
เช้าวันรุ่งขึ้นฐปนนท์พากชอรไปเดินตลาดสด่เช้าและพาไปร้านกาแฟชื่อดังของย่านนั้นเขาเองก็ไม่ได้มาบ่อยๆแต่ไม่รู้เพราะอะไรถึงอยากให้กชอรมาเที่ยวด้วย
“ร้านบรรยากาศดีมากค่ะ”กชอรพูดพลางดูดกาแฟเย็นที่ใกล้จะหมดแก้วแล้ว
“ใช่ ฉันก็เคยคิดอยากมีร้านแบบนี้นะ”
“ฉันมาเป็ผู้จัดการร้านที่นี่ให้ได้นะ ฉันชอบที่นี่”
“ตลกนะเธอยังต้องใช้หนี้ฉันนะจะหนีมาอยู่ที่นี่ได้ไงทำงานที่บริษัทล่ะมีโอกาสก้าวหน้าพร้อมค่าคอมมิชชั่นจากยอดขายอีก”
“ฉันก็พูดเล่นค่ะไม่ได้คิดจริงจังขนาดนั้น”
“กลับเถอะต้องแวะซื้อขนมเ้าโปรดให้คุณแม่ด้วยสิ”
่เย็นทุกคนรับประทานอาหารร่วมกันและแยกย้ายไปพักผ่อนมารดาของฐปนนท์เรียกให้สาลี่ไปนวดให้สามีและนวดให้ตนที่ห้องนอนส่วนกชอรก็ออกไปเดินเล่นด้านล่างสักพักฐปนนท์ก็ตามลงไปและนั่งคุยกันที่ใต้ถุนบ้าน
“ดื่มอะไรไหมพอมีแช่ในตู้เย็น”
“ไม่ค่ะกลัวเมา”
“งั้นฉันดื่มคนเดียวก็ได้สาลี่ไม่ว่างเธอไปหยิบเบียร์มาห้ากระป๋องนะ”
“ค่ะ”กชอรเดินขึ้นไป้าแล้วก็หยิบเบียร์ตามจำนวนที่เขาสั่งแล้วใส่ถาดถือยกมาในขณะที่ฐปนนท์ก็พยายามชวนหญิงสาวดื่มเป็เพื่อนสุดท้ายกชอรก็ดื่มหมดไปหนึ่งกระป๋องทำให้บทสนทนาเริ่มคึกคัก
“เธอเล่าเื่แฟนเก่าให้ฟังหน่อยสิ”เขาถามโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
“อยากรู้ทำไมคะคนเฮงซวยแบบนั้น”
“เป็ความรู้รอบตัว” เขายิ้มพร้อมเปิดเบียร์เป็กระป๋องที่สาม
“ฉันไม่มีเงินช็อตหนักเขาคงกลัวไปเกาะหรือรบกวนเขาเลยขอเลิกแต่ฉันก็ไม่มีเงินจริงๆล่ะรถก็ยังถูกยึดไปเลยรู้ถึงไหนอายไปถึงนั้น”
“บางทีคนเราก็มี่ชีวิตที่แย่ๆนะแต่เธอก็ไม่ได้งอมืองอเท้านี่ยังคิดหางานทำเอ่อแล้วไม่ไปอยู่กับครอบครัวก่อนล่ะเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย”
“แม่มีสามีใหม่ส่วนน้องชายมีครอบครัวไปแล้วเพิ่งนึกได้ว่าเงินรางวัลที่ได้ฉันจะเอาไปให้แม่ใช้หนี้ที่เคยยืมไว้จำไม่ได้วางไว้ไหน”
“ฉันเก็บไว้ที่รถลืมให้เธอเองล่ะเดี๋ยวขากลับค่อยเอาละกันมาชนๆ”
“ค่ะ”เสียงพูดคุยกันสลับหัวเราะทำให้สาลี่ชะเง้อมองแล้วยิ้มเพราะคิดว่าทั้งคู่เป็คนรักกัน
เบียร์หมดทุกกระป๋องแต่ทั้งคู่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะไปนอนยังคงนั่งคุยกันจนกระทั่งฐปนนท์พูดถึงบางเื่ที่เป็อดีตของเขาให้กชอรฟัง
“เธอเชื่อไหมคนแบบฉันเคยอกหักเพราะแอบรักผู้หญิงคนหนึ่งสมัยเรียนปีหนึ่งเป็เพื่อนรุ่นเดียวกัน”
“เหรอคะ ไม่น่าเชื่อ”
“เขาบอกว่าฉันไม่มีอะไรเทียบเท่าเขาเลยตอนนั้นฉันกับครอบครัวมีแค่ร้านอาหารเล็กๆที่คุณแม่ดูแลเองทุกอย่างแม้แต่บ้านหลังนี้เราก็เพิ่งสร้างเมื่อห้าปีก่อน”
“สะดวกเล่าไหมคะ”
“เขาบอกว่าจนแล้วไม่เจียมฉันเลยรู้สึกเ็ปมากที่คนที่เรารู้สึกรักพูดแบบนั้นเลยตั้งใจหางานทำและเก็บเงินเพื่อทำอะไรสักอย่างและก็เก็บเงินได้มาก้อนหนึ่งแต่ก็ไม่พอให้ทำอะไรได้คุณแม่เห็นว่าใกล้จะจบแล้วและร่างกายไม่ค่อยแข็งเลยจะขายกิจการร้านอาหารทิ้งได้เงินมาห้าแสนและทยอยขายที่ดินของคุณพ่อที่ไม่ได้ทำอะไรตอนนั้นครอบครัวเรามีเงินอยู่ก้อนหนึ่งฉันเลยหาลู่ทางเปิดบริษัทเล็กๆและก็ได้ญาติทางคุณแม่ที่ทำเครื่องประดับแนะนำและไปเรียนรู้จนได้เปิดบริษัทส่งออกเครื่องประดับและฉันโชคดีที่ได้คู่ค้าที่ดีผลประกอบการปีแรกถือว่าดีมากและปีต่อมาก็ดีขึ้นเรื่อยๆฉันกู้เงินมาทำโรงงานและทำตึกเพื่อรองรับการขยายงานตึกที่เราทำงานนั่นล่ะแม้จะแค่ห้าชั้นแต่มันคือน้ำพักน้ำแรง”
“เก่งค่ะ”
“หลังจากนั้นฉันก็ได้โปรเจคใหญ่ๆระดับประเทศและทุกอย่างก็ไปได้ดีจนมีเงินมากพอที่จะไปอวดกับเขาว่าฉันเหมาะสมกับเขาแล้วนะฉันตัดสินใจโทรไปขอคบกับเขา”
“เขาว่าไงคะ”
“แต่งงานแล้วล่ะมีลูกแล้ว”
“คงไม่ใช่เนื้อคู่คุณมั้งคะ”
“แล้วเนื้อคู่ฉันต้องเป็แบบไหน”
“ไม่รู้สิคะ”กชอรหลบสายตาเขาแล้วมองเวลาที่ข้อมือ
“ง่วงเหรอ”
“ไม่ค่ะแต่มันเงียบเลยว่าควรไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้เราเดินทางกลับเย็นๆนี่คะ”
“ไปสิ” เขาลุกเดินนำหน้ากชอรไป้าแต่จู่ๆไฟก็ดับพรึ่บโดยไม่รู้สาเหตุ
“ว้าย”กชอรร้องเสียงหลงและก็ดันไปเหยียบเท้าเขาจนได้
“เปิดมือถือสิจะได้มองเห็นทาง”เขาหันไปบอกกชอรเพราะตัวเองไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวก่อนจะไปส่งที่หน้าห้องนอน
“แค่นี้ล่ะค่ะคุณก็รีบนอนนะพรุ่งนี้รับปากแล้วว่าจะพาฉันไปเที่ยวอีกหลายที่เลย”กชอรบอกเขาแล้วเดินถอยหลังเล็กน้อยเพื่อปิดประตูแต่ดันไปเหยียบพรมเช็ดเท้าลื่นจนล้มและร้องเสียงดัง
“ว้าย”
“เธอ”เขาผลักประตูเข้าไปและคว้าข้อมือของกชอรเพื่อจะดึงให้ลุกแต่ก็ดันล้มไปทับร่างอรชรเข้าอย่างจังบางอย่างนุ่มนิ่มััที่แผงอกเขาทำให้ความรู้สึกบางอย่างถูกกระตุ้นอย่างรวดเร็ว
“ฉันลุกได้ค่ะ”กชอรเลื่อนมือหาโทรศัพท์มือถือเพราะร่วงที่พื้นตอนที่ล้มก่อนจะใเมื่อเขาแตะที่ผิวแก้มด้วยริมฝีปากอุ่นแล้วเลื่อนมาแตะที่ริมฝีปากงามแล้วค่อยๆประทับจูบและบดขยี้ริมฝีปากงามโดยไม่ทันจะตั้งตัว
ตอนถัดไปติดเหรียญจ้า