้เพื่อให้มีเวลามากขึ้นสำหรับการพัฒนาพลังในอนาคต การเปลี่ยนสาขาวิชาจึงเป็สิ่งจำเป็!
"หลังจากที่ระดับพลังงานชีวิตทะลุถึงระดับ 2 แล้ว ฉันจะสมัครขอย้ายคณะทันที!"
เฉินชวนตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วหลังจากกระดิ่งเลิกเรียนดังขึ้น อู๋ฮุยรีบวิ่งออกจากห้องเรียนทันทีด้วยความร้อนรน คงรีบไปหาแฟนสาวน่ะ
เฉินชวนส่ายหน้าพร้อมยิ้มขำ เดินตามกลุ่มคนออกจากห้องเรียนหลังออกจากโรงเรียน เฉินชวนกำลังจะเดินไปที่ยุทธสมาคมใจกลางเมือง แต่เมื่อผ่านซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่ง เขาก็ชะงักฝีเท้า ภายในซอยเปลี่ยวที่มืดสลัว อู๋ฮุยกำลังถูกนักศึกษาชายรูปร่างสูงใหญ่สามคนล้อมไว้ ดูเหมือนกำลังพูดคุยอะไรกันอย่างเผ็ดร้อน มีการผลักกันเป็ระยะ
ในขณะนั้นเอง ชายหนุ่มที่เป็หัวหน้าก็พุ่งหมัดชกเข้าที่ท้องของอู๋ฮุยอย่างแรง ทำให้อีกฝ่ายล้มลงกับพื้นทันที ร่างกายงอตัวเป็ก้อนกลมเหมือนกุ้งเฉินชวนเพ่งมองอย่างจริงจัง รีบเดินเร็ว ๆ พุ่งเข้าไปในตรอกทันที
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
เมื่อได้ยินเสียง ชายหนุ่มทั้งสามหันหลังมามองเมื่อเห็นว่ามีแค่เฉินชวนคนเดียว คนที่เป็หัวหน้าก็ตวาดเ็าทันที
"ไปให้พ้น! อย่ายุ่งกับเื่ไม่ใช่ธุระของแก!"
อู๋ฮุยที่นอนอยู่บนพื้นค่อย ๆ ยกศีรษะขึ้นอย่างยากลำบาก เมื่อเห็นเฉินชวนก็อึ้งไปชั่วขณะ จากนั้นรีบส่งสัญญาณด้วยสายตาให้เขา บอกให้รีบออกไปจากที่นี่โดยเร็วทว่าการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้กลับถูกหัวหน้าของกลุ่มชายหนุ่มสังเกตเห็น
เขาเข้าใจทันทีว่าผู้ชายที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันคนนี้รู้จักกับอู๋ฮุยและน่าจะเป็นักศึกษาคณะทั่วไปเหมือนกัน จึงยิ้มเย็นและส่งสัญญาณให้พวกพ้อง
ผู้ชายอีกสองคนยิ้มอย่างโเี้และเดินตรงไปหาเฉินชวนทันทีเมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ อู๋ฮุยรีบะโขึ้นด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ
"เติ้งปินนี่มันเื่ระหว่างฉันกับนาย อย่าเอาคนอื่นมาเกี่ยวข้องด้วย!"
เติ้งปินมองเขาด้วยหางตาอย่างเ็าแล้วหัวเราะเยาะ
"นายช่างมีน้ำใจจริง ๆ แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกหงุดหงิดเวลาเห็นหน้านาย ฉันจะต่อยทั้งนายและเพื่อนนายด้วย นายจะทำอะไรฉันได้ล่ะ?"
อู๋ฮุยโกรธจนหน้าแดงก่ำ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เติ้งปินกับอีกสองคนล้วนเป็นักศึกษาคณะนักรบ มีฝีมือไม่ธรรมดา พวกนักศึกษาคณะทั่วไปอย่างพวกเขาไม่มีทางสู้ได้แน่นอน
ถ้าสามคนนี้ตั้งใจแน่วแน่ที่จะซ้อมพวกเขาจริง ๆ พวกเขาก็คงต้านทานไม่ได้ อู๋ฮุยเองโดนซ้อมก็ว่าไปอย่าง แต่ตอนนี้กลับทำให้เฉินชวนพลอยเดือดร้อนไปด้วย นี่ทำให้เขารู้สึกผิดอย่างมาก
ตอนนี้ชายสองคนได้เดินมาถึงตรงหน้าเฉินชวนแล้ว เห็นว่าอีกฝ่ายยืนอยู่กับที่ไม่ขยับเขยื้อน ไม่วิ่งหนี ไม่ต่อต้าน พวกเขาคิดว่าเฉินชวนกลัวจนตัวแข็ง บนใบหน้าจึงปรากฏความดูถูกเหยียดหยามทันที
"ไอ้หมอนี่ขี้ขลาดจริง ๆ!"
"ถ้าจะโทษก็โทษตัวเองที่ไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือ ยังจะมายุ่งด้วย!"
เมื่อเห็นทั้งสองคนค่อย ๆ เข้ามาใกล้เฉินชวนกลับไม่รู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่กลับรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ลองดู
เหตุผลที่เขาพุ่งเข้าไปในซอยเปลี่ยวโดยไม่ลังเลนั้น ส่วนหนึ่งเพราะไม่สามารถทนดูอู๋ฮุยถูกรังแกได้ อีกส่วนหนึ่งเพราะเขาสังเกตเห็นตราสัญลักษณ์บนหน้าอกของพวกเขาทั้งสามคน
นั่นคือเครื่องหมายของนักศึกษาคณะนักรบ!
นักศึกษาคณะนักรบก็เป็นักรบเหมือนกันไม่ใช่หรือ!
บางทีสามคนตรงหน้านี้อาจช่วยให้เขาบรรลุความสำเร็จ [การต่อสู้จริง I] ก็เป็ได้!
ในขณะที่เฉินชวนกำลังครุ่นคิด ชายหนุ่มทางด้านซ้ายก็ทนไม่ไหวและเป็ฝ่ายลงมือก่อน เขาต่อยหมัดตรงเข้ามาที่หน้าอกของเฉินชวนดูท่าทางแล้ว นั่นคือหมัดอัสนีบาตอย่างไม่ต้องสงสัย!
เฉินชวนยิ้มเย็นในใจ และตอบโต้ด้วยหมัดอัสนีบาตเช่นเดียวกันเมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนั้น ดวงตาของชายหนุ่มคนนั้นวาบไปด้วยแววเยาะหยัน หมัดอัสนีบาตของเขานั้นได้บรรลุถึงระดับเชี่ยวชาญแล้ว!
นักศึกษาทั่วไปตัวคนเดียวกล้ามาเผชิญหน้ากับเขาแบบนี้ ช่างไม่รู้จักประมาณตัวเอาเสียเลย! ชายหนุ่มหัวเราะเยาะในใจพลางออกแรงบนมือเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า กำปั้นพุ่งเข้าใส่เฉินชวนอย่างรุนแรงในชั่วพริบตา กำปั้นทั้งสองก็ปะทะกันกลางอากาศอย่างไม่มีลูกเล่นใด ๆ!
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงดังตึงหนึ่งครั้ง ตามด้วยเสียงร้องอย่างเ็ป ชายหนุ่มที่เป็ฝ่ายรุกก่อนลอยกระเด็นไปด้านหลังเหมือนว่าวขาดสาย ร่วงลงพื้นอย่างแรง กุมมือตัวเองพลางครวญครางไม่หยุด
"มือฉัน... มือฉัน..."
ด้วยความช่วยเหลือจากแสงสลัวในตรอก สามารถเห็นได้ว่ามือขวาของชายหนุ่มคนนั้นเป็รอยช้ำสีม่วงเต็มไปหมด ชัดเจนว่ากระดูกคงหักไปแล้วทุกคนมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง พากันอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก