ตอนที่10 ศึกชิงสินค้าลิมิติด
“แย่ละ! ฉันจะเสียเวลาอีกไม่ได้แล้วต้องรีบซื้อของให้เสร็จจะได้กลับไปทำอาหารรอพี่จวิน ตอนนี้ฉันมีสามีแล้วนี่นาจะมัวทำตัวชักช้าเหมือนเดิมไม่ได้ ไว้ถ้ามีโอกาสค่อยกลับมาใหม่แล้วกัน”
โจวหนิงอันพึมพำกวาดตามองภาพงดงามของซุ้มดอกไม้อีกครั้งด้วยอยากเก็บภาพประทับใจไว้ในความทรงจำ พลางตัดใจหันหลังเดินไปขึ้นบันไดเลื่อนเพื่อไปยังเป้าหมายบนชั้นสอง
เธอตั้งใจไปซื้อโทรศัพท์มือถือก่อนเป็อันดับแรกจากนั้นถึงจะซื้อเครื่องสำอางและของใช้จุกจิกส่วนตัว โดยไม่ลืมซื้อของขวัญสำหรับสามีด้วย
อย่างไรก็ตามสะใภ้รองตระกูลหลงไม่รู้ตัวสักนิดว่าอิริยาบถทุกท่วงท่าถูกช่างภาพปริศนาบันทึกไว้ทุกอารมณ์ด้วยเขาไม่คิดว่าจะมีโอกาสพบเห็นหญิงสาวงดงามตามธรรมชาติโดยไม่ต้องมีจริตเกินงาม
“สวย.....สวยจริงๆ.....ผู้หญิงอะไรสวยเป็ธรรมชาติ ไม่ต้องแต่งหน้าหนาเตอะเหมือนพวกนางแบบนั่น พวกนั้นน่ะดูยังไงก็ไม่เข้าตาฉันสักคนถ้าไม่ติดว่าต้องรีบส่งงานก่อนละก็ ฉันจะตามไปขอแลกเบอร์โทรกับเธอซะหน่อยเผื่อเธอสนใจงานถ่ายแบบเซ็ตใหม่ของฉัน”
ช่างภาพปริศนาบ่นงึมงำด้วยความเสียดายอยู่คนเดียวพลางกดดูภาพถ่ายของหญิงสาวย้อนหลังที่ตนบันทึกไว้ แล้วมีรอยยิ้มพึงพอใจระบายเต็มใบหน้าจนถูกทีมงานพูดกระเซ้าไม่หยุด
เวลานี้โจวหนิงอันเดินเข้าร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดังโดยมีสินค้าหลากหลายรูปแบบวางจำหน่ายบนชั้นอันหรูหรา ด้วยการแต่งกายสวยงามเรียบหรูพนักงานต่างกรูเข้ามาต้อนรับอย่างนอบน้อม
“สวัสดีค่ะคุณผู้หญิงคุณผู้หญิงสนใจโทรศัพท์รุ่นไหนเป็พิเศษไหมคะ หรือจะให้ทางร้านแนะนำให้ดีคะ”
พนักงานหญิงท่าทางเป็มิตรผมยาวรวบหางม้าปราดเข้ามาทักทายโจวหนิงอันก่อนเพื่อนพนักงานคนอื่น พลางถามอย่างมีความหวัง ด้วยพิจารณาแล้วมั่นใจว่าลูกค้าแต่งกายดีมีระดับจึงน่าจะมีเงินจ่ายค่าโทรศัพท์ราคาแพงได้
โจวหนิงอันกำลังลำบากใจพอดีเพราะไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อโทรศัพท์ยี่ห้อหรือรุ่นใดพลางพยักหน้ารับความช่วยเหลือจากพนักงานหญิงตรงหน้าแล้วบอกให้นำสินค้ามาดูทันทีว่า
“ก็ได้ค่ะยังไงก็เอาเครื่องดีที่สุดมาให้ฉันเลือกสักหน่อย”
“ได้ค่ะเชิญคุณผู้หญิงมานั่งรอทางด้านนี้เลยค่ะ” พนักงานสาวรีบผายมือเชิญโจวหนิงเข้าไปข้างในร้านทันที
สะใภ้รองตระกูลหลงเดินตามหลังพนักงานไปนั่งรอบนชุดโซฟาหรูสำหรับรับรองลูกค้าระดับวีไอพีโดยมีโต๊ะขนาดเล็กตั้งอยู่ต่อหน้าเป็ชุด ภายในบริเวณดังกล่าวถูกแยกส่วนเพื่อความเป็ส่วนตัวโดยมีฉากกั้นหรูหราสูงหนึ่งเมตรอยู่ติดกับโซนแสดงสินค้า
ครั้นโจวหนิงอันหย่อนก้นลงนั่งไม่ทันไรพลันตัวแข็งทื่อทันทีเพราะไม่คาดคิดว่าจะได้ยินเสียงของใครบางคนเดินตามเข้ามาในร้านแล้วพูดออกคำสั่งกับพนักงาน จึงคาดไม่ถึงว่าจะพบอีกฝ่ายเร็วเกินไป
วันนี้เป็วันซวยของฉันอีกแล้วเหรอเนี่ยไปบ้านสามีก็ถูกครอบครัวเขารังเกียจ มาซื้อนาฬิกาก็ดันเจอศัตรูเก่าซะงั้นแต่ว่า.....คราวนี้ฉันไม่ใช่โจวหนิงอันคนเดิมแล้ว คอยดูเถอะ!ฉันจะเอาคืนให้สาแก่ใจเชียว!
หญิงสาวเกิดใหม่พลันนึกขึ้นได้ว่าตนเกิดใหม่แล้วมีสามีร่ำรวยทั้งเขายังให้บัตรธนาคารสีดำซึ่งมีวงเงินสูงมากพอให้เธอใช้จ่ายไม่อั้นอีกด้วยจึงคิดเอาคืนศัตรูเก่าที่ไม่คาดคิดว่าจะมีโอกาสพบกัน
อดีตหญิงสาวตัวซวยเชิดหน้าคอตั้งตรงด้วยท่วงท่าสง่างามทันทีพลางรอโอกาสให้ศัตรูเก่าทั้งสองคนเดินเข้ามาในโซนรับรองลูกค้าวีไอพีด้วยอยากรู้ว่าผีเน่ากับโลงผุจะจดจำตนได้หรือไม่
อนึ่งโจวหนิงอันเข้าใจเป็อย่างดีว่าเหตุการณ์หลังเกิดใหม่เปลี่ยนแปลงไปจากชาติก่อนหลายประการั้แ่เธอตื่นขึ้นมาอยู่ในห้องนอนของโรงแรม ฉะนั้นจึงคาดเดาว่าเื่ราวในชีวิตนี้อาจเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมซึ่งเป็ผลกระทบตามทฤษฎีโกลาหล
ด้านไช่ซินหยูเดินควงแขนแฟนหนุ่มเข้ามานั่งในโซนรับรองลูกค้าวีไอพีอย่างคุ้นเคยเธอต้องชะงักอยู่กับที่แว่บหนึ่งเพราะไม่คิดว่าจะมีลูกค้านั่งรออยู่ก่อนหน้าพลางหรี่ตาพิจารณาแผ่นหลังในชุดเดรสหรูคุ้นตาด้วยความสงสัย
นั่นมัน! เหมือนคนที่ฉันเห็นเดินเข้ามาในห้างเลย ไปดูให้ถนัดตาสักหน่อยเถอะว่าเป็ยัยตัวซวยนั่นไหม?!
“มีอะไรเหรอที่รัก”
กัวเฟยสุ่ยถามแฟนสาวด้วยความสงสัยเพราะจู่ๆ ถูกเธอลากเข้าไปหาหญิงสาวนั่งหันหลังให้พวกตนอยู่ทว่าพอไปยืนอยู่ต่อหน้าหญิงสาวคนดังกล่าวพลันหัวใจหยุดเต้นกะทันหันแล้วยังหายใจติดขัด เืหนุ่มในวัยคะนองเดือดพล่านสูบฉีดไปทั่วร่างในทันที
ว้าว!ผู้หญิงอะไร?! สวยชะมัดยาดเลย!สวยกว่าซินหยูซะอีก แบบนี้ต้องขอเบอร์โทรให้ได้ซะแล้ว คนสวยขนาดนี้ต้องเป็ของฉันคนเดียว!
กัวเฟยสุ่ยลอบเลียริมฝีปากด้วยความพึงพอใจโดยยังไม่ได้พิจารณาหญิงสาวนั่งสง่างามตรงหน้าให้ชัดเจนพลันได้ยินเสียงแฟนสาวกล่าวทักทายอีกฝ่ายเหมือนคนรู้จักกันเป็อย่างดีว่า
“อื้อฮือ!ไม่นึกเลยว่าหลังงานเลี้ยงแค่วันเดียว ยัยตัวซวยของเราจะแปลงโฉมใหม่เร็วซะขนาดนี้มีเสี่ยเลี้ยงแล้วเหรอจ๊ะเพื่อนคนดีของฉัน”
เมื่อกัวเฟยสุ่ยได้ยินคำทักทายของแฟนสาวต่อหน้าหญิงสาวสวยพลันเบิกตากว้างตกตะลึงด้วยไม่คิดว่าเป็หญิงสาวผู้ที่คนเคยจีบเอาชนะเพื่อนร่วมกลุ่มได้พลางเลียริมฝีปากอีกครั้งอย่างมีความหวังว่าจะได้เชยชม
ด้านโจวหนิงอันลุกขึ้นยืนให้เสมอกับศัตรูเก่าเพราะไม่ชอบให้มีใครยืนค้ำศีรษะทั้งกลัวว่าตนจะเสียเปรียบอีกฝ่าย จึง้าสบตาหญิงสาวจิตใจอัปลักษณ์ พลางเชิดหน้าแล้วตอบอีกฝ่ายโดยคิดตัดสายสัมพันธ์ในทีว่า
“คนอย่างฉันไม่จำเป็ต้องมีเสี่ยเลี้ยงหรอกนะไม่เหมือนใครบางคน”
โจวหนิงอันพูดเสร็จพลางกวาดตาสำรวจศัตรูเก่าจากศีรษะจรดปลายเท้าเลียนแบบอดีตแม่เลี้ยงสามีอย่างดูแคลนด้วยคิดว่าท่วงท่าดังกล่าวทำให้คนถูกมองเจ็บใจมากมาย เหมือนตนเคยรู้สึกมาก่อน
“แก!นังตัวซวย!!!”
ไช่ซินหยูได้ยินคำตอบจากเพื่อนผู้เคยเป็ทาสรับใช้มานานแต่วันนี้กลับกล้าตีฝีปากเสมอตน ทั้งมองเห็นสายตาดูแคลนจนทำให้โกรธแค้นขึ้นมาทันทีทันใด
บัดซบ! วันนี้นังตัวซวยเป็อะไรมันกล้าตีฝีปากกับฉันเชียวเหรอ เห็นทีต้องสั่งสอนให้เข็ดหลาบให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็ใคร?!
จากนั้นทายาทสาวแห่งตระกูลไช่เงื้อมือพร้อมแว้ดเข้าใส่ทันทีด้วยยังคิดคำด่าตอบไม่ทัน จึงแสดงอำนาจเหนือกว่าศัตรูไว้ก่อน
“หยุดซินหยู!อย่าทำเองให้เสียมือหน่อยเลยน่า” กัวเฟยสุ่ยรีบโอบแฟนสาวข้างกายไม่ให้ลงมือทำร้าย
“ที่รัก!คุณจัดการมันให้ฉันหน่อยสิ เร็วเข้า!”ไช่ซินหยูหันขวับพร้อมสั่งแฟนหนุ่มให้ช่วยลงโทษอดีตเพื่อนแทน
“เอ๋!พวกผู้ดีเขามีกิริยาอย่างนี้เหรอ” โจวหนิงอันยืนกอดอกพลางพูดดูแคลนศัตรูอีก
“แก!!!” ไช่ซินหยูกรีดร้องเตรียมโผเข้าใส่ศัตรูแต่ถูกแฟนหนุ่มกอดตัวไว้แน่น
โจวหนิงอันยืนกอดอกมองอย่างผู้มีชัยเหนือกว่าเธอคิดว่าไม่จำเป็ต้องลงมือให้สิ้นเปลืองพลังงานพลันมีพนักงานหญิงของร้านเดินเข้ามาสองคน แต่ละคนถือถาดบรรจุโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดเข้ามาถาดละหนึ่งเครื่องพนักงานหญิงไม่กล้าเดินเข้ามาเพราะสังเกตเห็นความขัดแย้งของลูกค้าอยู่พลางยืนรีรออยู่ปากทางเข้า
ไช่ซินหยูเหลือบเห็นพนักงานเดินเข้ามาในโซนรับรองลูกค้าพอดีจึงตั้งสติขึ้นมาได้ว่าตนไม่ควรแสดงกิริยาชั้นต่ำ พลางส่งสัญญาณบอกแฟนหนุ่มให้ปล่อยตัวแล้วชี้นิ้วบอกพนักงานที่ยังยืนลังเลใจอยู่ว่า
“พวกเธอเอาโทรศัพท์มาให้ฉันดูดีกว่าแม่นี่ไม่มีปัญหาซื้อใช้เองหรอก เสี่ยเลี้ยงจะเปย์หล่อนได้สักแค่ไหนเชียว”
พนักงานหญิงผู้ทำหน้าที่ดูแลไช่ซินหยูพลางตอบรับด้วยความเข้าใจเนื่องจากพบเห็นลูกค้าสาวมาซื้อสินค้าบ่อยครั้งแตกต่างจากลูกค้าสาวอีกรายที่เพิ่งเห็นหน้า จึงพยักพเยิดบอกเพื่อนพนักงานพร้อมตอบรับคำสั่งว่า
“ได้ค่ะคุณหนูไช่ลูกค้าคนนี้คงไม่มีเงินจ่ายหรอกค่ะ เครื่องอยู่กับฉันเป็สินค้าลิมิติดเชียวนะคะ สาขาจีนได้เข้ามาขายแค่เครื่องเดียวเองค่ะ”
พนักงานหญิงท่าทางเ้าเล่ห์รีบพูดประจบเอาใจลูกค้ากระเป๋าหนักอย่างนอบน้อมแล้วเดินถือถาดบรรจุโทรศัพท์หรูหราประดับเพชรเข้ามา เธอจำเป็ต้องเลือกข้างเนื่องจากได้รับค่านายหน้าจากการขายสินค้าแต่ละครั้งมากโขจึงเต็มใจพูดเอาใจหวังได้รับค่าคอมมิชชันอีก
พนักงานหญิงเ้าเล่ห์ไม่พูดเพียงอย่างเดียวแต่ยังยิ้มเหยียดพร้อมกวาดตามองั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าเหมือนลูกค้าสาวจากตระกูลใหญ่ผู้คุ้นเคย
โจวหนิงอันกำหมัดแน่นเพราะไม่คิดว่าจะถูกดูแคลนขนาดนี้พลางเม้มริมฝีปากแน่นแล้วยิ้มเหยียดศัตรูด้วยความมั่นใจ จากนั้นชี้นิ้วตรงไปยังโทรศัพท์ในเคสอันหรูหราประดับเพชรแวววาวแล้วประกาศเสียงดังก้องว่า
“ฉันจะเอาเครื่องนี้!”
“ชิชะ! นังตัวซวย!นังลูกไม่มีพ่อ! แถมแม่ก็ทิ้งขว้างไม่ไยดี แม่แกยังไม่กล้าแสดงตัวรับรองว่าเป็แม่อีกด้วยเสี่ยเลี้ยงแกจะรวยสักแค่ไหนกันเชียว แกจะมีปัญญาซื้อได้ยังไงหา?!!!”
ไช่ซินหยูโมโหโกรธจัดด้วยไม่คิดว่าศัตรูจะกล้าวางอำนาจใส่ตนพลางเค้นเสียงพูดเหยียดหยามถึงพ่อแม่หวังให้อีกฝ่ายเจ็บใจ เนื่องจากเป็ข้อมูลลับของอีกฝ่ายที่ล่วงรู้มาอย่างไม่ตั้งใจจึงถือโอกาสเอาคืนทันควัน
อย่างไรก็ตามด้วยคำพูดอันเ็ปของอดีตเพื่อนผู้ข่มเหงตนมานานโจวหนิงอันบันดาลโทสะขาดสติเพียงแว่บเดียว พลางหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะของตนสาดเข้าใส่ใบหน้าศัตรูทันที
ฉับพลันทุกสายตาต่างตกตะลึงในเหตุพลิกผันระหว่างสองหญิงสาวผู้สวยงามไช่ซินหยูกรีดร้องเต้นเร่า ๆ ด้วยความโกรธจัดอย่างถึงที่สุด พลางเอี้ยวตัวไปคว้าเอาแก้วน้ำจากพนักงานเพิ่งเดินถือถาดเข้ามาบริการพอดี
“กรี๊ด! หน็อยแน่!นังตัวซวย! ฉันไม่ยอมซวยไปกับแกหรอกนะ นี่แน่ะ!!!”
วินาทีถัดมาทุกสายตาตกตะลึงอึกครั้งเพราะไม่คาดคิดว่าไช่ซินหยูจะตอบโต้ทันควันจนใบหน้าและเสื้อผ้าของหญิงสาวทั้งสองคนเลอะเทอะในทันที
จากนั้นพนักงานหญิงต่างรีบวางถาดโทรศัพท์แล้วเข้ามาห้ามปรามสองลูกค้าสาวกำลังพุ่งตัวเข้าโรมรันกันอีกด้วยไม่้าให้ร้านเปรอะเปื้อนมากไปกว่านี้