ภายในวัน
เดียวที่เริ่มต้นทำงานไตเติ้ลก็หาเงินมาได้มากกว่าที่คิด
แต่เขาก็รู้ดีว่ามันจะมีแบบนี้ไม่บ่อยนักหรอกเพราะที่แน่นอนเลยก็คือตอนนี้ขยะหมดโรงพิมพ์เฮียฮั้วแล้ว แต่อย่างน้อยตอนนี้ไตเติ้ลก็มีทุนพอสำหรับที่จะไปตามล่ารับซื้อเพลทจากโรงพิมพ์อื่นๆ ได้อีก แค่ต้องทำใจไว้ด้วยว่าโรงพิมพ์อื่นอาจจะไม่ได้มีเพลทเหลือมากอย่างโรงพิมพ์เฮียฮั้วก็เป็ได้
แล้วก็อีกนั่นแหละไตเติ้ลยังต้องแพลนเวลาตัวเองเอาไว้ให้สำหรับเ้าลูกพลับด้วยถ้ารายได้จากการขายเพลทจะมากขนาดนี้เขาก็ไม่จำเป็ต้องออกไปหาซื้อเพลทมาขายทุกวัน ไตเติ้ลวางแพลนเอาไว้ว่าตนจะไปลงเรียนกศน.[1]เพื่อให้ได้มีวุฒิการศึกษาและระหว่างนี้ก็จะสอนอ่านเขียนให้เ้าลูกพลับตัวน้อยได้มีการศึกษาไปด้วยพร้อม ๆกันด้วย
อายุของลูกพลับตอนนี้ถึงวัยที่ควรจะเข้าเรียนในโรงเรียนประถมได้แล้วแต่เป็เพราะที่ผ่านมาไอ้พ่องเดชมันไม่เคยสนใจลูกเต้าไม่เคยให้ลูกพลับได้เข้าโรงเรียนไปร่ำเรียนเลยแม้แต่ชั้นอนุบาล
เ้าตัวเล็กพอจะอ่านออกเขียนได้ทั้งหมดเป็เพราะคุณความดีของหลวงตาที่คอยสอนอ่านเขียนให้ล้วนๆในเื่ของบทเรียนตามหลักสูตรนั้นหากจะพาลูกพลับไปสมัครเข้าเรียนในเวลานี้ไตเติ้ลก็ชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าเ้าลูกน้อยของเขาคงจะเรียนไม่ทันเพื่อนอย่างแย่ที่สุดก็อาจจะถูกเพื่อน ๆ ในโรงเรียนรังแกเอาก็เป็ได้
ตอนไปขายขยะที่โรงแยกไตเติ้ลเจอกับคนค้าของเก่ารายอื่นที่ขนหนังสือเก่ามาเพื่อแยกขายเขาไปขอรื้อดูก็เจอหนังสือแบบเรียนมานะ มานี ั้แ่ชั้นประถมหนึ่งถึงหก หนังสือเรียนภาษาอังกฤษnew standard ของชั้นประถมหก และหนังสือแบบเรียนคัดไทยอื่น ๆ อีก
ไตเติ้ลขอเหมาซื้อหนังสือเ่าั้มาในราคาเล่มละ 8 บาท แต่เห็นแล้วก็เสียดาย เพราะหนังสือเรียนที่จะถูกปั่นแยกขายอยู่ในเวลานี้ล้วนเป็หนังสือระดับตำนานที่เมื่อไปถึงปีพ.ศ. 256X แล้วจะกลายเป็ของสะสมราคาพุ่งขึ้นมาหลักหลายร้อยเลยทีเดียว
เอาเป็ว่าตอนนี้ซื้อมาให้เ้าลูกพลับเรียนก่อนถ้ายังสามารถเก็บมันเอาไว้ได้จนถึงปี 256X ก็ค่อยให้ลูกพลับเอาซากอารยธรรมโบราณพวกนี้ไปขายต่อในเว็บช็อปปิ้งที่จะผุดขึ้นเป็ดอกเห็ดต่อไปในอนาคตกาลก็แล้วกัน
ก่อนจะกลับบ้านไตเติ้ลเอาเงินที่หามาได้ทั้งหมดไปเปิดบัญชีธนาคารตอนที่กำลังเลือกว่าจะใช้บริการธนาคารแห่งใดดีอยู่นั้นในหัวของเขาก็นึกขึ้นมาได้ถึงเหตุวิกฤตเศรษฐกิจปี2540
คิด ๆ ดูแล้วธนาคาร BBC[2] เป็อันตกไปธนาคารเอเชียก็ตกไปธนาคารเอกชนไม่มีที่ไหนไว้ใจได้เลยสักที่แม้ดอกเบี้ยจะดูมากกว่าของรัฐบาลก็เถอะถ้าอย่างนั้นก็ขอเลือกแบบเก่าแก่ที่เห็นจนชินตาพวกสีม่วง สีเขียว สีชมพูก็แล้วกัน
ใน่ปี พ.ศ. นี้เป็่ที่ธนาคารสีเขียวกำลังปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์สร้างที่ทำการในแต่ละสาขาให้ดูโอ่อ่า ใหญ่โตแต่จากชีวิตเดิมในโลกเก่านั้นไตเติ้ลยังจำวีรกรรมของธนาคารนี้ได้ขึ้นใจว่าตู้ ATM แม่มหายากฉิบเป๋ง!
ถึงขนาดเขาเคยโทรเข้าคอลเซ็นเตอร์ให้เอาตู้ ATM มาติดตั้งไว้ในละแวกสามกิโลเมตรแถบๆ บ้านเขาบ้าง สุดท้ายหลังจากที่โทรขอตู้ ATM อยู่หลายสิบรอบผ่านมานับสิบปีจนถึงวันตายเขาก็ยังไม่เคยมีบุญได้เห็นตู้ ATM เ่าั้มาติดอยู่แถวบ้านเลย
ใน่โลกยุคก่อนปี พ.ศ. 256X ตู้และบัตร ATM นั้นนับได้ว่าจำเป็มากเพราะยังไม่มีแอปพลิเคชั่นสำหรับสแกน โอน จ่าย ค่าสินค้าได้อย่างสะดวกสบายซึ่งอันที่จริงแล้วไตเติ้ลก็ไม่รู้หรอกว่าธนาคารไหนมีตู้ ATM อยู่มากที่สุดในปี พ.ศ. 2538แต่ในเมื่อเขาเคยมีความทรงจำที่ไม่ดีกับธนาคารเขียวเขาจึงเลือกเอาง่ายๆ เป็ธนาคารสีม่วงไปแทนก็แล้วกัน
เมื่อเปิดบัญชีธนาคารเสร็จแล้วชายหนุ่มก็กลับมาเอากระดาษตัดขอบแบบต้องคัดแยกสีที่ได้มาจากโรงพิมพ์เฮียฮั้วไปกองไว้ที่เพิง…เอ้ย! บ้าน! ก่อนแล้วจึงนำมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างไปคืนวัด
เพราะว่ามีรายได้ดีเกินกว่าที่คิดไตเติ้ลจึงถวายเงินเข้าวัดเป็ค่าบำรุงการเสื่อมสภาพของมอเตอร์ไซค์ไปด้วยห้าร้อยบาทแต่ก็กลับโดนหลวงตาดุมาว่ามีเงินแล้วก็ให้รู้จักใช้สอยอย่างประหยัดชาวบ้านมั่งมียืมของวัดใช้ช่วยเงินมาห้าสิบบาทร้อยบาทก็นับว่าเยอะแล้ว นี่อยู่ ๆเป็คนทุกข์คนยากมาทำบุญถึงห้าร้อยดูอวดมั่งอวดมีเหลือเกิน
โดนดุมาแบบนี้ไตเติ้ลถึงกับสตั๊นแล้วพยายามระลึกชาติอยู่นานเพราะในชีวิตเดิมก่อนที่จะตาย เขาทำงานมีเงินรายได้ดี ไปวัดใส่ซองครั้งละห้าร้อยถึงพันถือเป็เื่ปกติสำหรับคนฐานะปานกลางก็ไม่รู้ว่าพวกมั่งมีจริง ๆ เขาทำบุญกันเท่าไหร่หรอกแต่ตรงนี้ถือเป็จิตศรัทธาตามกำลังทรัพย์ที่เราหาได้ หาได้ร้อยก็ทำสิบบาท ได้สองร้อยก็ทำยี่สิบแล้วแต่กำลังที่เราจะไม่เดือดร้อนตัวเองดังนั้นหากหาเงินได้ถึงสามหมื่นกว่าในหนึ่งวันการที่เขาทำบุญห้าร้อยนั้นถือว่าน้อยมาก
แต่พอมาคิดถึงความต่างของค่าเงินปี พ.ศ. 2538 ที่ถึงแม้จะเป็่ที่เศรษฐกิจเฟื่องฟูแต่ก็เป็การเฟื่องฟูอยู่ในภาคกิจการระดับบนก่อนฟองสบู่แตกชาวบ้านหากินระดับรากหญ้ามีเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้นไม่ได้รู้สึกเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจไปด้วยหรอกในยุค พ.ศ. นี้สำหรับชาวบ้านทำงานหาเช้ากินค่ำทั่วไปการทำบุญถึงห้าร้อยบาทนั้นก็คงจะเยอะเกินไปจริงๆ
ทิดวัฒน์ยกมือไหว้ขอขมาหลวงตาแล้วก็ใส่ซองให้ใหม่เป็เงินสองร้อยบาท ค่าน้ำมันรถเขาจ่ายไปแค่ห้าสิบบาทเองด้วยซ้ำในวันนี้ถ้าคิดว่าค่าเช่ารถสองร้อยบาทต้นทุนการทำงานในวันนี้ก็คือ250 บาท
ถ้าคิดว่าหากจริง ๆแล้วเขาต้องจ่ายเงินซื้อเพลทเพื่อเอาไปขาย ค่าซื้อกิโลละสิบสองบาท หาก้าเพลท 750 กิโลเพื่อให้มีรายได้ถึง 30,000อย่างวันนี้ เงินต้นทุนค่าเพลททั้งหมดก็จะเป็ 9,000 บาท ค่าเช่ายานพาหนะรวมน้ำมัน 250 บาทค่าแรงขั้นต่ำรายวันให้ตัวเองคิดเสียว่าเป็ 180 บาทก็จะเท่ากับว่าการลงทุนค่างานทั้งหมดคือ 9,430 บาท
……
ยังมีเงินกำไรเหลือถึง 20,000 บาทนี่มันรายได้โคตรดีเลยนี่หว่าแบบนี้!
หลวงตาเห็นทิดวัฒน์ยังพยายามใส่ซองถวายให้วัดแบบนี้ก็รู้สึกอ้ำอึ้ง
ความจริงแล้วทิดวัฒน์ทำบุญมาห้าสิบบาทก็เยอะเกินไปแล้วเพราะไอ้รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างคันนี้เจ๊พรบริจาคเข้าวัดก็นับแค่ผลพลอยได้แต่เจตนาจริง ๆ คือเจ๊แกอยากจะซื้อเอาไว้ให้ทิดวัฒน์ใช้งานอยู่แล้วไอ้เ้านี่มาขอยืมของตัวเองไปใช้งานแล้วยังจะจ่ายค่าเช่าทำบุญมาอีกไอ้เ้าเดชภาคก่อนบวชเวลาจะเลวก็เลวจนคนสาปแช่ง พออยู่ดี ๆบทจะเปลี่ยนนิสัยขึ้นมาก็ดีใจหายเสียจนนึกว่าเทพบุตรกลับชาติมาเกิด
พิจารณาแล้วหลวงตาก็ได้แต่ถอนหายใจรับซองเงินจากทิดวัฒน์มาตั้งใจจะเก็บเอาไว้คืนเจ๊พรใช้ผ่อนค่างวดรถมอเตอร์ไซค์ต่อไป
ภานุวัฒน์เคลียร์ภาระหนี้สินเสร็จก็พาลูกชายกลับบ้านถึงบ้านได้พอเห็นกองขยะที่สูงอยู่เต็มห้องก็ถึงกับผงะแม้ขยะพวกนี้จะเป็เงินเป็ทองแต่มันก็แออัดบ้านมากเหลือเกินจนแทบจะไม่มีที่นั่ง
ไอ้บ้านโทรม ๆหลังนี้ดูจะคับแคบเกินไปกว่าที่มนุษย์จะใช้อยู่อาศัยจริง ๆ ด้วยสิไฟฟ้าก็ไม่มีใช้อีกคงจะต้องตั้งใจทำงานให้มีรายได้ที่มั่นคงมากกว่านี้แล้วรีบออกหาห้องเช่าเป็จริงเป็จังโดยด่วนแล้วล่ะ
เวลาบ่ายแก่ยังพอมีแสงสว่างอยู่ไตเติ้ลจึงใช้่จังหวะเวลานี้สอนหนังสือให้ลูกพลับฝึกอ่านเขียนตามบทเรียนในขณะที่ตนก็นั่งแยกกระดาษสีออกจากกระดาษขาวไปเรื่อยๆ
ชายหนุ่มเพิ่งรู้ว่าลูกพลับที่เรียนอ่านเขียนมาจากหลวงตาที่วัดนั้นจริง ๆแล้วระดับความรู้ทางด้านภาษาไทยและคณิตศาสตร์ของเ้าตัวเล็กสามารถเทียบเท่ากับนักเรียนชั้นประถมหนึ่งได้เลยทีเดียว
วิถีชีวิตของคนไทยนี่เนอะวัดเป็ที่พึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง พระสงฆ์เป็สรณะอันประเสริฐของชาวบ้านจริง ๆช่วยดูแลชาวบ้านได้
แม้กระทั่งสอนหนังสือให้เด็ก ๆ แบบนี้ก็ได้ด้วย.
[1]กศน. ในยุค พ.ศ. 2538 ย่อมาจากคำว่า การศึกษานอกโรงเรียน(หมายถึงนอกระบบของโรงเรียนสามัญศึกษา) แต่ปัจจุบัน กศน.มีขอบข่ายการศึกษากว้างขวางมากขึ้นจึงปรับเปลี่ยนเป็การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
[2]BBC ธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) คือธนาคารที่ถูกมองว่าเป็ต้นตอสำคัญของวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540(ต้มยำกุ้ง)เนื่องจากมีการปล่อยสินเชื่อให้กับนักธุรกิจและนักการเมืองกลุ่ม 16 เพื่อเข้าเทกโอเวอร์บริษัทต่างๆในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีกำไรจากการซื้อมา-ขายไป จนเกิดหนี้เน่ามหาศาล