เกิดเป็นขุนศึกเป้าใหญ่ พร้อมระบบเทพแมงดา NC

    ตอนที่ 27: ความจริงที่น่าตกตะลึง


    หลังจากพายุสวาทอันร้อนระอุภายในโกดังเสบียงย่อยสิ้นสุดลง ความมืดมิดและลมหนาวภายนอกยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ เป้าค่อยๆ พยุงร่างระทวยอ่อนนุ่มดุจขี้ผึ้งลนไฟของมะลิขึ้นจากเตียงฟาง แม้ศึกรักจะปราบพยศของนางสายลับสาวลงได้อย่างราบคาบ ทว่าผลกระทบจากการต่อสู้อันดุเดือดและร่องรอยฉีกขาดของเสื้อผ้ารัดกุมสีดำของนาง รวมถึงแผงอกแกร่งของเป้าที่มีรอยแผลกรีดจากคมมีดอาบพิษจนเสื้อผ้าวิ่นรุ่งริ่ง ทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจช้อนอุ้มร่างบางขึ้นในอ้อมแขนกว้าง พาหลบเลี่ยงสายตาและการลาดตระเวนยามค่ำคืนมุ่งตรงกลับมายังกระท่อมพักผ่อนส่วนตัวของเขาอย่างเงียบเชียบที่สุด

    ภายในกระท่อมพักผ่อนส่วนตัว แสงไฟตะเกียงน้ำมันสีส้มรำไรส่องสว่างพอให้เห็นบรรยากาศรอบห้อง เป้าประคองร่างของมะลิให้นั่งลงบนตั่งไม้ข้างโต๊ะทำงานขนาดเล็กของเขา มะลินอนพิงพนักไม้ตั่งสะโอดสะองอย่างเหนื่อยล้า ใบหน้าจิ้มลิ้มปราศจากผ้าคลุมหน้าบัดนี้ซีดเซียวทว่าสองแก้มยังคงมีสีแดงระเรื่อจางๆ จากรสรักที่เพิ่งผ่านพ้นไป ดวงตากลมโตคู่นั้นทอดมองชายหนุ่มด้วยประกายที่แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีแววตาหยิ่งผยองหรือโหดเหี้ยมหลงเหลืออยู่อีก มีเพียงความรู้สึกสับสน อ่อนไหว และระคนพึ่งพิงในตัวจอมกะล่อนผู้สยบนางได้ทั้งกายและใจ

    เป้าหยิบเสื้อคลุมผืนหนามาคลุมทับร่างที่เกือบเปลือยเปล่าของนางไว้เพื่อประทังความหนาว ส่วนตัวเขาเองยามนี้ยังคงเปลือยอกกว้าง เผยให้เห็นแผงอกสีทองแดงหนาแน่นด้วยมัดกล้ามที่มีรอยแผลทางยาวสีแดงเข้มที่เพิ่งแห้งสนิทจากการฟื้นฟูของกายาเหล็กทมิฬ ขั้นที่ 4 ร่องรอยบาดแผลเหล่านี้สะท้อนแสงไฟตะเกียงดูน่าเกรงขามและดุดันยิ่งนัก

    ขุนศึกหนุ่มรินน้ำอุ่นส่งให้หญิงสาวจิบแก้กระหาย ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม แววตากะล่อนเล่นหัวเมื่อครู่พลันเลือนหายไป แทนที่ด้วยความเคร่งขรึมและเฉียบคมจริงจัง

    "มะลิ... เจ้าบอกว่าคนที่บงการและส่งข่าวลับให้แคว้นพยัคฆ์ทมิฬมาตลอดคือผู้ใหญ่บ้าน... พ่อของชงโคจริงรึ?" เป้าเอ่ยถามเสียงเบา ทว่าเน้นย้ำความจริงจังในน้ำเสียง หัวใจในอกของขุนศึกหนุ่มพลันบีบรัดแน่นด้วยความเครียด

    มะลิกุมจอกน้ำอุ่นไว้ด้วยมือที่ยังคงสั่นเทาเล็กน้อย นางหลุบสายตาลงต่ำ สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะช้อนสายตาสบกับเป้าด้วยแววตาจริงจังที่ไร้แววลวงหลอก

    "เป็นความจริงเจ้าค่ะพี่เป้า... ข้าไม่มีเหตุผลใดต้องโป้ปดท่านอีกแล้ว ตัวข้าตกเป็นของท่านราบคาบปานนี้ อีกทั้งยาพิษและอาวุธลับของข้าก็พ่ายแพ้ต่อพลังพิสดารของท่านจนสิ้นฤทธิ์เดช ข้า... ข้ายอมสยบให้ท่านหมดสิ้นแล้ว" มะลิเอ่ยเสียงสั่นเครือ แฝงความจริงใจอย่างลึกซึ้ง

    นางจิบน้ำอุ่นเล็กน้อย ก่อนจะเล่าความจริงเบื้องหลังที่แสนดำมืดให้เป้าฟังต่ออย่างละเอียด

    "ผู้ใหญ่บ้าน... หรือพ่อของแม่หญิงชงโคนั้น มิใช่คนรักชาติรักค่ายป่าไผ่แห่งนี้อย่างที่แสดงออกดอกเจ้าค่ะ ชายชราผู้นั้นกลัวความลำบากและเห็นว่าค่ายลี้ภัยแห่งนี้ไม่มีอนาคต ในยามที่กองทัพพยัคฆ์ทมิฬเริ่มขยายอาณาเขตแผ่ทรงอิทธิพลเข้ามาใกล้ ชายชราจึงลอบติดต่อผ่านนกพิราบสื่อสารกับแม่ทัพกองหน้าของพยัคฆ์ทมิฬ เสนอขายข้อมูลรายละเอียดแผนผังการป้องกัน จุดวางเวรยาม จำนวนกำลังพล และที่ตั้งคลังเสบียงคลังอาวุธทั้งหมดของค่ายป่าไผ่ เพื่อแลกกับคำสัญญาว่าจะได้รับแต่งตั้งเป็นขุนนางท้องถิ่น มีที่ดินทำกิน ยศศักดิ์ และเงินทองใช้สอยอย่างสุขสบายในเมืองหลวงของแคว้นพยัคฆ์ทมิฬในบั้นปลายชีวิตเจ้าค่ะ"

    คำสารภาพของมะลิดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบของกระท่อม ราวกับค้อนใหญ่ที่ทุบลงกลางศีรษะของเป้าอย่างรุนแรง ขุนศึกหนุ่มขบกรามแน่นจนเส้นขมับปูดโปน มือแกร่งที่วางบนเข่ากำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว

    ชงโค... หญิงสาวผู้ร่าเริง เข้มแข็ง และรักค่ายป่าไผ่แห่งนี้สุดหัวใจ นางเป็นคนที่คอยช่วยเหลือเป้าดูแลความเป็นอยู่ของทหารบ้านและผู้ลี้ภัยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หากนางรู้ว่าบิดาบังเกิดเกล้าที่นางเคารพรักและเป็นผู้นำค่ายป่าไผ่แห่งนี้ คือหนอนบ่อนไส้ตัวจริงที่พร้อมจะขายชีวิตทุกคนในค่ายเพื่อยศศักดิ์ส่วนตัว... หัวใจของนางคงต้องแตกสลายไม่มีชิ้นดีเป็นแน่แท้

    ความรู้สึกหนักอึ้งและตึงเครียดรุมเร้าเข้ามาในอกของเป้าอย่างหนักหน่วง เขารู้สึกเจ็บปวดแทนหญิงสาวอันเป็นที่รักยิ่งนัก

    "แล้วพวกมันมีแผนการใดต่อไป?" เป้าถามต่อ น้ำเสียงสะกดกลั้นอารมณ์ดราม่าและตึงเครียดไว้สุดกำลัง

    มะลิมีสีหน้ากังวลขึ้นทันตา นางเลื่อนจอกน้ำชาลงตั้ง พลางหยิบพู่กันและเศษกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเป้ามาเขียนแผนที่ลายเส้นอย่างคุ้นเคย

    "ทัพหน้าของแคว้นพยัคฆ์ทมิฬ นำโดยรองแม่ทัพ 'เกราะทมิฬ อู๋กวน' กำลังเคลื่อนกำลังพลกว่าห้าร้อยนายมุ่งตรงมายังแนวเขาป่าไผ่แห่งนี้เจ้าค่ะ พวกมันจงใจจะบุกเข้ายึดค่ายและกวาดต้อนเสบียงที่เหลือทั้งหมดในอีกไม่เกินสามวันข้างหน้า โดยผู้ใหญ่บ้านรับปากว่าจะเปิดประตูด่านทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นจุดอับสายตาและมีเวรยามเบาบางที่สุดในยามวิกาล เพื่อให้กองทัพพยัคฆ์ทมิฬลอบเข้ามาสวมรอยเผาทำลายค่ายจากด้านในเจ้าค่ะ"

    มะลิชี้พู่กันลงบนพิกัดแนวทางเดินทัพและจุดอ่อนยุทธศาสตร์บนแผนที่เขียนมืออย่างลึกซึ้ง

    "หากพวกมันบุกเข้ามาตามจุดนี้จริง ค่ายป่าไผ่ของท่านจะพินาศย่อยยับในคืนเดียว เพราะทหารในค่ายมีจำนวนไม่ถึงร้อยนาย อีกทั้งยุทโธปกรณ์ยังเสียเปรียบอย่างหนักเจ้าค่ะ"

    เป้าจ้องมองแผนที่เส้นทางเดินทัพและจุดอ่อนทิศตะวันตกอย่างพินิจพิเคราะห์ สมองของขุนศึกหนุ่มหมุนวนอย่างรวดเร็ว แววตาฉายประกายแหลมคมดุจดาบกล้า

    "เรื่องนี้... ข้าจะยังบอกชงโคไม่ได้เด็ดขาด" เป้าเอ่ยน้ำเสียงเฉียบขาดแต่แฝงความห่วงใยลึกซึ้ง "หากนางรู้เรื่องที่พ่อของนางทรยศค่ายในเวลานี้ นางย่อมหัวใจสลายและอาจทำอะไรวู่วามจนไส้ศึกรู้ตัว แผนการรับศึกของพวกเราจะพังทลายทันที ข้าต้องแบกรับความลับนี้ไว้ และรวบรวมสมาธิเพื่อเตรียมรับศึกใหญ่ก่อน"

    มะลิพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แววตาของนางเต็มไปด้วยความนับถือในความสุขุมและปกป้องคนรักของชายหนุ่ม นางสืบร่างเข้าใกล้เป้ามากขึ้นจนผิวไหล่เปลือยเปล่าของทั้งสองบดเบียดสัมผัสกันเบาๆ พลางช่วยชี้พิกัดแผนการซ้อนแผน

    "หากเป็นเช่นนั้น ข้าขอเสนอให้ซ้อนแผนจัดตั้งค่ายกลและจุดวางกับดักดินประสิวรอบแนวป่าทิศตะวันตกเจ้าค่ะ กองทัพพยัคฆ์ทมิฬมักเดินทัพเป็นขบวนแถวตอนเรียวยาวตามช่องแคบ หากเราล่อพวกมันเข้ามาในทางแคบแล้วจุดระเบิดสกัดหัวท้าย พวกมันจะโกลาหลและไร้ระเบียบทันที ข้าเองรู้ทิศทางการจัดขบวนทัพของอู๋กวนเป็นอย่างดี จะช่วยท่านวางกับดักขุดหลุมพรางขวางทางเดินทัพเองเจ้าค่ะ"

    เป้าและมะลิโน้มตัวเข้าหากันเหนือแผนที่ โต๊ะไม้ขนาดเล็กทำให้ใบหน้าของทั้งสองแทบจะชิดติดกัน กลิ่นหอมของดอกมะลิที่โชยจากร่างบางบวกกับความใกล้ชิดสลับการเขียนแผนที่กลยุทธ์ทำให้บรรยากาศภายในกระท่อมพักผ่อนดูแนบแน่นลึกลับอย่างยิ่ง สองร่างขยับปรับแผนศึก ล้อมรอบด้วยเอกสารและตำราวิชาทหารอย่างเคร่งเครียด

    ทันใดนั้นเอง ในห้วงความคิดของเป้า หน้าต่างระบบโปร่งแสงสีทองแสนป่วนประสาทพลันผุดเด้งขึ้นมาขัดจังหวะทันที พร้อมข้อความล้อเลียนสีเหลืองเด่นชัด

    *“ติ๊ง! แผนการระดับชาติเริ่มขึ้นแล้วจ้าโฮสต์แมงดาหนุ่มรูปงาม! เตรียมตัวรับแรงกระแทกจากดราม่าครอบครัวเมียรักได้เลย! ศึกนอกยังพอรับมือได้ ทว่าศึกในใจกับความลับสุดยอดของพ่อตานี่สิ... จะประคองชีวิตรอดจากการโดนเมียหยิกหัวได้รึเปล่านะ? สถานะปัจจุบันคงเดิม: วิชา กายาเหล็กทมิฬ (ระดับ 2) ขั้นที่ 4 แข็งแกร่งดั่งเหล็กไหลทนมือทนตีนดราม่าแน่นอนจ้า!”*

    เป้าลอบแยกเขี้ยวใส่ระบบในใจอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะปัดความรบกวนนั้นทิ้งไปและจดจ่อกับการวางแผนกับมะลิต่อ

    ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังก้มหน้าก้มตาปรับพิกัดค่ายกลและจุดระเบิดกันอย่างแนบชิด โดยที่เป้าท่อนบนเปลือยเปล่าโชว์รอยบาดแผลที่อก และมะลิสวมเพียงเสื้อคลุมหนาที่เผยรอยแหว่งวิ่นของชุดรัดรูปสีดำด้านในอันเกิดจากศึกการต่อสู้ก่อนหน้านี้ สองร่างแทบจะเกยไหล่และเบียดชิดกันอย่างล่อแหลมอยู่เหนือโต๊ะไม้กลม

    *ปัง!*

    เสียงผลักประตูไม้ขัดแตะดังขึ้นอย่างแรงจนปะทะกับผนังกระท่อม พร้อมกับการปรากฏกายของร่างระหงของแม่หญิงชงโคที่ก้าวเท้าพรวดพราดเข้ามาด้วยความเป็นห่วงเป้า เนื่องจากเห็นแสงไฟตะเกียงในกระท่อมยังคงส่องสว่างยามดึกสงัดและได้ยินข่าวเรื่องเหตุการณ์ผิดปกติรอบโกดังเสบียงย่อย

    ทว่า ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏสู่สายตาของชงโคกลับเป็นภาพบาดตาบาดใจอย่างรุนแรง!

    เป้า ขุนศึกหนุ่มที่นางรักเปลือยเปล่าท่อนบน มีบาดแผลและคราบเหงื่อซึมอยู่ตามแผ่นอกและลำคอ ขณะที่มะลิ สายลับสาวคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามา อยู่ในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ยับยู่ยี่คล้ายเพิ่งผ่านการต่อสู้ดิ้นรนและล่อแหลมมาหมาดๆ เสื้อคลุมหนาที่คลุมไหล่นางไว้แง้มเผยให้เห็นหัวไหล่ขาวเนียนและรอยขาดของชุดตัวใน ทั้งสองร่างกำลังนั่งเบียดชิดไหล่ชนไหล่ ใบหน้าแทบจะประกบกันอยู่เหนือโต๊ะไม้กลม

    ดวงหน้าหวานงดงามของชงโคพลันซีดเผือดลงทันตาก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความหึงหวง โกรธเกรี้ยว และน้อยใจอย่างถึงที่สุด หัวใจดวงน้อยของนางสั่นสะท้านสะอึกอื้นช็อกจนร่างสั่นเทา มือเรียวที่กำตะกร้าสมุนไพรบีบเข้าหากันแน่นจนสั่นระริก

    "ไอ้เป้า!..." ชงโคตะคอกเสียงดังลั่นกระท่อม น้ำตาแห่งความน้อยใจคลอเบ้าจ้องมองคนทั้งสองด้วยแววตาเจ็บปวดลึกซึ้ง "นี่เจ้า... กับนังมะลิ!? พวกเจ้าทำบ้าอะไรกันในนี้กลางค่ำกลางคืนในสภาพเช่นนี้!"

    นางก้าวสามขุมเข้ามาในกระท่อม แววตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่มะลิสลับกับเป้า ความเงียบงันปะปนกับแรงระเบิดโทสะแห่งความหึงหวงของดรุณีสาวพุ่งทะยานจนบรรยากาศในกระท่อมพักพลันร้อนระอุขึ้นมาทันควัน!