เสียงฝีเท้ากระทบกับต้นไม้ฉับๆ ครามพาร่างแหวกใบไม้ที่หนาแน่นตามต้นส่งเสียงดังสวบๆ เวลานี้ ครามเคลื่อนไหวร่างกายได้ดั่งใจ เขาสามารถควบคุมพละกำลัง ทั้งการะโและการเหาะได้อย่างราบรื่น รู้จังหวะการใช้แรงจากท่อนขา รู้จักการใช้พลังอิทธิ เพื่อให้ลอยตัวเมื่อถึงเวลา เรียกได้ว่ารู้เบา รู้หนัก รู้ผ่อน รู้ปล่อย
ไม่ผิดจริงๆ ที่การฝึกซ้ำๆ ทำให้เกิดความช่ำชอง
กลิ่นหอมจางๆ ของหญ้าวิเศษหลายชนิดลอยมา บัดนี้ประสาทการรับกลิ่นของครามพัฒนาขึ้นตามตะบะจากฌาณอภิญญา ด้วยความทรงจำและการเรียนรู้ที่ได้รับจากพญายมราชตอนอยู่ในนรก ทำให้เขาสามารถแยกแยะกลิ่นได้อย่างเชี่ยวชาญ
ครู่เดียวสมุนไพรวิเศษนานาชนิดก็มากองอยู่ตรงหน้า เขาใช้พลังอิทธิอัดพวกมันจนเป็แท่ง แล้วเขานำไปเก็บไว้ในกระเป๋าด้านในอกเสื้อ เป็กระเป๋าที่เขาเย็บพิเศษขึ้นมาเพื่อเก็บสิ่งของโดยเฉพาะ
ครามพุ่งตัวไปตามแนวต้นไม้อย่างต่อเนื่องเพื่อรวบรวมสมุนไพรให้ได้มากว่านี้
อ้า ที่นี่ช่างเป็์ของนักปรุงโอสถโดยแท้ เขาพึมพำเพียงลำพัง
ทันใดนั้นเองมีเสียงคำรามอย่างชั่วร้ายของสัตว์ขนาดใหญ่ เขาะโขึ้นไปสังเกตการณ์บนต้นไม้ใกล้ๆ เห็นกลุ่มคนกำลังรวมตัวกัน สองคนในนั้นมือถืออาวุธคนหนึ่งเป็หอก อีกคนหนึ่งเป็ดาบ อีกสองคนมือเปล่ากำลังปล่อยสายพลังโจมตีสัตว์ร้าย
อันที่จริงอาจจะไม่ถูกต้องนักที่เรียกแบบนั้น คงต้องใช้คำว่า ถูกสัตว์ร้ายนั้นโจมตีเสียมากว่า
ไม่นานนักเสียงโอดครวญของเด็กหนุ่มเ่าั้ก็ดังขึ้นมา ทุกคนลอยละลิ่ว ปลิวละล่อง ไปนอนกองรวมกันอยู่กับพื้นอย่างไม่รู้ชะตากรรมในอนาคต ใกล้ๆ มีเด็กผู้หญิงในชุดสีแดง กิริยาดูแข็งกร้าวยืนท้าทาย มือยืนกำหมัดแน่น การวางเท้าตั้งมั่น อย่างมั่นคง พร้อมที่จะรุกและรับ ดูไม่เหมือนท่วงท่าของผู้ที่ฝึกพลังอิทธิเลยแม้แต่น้อย
“ศิษย์น้องหนีไป รีบไปสมทบกับท่านเ้าสำนัก ไม่ต้องสนใจพวกข้า เ้าสัตว์ตัวนี้ร้ายกาจนัก” ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาพลางสำลักเืออกมาคำหนึ่ง มือกุมรอยแผลสีม่วง เป็รูปรอยเล็บ
ถ้าเขาเดาไม่ผิด สัตว์ร่างใหญ่นี่คือ ‘พยัคฆ์เขียวพิษ’ ทั้งตัวมันมีแต่พิษ แม้แต่ขนของมันก็มีพิษ ปกติแล้วมันมักจะอยู่แถวๆ ที่มี ‘หญ้าพวงนาคา’ ขึ้นอยู่ เพราะหญ้าชนิดนี้เมื่อมันกินเข้าไปจะช่วยลดความร้อนของพิษมันในร่างกายได้ ความเกรี้ยวกราดของมันส่วนใหญ่มาจากพิษที่สร้างขึ้นในร่างกายจนมีมากเกินไป ไม่แปลกใจเลยที่กลุ่มนี้จะถูกมันโจมตีอย่างง่ายดาย เพราะมันหวงของนั่นเอง
สัตว์ชนิดนี้จะว่าไปชีวิตของพวกมันก็น่าสงสาร ต้องคอยกินพืชสมุนไพรเพื่อลดพิษในร่างกาย ถ้าเดาไม่ผิด ที่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่ตัวเดียว เดี๋ยวพวกมันคงมาสมทบ
สาวน้อยในชุดแดงปราดตัวอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้หนีอย่างที่ทุกคน้า แต่เธอกลับพุ่งจู่โจมสัตว์ร้ายด้วยความมั่นใจ
สายพลังสีเพลิง พุ่งใส่พยัคฆ์เขี้ยวพิษ แต่ไม่ได้ทันถึงร่างของมัน เพียงแค่เสียงคำรามก็ทำลายสายพลังสูญสิ้นในบัดดล
สัตว์ตัวนี้ครามประเมินคร่าวๆ อายุน่าจะมากว่าพันปี ความแข็งแกร่งของมันน่าจะเทียบเท่ากับระดับอภิญญาแล้ว
เห็นได้ชัดว่าโฉมงามกับสัตว์อสูรมีฝีมือพอฟัดพอเหวี่ยง สาวชุดแดงใช้ท่วงท่าที่ปราดเปรียว รูปร่างที่อ่อนช้อยหลบกงเล็บของสัตว์อสูรได้ไม่ยากนัก แต่ก็เท่านั้นตอนนี้ฝูงของพวกมันกำลังมา ครามจับเสียงฝีเท้าได้
ไม่กี่อึดใจกงเล็บหลายคู่กรูเข้าไปโจมตีเธอ แต่ด้วยความว่องไวผิดแผกจากผู้ฝึกพลังอิทธิธรรมดา ทำให้เธอสามารถหลบหลีกพวกมันได้ แต่สถานการณ์แบบนี้คงยื้อไว้ได้ไม่นาน
แม้พวกมันจะพลาดเป้า แต่ก็ทำให้ได้เห็นถึงพละกำลังอันมหาศาลตบต้นไม้ที่ขวางทางจนล้มระเนระนาด
ร่างกายอันมึมาปราดพุ่งเข้าหาดรุณีน้อยอย่างพร้อมเพรียง กงเล็บของมันหมายกระแทกร่างของเธออย่างเต็มแรง หากโดยเข้าไปนั่นหมายความว่าเธอจะถูกพิษในทันที และหมดหนทางต่อสู้อีกต่อไป
ครามพุ่งตัวเข้าไปกลางวง และรีบคว้าเอวของสาวน้อยอย่างรวดเร็ว แล้วปราดตัวออกไปยังที่ปลอดภัย เธอโอบคอเขาไว้แน่น พลางสำลักเืออกมาคำหนึ่ง ไม่ใช่เพราะเธอถูกทำร้าย แต่เป็เพราะเธอโหมใช้พลังมากจนเกินไป จนธาตุในร่างกายปั่นป่วน