ในคลับเฮาส์แห่งหนึ่งในเมืองA อี้ฟานที่อารมณ์ไม่ดีกำลังนั่งอยู่ในห้องรับรองสุดหรูเขากระดกเหล้าชั้นดีในมือจนดูเหมือนกับเหล้าถูกๆอ้อมกอดทั้งสองฝั่งของเขาคือผู้หญิงที่หน้าตางดงามสองคนที่ถูกเรียกมาบริการเขาโดยเฉพาะ
แต่เขาก็ยังไม่พอใจยิ่งนึกไปถึงใบหน้าที่งามล่มเมืองของหญิงสาวที่เขาพบวันนี้ก็ยิ่งหงุดหงิด!
“คุณชายอี้มีคนถ่ายรูปผู้หญิงคนนั้นได้ที่ถนนคนเดินวันนี้”
เหลียงจงซินที่อยู่ไม่ไกลยื่นโทรศัพท์มือถือมาให้ดูในนั้นคือภาพใบหน้าของไป่ฟานเซียนที่กำลังยิ้มบางๆอยู่ หญิงสาวสองคนที่อยู่ในอ้อมกอดของอี้ฟานถือโอกาสแอบมองซึ่งพวกเธอล้วนแต่ยอมรับว่าพวกเธอเทียบกับหญิงสาวในรูปนี้ไม่ได้เลยสักนิด!
นั่นยิ่งทำให้อี้ฟานอารมณ์เสียเขาโยนโทรศัพท์มือถือคืนให้เหลียงจงซินอย่างแรงจนเขาต้องะโเพื่อรับ
ครืน
ในตอนนั้นเอง เขาพลันััได้ถึงแรงกดดันที่เป็เหมือนคลื่นลูกใหญ่มันเข้ามาซัดผ่านตัวเขาไปและกระจายออกไปอย่างรวดเร็วจนอี้ฟานต้องลุกขึ้นมา
เหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่ในห้องต่างััถึงมันได้พวกเขาหันมามองหน้ากันเองอย่างหวาดหวั่นเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมีเพียงอี้ฟานที่หันไปมองยังทิศที่คลื่นนั้นซัดมาอย่างครุ่นคิดเท่านั้น
เ้าของร้านขายยาชราที่กำลังเก็บร้านก็รู้สึกถึงคลื่นพลังนี้เช่นกันเขาตัวสั่นขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุขณะมองไปยังทิศหนึ่งของร้าน
เหล่าผู้ฝึกตนในเมืองA ต่างหยุดกิจกรรมที่กำลังทำอยู่อย่างพร้อมเพรียงหลังจากที่ััได้ถึงคลื่นแรงกดดันทางปราณที่พุ่งมาเหมือนคลื่นั์นี้
ค่ำคืนที่เงียบสงบกลายเป็วุ่นวายขึ้นมาทันที...
ในห้องที่เป็ต้นเหตุของความไม่สงบไป่ฟานเซียนััพลังปราณของตัวเองอย่างแปลกใจเพราะความตั้งใจของนางคือการใช้ปราณบริสุทธิ์เพื่อชักนำโอสถนั่นให้โคจรในร่างของเด็กคนนี้ได้อย่างราบรื่นเท่านั้นแต่เมื่อนางทำอย่างนั้นสิ่งที่ได้กลับเป็สิ่งที่ไม่คาดคิด
เพราะพลังปราณของนางกลับไปกระตุ้นโอสถนั้นจนมันยกระดับขึ้นไปอีกขั้นปรากฏการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นจนสามารถรับรู้ได้ในระยะไกลนั้นเป็สิ่งพิเศษที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีการปรุงหรือใช้โอสถระดับ6 ขึ้นไปเท่านั้น
แต่โอสถนั่นเป็เพียงระดับ5!
มันไม่มีทางเกิดปรากฏการณ์นั่นแน่นอนสิ่งที่เกิดควรจะมีแค่ปรากฏการณ์เล็กๆในตอนแรกที่เกิดขึ้นในห้องก็เท่านั้น
ปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่นั่นเกิดขึ้นหลังจากที่ปราณบริสุทธิ์ของนางหลอมรวมเข้ากับโอสถ
ไป่ฟานเซียนคิดว่านางต้องตรวจสอบเื่นี้ทีหลัง
นางหันมาสนใจเื่ที่เกิดตรงหน้าเสียก่อนเด็กน้อยเย่เย่นั้นกำลังลอยอยู่กลางอากาศอย่างไม่ได้สติกลิ่นอายที่อ่อนโยนกำลังไหลเวียนอยู่รอบตัวเธอเหมือนดักแด้มันค่อยๆซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกายของเด็กน้อยด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่าคิ้วที่ขมวดเป็ปมเริ่มผ่อนคลายลง ร่างกายที่ซูบผอมเริ่มมีน้ำมีนวลทั้งใบหน้าของเด็กหญิงยังปรากฏสีแดงฝาดของคนที่สุขภาพดี
เด็กน้อยยังดูเหมือนจะเด็กลงไปอีกหนึ่งหรือสองปีด้วยซ้ำ!
แม้แต่คนโง่ยังดูออกว่าเธอต้องหายดีแน่นอน!
การรักษาแบบนี้มันราวกับเป็ปาฏิหาริย์ของพระเ้า!
“นายหญิงสุดยอดไปเลย”
ฮุ่ยเอ๋อที่มองเหตุการณ์ตรงหน้าชมนายหญิงของเธอด้วยความประทับใจครอบครัวตระกูลถังที่ได้ยินล้วนแต่พยักหน้ารับอย่างไม่รู้ตัวโดยเฉพาะกับนายใหญ่ตระกูลถังอย่างถังเทียนจี๋ที่ทั้งสองตามีน้ำตาไหลพรากลงมาอย่างควบคุมไม่ได้
“...นี่คือศาสตร์การปรุงโอสถนี่แหละคือพลังของโอสถ”
ชายชราพึมพำเบาๆราวกับคนเสียสติเขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาร่ำเรียนและหลงใหลไม่ใช่เื่เสียเปล่าเพราะมันมีปลายทางที่ยิ่งใหญ่ปรากฏมาให้เห็นตรงหน้าแล้ว!
ชายชราตัดสินใจอีกครั้ง
ไม่ว่ายังไงเขาก็จะต้องเป็ศิษย์ของนางให้ได้!
ไม่ต้องเป็ศิษย์อย่างเป็ทางการเขาขอแค่สามารถได้เข้าไปขอความรู้จากนางเป็ครั้งคราวก็พอ!
เด็กหญิงที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศเปล่งแสงสีขาวเจิดจ้าออกมาเป็ครั้งสุดท้ายเธอลอยลงมานอนอยู่บนเตียงเบาๆอย่างนุ่มนวลทุกคนสามารถรับรู้ถึงความสุขได้จากใบหน้าที่มีรอยยิ้มน้อยๆของเธอ
แต่ทันใดนั้นเด็กน้อยก็เริ่มไอไม่หยุด เธอสำลักเอาบางอย่างออกมาจากร่างกายและถูกไป่ฟานเซียนใช้พลังปราณหยุดมันไว้กลางอากาศ
พลังของโอสถที่ยังหลงเหลืออยู่ปะทุขึ้นเบาๆอีกครั้งเพื่อรักษาทำให้ใบหน้าของถังเย่เย่กลับมาดูดีอีกครั้งในทันตา
ถังเทียนจี๋ที่อยู่ใกล้ที่สุดขยับเข้าไปดูใกล้ๆสิ่งที่อกมาจากร่างกายของหลานสาวของเขาคือหนอนตัวเล็กๆที่มีขนาดแค่ไม่กี่เิเมันดิ้นไปมาอยู่สักพักก็แน่นิ่งไป
“นี่มัน...”
“ปรสิตดูดพลัง”ไป่ฟานเซียนพูดเรียบๆลุงหวงที่อยู่ข้างๆรีบออกไปจัดหาหลอดใสมารับซากของปรสิตจากไป่ฟานเซียน
“ท่านปรมาจารย์ไป่โปรดอธิบายได้หรือไม่?”
ถังเทียนจี๋ถามเขาััได้เลยว่าเ้าปรสิตนี่ต้องไม่ใช่เื่ดีแน่ๆ
“มันจะดูดพลังชีวิตและพลังปราณของเ้าของร่างช้าๆจนตาย”
คำอธิบายของนางสั้นเสียยิ่งกว่าสั้นแต่แค่นั้นก็ทำให้คนในห้องรู้สึกหนาวเหน็บ ถังเทียนจี๋ที่จับเค้ารางบางอย่างได้ถามไป่ฟานเซียนต่อ
“มันมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติไหมครับ?”
“ไม่...”ไป่ฟานเซียนหันกลับมาสบตากับถังเทียนจี๋
“...ดูเหมือนว่ามีคน้าให้เด็กน้อยคนนี้ตายกระมัง”
คำตอบของหญิงสาวทำให้ถังเทียนจี๋หนวดกระตุก
“ทั้งยังเป็การตายช้าๆอย่างทรมานเสียด้วยสิ...”
ไป่ฟานเซียนพูดคำพูดทิ้งท้ายเอาไว้นางเดินออกมาจากห้องโดยมีฮุ่ยเอ๋อวิ่งตามออกไปไม่ห่างทิ้งไว้แค่ถังเทียนจี๋ที่กำลังโกรธจนทั้งร่างสั่นสะท้าน ถังซื่อหยวนเองก็โกรธเช่นกันแต่เมื่อััได้ถึงกระแสลมปราณที่ปะทุออกมาจากร่างของบิดาก็รู้ทันทีว่าพ่อของตนกำลังโกรธจัดขนาดไหน
“สืบมาให้ได้...ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าใครกันที่มันกล้าเอาสิ่งน่าขยะแขยงนี่มาทำร้ายหลานสาวฉัน!”
เสียงของถังเทียนจี๋ดังราวกับฟ้าพิโรธแรงกดดันของผู้ฝึกตนระดับจอมยุทธ์พุ่งทะยานจนถึงฟากฟ้าฮุ่ยเอ๋อที่เดินตามหลังไป่ฟานเซียนถึงกับสะดุ้งไปเกาะเอวนายหญิงของเธออย่างไม่รู้ตัว
คืนนั้นเหล่าคนตระกูลถังได้รับรู้แล้วว่าเวลาที่นายใหญ่ของพวกเขาโกรธมันน่ากลัวเพียงไหน
ส่วนไป่ฟานเซียนย่อมไม่สะทกสะท้านกับแรงกดดันระดับนี้นางลูบหัวฮุ่ยเอ๋อเบาๆแล้วพาเด็กน้อยกลับไปที่ห้องนอนของนางเท่านั้น
เช้านั้นเป็เช้าที่สดใสฮุ่ยเอ๋อที่เคยนอนบนเตียงที่ทั้งนุ่มทั้งสบายนี่ครั้งแรกรู้สึกตัวขึ้นมาเพราะเสียงเคาะประตูเบาๆในยามเช้า
เด็กน้อยที่กำลังงัวเงียสะดุ้งโหยงเพราะนึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็ความฝันแต่เมื่อเธอหันไปเห็นนายหญิงที่แสนงดงามกำลังนั่งจิบชาที่อุ่นจนมีไอร้อนอยู่ที่ระเบียงเธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
เธอกลัวจริงๆว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่างจะเป็ความฝัน
เพราะหากเธอตื่นมาพบว่าตัวเองอยู่ที่ข้างถนนเธอคงจะเสียใจมากๆ
“ไปเปิดประตูสิ”
ไป่ฟานเซียนพูดเบาๆแต่เธอกลับได้ยินอย่างชัดเจนทำให้เด็กน้อยรีบลุกและเก็บที่นอนอย่างว่องไวเท้าเล็กๆนั่นรีบวิ่งไปที่หน้าประตูที่มีแขกกำลังรออยู่
ฮุ่ยเอ๋อเอื้อมมือไปจับลูกบิดแต่ในวินาทีที่เธอเปิดประตูเธอก็ต้องประหลาดใจเพราะตรงหน้าเธอคือเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักที่ตัวเล็กกว่าเธอเสียด้วยซ้ำกำลังยืนอยู่ดวงตาของเด็กคนนั้นจ้องมองมาที่เธออย่างสงสัย
“...สวัสดีค่ะ!”
แต่เด็กคนนั้นกลับทักทายเธอขึ้นมาเสียอย่างนั้นฮุ่ยเอ๋อที่สังเกตดีๆก็จำได้ว่าเด็กคนนี้เป็ใคร
ถังเย่เย่
เด็กน้อยตัวเล็กที่ป่วยจนนายหญิงของเธอไปรักษาเมื่อวานในตอนแรกที่เธอจำไม่ได้นั้นเป็เพราะสภาพในตอนนี้มันช่างแตกต่างกับเมื่อวานเหลือเกิน
จากเด็กน้อยที่ป่วยและซูบผอมผิวที่ขาวซีดจนเหมือนกระดาษในตอนนี้กลับกลายเป็เด็กผู้หญิงที่ดูสุขภาพดีทั้งยังยิ้มแฉ่งให้เธอเสียอย่างนั้น
สิ่งที่ทำให้ฮุ่ยเอ๋อยืนยันได้อีกอย่างก็คือลุงหวงที่กำลังยืนยิ้มอยู่ข้างหลังเด็กคนนั้นเขามองถังเย่เย่และฮุ่ยเอ๋อที่มีส่วนสูงห่างกันเล็กน้อยราวกับพี่น้องด้วยความเอ็นดู
“อรุณสวัสดิ์ฮุ่ยเอ๋อนอนหลับสบายไหมครับ?”
“สวัสดีค่ะลุงหวง”ฮุ่ยเอ๋อทักทายลุงหวงอย่างสุภาพ ซึ่งเขาก็ค้อมหัวให้เบาๆเป็เชิงตอบรับแต่ในตอนนั้นเองถังเย่เย่ที่เตี้ยกว่าเธอราวๆสิบเิเก็พุ่งมากอดฮุ่ยเอ๋อเสียอย่างนั้น
“นี่พี่สาวชื่ออะไรเหรอคะ!?”ฮุ่ยเอ๋อที่โดนถังเย่เย่เกาะไม่ห่างถอยหลังอย่างใ และนั่นทำให้ร่างเล็กๆทั้งสองร่างที่กอดกันกลมกำลังจะล้มลงกับพื้นไปทั้งคู่
ลุงหวงที่อยู่ใกล้ที่สุดรีบยื่นมือไปรับทั้งสองคนแต่ก่อนที่เด็กทั้งสองจะััพื้นก็มีพลังปราณที่อ่อนโยนสายหนึ่งเข้ามารับทั้งสองคนเอาไว้ก่อน
พลังปราณนั้นพยุงจนเท้าของเด็กน้อยทั้งสองคนััพื้นลุงหวงก็รู้ในทันทีว่าคนที่ลงมือช่วยเหลือเด็กๆนั้นคือใคร
ท่านไป่ฟานเซียนที่กำลังจิบชามองวิวด้านนอกอยู่ที่ระเบียงนั่นไงล่ะ!
“ท่านปรมาจารย์ไป่อรุณสวัสดิ์ครับ” ลุงหวงก้มหัวทักทายอย่างเคารพภาพของหญิงสาวที่ยืนอยู่กึ่งกลางของปรากฏการณ์เมื่อวานยังฝังอยู่ในหัวของเขา
“อืม...”
ไป่ฟานเซียนเพียงส่งเสียงตอบรับออกมานางเหยียดตัวลงบนเก้าอี้ตัวยาวที่ระเบียงแล้วจิบชาต่อไปอย่างสบายอารมณ์
ลุงหวงสังเกตว่าเด็กน้อยทั้งสองกำลังสนทนาบางอย่างกันด้วยท่าทางน่าสนุกและพวกเธอสองคนก็ย้ายที่ไปบนเตียงเรียบร้อยแล้วั้แ่เมื่อไรก็ไม่ทราบนั่นทำให้ลุงหวงสามารถวางใจเดินเข้าไปอยู่ใกล้ๆไป่ฟานเซียนเพื่อสนทนา
“เื่เมื่อวานนี้ต้องขอบคุณท่านปรมาจารย์ไป่จริงๆครับ”ลุงหวงก้มหัวด้วยความสำนึกในบุญคุณที่สุดนอกจากจะช่วยดึงคุณหนูเล็กออกมาจากความตายแล้วไป่ฟานเซียนยังช่วยแก้ปัญหาโรคที่รักษาไม่หายของถังเย่เย่จนหายดีไปในคราวเดียวด้วย
ระหว่างที่พูดเขาก็หันไปมองทางเด็กน้อยทั้งสองภาพที่เห็นคือถังเย่เย่กำลังฟังบางอย่างจากฮุ่ยเอ๋ออย่างตั้งอกตั้งใจเด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงึกทั้งยังหันมามองไป่ฟานเซียนด้วยสายตาเป็ประกายเป็ระยะๆด้วย
ลุงหวงยิ้มออกมาเมื่อคืนหลังจากที่นายใหญ่ของเขาระบายความโกรธออกมาในอีกทางหนึ่งมันก็เป็ค่ำคืนที่นายใหญ่และนายท่านของเขามีความสุขที่สุดเพราะลูกและหลานสาวเพียงคนเดียวของพวกเขาในที่สุดก็หายจากโรคร้ายที่ทรมานมาหลายปีนี่เสียที
ทั้งยังแข็งแรงและร่าเริงอย่างยิ่งเมื่อเช้าเด็กน้อยนี่ตื่นขึ้นมาก่อนใครแล้ววิ่งอาละวาดไปปลุกทั้งพ่อแม่และพี่ชายรวมไปถึงท่านปู่อย่างนายใหญ่ตระกูลถังถึงห้องนอนแต่ทุกคนที่ถูกปลุกขึ้นมาแต่เช้ากลับไม่สามารถโกรธถังเย่เย่ได้ลงโดยเฉพาะท่านปู่อย่างถังเทียนจี๋ที่อุ้มหลานสาวตัวน้อยขึ้นมาแล้วหัวเราะรับวันใหม่อย่างเริงร่าเสียด้วยซ้ำ
แต่ถึงเด็กน้อยนี่จะวิ่งวุ่นไปทั่วบ้านั้แ่เช้าตรู่แต่ก็มีส่วนหนึ่งของบ้านที่ทั้งคนดูแลและครอบครัวตระกูลถังห้ามเธอเข้าไปรบกวนอย่างเด็ดขาด
นั่นก็คือที่ห้องรับแขกที่มีตัวตนที่ยิ่งใหญ่ซึ่งพวกเขาทุกคนรับรู้จากเหตุการณ์เมื่อคืนกำลังพักผ่อนอย่างห้องสุดทางเดินนี่ยังไงล่ะ!
ต้องรอจนถึงราว7 โมงครึ่งลุงหวงถึงเป็คนพาเด็กน้อยที่รบเร้าอยากจะเจอคนที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้มาหาถึงหน้าห้องนอนเช่นนี้แหละ!