บทที่ 44 เกาะทั้งสอง
“ทำอะไรอยู่?” ต้นหนาวที่เปิดประตูเข้ามาได้เห็นน้องชายนั่งเหม่อมองออกไปที่หน้าต่าง เขาก็เอ่ยถามออกมาอย่างเป็นกังวล
“ไม่ครับ แค่คิดถึงพ่อกับแม่เท่านั้น” ปลายฝนส่ายหน้า ดวงตาที่แดงก่ำซึ่งไม่ได้มาจากการแสดงของเขานั้นทำให้ต้นหนาวชะงักไป คนตัวโตเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว อุ้มน้องชายขึ้นจากเตียงแล้ววางไว้บนตักของเขาที่นั่งลงบนเตียงแทน โอบกอดให้ความอบอุ่นแก่น้องชายอย่างเต็มที่
เห็นท่าทางของพี่ชายเป็นแบบนั้น ปลายฝนก็ยกยิ้มออกมาบางเบา เขาเอนกายนุ่มของตนเองไปที่หน้าอกของพี่เหมือนต้องการหาที่พักพิง
“แล้วคิดถึงพี่บ้างไหม” ต้นหนาวเปลี่ยนเรื่อง ไม่ให้น้องนึกถึงเรื่องที่ต้องเศร้าใจอีก อย่างไรพรุ่งนี้ก็เป็นวันเกิดของหนูน้อยนะ เขาจะปล่อยให้ไม่มีความสุขอยู่แบบนี้ได้ยังไง
“คิดครับ คิดว่าพี่กับนางแบบคนนั้นเหมาะสมกันดี” ปลายฝนชี้ไปที่หน้าจอมือถือของตนเองที่ยังเปิดอยู่ ในภาพเป็นภาพข่าวของพี่ชายตัวดีคนนี้ที่ไปอยู่สองต่อสองกับนางแบบสาวในโรงแรมชื่อดัง
แม้ว่าปลายฝนไม่รู้ว่าพี่ชายไปทำอะไรที่โรงแรมมีชื่อนั่น แต่เขาก็รู้อยู่เต็มอกว่าพี่คงไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีกับอีกฝ่ายหรอก
ต้นหนาวขมวดคิ้วมองภาพนั้นก่อนจะรู้สึกโกรธขึ้นมา นั่นเป็นโรงแรมที่เขาไปเลือกห้องเตรียมเผด็จศึกน้องชายด้วยตนเอง ที่จริงมีเชษไปอีกคน แต่อีกฝ่ายน่าจะติดต่อกับเจ้าหน้าที่อยู่ เขาได้มีโอกาสเจอนักธุรกิจที่นั่นซึ่งพานางแบบสาวคนนี้มาใช้ค่ำคืนดีๆ เขาจึงได้พูดคุยสอบถามถึงความประทับใจสองสามคำ นางแบบสาวก็ให้ความร่วมมือดี
เพราะคำแนะนำของอีกฝ่าย เขาจึงเลือกห้องที่ดีเพื่อสร้างบรรยากาศให้น้องชาย เขารู้ว่าครั้งแรกของทุกคนมันยากเสมอ ยิ่งกับน้องชายที่ไม่ใช่ทางปกติยิ่งต้องยากขึ้น ดังนั้นจึงต้องใส่ใจทุกรายละเอียด หากว่าน้องไม่ชอบขึ้นมาแล้วไม่ยอมให้เขาทำอีกในอนาคต เขาไม่แย่หรอกหรือ?
ใครจะคิดว่าการทุ่มเทของเขามันกลับทำให้มีคนเอาไปตีเป็นข่าวออกมาได้ ต้นหนาวมองดูน้องชายที่ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับข่าวที่เห็น หัวใจของเขาก็เจ็บปวดอย่างช่วยไม่ได้
ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าเขาจะโกรธที่มีข่าวออกมา หรือเขาจะเสียใจที่จริงๆแล้วน้องไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าเขาจะไปมีคนอื่นหรือเปล่า.....ก็แน่ล่ะ เรื่องแบบนี้ มันอาจจะมีแค่เขาก็ได้ที่คิดอยู่คนเดียว
“คิดว่าพี่เหมาะสมกับผู้หญิงคนนั้นหรอ? แต่พี่คิดว่าพี่เหมาะกับปลายฝนมากกว่านะ” ต้นหนาวพูดออกมาอย่างหน้าด้านๆ แม้ว่าในใจจะเหมือนถูกกรีดเป็นแผลลากยาวก็ตาม
“อื้อ ผมรู้อยู่แล้วล่ะน่า” ปลายฝนยักไหล่ ราวกับว่ามั่นอกมั่นใจนักหนา นี่ทำให้คนเป็นพี่เลิกคิ้วมองด้วยความประหลาดใจ
“ก็ผมเป็นเด็กดีนี่ พี่ชอบเด็กดีไม่ใช่หรอ ผู้หญิงคนนั้นแต่งตัวไม่เห็นจะเรียบร้อยเลย เขาไม่ใช่เด็กดีนะ” ต้นหนาวรับฟังเหตุผลของน้องชายด้วยความอึ้งงันปนเอ็นดู ปลายฝนยังพูดไม่หยุด
“แต่ถ้าพี่อยู่โรงแรมกับเด็กดีคนอื่น ผมจะตีพี่แน่” เห็นเจ้าหนูน้อยที่หันมาชี้หน้าตนเอง ต้นหนาวก็หัวเราะอย่างมีความสุข กลายเป็นว่าที่เจ้าหนูนี่ไม่โกรธหรือหึงหวงเขาเพราะคิดว่าเขาชอบเด็กดีงั้นหรอ?
เขาอยากจะบอกน้องน้อยว่าจริงๆเขาก็ไม่ได้ชอบเด็กดีหรือเด็กไม่ดีอะไร เพราะคนที่เขาชอบมีแค่ปลายฝนเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป ถ้าปลายฝนอยากเข้าใจแบบนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน ถ้าปลายฝนเป็นเด็กดีกับเขาตลอดไปจะดีแค่ไหนกันนะ
“นั่นสินะ เพราะน้องของพี่เป็นเด็กดีจริงๆ” ต้นหนาวก้มลงหอมแก้มคนที่กำลังข่มขู่ตนเองอยู่ ปลายฝนขยับหนีแต่ก็ไม่ทันแล้ว จมูกของพี่จมเข้าไปในแก้มนุ่มของเด็กน้อย สูดเอากลิ่นกายหอมอ่อนๆของเจ้าตัวเข้าไปไม่ยั้งเหมือนหิวกระหาย
“อื้อ ผมเจ็บนะพี่ ปล่อยได้แล้ว พี่เก็บของหรือยัง เมื่อไรเราจะไปกันครับ”
“เก็บแล้ว เราจะไปกันเลยไหมล่ะ” ต้นหนาวยอมปล่อยแต่โดยดีเมื่อน้องชายเริ่มโวยวาย เขาดันก้นนุ่มนิ่มขึ้น ความรู้สึกอยากบีบก้นนั้นยิ่งเพิ่มสูงขึ้นไปอีก พรุ่งนี้เด็กน้อยของเขาก็จะอายุครบ 18 ปีแล้ว เขาจะพยายามให้น้องเก็บเรี่ยวแรงไว้ใช้กับเขา ถ้าทำได้น่ะนะ
“พี่ ผมเอาน้องเป็ดไปด้วยนะครับ อ้อ แล้วก็มีอันนี้ด้วย ลูกบอล พี่เล่นกับผมหน่อยนะ แล้วก็ยังมี...” ยังไม่ทันจะได้เริ่มแผนการ ต้นหนาวก็รู้สึกเสียใจกับการตกลงที่จะไปเที่ยวทะเลกับน้องแล้ว ดูเหมือนเจ้าหนูนี่คิดจะไปแค่เที่ยวเล่นจริงๆนั่นแหละ
เห็นหน้าพี่ชายเป็นแบบนั้น เด็กน้อยก็หันหลังกลับ กลัวว่าถ้ายังจ้องอยู่ตนอาจจะหัวเราะออกมาเลยก็ได้ สำหรับเรื่องที่พี่ชายเตรียมเผด็จศึกเขา คิดว่าเขาเป็นน้องโง่คนใสซื่อนั่นจริงๆหรือไง? แค่มองก็รู้แล้วว่าพี่นั้นตื่นเต้นมากขนาดไหนกับวันพรุ่งนี้ที่จะมาถึง
ไหนจะเชษที่หายหน้าหายตาไป คาดว่าน่าจะไปเตรียมความพร้อมเป็นแน่ กระนั้นปลายฝนก็ทำเป็นไม่รู้ หยอกล้อพี่ชายเล็กๆน้อยๆแค่พอเหมาะเท่านั้น
สองคนพี่น้องพากันออกเดินทาง ใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมงกว่าจะมาถึง มันก็เป็นเวลาที่ค่อนข้างเย็นแล้ว เห็นเพียงแสงสลัวๆดูงดงามจากการที่ดวงตะวันตกเท่านั้นเอง
“พี่ครับ ที่นี่คือที่ไหนครับ ทำไมสวยขนาดนี้” ปลายฝนเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น เขาไม่เคยเห็นที่นี่มาก่อนเลย ในชีวิตที่แล้วก็ไม่เคยเห็น เขารู้อยู่ว่าพี่ชายนั้นมีเกาะส่วนตัวอยู่ 2 แห่ง แต่ก็ไม่เคยมาเหยียบเลยแม้แต่ครั้งเดียว นี่นับว่าเป็นครั้งแรกก็ได้ที่เขาเห็นอะไรสวยงามขนาดนี้
หาดทรายที่นี่นั้นกว้างไกลสุดสายตา ทั้งยังขาวสะอาด เป็นเม็ดทรายที่ละเอียดอย่างมาก ทุกย่างก้าวที่เดินนั้นให้สัมผัสเนียนนุ่มไปที่ฝ่าเท้า เหมือนกับเป็นการบำบัดผิวของเขาให้ดีมากขึ้น ในเกาะนี้มีบ้านหลังหนึ่งที่ค่อนข้างใหญ่อยู่ใกล้ๆชายหาด เพียงมองไปก็จะเห็นได้เลยในทันที สีของมันเข้ากันดีกับหาดทรายแห่งนี้ ตัวบ้านทาสีขาวสวยงาม แม้แต่หลังคาก็ยังเป็นสีขาวเลย
ข้าวของมากมายของเด็กน้อยถูกนำไปโดยคนของพี่ชายแล้ว นั่นรวมไปถึงอุปกรณ์ของเล่นที่เขานำมันมาด้วย ดูเหมือนพี่ต้นหนาวจะสั่งการอย่างลับๆให้เอาของพวกนั้นไปให้ห่างจากตัวเขา ปลายฝนได้แต่หัวเราะออกมาอย่างขบขันเมื่อนึกถึงการวางแผนของพี่ชาย
“ที่นี่คือเกาะวัสสา”
“เกาะวัสสา? ชื่อผมหรอ?”
“อืม ชื่อเรานั่นแหละ” ต้นหนาวลูบผมเด็กน้อยของเขาอย่างรักใคร่ สายตาที่มองดูปลายฝนยามที่ยืนท่ามกลางแสงสุดท้ายของวันนั้นมีเพียงความหลงใหลเท่านั้น ปลายฝนเกาแก้มเล็กน้อยอย่างเขินอาย ไม่รู้ว่าพี่ชายเพิ่งเปลี่ยนชื่อมันเพื่อเอาใจเขาหรือไม่ กระนั้นคำหวานนี้ก็ทำให้เขารู้สึกหน้าแดงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“แล้วพี่มีแค่เกาะนี้หรือเปล่าครับ” ปลายฝนถามออกไปอย่างอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็กน้อย
“มีอีกที่หนึ่ง”
“เอ๋? จริงหรอครับ ผมไม่เห็นรู้เลย”
“อ่า วันหลังพี่จะพาไปนะ”
“จริงหรอครับ เย่ๆ รักพี่ที่สุดเลย” ปลายฝนกระโดดดีใจ เขาคว้าแขนของพี่ชายมาถูไถราวกับต้องการออดอ้อน
“อืม” คนอายุมากกว่าดูน้องน้อยที่มีความสุข การประจบเอาใจของอีกฝ่ายทำให้เขาเริ่มจะหักห้ามใจไม่ไหวแล้ว อยากจะเห็นท่าทางเอาใจของเด็กน้อยยามที่อยู่บนเตียงจริงๆ
แค่คิด...เขาก็ตื่นเต้นแล้ว
“แล้วพี่ตั้งชื่อเกาะนั้นว่าอะไรหรือครับ ชื่อว่าเหมันต์หรือเปล่า”
“หืม? ทำไมล่ะ”
“ก็จะได้มีทั้งเกาะเหมันต์และเกาะวัสสาไงครับ สมมติเวลาที่พวกเราทะเลาะกันแล้วแยกบ้านกันอยู่ ผมมาอยู่ที่นี่ ส่วนพี่ก็ไปอยู่เกาะของพี่ แบบนี้ดีไหมครับ” ปลายฝนพูดออกมาเหมือนพูดเรื่องทั่วไป แต่มันกลับทำให้คนเป็นพี่ชายหุบยิ้มแล้วมองอย่างบึ้งตึง
“ต่อให้ทะเลาะกัน เราก็ไม่ควรจะแยกกันอยู่” ต้นหนาวไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน หัวคิ้วของเขาขมวดเป็นปมแน่น เห็นท่าทางจริงจังเช่นนี้ ปลายฝนที่คิดหยอกเย้าก็ย่นจมูกออกมาอย่างเผลอตัว
“แต่ถ้าแยกกันอยู่ เราก็จะได้ไม่หงุดหงิดใส่กันไงครับ”
“พี่ไม่หงุดหงิดใส่ปลายฝน”
“ไม่จริงหรอก เมื่อก่อนพี่หงุดหงิดบ่อยจะตายไป ผมยังคิดว่าพี่อยากไล่ผมออกจากบ้านเร็วๆเลย” ปลายฝนยิ้มอย่างช่วยไม่ได้เมื่อนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา
“พี่ไม่เคยอยากให้เราออกจากบ้าน”
“จริงหรอ? แต่พี่ก็เหมือนไม่อยากคุยกับผมอยู่ดี”
“พี่ไม่เคยไม่อยากคุยกับเรา” ต้นหนาวย้ำอีกคำ เขาไม่เคยรู้ว่าการแสดงของเขามันจะทำให้น้องคิดแบบนั้นเลย
“พี่โกหก พี่ทำผมร้องไห้....เอ่อ ไม่พูดด้วยแล้วดีกว่า” ปลายฝนรีบเปลี่ยนคำเหมือนกับว่าไม่ต้องการพูดถึงมันอีก ทว่าคำพูดของเขาทั้งหมดมันได้เข้าไปอยู่ในหัวใจของคนเป็นพี่แล้ว
คนที่คิดว่าตนเองจะดูแลและปกป้องน้องชนิดที่ว่ามดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม กลับกลายเป็นคนทำให้น้องร้องไห้ด้วยตนเองอย่างนั้นหรอ เรื่องนี้.....
“พี่อย่าทำหน้าเครียดสิครับ พวกเรามาเที่ยวกันทั้งที” ปลายฝนบีบแก้มที่ไร้ซึ่งไขมันเกินของพี่ชายไปหนึ่งครั้ง หยอกล้อพร้อมกับส่งยิ้มหวานเพื่อให้พี่ชายอารมณ์ดี ท่าทางเช่นนั้นของน้องชายทำให้ต้นหนาวยิ่งรู้สึกผิด
มือหนาของเขาคว้าไปที่คอของเจ้าหนูน้อยที่ทำตัวร่าเริงให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขา ความอบอุ่นของร่างกายที่ทั้งสองมอบกันให้นั้นดูจะเป็นความรู้สึกอบอุ่นที่แทรกซึมเข้าไปถึงขั้วหัวใจ ต้นหนาวกอดน้องชายแน่น ความรู้สึกที่เอ่อล้นของตนเองในตอนนี้อยากจะมอบมันให้น้องชายทั้งหมด
ไม่สิ
ที่จริงเขาอยากจะเปลี่ยนสถานะระหว่างเขาได้แล้ว ไม่อยากเรียกน้องว่าน้องชายอีก แต่อยากรักน้องว่า “ที่รัก” จะแย่อยู่แล้ว
“พี่ ปล่อยก่อนสิครับ พระอาทิตย์ตกทั้งที เรารอดูกันเถอะ” เมื่อปล่อยให้พี่ชายกอดจนพอใจ ปลายฝนก็กระซิบบอกอีกฝ่ายเบาๆ ตัวเขานั้นมีความฝันว่าอยากมานั่งโง่ๆที่ริมทะเลนานแล้ว ตั้งแต่ที่เจอแต่ความวุ่นวายเข้ามาในชีวิต เขาก็มีความรู้สึกว่าความสงบนั้นมันดีจริงๆขึ้นมา
จากตอนแรกที่ตามหาแสงสี แต่เมื่อได้ลองเข้าไปอยู่แล้วรู้สึกว่ามันอึดอัดอย่างมาก หากเปรียบเทียบกันแล้ว อยู่แบบนี้ดูจะแฮปปี้กว่ากันเยอะเลย
“อืม” เมื่อปล่อยปลายฝนเป็นอิสระ เด็กน้อยก็ทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นไปเสียอย่างนั้น เขาไม่ได้กลัวสกปรกเลยแม้แต่น้อย เพียงนั่งกอดเข่ามองไปข้างหน้าอย่างมีความสุข
“พี่ พี่ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าเกาะอีกที่ของพี่ชื่อว่าอะไร” ปลายฝนที่อยู่ในความเงียบชั่วครู่เงยหน้ามองพี่ชายของตนเอง ต้นหนาวที่มองผมเด็กน้อยด้วยสายตาที่อบอุ่นนั้นชะงักไป เมื่อถูกถามอีกครั้ง เขาก็รู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูก กระนั้นก็ไม่อาจจะปิดบังอะไรต่อน้องน้อยได้เลย เขาจึงได้แค่บอกออกไปเท่านั้น
“ชื่อว่าปลายฝน”
“เห๋ ทำไมมีแต่ชื่อของผมล่ะ” เชษที่เดินมาตามทั้งสองคนทันได้ยินคำถามนี้ เขาชะงักเท้าของตนเอง ไม่กล้าเข้ามาใกล้อีก อยากจะรู้จริงๆว่าประธานของเขาจะตอบว่าอย่างไร
สำหรับตัวเขาที่เห็นคนนอกนั้น มองดูอย่างไรก็ได้แต่สงสารคนเป็นเจ้านายที่ทุกเวลาหายใจเข้าออกนั้นมีเพียงชื่อของคุณชายรองเท่านั้น ตอนตั้งชื่อเกาะทั้งสองแห่ง เขาก็ยังอดที่จะรู้สึกหวานเลี่ยนไม่ได้ ตอนนั้นที่ซื้อมันมา อีกฝ่ายบอกว่าจะซื้อมันเพื่อเป็นของขวัญให้น้องชายเผื่อเกิดอะไรขึ้นมา แต่การตั้งชื่อนั้นอย่างห่วย ไม่ว่าจะเป็นชื่อ “วัสสาที่รัก” “ปลายฝนของพี่” เอ่อ....ให้ตายเถอะ หวังว่าประธานจะไม่ได้บอกชื่อเต็มๆกับคุณชายรองไปใช่ไหม
ท้ายที่สุดของที่ซื้อให้เป็นของขวัญกลับไม่เคยได้มอบให้เพราะชื่อที่เด่นหราของมันนั้นเป็นอะไรที่น่ากลัวเหลือเกิน ยิ่งตอนที่คุณชายรองอาละวาดไปทั่วนั้น ทุกคนต่างก็กลัวว่าหากคุณชายรองรู้ว่าประธานคิดอย่างไรกับตน เรื่องราวมันจะยิ่งบานปลายเข้าไปใหญ่ ท้ายที่สุดโครงการมอบของขวัญนี้จึงถูกเก็บเงียบเอาไว้ กระทั่งตอนที่คุณชายรองบอกว่าอยากจะมาเที่ยวทะเลนี่แหละ ไม่อย่างนั้นมันคงเป็นเกาะร้างที่สร้างเพื่อให้คนงานมาดูแลเฉยๆเอง
“แต่ก็ดีนะ ผมชอบที่พี่ตั้งเป็นชื่อผม เผื่อว่าถ้าพี่คิดนอกใจผม ไปเที่ยวโรงแรมกับเด็กดีที่ไหน ผมจะขู่เผาเกาะพี่ทิ้งให้หมดเลย ยังไงมันก็ชื่อของผมนี่” ปลายฝนชี้หน้าต้นหนาวอย่างโกรธเคือง คราแรกต้นหนาวคิดว่าน้องชายจะไม่ใส่ใจ สุดท้ายแล้วกลับเป็นว่าผ่านมาหลายชั่วโมงก็ยังพูดถึงอยู่เลยหรือเนี่ย
เห็นเด็กน้อยหึงหวงตนเองแล้ว ต้นหนาวรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก เขาระบายรอยยิ้มที่เดี๋ยวนี้ดูจะปรากฏขึ้นบ่อยครั้งของตนเอง ย่อกายนั่งยองๆคู่กับเด็กน้อยของเขา
...................................