ตอนที่ 2 เมา
คริสเตียน นักธุรกิจแห่งอิตาลี พึ่งมาเปิดธุรกิจในไทยได้ไม่นานเขาเป็เ้าของบริษัทผลิตเครื่องดื่ม ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็ น้ำดื่ม ชา กาแฟน้ำผลไม้ หรือแม้นแต่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ที่ทำเงินมหาศาลให้เขาในเวลานี้แต่ที่อิตาลี เขาไม่ได้เปิดธุรกิจขายน้ำหรอกนะแต่เขาผลิตอาวุธา และส่งออกนำเข้ารถหรู ทั้งถูกและผิดกฎหมายด้วย คริสเตียนมีลูกน้องคนสนิทหนึ่งคนชื่อเดล อายุ 30 ปีทำงานกับคริสเตียนมาั้แ่ที่คริสเตียนรับภาระดูแลธุรกิจ ั้แ่บิดาเสียไปเขามีคฤหาสน์หรูหลังงามเพื่อใช้พักผ่อนในไทยหนึ่งหลัง เป็ที่พักอาศัย
"ไอ้เดลเข้ามาหากูหน่อย"คริสเตียนเรียกลูกน้องคนสนิทเสียงเข้มที่จริงแล้วเดลไม่ใช่แค่ลูกน้อง แต่เดลเป็มากกว่าลูกน้องมาทำงานช่วยคริสเตียนตามที่บิดาสั่ง แต่เดลก็วางตัวดีให้เกียติคริสเตียนเสมอทั้งสองดูแลกันเหมือนพี่น้อง แต่คนภายนอกมองว่าเดลก็เป็แค่ลูกน้องคนหนึ่งเท่านั้นเพราะเดลไม่้าเปิดเผยสถานะนี้กับใคร
"ครับนาย" เดลเข้ามาภายในห้องทำงานตามเสียงเรียกของเ้านาย
"เตรียมรถวันนี้กูจะไปหาที่ดื่มสักหน่อย เบื่อๆ ว่ะ" ขณะนี้เป็เวลาเกือบสามทุ่มแล้วคริสเตียนจะใช้เวลาส่วนมากนั่งทำงาน ไม่ได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นสักเท่าไหร่
"ครับนาย" เดลทำงานเก่งและยังเก่งทั้งทางต่อสู้ เมื่อมีภัยเขายิงปืนแม่นพอๆกับคริสเตียนเลยก็ว่าได้ อาชีพอย่างพวกเขาก็ต้องมีฝีไม้ลายมือเื่การต่อสู้อยู่แล้วเพราะคู่แข่งทางธุรกิจนั้นมีหลายรูปแบบบอกไม่ได้ว่าเมื่อไหร่จะเดินไปเหยียบเท้าใครเข้า ซึ่งอาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้
คริสเตียนเลือกที่จะไปผับย่านกลางใจเมืองอยู่เมืองไทยเขาไม่ค่อยได้มาในที่แบบนี้บ่อยนักเพราะธุรกิจที่มาเปิดใหม่ขณะนี้ยังไม่ค่อยลงตัวมากนัก ยังมีติดๆ ขัดๆ อยู่บ้างคริสเตียนเป็ผู้ชายที่มีหน้าตาดีใครเห็นใครก็มองรูปร่างสูงโปร่งขาวหุ่นดีตามแบบคนยุโรปเสื้อผ้าหน้าผมเรียกได้ว่าเป็คนที่เนียบมากคนหนึ่งเลยก็ว่าได้เขาเดินเข้ามาภายในผับ ผู้คนหนาแน่นมีลูกน้องคนสนิทเดินตามมาพร้อมกับบอดี้การ์ดชุดดำอีกสองคนคริสเตียนเลือกที่จะขึ้นไปดื่มที่โซนวีไอพีชั้นบน เพราะค่อนข้างเป็ส่วนตัวไม่วุ่นวายเหมือนด้านล่างที่เดินผ่านมา วันนี้เขาแค่อยากดื่มพอหายเบื่อก็จะกลับเขานั่งลงที่โซฟาขนาดใหญ่ รินเหล้าลงแก้วแล้วค่อยๆ จิบมันเบาๆสายตามองลงไปชั้นล่าง เห็นผู้หญิงคนหนึ่งหุ่นถูกใจเขามากแต่วันนี้คริสเตียนไม่ได้มีอารมณ์อย่างว่า แค่อยากจะมาพักผ่อนเฉยๆเลยเลือกที่จะไม่สนใจเธอคนนั้นต่อ ชีวิตของคริสเตียนมีแต่งานกับงานจนบางทีเขาคิดว่าชีวิตนี้มันช่างน่าเบื่อฉิบผายไม่รู้ว่าที่ต้องทำงานหนักทุกวันนี้เพื่ออะไรกันแน่ แต่อย่างว่าแหละเขามีลูกน้องเป็หมื่นที่จะต้องรับผิดชอบดูแล ถ้าเขาทิ้งไปแล้วครอบครัวข้างหลังของลูกน้องของเขาแต่ละคนจะอยู่กันอย่างไรนี่เลยเป็สาเหตุที่คริสเตียนยังคงต้องทำงานหนักอย่างนี้ต่อไปทำให้คริสเตียนต้องแบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่อย่างนี้ต่อที่จริงเขาก็คิดที่อยากจะมีเมียสักคน เผื่อชีวิตจะได้มีอะไรที่มันมากกว่านี้บ้างแต่...ไม่มีผู้หญิงคนไหนถูกใจเขาเลยสักคนเต็มที่ก็แค่น้ำแตกแล้วแยกทาง แต่ทุกครั้งคริสเตียนจ่ายให้เธอๆ พวกนั้นไปไม่น้อยเขารินเหล้าใส่แก้วอีกครั้ง แล้วกระดกลงคอรวดเดียวจนหมด
"เบื่อโว้ยยยยยย"เขาะโออกมาแบบนี้เป็ประจำเพราะชีวิตของเขามันไม่มีสีสันเอาซะเลย
ทางด้านลิลินที่นัดกับเพื่อนเพื่อมาเลี้ยงฉลองกันเื่ที่เธอได้ที่ฝึกงานกันเป็ที่เรียบร้อย
"อ้าวชนแก้ว" เสียงหนึ่งในกลุ่มดังขึ้น ชูแก้วในมือของใครของมันชนกัน
"เคร้ง!!!" เสียงแก้วกระทบกัน ในแก้วมีแอลกอฮอล์ผสมบางๆ พอให้มีสีสีนสนุกๆตามประสาเด็กวัยรุ่น
"ดื่มฉลองให้กับความยากลำบากของพวกเราที่ได้ที่ฝึกงานกันสักที" ลิลินพูดขึ้นเสียงดังแข่งกับเสียงเพลงในผับ
"ใช้แล้ว... แล้วฉันก็ได้ที่ฝึกงาน ที่เดียวกันกับแกด้วย" น้ำหวานเอ่ยขึ้นมาบ้างพร้อมกับจิบน้ำในแก้วอย่างอร่อยเพราะมันมีน้ำผลไม้ผสมทำให้ดื่มง่ายแต่เมาเร็ว
"ถึงเราจะแยกกันไปแต่ยังไงพวกเราก็ต้องหาเวลามาเจอกันให้ได้เนอะ เอ้าชน" ธีร์เอ่ยขึ้นมาบ้างพวกเขาสี่คนถ้าอยู่ด้วยกันครบแบบนี้ก็จะสนุกๆ หน่อยตามประสาแต่ถ้าขาดคนใดคนหนึ่งไปก็จะเหมือนขาดอะไรไปสักอย่างชีวิตเด็กนักศึกษาก็จะสนุกแบบนี้นั่นแหละแต่อีกด้านหนึ่งวัยคนทำงานกำลังเบื่อชีวิตที่เกิดมาพร้อมกับความรับผิดชอบ ซึ่งเขาก็มองมาที่กลุ่มของทั้งสี่คนนี้แล้วนึกในใจว่า น่าสนุกดีเนอะั้แ่เขาเรียนจบและได้ทำงานเขาก็ไม่เคยได้มีความสุขแบบวัยรุ่นอีกเลย
"เคร้ง!! " ทั้งสามสาวและหนึ่งหนุ่มทั้งดื่มทั้งเต้นเหมือนอยากที่จะปลดปล่อยเพราะเธอเรียนหนักกันมามาก และแล้วก็มาถึงจุดนี้จนได้เพราะถ้าฝึกงานครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี พวกเธอก็จะเรียนจบกันแล้ว
"ลินๆหนุ่มโต๊ะโน้นมองมึงอ่ะ" แตงโมบอกเพื่อนเมื่อเห็นหนุ่มหล่อส่งยิ้มมาให้ลิลินเพื่อนรัก
"กูไม่ชอบ" ลิลินบอก ลิลินไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนเลยจนบางครั้งนึกอยากจะสนใจเพศเดียวกันขึ้นมา แต่มันก็ยังไม่ใช่อยู่ดี
"มึงไม่อยากลองบ้างเหรอ"แตงโมถามเพื่อน แตงโมหมายถึงเื่อย่างว่าน่ะ
"ลองอะไรวะ" ลิลินถามไปอย่างนั้นแหละ แต่ก็รู้ว่าเพื่อนหมายถึงเื่อะไร
"ลองมีเซ็กซ์ไงมันดีนะถ้าได้ลองแล้วจะติดใจ" ในกลุ่มเพื่อนของเธอมีเธอคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่เคย ทั้งหมดรู้เื่นี้ดี
"พวกมึงจะบ้าหรือไง กูจะเก็บไว้ให้กับคนที่กูรักโว้ย" ลิลินเสียงดังใส่หน้าเพื่อนเพราะแข่งกับเสียงเพลงในผับนั่นเอง
"แล้วมึงเจอคนๆ นั้นหรือยังล่ะ" น้ำหวานถามมีหวังถ้าเพื่อนยังไม่สนใจใครอยู่แบบนี้ ตายไปเสียชาติเกิดแน่ๆ
"ยังว่ะ" ลิลินผู้ไม่เคยเห็นใครในสายตาก็เธอยังไม่รู้สึกชอบใครจริงๆ นี่น่า แถมพี่สาวของเธอก็ยังขอร้องไว้อีกด้วย
"มาตรฐานเพื่อนเรามันสูงมึงก็รู้" ธีร์คิดว่าเพื่อนคงมาตรฐานสูงมั้งถึงยังไม่ชอบใครสักทีมีที่ไหนเกิดมาอายุยี่สิบกว่าแล้วยังไม่เคยมีแฟน ดูอย่างพวกเขาสินับไม่ไหว
"มีแต่คนห่วยๆกูไม่ชอบ" ลิลินเห็นผู้ชายแต่ละคนมีดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่ทุกคนก็ยังมีข้อเสียสำหรับเธอก็คนมันไม่ชอบมองยังไงก็ไม่ชอบอยู่ดี เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าสเปคของตัวเองจริงๆเป็ยังไง
"เอาที่เพื่อนสบายใจเลยคร๊าบบบบ" ธีร์ประชด ก็คงต้องแล้วแต่มันนั่นแหละ
"เลิกคุยเื่นี้เถอะวันนี้ถ้าไม่เมาไม่เลิกโว้ย" ลิลินพูดจบเธอก็กระดกเหล้าลงคอรวดเดียวจนหมดแก้ว
"เฮ๊ยๆเบาๆ หน่อยเหล้านะโว้ยไม่ใช่น้ำเปล่า เดี๋ยวก็เมาไม่รู้เื่กันหรอก" แตงโมปรามแต่ก็ไม่ได้จริงจังนักเดี๋ยวเมาเร็วก็หมดสนุกกันพอดี ก็เธอยังอยากสนุกต่อ ไม่เมาไม่กลับ
"วันนี้เต็มที่" ลิลินบอกแล้วชนแก้วกับเพื่อนอีกครั้ง
"ยัยลินแกน่ะตัวดีเลยดื่มเอาๆ ระวังจะเมาไม่รู้เื่" น้ำหวานเตือนลิลินด้วยความเป็ห่วงเพราะเธอรู้ว่าลิลินเมาแล้วจะเป็ยังไง อีกอย่างลิลินขับรถมาเองด้วยเดี๋ยวจะอันตรายได้
"วันนี้ฉันเต็มที่โว้ย...ยัยหวานชนๆ" ลิลินตอนนี้เธอกระดกเข้าไปหลายแก้วแล้วหน้าเริ่มตึงๆ ตาเริ่มแดงคงจะเริ่มเมาแล้วแน่ๆ ทุกคนก็ด้วย แต่ธีร์ยังพอได้อยู่
"เออๆชนก็ชน" แล้วเมื่อเวลาผ่านไปทุกคนก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่ไหวแล้ว แล้วทั้งหมดก็ชวนกันกลับ
"ฉันกลับก่อนนะรู้สึกไม่ไหวแล้วว่ะเดี๋ยวแม่ด่า" น้ำหวานอยู่บ้านกับพ่อและแม่ ถึงเธอจะโตแล้วพวกท่านก็เป็ห่วงอยู่ดี อีกอย่างน้ำหวานก็เป็ผู้หญิงและเธอก็ไม่อยากให้พ่อกับแม่ของเธอต้องเป็ห่วงด้วยเธอจะมีเวลากลับบ้านของเธอและห้ามเกินก็ถือว่าใช้ได้
"แต่มึงมากับกูไม่ใช่เหรอรอกลับพร้อมกันดิวะ" ก็ใช่แต่น้ำหวานคิดว่ามันถึงเวลาที่เธอจะต้องกลับแล้ว เธอนั่งแท็กซี่ไปเองก็ได้เพราะดูแล้วเพื่อนๆ ยังอยากสนุกต่ออยู่เลย
"ดูจากสภาพมึงแล้วไม่ได้ต่างอะไรกับกูเลยว่ะ ฮ่าๆๆๆ กูกลับแท๊กซีดีกว่า" น้ำหวานก็เมา ธีร์ก็เมา แตงโมก็เมา ลิลินก็เมาทุกคนเมากันหมดแล้ว กลับแท็กซี่น่าจะปลอดภัยกว่า
"กูกลับด้วยไม่ไหวเหมือนกันว่ะ" แตงโมเองก็รู้สึกไม่ไหวแล้วเหมือนกันกลับพร้อมกับน้ำหวานเลยดีกว่า
"เอาไงไอ้ลินเพื่อนจะกลับกันหมดแล้วกูว่ากลับเถอะว่ะ" ธีร์ชวนเพราะถ้าเมามากกว่านี้อาจจะขับรถกลับไม่ไหวแน่ๆ
"แล้วมึงขับรถไหวเหรอวะไอ้ธีร์" ลิลินรู้สึกว่าตัวเองรู้สึกมึนๆแต่เธอยังคิดว่าตัวเองยังไหวอยู่
"ไม่ไหวว่ะคงต้องกลับแท็กซี่เหมือนไอ้สองคนมันนั่นแหละ" ธีร์รู้ว่าตัวเองคงขับรถไม่ไหวแน่คงต้องยอมจอดรถทิ้งไว้ที่นี่เพื่อความปลอดภัยดีที่สุด
"เฮ้ยแต่กูไหว" ลิลินเธอยังคิดว่าตัวเองไหวแค่มึนหัวนิดหน่อยทำอะไรเธอไม่ได้หรอก นั่นเป็ความคิดของเธอตอนนี้เพราะคนเมามักจะบอกว่าตัวเองไม่ได้เมาเสมอ
"มึงไม่ไหวไอ้ลิน" ทั้งสามคนผสานเสียงยังไงก็ไม่ยอมให้ลิลินขับรถกลับเองแน่ๆ ดูจากสภาพก็ไม่ได้ต่างไปจากกันเลย
"โหพวกมึงกูพึ่งจะเห็นพวกมึงสามัคคีกันก็วันนี้แหละ เอาซะพร้อมกันเลยนะพวกมึงนี่" ลิลินชี้นิ้วส่ายไปมาบ่งบอกว่าเธอเมาแล้วไหนจะน้ำเสียงที่ฟังยังไงก็ไม่ปกติแน่ๆ
"ไปเรียกแท็กซี่เถอะคนละคัน" แล้วทั้งสี่คนก็พากันออกจากสถานบันเทิงแห่งนี้เพื่อที่จะเดินออกไปเรียกแท็กซี่เพื่อเดินทางกลับบ้านกัน
"เฮ้ยเดี๋ยวกูมานะขอไปเอาของที่รถก่อน พวกมึงกลับกันไปก่อนได้เลย"ลิลินไปเอากระเป๋าเครื่องสำอางที่ในนั้นมีหูฟังไร้สายอยู่ เธอชอบดูละครย้อนหลัง หนังจีนกำลังภายในบ้างแก้เบื่อเวลาว่างๆ เธอก็จะใส่หูฟังนี่แหละ แล้วเธอก็ขาดมันไม่ได้ด้วย ไหนจะสายชาตแบตมือถืออีกถ้าไม่มีแย่เลย
"ไอ้ลินมึงห้ามขับรถกลับนะมึงพวกกูเป็ห่วง" ธีร์ย้ำกลัวว่าเพื่อนจะดื้อแต่ตอนนี้พวกเขาก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน จะเดินไปเป็เพื่อนก็หนักหัวเหลือเกินเลยปล่อยให้ลิลินเดินไปคนเดียว
"เออๆกูแค่จะไปเอากระเป๋าเครื่องสำอางเฉยๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้ออกจากบ้านไม่ได้" ที่จริงลิลินไม่ได้สนใจเครื่องสำอางนั้นเท่าไหร่หรอกผิวหน้าเธอก็ดีมากอยู่แล้วแล้วใบหน้าของเธอก็สวยหมดจดไม่ต้องแต่งหน้าก็ออกจากบ้านได้
"เออๆงั้นพวกกูกลับก่อนนะ" ทั้งสามก็เมามากพอๆกันตัวใครตัวมันแล้วกัน แล้วรถแท็กซี่ก็มาจอดพอดี
"บายเพื่อน" แล้วลิลินก็เดินโซๆ เซๆ มาที่รถโดยที่เธอไม่รู้เลยว่า กำลังมีเื่เกิดขึ้นกับตัวเองแล้วก็ไม่มีใครสามารถช่วยเธอได้ด้วย...