"พวกแกมันปีศาจจริงๆ ใครก็ได้ช่วยทีตรงนี้มีคนโดนทำร้ายแล้ว ใครก็ได้ เธอเืออกปากแล้ว ช่วยที"
"พวกชาวบ้านเป็บ้ากันไปหมดแล้วพิธีกรรมบ้าอะไรกันนี่เพื่อนฉันนะ ตรงนี้ก็มีคนล้มอีกคนแล้วช่วยทีเร็ว ช่วยที"
"ใครก็ได้ช่วยเราที"
"ฉันยังไม่อยากตาย ไม่"
"พวกมันไม่ใช่คนแล้วพวกมันคือปีศาจ ใครก็ได้โด้โปรดช่วยพวกเราที"
เสียงขอความช่วยเหลือมากมายดังขึ้นระยะๆ มันเป็เสียงที่แว่วเข้าหู หรือ เสียงที่อยู่ข้าง ๆ หู ก็บอกไม่ถูก แต่มันดังเข้าเป็ระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง เสียงที่แฝงไปด้วยความสิ้นหวัง รันทดต่อชีวิตทั้งเศร้าโศกเสียใจและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
ชาคริตรับรู้ได้ถึงบรรยากาศรอบ ๆ ตัวที่เริ่มเย็นะเื ลมที่พัดมากระทบร่างกาย ให้ความรู้สึก หนาวสั่น และเริ่มวังเวง จนขนลุกซู่ แสงอาทิตย์เริ่มที่จะลับขอบฟ้าไป ชาคริตมองไปรอบ ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังมีใครบางคนกำลังจ้องมองมาที่เขาตลอดเวลา แต่มองไปทั่วแล้วก็ไม่เห็นมีใคร ชาคริตตัดสินใจเดินเข้าไปทางที่หญิงสาวลึกลับที่ใส่ชุดสีแดงคนนั้นปรากฎตัวตอนแรกๆ ใกล้เข้าไป ใกล้เข้าไป มีแรงลมพัดกระทบร่างเป็ระยะ ฝนตกกระหน่ำลงมา หนักขึ้น หนักขึ้น สายฝนเหมือนม่านน้ำไหลแรงบดบังสายตา จนมองไม่เห็นหญิงสาวชุดสีแดงลึกลับ หญิงสาวได้หายไปแล้ว มีเสียงแว่วใหม่แทรกขึ้นมาท่ามกลางสายฝนนั้น มันดังมาจากข้างหลังชายหนุ่ม
"จะรีบไปที่ไหน นายควรยอมรับมันได้แล้ว" เป็เสียงหญิงสาวแปลกประหลาดดังขึ้น เหมือนเธอกำลังทำอะไรบ้างอย่าง มันมีเสียงดังแปลกๆดังขึ้น
พรวด พรวด พรวด
พรึบ พรับ พรึบ พรับ
ชายหนุ่มไม่รอช้าเขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายวิ่งหาต้นเสียง และหาจนพบตัวหญิงสาวลึกลับทันที คว้าจับตัวเธอตึงแน่นไว้ เธอมองหน้าชายหนุ่มแล้วพูดคำบางคำออกมาทำให้เขาไม่เข้าใจ
"จะถึงที่.....อยู่แล้วก็ไม่ยอมรับมัน นายเห็นแก่ตัวจังเลยนะควรปล่อยแต่ไม่ปล่อย กลับดึงดันที่จะฝ่าออกมาช่างดื้อด้านจริง ๆ"หญิงสาวกล่าวกับชาคริตและมือซ้ายของเธอวาดมือออกไปทางซ้ายจากนั้นบ่นพึมพัมในปากคล้ายกำลังร่ายคาถาอะไรบางอย่าง
ชาคริตถึงกับอุทาน เอ๊ะ! ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนกลับไปเห็นภาพที่ทุกคนก็ยังทำพิธีกรรมกันต่อไปโดยที่ไม่มีใครรู้มีเพียงเธอคนนี้เท่านั้นที่น่าจะรู้ว่าเหตุการณ์ประหลาดนี่คืออะไร
"หมายความว่ายังไงครับ" ชาคริตขมวดคิ้ว
"ที่จริงพวกเขาทั้งหมดและก็นายควรตายไปแล้ว เพราะพวกเขานั้นถึงคราวที่จะตายแล้ว หือ! น่าแปลกจริงทำไมัักลิ่นอายความตายจากเ้าไม่ได้ละเมื่อกี้ยัง…….ช่างเถอะ" หญิงสาวกล่าวแบบไม่แยแส
"แค่เื่พวกเราไม่เชื่อเื่ของพระแม่อะไรนั่น มันเป็เหตุต้องตายเลยเหรอ ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย พูดเป็เล่นน่า พวกเราจะต้องหากันเจอแน่นอน" ชาคริตเริ่มใจคอไม่ดี
"หากันเจอเหรอ ฮ่า ฮ่า ฮ่า น่าขำ นายมาที่นี่โดยที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างนั้นเหรอ ที่รอดมันมีแค่นายคนเดียวเพราะว่าเพื่อนของนายทุกคนจะได้รับเกียรติจากพระแม่ยังไงละ……...ให้เป็ข้ารับใช้บนสรวง์ " เธอพูดพร้อมชี้ไปยังที่ต้นไม้จุดทำพิธีพบว่าเพื่อนๆของเขากำลังถูกชาวบ้านลากไปกองรวมกันตรงจุดเซ่นไหว้ แรงมหาศาลของชาวบ้านแต่ละคนทำให้ชาคริตต้องหวาดหวั่นภายในใจ
"นี่มันบ้าอะไรกันแน่ มันไม่จริงใช่ไหม ทำไมถึง……..ไม่จริง พวกเขาที่ฉันพึ่งรู้จักไป " ชาคริตเห็นสภาพของพวกเขาจากที่ เขายืนอยู่กับหญิงสาวลึกลับคนนี้แต่เขาไม่อาจแน่ใจว่าพวกเขานั้นเป็ตายร้ายดีอย่างไรถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง เกรงว่าจุดจบคงได้ลงเอยแบบนั้นแน่
"ตกลงแล้วนี่มันเกิดเื่อะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นเหรอครับ " ชาคริตตั้งข้อสงสัย
"อืม........... ฉันจะบอกนายก็ได้ นายเชื่อเื่พระแม่หรือเปล่าล่ะ อ๋อ จริงสิเ้าไม่เคยเชื่อว่านางมีอยู่จริง " หญิงสาวกล่าว
"ไม่เชื่อแน่นอน ไร้สาระเดี๋ยวนี้มันยุคแห่งเทคโนโลยีแล้วมันไม่มีของแบบนั้นหรอก " ชาคริตตอบอย่างมั่นใจ
"งั้นเหรอ ถึงว่าเพราะนายไม่เชื่อเื่พระแม่ มันต้องเป็เื่นี้จริง ๆ ด้วย " หญิงสาวครุ่นคิด
"ไม่เชื่อแล้วมันยังไง มันผิดตรงไหน ถึงฉันจะเคยอาศัยที่หมู่บ้านแห่งนี้มาก่อนก็ตาม แต่การที่แค่ไม่เชื่อก็โดนแล้วเหรอ " ชาคริตกล่าว
"ฉันก็ไม่ได้จะพูดให้นายลำบากใจหรอกนะ แต่พระแม่มีอยู่จริงๆ เธอเป็คนที่ถ้าใครไม่ให้เกียรติเธอ เธอก็จะไม่ให้เกียรติคนๆนั้น " หญิงสาวหัวเราะและกล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบ
พอพูดจบเธอชี้ไปทางบ้านหลังที่อยู่ด้านข้างกับลานทำพิธีกรรม มันมีหญิงสาวคนหนึ่งผมยาวมาก ยาวัักับพื้นดินลากยาวประมาณ 3 เมตร ใบหน้าของเธอชโลมไปด้วยเื สวมชุดสีขาวที่เปื้อนเื มือข้างขวาถือมีดทำครัวที่เปื้อนเื เธอน่าจะสูงราวๆ หนึ่งร้อยหกสิบเมตร เธอจ้องมองไปที่พื้นที่ทำพิธีกรรม จ้องมองด้วยสายตาอาฆาตพยาบาท แต่ดูเหมือนเธอจะทำเพียงจ้องม้องมันและเลือนหายไปจากสายสายตาในเวลาต่อมา
"นั่นนะเหรอ พระแม่ที่พูดถึงกัน " ชาคริตพยายามรวบรวมสติเมื่อเห็นร่างที่หายไปได้สักพัก
"ใช่แต่ก็ไม่ใช่ เธอคนนั้นคือผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของพระแม่รุ่นที่ 77 เป็ร่างอีกร่างหนึ่งที่…….น่าเศร้า " หญิงสาวถอนถอดใจด้วยใบหน้าที่เศร้าสลด
""น่าเศร้า"เธอหมายความอะไรกันแน่นะ" ชาคริตครุ่นคิดภายในใจ
จากคำบอกเล่า เธอถูกทำให้กลายเป็พระแม่รุ่นที่ 77 ด้วยการตรึงร่างกายของเธอไว้ตรงกลางต้นไม้ต้นนั่นและผูกติดเจตนารมณ์ของพระแม่เข้าไปในดวงวิณญาณและแยกดวงวิณญาณออกมา ตามความเชื่อผู้ที่ได้รับเลือกให้กลายเป็คนสืบทอดเจตนารมณ์จะได้รับคำอวยพรจากพระแม่และกลับเข้าสู่อ้อมกอดของพระแม่บนสรวง์ แต่เธอก็ติดอยู่ภายใต้ความอาฆาตแค้น เธอยังไม่ตายเพียงแต่ด้วยวิธีบางอย่างทำให้ไม่สามารถกลับคืนสู่ร่างกายที่ถูกตรึงไว้บริเวณต้นไม้ได้
"งั้นเหรอ แล้วทำไมคนในหมู่บ้านถึงต้องบูชาเื่ไร้สาระแบบนี้ชีวิตของคนที่ไม่มีโอกาสได้มองโลกใบนี้อีก" ชาคริตกัดริมฝีปากกำหมัดแน่น
"นั่นก็เพราะว่ามีวันหนึ่ง เธอคนนี้ถูกกล่าวหาว่าเป็คนไล่ฆ่าผู้ชายตายเกือบทั้งหมู่บ้านโดยไม่สืบหาความจริงว่าเธอทำไมถึงต้องกระทำแบบนั้น พวกมันจับมัดเธออย่างโหดร้ายและบังคับเธอไปที่ต้นไม้นั่น " หญิงสาวก้มหน้าต่ำ
หญิงสาวลึกลับเล่าต่ออีกว่า เธอถูกกล่าวหาอย่างหนักพวกมันพยายามทำให้เธอกลายเป็ฆาตกรที่ฆ่าไม่เว้นแม้แต่ผู้ชายที่เข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้ ถ้าเป็ผู้ชายเธอจะพยายามหาทางฆ่าให้หมด มันแปลกประหลาด่นั้นผู้ชายที่เข้ามาในหมู่บ้านตายอย่างประหลาดพอดีเหมาะเจาะกับที่เธอโดนใส่ร้ายพอดี ถ้าเธอทำจริงๆทำไมเธอต้องทำแบบนั้น?
แต่เธอกลับไม่ฆ่าโดยไม่มีเหตุผล ถ้าไม่มีเหตุผลจะไม่แม้แต่จะแยแส ซึ่งยังเล่ามาทั้งหมดเป็เพียงส่วนหนึ่งเื่ราวทั้งหมด ทำไมต้องบูชาพระแม่นั่น หญิงสาวลึกลับยังไม่เล่าให้ฟัง
"คิดสงสัยอยู่เหมือนกัน ว่าผู้หญิงทำไมไม่ถูกฆ่าเพราะอะไรกันแน่ ก็แสดงว่าผู้ชายต้องทำอะไรบางอย่างที่ไม่ถูกไม่ควร " ชาคริตบ่นพึมพำที่
ปีศาจร้ายในชื่อ ท่านพระแม่ กำลังคืบคลานมาใกล้ชาคริตเรื่อย ๆ อะไรเป็สาเหตุทำให้เธอกลายเป็ผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของพระแม่กันแน่ มันแปลกเหมือนว่ามันมีบางอย่างที่ยังขาดไปเพราะอะไรเธอถึงต้องฆ่าพวกผู้ชายด้วย นั่นคือคำถามที่ค้างคาใจวนเวียนในหัวของเขาตอนนี้หรือว่าเธอจะไม่ได้ฆ่าจริงๆ ถ้างั้นแล้วเื่มันยังไงกันแน่ยิ่งรู้ยิ่งซับซ้อน
"ฉันชื่อว่า ฮิคาริ เป็แค่คนที่จะหาที่ลงหลักปักฐาน ถ้านายยังไม่อยากตายฉันจะแนะวิธีให้แต่ต้องมีข้อแม้อยู่หนึ่งข้อ" หญิงสาวแสยะยิ้ม ฮิคาริ อย่างนั้นเหรอชาวต่างชาตินิมาทำอะไรแถวนี้กันนะ
"ข้อแม้อะไรครับ? "ชาคริตถาม
"เื่นี้ง่ายมาก นายแค่มาเป็คนช่วยฉันหาที่อยู่ให้ได้ก็พอ " ฮิคาริกล่าวตอบ
เธอพูดพร้อมยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ ฮิคาริ เธองดงามเป็มาก ทำเอาผมคิดอะไรไม่ออก แล้วมันทำยังไงละผมถึงจะสามารถปิดคดีประหลาดนี้ได้นั่นหมายถึงมีชีวิตเป็เดิมพัน คำถามมากมายพรั่งพลูออกมาจากความคิดในหัวของผม กลุ่มใหญ่ที่นอนแผ่ราบกองกันอยู่ต้นไม้นั่นก็ไม่รู้เป็ตายร้ายดียังไง แต่ถึงยังไงตอนนี้ก็ต้องลองดูมันอาจเป็เหตุผลเดียวที่จะทำให้ชาคริตไขคดีนี้ออก เพราะฉะนั้นจะต้องไม่ทิ้งความหวัง แม้มันจะเป็ความหวังลม ๆ แล้ง ๆแค่เพียงนิดเดียว ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย อาจพลิกวิกฤตเป็โอกาสก็ได้ใครจะรู้
"ผมชื่อ ชาคริต ดีแซมเบอร์ ยินดีที่ได้รู้จักคุณฮิคาริ" ชาคริตโน้มตัวเล็กน้อยด้วยท่าทางที่ให้เกียรติฮิคาริที่เป็ผู้หญิง
“อืม เรียกว่าฮิคาริเฉยๆก็ได้ ขอบคุณนะชาคริต การที่นายได้มาที่นี่ ได้อยู่แบบนี้มันอาจเป็โชคชะตาของนายก็ได้นะ" ฮิคาริยิ้มพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มมีสีแดงระรื่นขึ้นเล็กน้อย "ตามฉันมา "
ฮิคาริ เธอนำทางไปบ้านหลังหนึ่งที่ห่างจากจุดที่ยืนอยู่ไกลมากราวๆ 3 กิโลเมครได้ บ้านหลังนี้จัดได้ว่าค่อนข้างอยู่แถบภายนอกหมู่บ้านพอสมควร
"เข้าบ้านฉันก่อน เราต้องคุยกัน" ฮิคาริดึงแขนชาคริตไปด้วย อย่างไม่ถือสาอะไร
เธอเปิดประตูบ้านดัง แอ๊ด เป็เสียงลูกบิดทำด้วยเหล็ก ภายในบ้านตกแต่งเหมือนปกติทั่วไป แต่ที่ไม่ปกติมันมีรูปผู้หญิงผมยาวสองรูปหนึ่งรูปเหมือนภาพที่เคยปรากฎในสายตาไปเมื่อไม่นาน นั่นน่าจะเป็พระแม่ที่เคารพกันหรือก็คือผู้หญิงที่ผมเจอที่บ้านหลังนั้น ถึงหน้าตาจะเหมือนกันแต่ให้ความรู้สึกคนละด้านกันเลย
"เอามาแขวนไว้ถึงในบ้านเลยหรอน่ากลัวแฮะ" ชาคริตบ่นพึมพำ แต่อรกรูปผมคิดว่าน่าจะเป็หน้าด้านดีของพระแม่ เพราะว่ารูปนี้มีลักษณะ ผู้หญิงผมยาวตกถึงกลางหลังใช่ชุดสีขาวถือดอกไม้อยู่หนึ่งช่อ เธอยิ้มและใบหน้าของเธอ เธอเป็คนที่จัดได้ว่างดงามมากคนหนึ่งเลยแหละ "แต่ทำไมถึงได้มีความรู้สึกคิดถึงได้กันละฉันไม่ควรรู้จักเธอได้นิ"
ภาพข้างหลังที่ผู้หญิงที่เป็พระแม่ ยืนอยู่ก็ถูกถ่ายที่หน้าบ้าน หลังเดียวกันกับที่ชาคริตเคยไปยืนอยู่ ข้างล่างภาพมีอะไรเขียนไว้ด้วยเหรอสงสัยคงเป็ชื่อของพระแม่ ก่อนที่จะกลายเป็ "เจตนารมณ์ของพระแม่" ก็ได้แต่ตอนนั้นยังเป็บ้านหลังที่สวยงามอยู่เลย
"อืม…… อากะริ เดี๋ยวนะทำไมมันถึง….." ชาคริตเริ่มที่จะสังเกตุเห็นเบาะแส
"คุณสงสัยละสิว่าทำไมถึงมีรูปของพระแม่มาอยู่ในห้องแบบนี้ นั่นก็เพราะว่าความสำคัญของพระแม่เกี่ยวกับหมู่บ้านแห่งนี้ มีความสำคัญมาก ๆถือเป็สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในหมู่บ้านเลยก็ว่าได้เพราะฉนั้นภาพของพระแม่แต่ละรุ่นจะถูกแขวนไว้" ฮิคาริกล่าว
"เกินไปแล้วจริงๆแค่คนสืบทอด "เจตนารมณ์ของพระแม่" เท่านั้นเอง " ชาคริตกล่าวอย่างไม่แยแส
"เ้ายังไม่เข็ดใช่ไหม เมื่อกี้ตัวเองเกือบจะตายแล้วแท้ ๆ ยังหาทางออกมาแทบเป็แทบตายไม่รู้จักสำนึกในความโชคดีของตัวเอง" ฮิคาริเบะปากแล้วกล่าวอย่างกระแทกกระทั้น "คิดอะไรก็เก็บเอาไว้ในใจไม่จำเป็ต้องพูดออกมาหรอกนะจำไว้ ตอนนั้นข้าแค่เดินผ่านไปแถวนั้นพอดีเฉยๆหรอกนะ ไม่งั้นเ้าคงไม่มายืนด่าทอพระแม่ของที่นี่ ฉอดๆแบบนี้หรอกจริงไหม"
"เข้าใจแล้ว ฉันไม่พูดก็ได้ บอกมาเถอะว่าทำยังไงถึงจะช่วยพวกเขาได้ มันจะได้จบเื่บ้า ๆนี่ กันสักที " ชาคริตกล่าว
"นั่นสิ การใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ของเ้าจำเป็ต้องมีสองสิ่งที่เ้าควรนำมาใช้เลย คือ รวบรวมสมาธิและสงบสติอารมณ์" ฮิคาริกล่าวแล้วหันหลังเดินไปแล้วนั่งที่เก้าอี้
ฮิคาริบอกว่าเขามีอคติกับการทำพิธีกรรมของหมู่บ้านแห่งนี้ ทำไมถึงต้องโดนบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็นทำร้าย รอดมาได้ก็เพราะชาคริตนั้นโชคดี ถ้าเขาไม่ไปท้าทายในสิ่งที่ไม่สมควร แต่ชิ้นส่วนของคดีเริ่มที่จะประติดประต่อแล้วเขาเริ่มมองเหตุความจริงลางๆแล้ว
"เข้าใจแล้ว ฉันผิดเองที่พูดพล่อย ๆ ไปแบบนั้น ทำไงได้ล่ะผมไม่เชื่อเื่ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มัน……...เป็แบบนี้" ชาคริตทอดถอนใจ
"เอาละฉันจะบอกวิธีบางอย่างกับนาย อืม ชาคริตนายเป็ตำรวจด้วยใช่ไหมงั้นพอดีเลย นายแค่ต้องเข้าไปบ้านหลังที่เราสองคนยืนอยู่เมื่อวานนี้ สิ่งที่นายต้องไปเอามันจะมีหีบอยู่สองใบอยู่บนชั้นสองและอีกหนึ่งอันจะอยู่ชั้นใต้ดินชั้นห้า เข้าใจไหม" ฮิคาริกล่าว
"อืมเข้าใจแล้ว" ชาคริตทำหน้างุ่นงง "ถ้างั้นเธอจะไปทำก็ได้นิ"
"ฉันมีบางอย่างที่ต้องทำ เพราะฉนั้นมันเป็หน้าที่ของนาย" ฮิคาริกล่าว
"เข้าใจแล้ว" ชาคริต
"นายต้องรีบทำ อีกไม่นานเพื่อนๆของนายก็จะโดนปล่อยแล้วนะ อ๋อ หมายถึงิญญา" ฮิคาริไม่รอช้ากล่าวต่อในทันที "หลังจากนั้นนายก็เตรียมเอาร่างไร้วิณญาณไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่บ้านพวกเขาได้เลย"
ฮิคาริบอกกับเขาเหมือนกับมันเป็เื่ง่าย ผมหนักใจ และรู้สึกปวดหัวเหลือเกิน
"ฉันต้องเสี่ยงชีวิตสุด ๆ เลยใช่ไหม” งานนี้เป็ไงก็เป็กัน ถ้ามันจะช่วยให้ฉันมีชีวิตรอดไปจากที่นี่ คดีนี้มันหนักมากจริง ๆ ทำไมมันถึงเป็เื่เกี่ยวกับความเชื่อแบบผิดๆไปได้นะ มันมีลับลมคมในเอามากเหมือนกับมีคนจัดฉากมันขึ้นมาเลยเป็ถึงคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง มันยังขาดชิ้นส่วนไปหลายส่วน
เช้ารุ่งขึ้น อากาศตอนเช้าของภายนอกบ้านของฮิคาริ เย็นะเื หนาวจนสะท้าน ความหนาวเหน็บของที่นี่ ทำให้ชาคริตขนลุก เมื่อวานนี้ยังร้อนอยู่เลยทำไมมันได้ถึงเย็นขนาดนี้ มันต่างกันเหมือนหน้ามือเป็หลังมือทีเดียวแบบนี้ความรู้สึกแปลกๆขึ้นแล้ว
"พร้อมรึยัง ชาคริต ได้เวลาลงมือทำได้แล้วนะ" ฮิคาริ ะโเรียกชาคริตจากนอกบ้าน
"ขอเตรียมใจสักหน่อยไม่ได้เลยเหรอ" ชาคริตต่อรองนิด ๆ
"ไม่ได้ ทีคุณลบหลู่พระแม่ ไม่เห็นได้เตรียมใจเลย" ฮิคาริกล่าวอย่างเ็า
"เป็ไงเป็กัน" ชาคริตบ่นพึมพำ
ชาคริตพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่เรียกว่าพระแม่สิ่งที่เป็ดั่งพระเ้าของหมู่บ้านไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาก็จะต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่ปกตินี้ให้ได้ ฮิคาริบอกว่ามันเป็แค่เพียงด้านมืดของพระแม่ เขาคิดว่ามันต้องมีอะไรสักอย่างที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น มันจะเกิดขึ้นต่อจากนี้แน่นอนเลย