ตอนที่ 13 : น้ำยาโอสถกายาเปลี่ยน
กระบี่จิตบริสุทธิ์หยุดสั่นทันที จิตสังหารสีดำกำลังค่อย ๆ จางหายไป เริ่มกระจ่างใสขึ้นเรื่อย ๆ จนเป็สีขาวบริสุทธิ์ บัดนี้พลังจิติญญามารของกระบี่ ได้หายไปหมดสิ้นแล้ว
“เปรียะ!!! เปรียะ!!!”
สนิมที่เขรอะอยู่บนตัวกระบี่ กำลังหลุดลอกออกมา ร่วงหล่นลงสู่พื้นเรื่อย ๆ จนหยุด ในที่สุดรัศมีของกระบี่จิตบริสุทธิ์ ก็ส่องสว่างเรืองรองไปทั่วทั้งห้อง บินวนรอบตัวม๋อเทียนอย่างดีใจ อวดโฉมว่ามันได้เกิดใหม่แล้ว
“เพื่อนยาก... ต่อจากนี้ไปเรามาร่วมต่อสู้ด้วยกันเถิด” ม๋อเทียนลูบกระบี่อย่างอ่อนโยน
เฉิงชิงชิงและม๋ออิงถึงกับอ้าปากค้างอยู่นาน ตกตะลึงในสิ่งที่เห็น กระบี่ที่อัปลักษณ์สีดำ สนิมเขรอะ ผิวขรุขระ ไม่มีผู้ใดเหลียวแล เปรียบเสมือนกิ้งก่ากลายเป็ั ปรากฏกระบี่สีขาว แวววาว เป็ประกายงดงามยิ่งนัก ทั้งสองคนมองด้วยสายตาอิจฉาอย่างที่สุด
ม๋อเทียนหันไปมองทั้งสองสาว ก็พอเดาได้ว่าคิดอะไรอยู่ จึงหัวเราะออกมาเบา ๆ
การประมูลได้ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนจบในส่วนของวันนี้ นอกจากกระบี่จิตบริสุทธิ์แล้ว ม๋อเทียนยังประมูลกระบี่ฉิงหัวมาอีกหนึ่งเล่ม ซึ่งเป็กระบี่ระดับปฐี ขั้นกลาง ด้วยราคาสี่แสนเหรียญทอง มอบให้แก่ม๋ออิง เพราะทนต่อสายตา ที่อ้อนวอนของนางไม่ได้
“แม่นางเฉิงชิงชิง พวกเราสามารถไปที่ ห้องหลอมโอสถได้เลยหรือไม่??? ” ม๋อเทียนรีบร้อนถาม
ณ ห้องหลอมโอสถ กองสมุนไพรตั้งแบ่งแยกชนิดอย่างเป็ระเบียบ ม๋อเทียนมองไปที่กล่องเล็ก ๆ 2 กล่อง สิ่งที่อยู่ด้านในกล่อง ก็คือ ดอกพิษหลงลืม, ใบว่าน 6 สี อย่างละ10 ชิ้น เขาพยักหน้าและเริ่มเดินไปจัดเตรียมสมุนไพรแต่ละชนิด บด และสกัด เพื่อนำมาใช้เป็น้ำยาสารตั้งต้น
ม๋อเทียน เริ่มเทน้ำยาสารตั้งต้นลงไปในเตาหลอม และใช้ “เคล็ดวิชาหลอมสายน้ำ” พลังปราณเริ่มปะทุขึ้นมา บนฝ่ามือของเขาอย่างอ่อนโยน ค่อย ๆ ชักนำเปลวเพลิงให้เคลื่อนตัว กระจายไปทั่วเตาหลอม ทำให้ความร้อนของเปลวเพลิง ส่งต่อกันอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อน้ำยาสารตั้งต้นเริ่มบริสุทธิ์มากขึ้น ม๋อเทียนจึงเริ่มเปิดใช้ “เคล็ดวิชาจิตเทพโลกา” พลังของจิติญญาศักดิ์สิทธิ์สีขาว เริ่มเปล่งประกายสาดแสง เรืองรองครอบคลุมเตาหลอม
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าของเฉิงชิงชิงนี้ มันช่างสวยงาม เสมือนดั่งหอคอยแห่ง์ลงมาจากฟากฟ้า นางรู้สึกว่า การหลอมโอสถนั้น ไม่ใช่แค่ต้องมีเทคนิคและทักษะ แต่สภาวะจิตใจก็เป็ส่วนสำคัญอย่างมาก เท่าที่นางสังเกตม๋อเทียน สภาวะจิตใจของเขานั้น เสมือนเทพลงมาโปรด ความนิ่งสงบ และการมีสมาธิในขั้นตอน การหลอมโอสถของเขาทุกขั้นตอน สภาวะจิตที่สงบกำลังแผ่ซ่านเข้าไปสู่โอสถ จึงทำให้ฤทธิ์ของโอสถรุนแรงและบริสุทธิ์มากขึ้น
เฉิงชิงชิงพยายามค้นหาความแข็งแกร่ง ที่ทำให้ม๋อเทียนนั้น ดูแตกต่างจากอัจฉริยะทั่วไป โดยเฉพาะความเยือกเย็น การตัดสินใจที่เฉียบขาด ดูไม่สมกับอายุของเขาเลย ยิ่งค้นหามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้นางรู้สึกแปลกใจมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วยาม แสงสว่างสีขาวที่เตาหลอม ค่อย ๆ อับแสงลง ม๋อเทียนเอื้อมมือไปเปิดฝาเตาหลอม กลิ่นบริสุทธิ์ฟุ้งกระจายขึ้น ปรากฏแสงสีครามส่องสว่าง เสมือนอยู่ท่ามกลางท้องทะเล
ภายในเตาหลอม ปรากฏน้ำยาโอสถสีครามจำนวนมาก เฉิงชิงชิงและม๋ออิงมองหน้าเขาเพื่อขอคำอธิบาย
ม๋อเทียนหัวเราะเล็กน้อย และกล่าวว่า “นี่คือ น้ำยาโอสถกายาเปลี่ยน เป็โอสถระดับ 1 ขั้นอนันต์ ใช้สำหรับบ่มเพาะพลังปราณขอบเขตก่อเกิดกายา”
ม๋อเทียน หยิบขวดเปล่าขึ้นมา 30 ขวด เขาเริ่มใช้พลังปราณ ชักนำพามวลน้ำยาโอสถ ลงสู่ขวดทั้งหมด และผนึกฝาขวดได้อย่างเรียบง่าย
ม๋อเทียนหยิบน้ำยาโอสถขึ้นมา แบ่งให้ม๋ออิง 10 ขวด และเขายื่นน้ำยาโอสถ 5 ขวด ส่งให้แม่นางเฉิงชิงชิง พร้อมกล่าวว่า “น้ำยาโอสถกายาเปลี่ยน 5 ขวดนี้ เป็น้ำยาโอสถ ที่มีความบริสุทธิ์เต็มหนึ่งร้อยส่วน แล้วยังมีประสิทธิภาพ มากกว่าโอสถแรกกำเนิด ราว ๆ 5 เท่า นี่ถือว่าเป็ค่าตอบแทน ที่ท่านเสียเวลามาดูแลพวกข้า โปรดรับไว้ด้วยเถิด” ม๋อเทียนยิ้มอย่างจริงใจ
เฉิงชิงชิงคิดจะปฏิเสธ แต่เมื่อนางมองดูสายตาของเขา จึงยื่นมือออกไปรับไว้อย่างยินดี นางเพิ่งคิดถึงคำพูดของเขาในหัวของนาง แล้วจึงอุทานออกมา
“5 เท่าของโอสถแรกกำเนิด... จริงหรือนี่!!! ทรงพลังยิ่งนัก”
“แม่นางเฉิงชิงชิง ช่วยเก็บเื่น้ำยาโอสถนี้เป็ความลับด้วย อย่างน้อยก็ห้ามบอกว่าใครเป็คนหลอมขึ้น” ม๋อเทียนกล่าวอย่างจริงจัง
“ได้!!! ข้าจะไม่กล่าวอันใด กับผู้ใด” เฉิงชิงชิงยิ้มกลับอย่างจริงใจ
“อะแฮ่ม!!!... ข้าก็จะไม่พูดเช่นกัน” ม๋ออิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้
“..... ขอบคุณแม่นางเฉิงชิงชิงที่เข้าใจข้า” ม๋อเทียนคารวะ
ม๋อเทียนพาม๋ออิงมาที่ห้องพัก และเริ่มชี้แนะนาง เื่การบ่มเพาะพลัง ด้วยเคล็ดวิชาหงส์ฟ้าพิชิตเหมันต์ โดยให้นางดื่มน้ำยาโอสถกายาเปลี่ยนเข้าไปก่อน
ม๋ออิงเริ่มเดินพลังปราณตามเคล็ดวิชา จากนั้นแสงสีฟ้าจึงเริ่มปรากฏขึ้น ล้อมรอบตัวของนาง เสมือนออร่าแห่งนางฟ้า ลงมาจุติบนโลกใบนี้
“วูบ!!! วูบ!!! วูบ!!!”
ขั้นพลังของนาง ลดจากระดับ 5 ขอบเขตก่อเกิดกายา ลงมาที่ระดับ 4 ...ระดับ 3 จนไปหยุดที่ระดับ 2 ขอบเขตก่อเกิดกายา แต่ความบริสุทธิ์ของพลังปราณนั้น มากกว่าเดิม 1 ระดับ ถ้าจะเปรียบเทียบกันจริง ๆ ตอนนี้สภาพของนาง สามารถรับมือกับผู้มีพลังยุทธระดับ 5 ขอบเขตก่อเกิดกายาได้อย่างง่ายดาย หรือถ้าเป็ผู้ที่มีพลังยุทธระดับ 6 ขอบเขตก่อเกิดกายา ต่อให้สู้ไม่ชนะ แต่ก็ไม่อาจพ่ายแพ้ได้อย่างง่ายดายเช่นกัน
“ตู้มมมม!!!... ตู้มมมมม!!!...”
พลังปราณ ที่อยู่ในร่างกายของนางเกิดการะเิขึ้น เนื่องจากพลังปราณบริสุทธิ์ ของน้ำยาโอสถที่เหลือ ได้ไหลเข้าไปสู่จุดตันเถียนของนาง ระดับพลังปราณของนางก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเป็ ระดับ 3... ระดับ 4 จนไปหยุดที่ระดับสูงสุดของระดับ 4
ม๋อเทียนเฝ้าคอยสังเกตทุกขั้นตอน ในการฝึกของนางอย่างเป็ห่วง เมื่อเห็นว่าใกล้จะทะลวงระดับ 5 ได้แล้ว เขาจึงยกฝ่ามือไปประกบ ที่แผ่นหลังของนาง และเริ่มถ่ายพลังปราณ ลงไปอย่างต่อเนื่อง ชักนำพลังปราณของนาง เพื่อเปิดจุดชีพจรขึ้น
ทันใดนั้น.........
“ตู้มมมมม!!!”
ม๋ออิง บรรลุระดับ 5 ขอบเขตก่อเกิดกายาได้เป็ผลสำเร็จ.....
หลังจากนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เพราะระหว่างที่นางกำลังทะลวงระดับอยู่ เสื้อผ้าของนางก็เริ่มฉีกขาด และะเิกระจายกลายเป็ฝุ่นไปทั้งหมด อีกทั้งบนตัวนางยังมีคราบสีดำ ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาด้วย
“ขอบคุณพี่เทียน” ม๋ออิงหันไปกอดเขาอย่างแแ่ ผ่านไปครู่ใหญ่ กว่านางจะตั้งสติได้ ก็เริ่มก้มลงมามองที่ตนเอง นางจึงผลักม๋อเทียนกระเด็น ไปอัดกระแทกกับขอบเตียงอย่างแรง
“ว๊ายยยยย!!!” ม๋ออิงใสุดขีด
“..........??? ” ม๋อเทียนค่อย ๆ ลุกขึ้นเดินกะเผลก ๆ ออกจากห้องไป ทิ้งหญิงสาวให้จัดการตนเอง
ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วยาม ประตูห้องถูกม๋ออิงเปิดออก นางเดินออกมามองไปที่ม๋อเทียนด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ “หมดกัน!!! เขาต้องเห็นทั้งหมดแล้วแน่ ๆ เลย”
“อย่าคิดมากยายบ๊อง ตอนเด็ก ๆ เราก็เคยอาบน้ำด้วยกัน เป็ประจำไม่ใช่หรอ ไม่มีอะไรที่ข้าไม่เคยเห็นนี่นา แต่... เหมือนบางส่วนจะโตขึ้นนิดหน่อยนะ ฮ่าฮ่า” ม๋อเทียนพูดอย่างใสซื่อ
“ตุบ...!!! ตุบ...!!! ไอ้พี่ลามก...!!!” นางะโและทุบเขาไป 2 ที จากนั้นก็วิ่งกลับไปที่ห้องของนาง
“โอ๊ย...!!! สาวน้อยคนนี้ ดันมาทุบเข้าที่ใบหน้าข้าซะได้” ม๋อเทียนจับไปที่ดวงตาของเขา
“คุณชายเทียนเกิดอะไรขึ้น มีผู้ร้ายบุกมาทำร้ายท่านหรือ??? ทำไมท่านถึงลงไปนอนที่พื้นเช่นนั้นเล่า??? ” เฉิงชิงชิงเดินผ่านมาเห็นเขาพอดี
“เปล่า... ข้าไม่เป็อะไร ขอบคุณแม่นางเฉิงชิงชิงที่เป็ห่วง” ม๋อเทียนคารวะนางด้วยความขอบคุณ
เฉิงชิงชิงมองไปที่หน้าของเขา แล้วอุทานว่า “แต่... ตาของท่า.....น??? ” นางเอ่ยยังไม่ทันจบ ม๋อเทียนก็วิ่งหายไปในห้องของเขาเสียแล้ว
ม๋อเทียนนั่งลงบนเตียง และเริ่มตั้งสมาธิ ภายในห้องของเขาก็ยังคงมีกลิ่น ของหญิงสาวบริสุทธิ์คละคลุ้งอยู่ “เฮ้อ!!! ทำไมข้าถึงรู้สึกคุ้ยเคย กับม๋ออิงอย่างบอกไม่ถูกนะ...!!!” เขามองไปที่ชุดสีม่วงขลิบสีทอง ที่แขวนอยู่บนราว จากนั้นก็พึมพำว่า
“เซียนเอ๋อ...!!! เ้าอยู่ที่ไหนนะ!!! ข้าอยากจะพบเ้าเหลือเกิน!!! ข้าใส่ชุดสีที่เ้าชอบเป็ประจำทุกวัน หวังว่าสักวันถ้าเราพบกัน เ้าจะจำข้าได้...!!! ข้าจะต้องแข็งแกร่งให้เร็วที่สุด เพื่อออกตามหาเ้า ตอนนี้ข้ามีน้องสาวผู้น่ารักอยู่คนหนึ่ง เ้าต้องชอบนางอย่างแน่นอน นางเป็คนสดใสร่าเริงมาก.........เซียนเอ๋อ!!!!!”
ม๋อเทียน นั่งปล่อยอารมณ์ของเขาไปครู่ใหญ่ กว่าที่เขาจะตั้งสติได้ ก็ผ่านไปถึงหนึ่งชั่วยามแล้ว แววตาของเขากลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง จากนั้นเขาก็หยิบ น้ำยาโอสถกายาเปลี่ยนขึ้นมา 3 ขวด แล้วดื่มเข้าไปในคราวเดียว กระแสพลังปราณบริสุทธิ์ก็ะเิขึ้น หลายต่อหลายครั้งในร่างกายของเขา
“วูบ...วูบ...??? ...ตู้ม...ตู้ม...!!!”
ม๋อเทียนเริ่มโคจรพลังปราณด้วย “เคล็ดวิชาเทพพิสุทธิ์ 7 ดวงดาว” อย่างรวดเร็ว ชักนำพลังปราณจากโอสถ เข้าสู่จุดตันเถียนสีทองของเขา
“อั๊ก...!!!” ม๋อเทียนกระอักโลหิตสีดำ ออกมาจากปากของเขา มันคือเืคั่งที่ยังคงตกค้าง อยู่ในร่างกายของเขา ม๋อเทียนกัดฟันบ่มเพาะ และโคจรพลังปราณ ทะลวงจุดชีพจรได้เพิ่มอีก 5 จุด ทำให้ระดับพลังปราณของเขา ยกระดับขึ้นเป็ระดับ 4… ระดับ 5... พลังปราณยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนไปหยุดที่จุดสูงสุดของระดับ 5 ขอบเขตก่อเกิดกายา
“หืม...!!!” ม๋อเทียนลืมตาขึ้น เขาไม่ได้พยายามบุกทะลวง ขึ้นสู่ระดับ 6 เพราะเกรงว่าจะทำให้ รากฐานไม่มั่นคง เนื่องจากการยกระดับพลังปราณ ที่รวดเร็วจนเกินไป
ทันใดนั้น ม๋อเทียนสังเกตเห็นว่า ไม่ใช่แค่ระดับพลังปราณ ที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น เคล็ดวิชาเทพพิสุทธิ์ 7 ดวงดาว ก็... เลื่อนขั้น!!!
“เคล็ดวิชาเทพพิสุทธิ์ 7 ดวงดาวขั้น 2 งั้นรึ!!! ยกระดับได้อย่างไร... เดี๋ยว!!! หรือว่ามันจะเกี่ยวข้องกับสภาพจิตใจของเรา... แรงผลักดันที่อยากจะแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งอาจจะเป็หนึ่งในกุญแจที่สำคัญ ของการยกระดับเคล็ดวิชานี้” ม๋อเทียนเริ่มรู้แจ้งมากขึ้น
ผลจากการที่เคล็ดวิชา ยกระดับขึ้นเป็ขั้น 2 ทำให้ม๋อเทียน มีพลังปราณมากกว่า คนที่อยู่ในระดับเดียวกันถึง 3 เท่า
“เยี่ยม!!!”
ม๋อเทียนเริ่มวางแผนการฝึกวิชา เนื่องจากเขายกระดับ พลังปราณเร็วจนเกินไป อาจทำให้รากฐานไม่มั่นคง เขาต้องปรับพลังปราณ ให้เกิดสภาวะสมดุลเสียก่อน จึงจะสามารถบุกทะลวง ระดับของพลังปราณขั้นต่อไปได้