การที่ส่งตัวของกู้เมิ่งเหยาไปแต่งงานกับแก๊งมาเฟียที่มีบารมีไม่น้อยไปกว่ากันนั้น
ก็เพราะด้วยเหตุผลเพื่อ้าสานความสัมพันธ์ระหว่างแก๊งให้แน่นแฟ้น โดยมีสาเหตุหลักมาจากกู้ิหง ลูกชายคนสำคัญของกู้เส้าเฉิงกับหลี่หว่านหรงนั่นเอง
ตอนนั้นเพราะกู้เส้าเฉิงาเ็สาหัสจากการถูกลอบสังหาร อาการอยู่ในขั้นวิกฤตทุกชั่วขณะ เพราะอย่างนี้ทายาทของที่เหลือเพียงคนเดียวจึงจำเป็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะรับตำแหน่งในวันหน้า
เมื่อหัวหน้าคนสำคัญกำลังก้าวสู่ความตาย สถานการณ์ของแก๊งวานรคลั่งก็จึงละส่ำละส่ายไปด้วย พื้นที่และธุรกิจในมือถูกแย่งชิงไปทุกที หลี่หว่านหรงจึงเป็กังวล กลัวว่าลูกชายจะพบอุปสรรคเมื่อรับตำแหน่ง
และเช่นนี้กู้เมิ่งเหยาจึงต้องถูกส่งตัวออกไปแต่งงาน
ใบหน้าเล็กของเด็กหญิงวัยสองขวบมองอีกครอบครัวของพ่อตนเองด้วยสายตาซับซ้อน
หากมีใครมาเห็นก็คิดว่าเธอคงจะอิจฉาอยู่ ทว่าความจริงในใจนั้นเธอกลับกำลังรู้สึกโกรธแค้นคนพวกนี้อยู่ต่างหาก!
“ลูกพี่! คุณนาย!”
เสียงของเหล่าลูกน้องะโขึ้นมาเมื่อเห็นว่าคนสำคัญของงานปรากฎกายขึ้นมา ศีรษะไม่ว่าดำหรือขาวที่อยู่ในงาน ล้วนแล้วแต่ก้มโค้งคำนับให้กับกู้เส้าเฉิงทั้งสิ้น
แม้แต่กู้เมิ่งเหยาเห็นภาพนี้มากทั้งชีวิตก็ยังอดที่จะขนลุกไม่ได้ อำนาจที่ได้รับยิ่งใหญ่และหอมหวานเพียงนี้เอง ถึงว่าพ่อของเธอจึงได้ยอมทำทุกอย่างให้ได้มันมา
กู้เส้าเฉิงยื่นมือไปรับแก้วบรั่นดีจากบริกรที่ยืนอยู่ด้านข้าง ท่าทางของเขาคล้ายเหมือนกำลังจะกล่าวเปิดงาน ทำให้เสียงเพลงและเสียงพูดคุยเงียบลงอย่างฉับพลันโดยไม่จำเป็ต้องมีใครให้สัญญาณ
“งานเลี้ยงนี้จัดขึ้นเพื่อรับรองคู่ค้าคนสำคัญของแก๊งวานรคลั่งและเหล่าลูกน้องให้ได้รังสรรคเฉลิมฉลอง ผ่อนคลายหลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกันมา เพราะถ้าหากไม่มีทุกคน แก๊งของเราก็คงไม่ยิ่งใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ เหล้าแก้วนี้ฉันของดื่มให้กับเถ้าแก่และพี่น้องทุกคน”
กู้เส้าเฉิงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเสียงไม่เบาไม่ดัง พูดเปิดงานเลี้ยงอย่างเรียบง่าย เขาก็ยกแก้วคริสตัลที่มีของเหลวสีน้ำตาลอำพันขึ้นน้อยๆ ดื่มให้กับทุกคน
“แด่แก๊งวานรคลั่ง!”
เหล่าลูกน้องขานรับคำพูดของกู้เส้าเฉิงกันอย่างพร้อมเพรียงและยกแก้วเหล้าในมือของตนเองดื่มหลังจากลูกพี่ของพวกเขากล่าวจบ
หลังจากนั้น งานเลี้ยงของเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการ ผู้คนพากันจับกลุ่มสนทนากันอย่างสนุกสนาน ส่วนกู้เมิ่งเหยาก็ถูกจูงไปที่ตรงหน้ากู้เส้าเฉิงกับหลี่หว่านหรง
“อาเฟย มาแล้วเหรอ”
คนเป็พ่อมองลูกสาวที่เดินเข้ามาเพียงแวบเดียวก็หมุนตัวเดินไปตรงทางอื่น ส่วนหลี่หว่านหรงนั้นหันยิ้มแย้มให้เด็กหญิงน้อยๆ เอ่ยทักทายเสียงหวาน
“แม่... หญ่าย”
“ว้าย! น่ารักจริงๆ !”
“ใช่ๆ วันนี้คุณหนูน่ารักมากเลย เหมือนเ้าหญิงน้อยอย่างไรอย่างนั้น”
“ฉันล่ะ อยากจะอุ้มกลับบ้านจริงๆ เลยค่ะ”
กู้เมิ่งเหยาเอ่ยเรียกหลี่หว่านหรงตามมารยาทที่ถูกกำชับมาพร้อมกับโค้งศีรษะน้อยๆ เป็การแสดงความเคารพ
น้ำเสียงและสำเนียงที่ไม่ค่อยจะชัดของเธอทำให้เหล่าภรรยาของคู่ค้าและหัวหน้าสาขาที่กำลังห้อมล้อมอยู่ด้านข้างอดส่งเสียงด้วยความเอ็นดูไม่ได้
หลี่หว่านหรงได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะเสียงเบา ยื่นมือมาลูบศีรษะของเด็กหญิงเบาๆ “เหยาเหยาของเราเฉลียวฉลาดจริงๆ แต่อาหงนี่สิ ช่างไม่ได้เื่ วันๆ เอาแต่กินกับนอน”
ได้ยินภรรยาของหัวหน้าใหญ่พูดถึงทายาทสืบทอดในอนาคตแล้ว บรรดาภรรยาคนอื่นยังจะสนใจกู้เมิ่งเหยาอีกหรือ
พวกหญิงสาวพลิกลิ้นทันใด พากันหันเหความสนใจไปให้กู้ิหงอย่างฉับพลัน มองข้ามเด็กหญิงสตรงหน้าไปได้อย่างง่ายดาย
“คุณนายก็พูดเกินไป คุณชายน้อยจะไม่ได้ความได้อย่างไรกันคะ เขาอายุเพียงแค่ขวบกว่าๆ เท่านั้น หากไม่ให้กินกับนอนแล้วจะให้ทำอะไรกันเล่า”
“ใช่ค่ะ ดูสิคะ วันนี้คุณชายน้อยก็น่ารักไม่เบาเลย”
เมื่อก่อนกู้เมิ่งเหยาไม่ทันสังเกตถึงเื่อะไรแบบนี้ คิดว่าหลี่หว่านหรงพูดถึงเื่ธรรมดาทั่วไป ทั้งคิดว่าตัวเองถูกชมด้วยซ้ำ ทว่าในตอนนี้หากลองสังเกตฟังให้ถี่ถ้วน ก็จะััได้ถึงความไม่พอใจที่คนอื่นมาเอ่ยชมเธอ
คนเป็แม่ อย่างไรก็คงชอบให้ผู้คนชื่นชมลูกของตัวเองมากกว่า กู้เมิ่งเหยายกมุมปากน้อยๆ ของตัวเองยิ้มเย้ยหยัน
หลี่หว่านหรงฟังคนอื่นๆ พูดชมลูกชายตัวเองจนพอใจแล้วก็หันมาหาคนสนิทที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“ลี่ลี่พาพวกคุณหนูไปหาอะไรกินตรงโน้น ดูแลพวกเขาให้ดีๆ ล่ะ” จากนั้นเธอลงค้อมตัวลงมาหากู้เมิ่งเหยา “เหยาเหยา หนูเป็เด็กดี แม่ใหญ่ฝากดูน้องชายด้วยนะ”
กู้เมิ่งเหยามองเข้าไปในดวงตาของหลี่หว่านหรง เธอไม่เห็นความหวังดีหรือความรักอะไรเหมือนน้ำเสียงหวานๆ จอมปลอมที่อีกฝ่ายเปล่งออกมา
นี่เมื่อก่อนฉันเคยโง่ ถึงขนาดคิดว่าคนเขาคงจะหวังดีต่อฉันบ้างด้วยซ้ำ โง่เง่าจริงๆ กู้เมิ่งเหยาคิดในใจ
“อะ... อื้อ”
เด็กหญิงหยักหน้า ตอบรับอย่างเชื่อฟัง ก่อนจะหมุนตัวเดินตาม เฉินลี่ลี่ คนสนิทของหลี่หว่านหรงไป
เพราะต่อให้มีความโกรธแค้นหลี่หว่านหรงสักเพียงใด
แต่อย่างไรดวงจิตของเธอก็ยังอยู่ในร่างเด็กวัยสองขวบ จะให้วิ่งไปแก้แค้น เห็นทีคงจะต้องฝึกให้เดินได้อย่างมั่นคงก่อนเสียดีกว่ามั้ง เธอไม่ใช่เ้าหุ่นตุ๊กตาผี[1]ที่จะถือมีดวิ่งไล่ฆ่าคนเสียหน่อย
เด็กหญิงรู้ดี ว่าการที่หลี่หว่านหรงมักจะเอาตัวของเธอมาอยู่ข้างๆ นั้นก็เพื่อจะได้แสดงละครให้ผู้อื่นดูว่าตัวเองใจกว้างกับบ้านเล็กของสามีเพียงใด เพราะแม้จะทำธุรกิจสีเทา ทว่าอย่างไรก็ต้องแสร้งเป็คนดีให้คนอื่นได้ชื่นชมบ้าง
และเมื่อการแสดงจบลง หลี่หว่านหรงก็อดไม่ได้ที่จะไล่เธอไปให้พ้นสายตา
“เอาๆ ๆ ๆ”
เด็กหญิงเดินตามพวกคนสนิทของหลี่หว่านหรงมายังมุมขนมหวาน
กู้ิหงที่ถูกพี่เลี้ยงเด็กอุ้มอยู่นั้น ยกนิ้วชี้บอกว่าตัวเองอยากจะกินอะไรจนมือแทบจะพันกันทันทีที่มาถึง
ส่วนกู้เมิ่งเหยานั้นเฉินลี่ลี่เพียงยัดน้ำส้มแก้วเล็กๆ มาให้เธอดื่มอย่างไม่สนใจจะถามไถ่ความ้าของเธอสักคำ
อี๊! เปรี้ยวชะมัด!
เมื่อดื่มน้ำส้มเพียงแค่อึกแรก กู้เมิ่งเหยาทำหน้าตาเหยเก สองแก้มยุ้ยของเธอแดงก่ำ รู้สึกไม่ค่อยจะสบายท้องหลังจากที่กลืนน้ำส้มรสเปรี้ยวลงไปทันใด
ร่างกายของเด็กน้อยไม่ค่อยดี หากกินของของเปรี้ยวจนเกินไปก็อาจจะท้องเสียได้ ทว่าตอนนี้เธอกลับคอแห้งผากมากๆ เสียด้วย
กู้เมิ่งเหยาหันไปชูแก้วให้กับคนสนิทของหลี่หวานหรง อยากจะขอร้องให้อีกฝ่ายเปลี่ยนเครื่องดื่มให้
“ไม่... เอา ไม่เอา”
“อะไรอีกเล่า! เื่มากจริงๆ!”
เฉินลี่ลี่ของหลี่หว่านหรงหันมาถลึงตาใส่กู้เมิ่งเหยา ทำท่ารำคาญใจเสียเหลือเกิน
ทว่าในจังหวะนั้นเองก็เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นมาในงาน
เพล้ง!
“ทางแก๊งสายฟ้าสีทอง ถูกตำรวจรวบไปแล้ว ลูกค้าที่อยู่ทางเหนือจึงอยู่ในกำมือของเราทั้งหมด ตอนนี้เถ้าแก่จางติดต่อสอบถามมาแล้วว่าทางเราจะสามารถส่งของให้เขาได้เมื่อไร”
หนึ่งในหัวหน้าสาขาย่อยทางเหนือของแก๊งวานรคลั่งถามความเห็นของกู้เส้าเฉิงถึงความพร้อมของสินค้า ณ ขณะนี้
ซึ่งสินค้าที่ว่านั้นก็คือธนบัติฉบับใหม่เอี่ยมที่วางอยู่ตรงหน้าพวกเขา
เหตุใดธนบัติจึงเป็สินค้าได้?
คำอธิบายในเื่นี้นั้นไม่ยาก เพราะกองธนบัติที่วางอยู่นั้นไม่ใช่ของที่ออกโดยรัฐบาล หากแต่เป็ธนบัติที่พิมพ์เลียนแบบออกมาโดยแก๊งวานรคลั่งนั่นเอง
“รอให้เสร็จจากการส่งของให้ลูกค้าทางเมืองTก่อน ก็จะสรุปได้ว่าเหลือของอยู่เท่าไร แต่ทางโรงพิมพ์แจ้งมาว่าระบบมีปัญหาด้วย น่าจะเหลืออยู่ไม่มากหรอก แล้วทางเถ้าแก่จางรีบมากเลยรึไง? เขาเป็ลูกค้าใหม่ ทำไมถึงกล้าเร่งจะมาแทรกคิวได้วะ” หมีใหญ่ตอบแทนลูกพี่ของตน
“ใช่ ฟังแล้วรู้สึกเหมือนสาวสวยยังไม่รู้ มีแต่คนมารุมจีบ ฮ่าๆ”
“ก็จะทำยังไงได้ล่ะ คนอื่นถูกจับไป ก็เหลือแต่เราที่เป็เ้าใหญ่ จะถูกรุมแย่งซื้อของก็เป็เื่ธรรมดา นี่ก็ไม่ใช่ว่ามีเถ้าแก่เหลียงรอที่จะเจรจาซื้อขายอยู่ในงานเลี้ยงข้างนอกด้วยเหรอ”
พวกคนในแก๊งพูดคุยกันด้วยความครึกครื้น ต่างก็ดีใจที่ตอนนี้ธุรกิจของพวกเขาขยับขยายใหญ่โตได้มากขึ้นจากการที่แก๊งอื่นถูกล้มล้าง
ทว่ากู้เส้าเฉิงมีความคิดที่ต่างออกไป
“สั่งทำลายแบงก์พวกนี้ให้หมด”
“ลูกพี่!”
ชายหนุ่มโยนปึกธนบัติในมือลงบนโต๊ะ พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่คำพูดของเขากลับทำให้คนทั้งห้องตกตะลึงงัน
หัวหน้าสาขาย่อยคนหนึ่งร้องเสียงหลง “จะทำอย่างนั้นได้ไงล่ะครับ! ตอนนี้มีแต่คนที่้าจะซื้อขายเงินปลอมกับเราทั้งนั้น! ถ้าลูกพี่สั่งให้ทำลายทิ้ง แบบนี้กว่าเราจะผลิตได้ คนก็แห่ไปซื้อกับเ้าอื่นกันหมด นี่เป็จังหวะที่ดีที่จะกอบโกยเงินได้มากนะครับ!”
คำพูดคัดค้านของเขานั้นมีเหตุผลเป็อย่างมาก
สำหรับธุรกิจแล้วจังหวะนั้นสำคัญที่สุด แต่กู้เส้าเฉิงกลับยืนยันคำเดิม
เขายื่นมือไปเคาะบนธนบัติบนโต๊ะ อธิบายถึงเหตุผลว่าเหตุใดจึงได้มีคำสั่งเช่นนี้
“พวกแกไม่ได้สังเกตบ้างเลยไงว่าลายบนแบงก์มันไม่ชัดสักนิด หากว่าปล่อยออกไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น พวกตำรวจคงจะจับพิรุธได้แน่ หรือว่าอยากจะให้แก๊งวานรคลั่งเป็หนึ่งในแก๊งมาเฟียที่ถูกกวาดล้างไปด้วย?”
ได้ยินเช่นนั้นพวกลูกน้องต่างก็คว้าเอาธนบัติกมาส่องกันทันที และตอนนี้เองที่พวกเขาได้เห็นว่าภาพพิมพ์ตรงขอบเล็กๆ ที่มุมขวาจางไปอย่างที่ลูกพี่ของพวกเขาพูดจริงๆ
หลายคนในห้องเริ่มเห็นด้วยกับการสั่งผลิตใหม่ แต่ก็ยังมีบางส่วนที่เสียดายโอกาสดีๆ
หัวหน้าสาขาย่อยคนเดิมกล่าวค้าน “แต่ว่าหากไม่ได้สังเกตดีๆ ก็คงจะจับผิดไม่ได้หรอก แบงก์พวกนี้...”
เพล้ง!
เสียงดังสนั่นที่มาจากทางห้องจัดงานเลี้ยงทำให้สีหน้าของคนในห้องเปลี่ยนสี แต่ละคนต่างก็เลื่อนมือไปตรงเอวเพื่อควักเอาปืนพกออกมาอย่างว่องไว
หมีใหญ่มีสีหน้าแตกตื่น คิดไปว่าเป็ฝีมือของคู่อริ
“หรือว่าจะมีสายของไอ้พวกแก๊งวิหคทองแฝงตัวเข้ามา!”
คนในแก๊งมีสีหน้าเหี้ยมเกรียม “หากเป็พวกมันจริง งานนี้ก็อย่างคิดเลยว่าจะได้มีลมหายใจรอดออกไป!”
“ฆ่าแม่งให้หมด! ช่างกล้านักที่มาแหยมกับเราถึงที่!”
“ไป!”
คนในแก๊งวานรคลั่งต่างก็ฮึกเหิมขึ้นมา คิดว่าวันนี้คงจะได้เปิดฉากนองเืกับไอ้พวกคู่อริที่กล้าเข้ามาเหยียบถิ่นของพวกเขาถึงที่
เหล่าชายฉกรรจ์ต่างก็กำอาวุธที่มีติดตัวไว้ในมือแน่น พากันวิ่งออกไปยังที่ห้องจัดงานเลี้ยงอย่างเร่งรีบ
จะมีก็แต่กู้เส้าเฉิงที่เพียงขมวดคิ้วเดินตามหลังไปด้วยท่าทีนิ่งเฉยเท่านั้น
ครั้นเมื่อมาถึงยังห้องจัดงาน
เหล่าชายฉกรรจ์แก๊งวานรคลั่งก็ต้องยืนนิ่งอึ้ง งุนงงด้วยความสับสน
เพราะที่แท้เสียงดังที่เกิดขึ้นนั้นมาจากเสียงของแก้วทรงสูงที่ถูกตั้งเป็ูเาเพื่อสำหรับให้กู้เส้าเฉิงเทแชมเปญเฉลิมฉลองในตอนท้ายของงานตกลงมาแตกไปเสียได้
และตัวการที่สร้างความปั่นป่วนนี้
ก็ดูเหมือนจะเป็ลูกชายลูกสาวของท่านหัวหน้าใหญ่ที่กำลังยืนตาแป๋วอยู่ทางด้านข้าง
[1] กู้มิ่งเหยาหมายถึง ชัคกี้ (Chucky) ตุ๊กตาหุ่นหน้าผี จากหนังเื่ แค้นฝังหุ่น (Child’s Play) ออกฉายในปี ค.ศ. 1988