ปรินทรหันไปพยักหน้ากับลูกน้องแล้วเดินออกไป เขาเองก็ต้องกลับไปดูงานที่บริษัทของตัวเองอยู่แล้วจะแวะไปดูสินค้าก่อนก็ไม่เสียหายสักเท่าไหร่ เขาสั่งงานลูกน้องเรียบร้อยแล้วก็เดินทางกลับกรุงเทพฯด้วยรถตู้หรูหรา และข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าของเขา
“เข้างานกะบ่าย?”
ปรินทร์พึมพำกับตัวเอง เมื่อถึงกรุงเทพฯก็เข้าบริษัททำงานปกติ พอถึง่บ่าย เขาก็แค่ขับรถไปไม่กี่่ตึกก็ถึงโรงแรมที่นิพัฒน์บอก ชายหนุ่มนั่งดื่มกาแฟร้อนในร้านกาแฟเก๋ไก๋เหมาะกับที่เป็โรงแรมระดับห้าดาว แล้วสายตาของเขาก็มองเห็นหญิงสาวรูปร่างได้สัดส่วน ดวงตาคมจ้องมองสินค้าที่เดินเข้ามาในชุดพนักงานตอนรับเสื้อผ้าสีดำขลิบทองทำให้รูปร่างเธอดูเพรียวมากขึ้น สะโพกกลมที่ชวนมองและใบหน้าหวานที่ระบายรอยยิ้มตลอดเวลา
ผู้หญิงสวยขนาดนี้ เป็แฟนได้ผีพนันอย่างนิพัฒน์ได้ยังไงกัน
เขาประเมินราคาอย่างพอใจก่อนจะหยิบโทรศัพท์ต่อสายถึงลูกน้องให้ติดต่อนิพัฒน์เพื่อตกลงข้อเสนอกันอีกครั้งเขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง190เิเ หรี่ตามองหญิงสาวก่อนจะหยิบแว่นกันแดดมาสวมแล้วเดินออกไปโดยที่คนถูกมองไม่รู้ตัวว่าตัวเองนั้นได้ถูกตีตราเป็สินค้าใช้แทนหนี้พนันไปแล้ว
..................
พิชญนรีมาทำงานตามปกติ แต่ก็อดระแวงไม่ได้ ั้แ่เจอเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอคอยระวังตัวมากเป็พิเศษ ไม่ใช่เพียงกับนิพัฒน์เท่านั้น กับลูกค้าที่เข้ามาใกล้เธอก็คอยระวังเหมือนกัน เื่ที่ชวนให้หงุดหงิดคือส่วนใหญ่ที่มาจีบเพราะอยากได้เธอเป็ “เมียน้อย”เสียมากกว่า
หญิงสาวถอนหายใจเบาๆไมรู้ทำไมเธอถึงได้มีเสน่ห์ต้องตาหนุ่มใหญ่นักนะ ทั้งที่เธอก็มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ยั่วยวนใครไม่ได้แต่งตัวเซ็กซี่ด้วย หากไม่ใช่ชุดฟอร์มของโรงแรมแล้ว เธอก็ใส่เพียงเสื้อยืดกางเกงยีนส์สบายๆ แค่นั้นเองแถมยังไม่ค่อยไปเที่ยวกลางคืนที่ไหนกับใครอีก ถึงจะทำงานเป็พนักงานต้อนรับแต่พอจบหน้าที่แล้วเธอมักไม่ค่อยไปสรรสรรค์กับเพื่อนร่วมงานนักนอกจากวาระพิเศษอย่างเลี้ยงวันเกิดอะไรแบบนั้น เธอชินกับชีวิตแบบนี้แล้วและไม่คิดว่าตัวเองมีปมด้อยอะไร หญิงสาวเลิกงานกะดึกในเวลา7.00น.หลังจากเปลี่ยนชุดฟอร์มพนักงานเป็เสื้อผ้าฝ้ายกับกระโปรงยาวแล้วเธอก็โบกมือลาเพื่อนที่เข้ามาทำหน้าที่แทน เดินออกไม่ไกลนักมีรถขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง เธอแวะซื้อสามไม้กับข้าวเหนียวหนึ่งห่อ เดินมาได้อีกสักระยะเ้าหมาแม่ลูกอ่อนก็ร้องครางหงิงๆทำหน้าดีใจที่เห็พิชญนรี
“ไง หิวละซิ” เธอทักแม่หมามอมแมม มีลูกหมาตัวอ้วนสองตัวกระดิกหางไปมา
“นั่งก่อน รอก่อน เดี๋ยวทำให้กิน”
เธอสั่งและมันก็รู้ความนั่งรอแต่เ้าลูกหมาส่ายหางไปมาอยู่ไม่สุกเอาเสียเลย ใบหน้าสวยยิ้มแล้วหัวเราะเบาๆ มือเรียวรูดเอาเนื้อหมูปิ้งออกจากไม้แล้วบิเป็ชิ้นเล็กๆกับข้าวเหนียวคำน้อยๆ ป้อนใส่ปากหมาทั้งสามที่ละตัว
“ค่อยๆกินน่ะ เดี๋ยวติดคอ”
เธอคุยกับเ้าหมา แม่หมากินน้อยราวกับยอมให้ลูกตัวเองได้กินเยอะกว่า เห็นแล้วเธอก็อดคิดถึงแม่ตัวเองไม่ได้ เพราะตัวคนเดียวและไม่มีแฟนหรือคนรักเธอไม่ได้สนใจวันหยุดวันพักของตัวเองนัก หากเพื่อนมาขอแลกเวรเธอก็เต็มใจ งานที่โรงแรมวันหยุดของคนอื่นคือวันที่ทำงานหนักของเธอ แต่เอาเถิด เธอยังมีเรี่ยวแรงอยู่ วันหยุด วันลาป่วย วันลาพักร้อนเธอก็ยังไม่ได้ใช้เสียที ทำงานมาสองปี เธอไม่ค่อยเจ็บป่วยอะไรนักอย่างมากก็แค่เป็หวัดหรือปวดหัวนิดๆหน่อยๆ
แต่หญิงสาวก็นึกถึงเมื่อหลายวันก่อนที่เธอโทรศัพท์ไปบอกแม่ที่โอนเงินไปให้ แม่เปรยๆว่าอยากไปเที่ยวเมืองจีน
“พั้นซ์ไม่มีวันหยุดยาวๆบ้างหรือลูก”
“หนูเพิ่งทำงานได้ไม่นาน ยังไม่กล้าใช้วันหยุดยาวคะแม่”
“ลองปรึกษาหัวหน้าดูนะ แม่อยากไปเที่ยว อยากเห็นอะไรแปลกหูแปลกตาบ้าง”
“ค่ะแม่”
หญิงสาวเข้าใจแม่ตัวเองดี แม่เหนื่อยและจมอยู่กับความเศร้ามานาน แม่ควรมีชีวิตที่ได้ดีเหมือนตอนที่พ่อยังอยู่ แม่ทำงานหนักไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหน เธอเองก็เหมือนกัน ห่วงแต่เื่เรียนอยากเรียนให้จบเร็วๆจะได้หางานทำแบ่งเบาภาระของแม่ กลายเป็ว่าเธอเองก็ไม่เคยไปเที่ยวไหนไกลๆ เหมือนกัน สองปีแล้วนะน่าจะพอหาวันหยุดติดกันได้บ้าง
พิชญ์นรีมองดูแม่หมากับลูกกินข้าวเหนียวหมูปิ้งหมดเกลี้ยงแล้วเ้าลูกหมาทำหน้าเหมือนไม่อิ่ม หญิงสาวหัวเราะแล้วเอานิ้วจิ้มหน้าผากของลูกหมาเบาๆ
“กินจนพุงปลิ้นแล้ว ไม่ต้องมาอ้อนขอกินอีกเลย”
เธอลุกขึ้นยืนเปิดกระเป๋าแล้วหากระดาษทิชชู่เพื่อจะเช็ดมือของตัวเอง เสร็จแล้วส่งยิ้มให้ลูกหมา
“อย่าซนให้มันเยอะนัก แถวนี้รถยิ่งเยอะๆอยู่ด้วย” เธอสั่ง อยากจะเอาไปเลี้ยงแต่ก็ไม่มีที่เลี้ยงเธอเจอครอบครัวหมาน้อยที่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เอง เธอเองก็คิดอยู่ว่าจะจัดการอย่างไรดีจะหาบ้านที่อบอุ่นให้หมาเหล่านี้ได้อย่างไร
หญิงสาวถอดหายใจเบาๆ หมุนตัวเดินออกมาอย่างใจลอย นั่นซิ ใครๆ ก็อยากมีบ้านที่อบอุ่นทั้งนั้น เธอเองก็อยากได้บ้านที่อบอุ่นกลับคืนมา ไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดผิดหรือเปล่าที่ทิ้งแม่ไว้แบบนั้น คนพวกนั้นอันตรายหรือจริงใจกันแน่ ร่างเพรียวเดินห่างออกมาได้ไม่เท่าไหร่ รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งก็แล่นหลบรถติดขึ้นฟุตบาธ หญิงสาวเบี่ยงตัวหลบแต่ไม่กี่นาทีต่อมาเธอก็ได้ยินหมาร้องเสียงหลง
เอ๋งงงงงงงง
พิชญ์นรีสะดุ้งเฮือก รีบหันกลับไปมอง ภาพที่เห็นคือแม่หมากระเด็นไปทางหนึ่งรถมอเตอร์ไซค์คันนั้นจอดแล้วทำท่าจะเตะลูกหมาที่สับสันจะวิ่งไปหาแม่ของตัวเอง
“หยุดนะ!” พิชญนรีตวาดเสียงดังแล้วรีบวิ่งไปดูแม่หมาทันที ไม่มีเืออก ไม่รู้ว่าาเ็ตรงไหนเห็นเพียงร่างกายของแม่หมาสั่นระริก
“หลบไป!กูจะเตะมัน มันมาขวางรถกู! วิ่งตัดหน้ารถกูเกือบล้ม”
“นี่มันทางคนเดินไม่ใช่ทางรถวิ่ง!” พิชญ์นรีเถียงกลับด้วยความโกรธ
“อีบ้า!มึงเป็เ้าของหมาหรือไงวะ!กูจะได้เรียกค่าเสียหาย!”
“คุณขับรถบนทางเดินนี่ก็ผิดกฏหมายแล้วนะ นี่ขับชนแม่หมาไม่คิดจะมาดู ยังจะเตะลูกมันอีกบอกมาซิว่าแบบนี้ใครผิดกันแน่”