บทที่15 ข้อเสนอของเฟยอวี่
เฟยอวี่ชอบนิสัยตรงไปตรงมาของหวังเหล่ยที่มันตรงกันข้ามกับเขาที่เป็คนจำพวกฉลาดแกมโกงด้วยการที่เฟยอวี่เติมโตมาตามลำพังต้องดิ้นรนั้แ่เด็กๆพบเจอผู้คนมามายคนแบบหวังเหล่ยถือว่าเป็คนที่พบเจอได้น้อยและมักจะถูกผู้อื่นเอาเปรียบและหลอกใช้ได้ง่าย
"เื่ผู้เชี่ยวชาญค่ายกลนั้นไม่จำเป็ต้องไปหาที่ไหนข้าพอช่วยเ้าได้! ข้าสนใจเื่ที่เ้าเป็ผู้าุโกิตติมศักดิ์ของสำนักแห่งหนึ่งมากกว่า! ลองเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับสำนักนี้ให้ข้าฟังหน่อยสิ"
หวังเหล่ยประหลาดใจกับคำถามเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาอย่างยิ่งดูแล้วเหมือนจะมาจากนิกายลับระดับสูงยิ่งถึงได้รู้วิชาที่นับว่าเป็สุดยอดวิชาที่ร้ายกาจที่สุดของยุคสมัยนี้เลยก็ว่าได้เหตุใดถึงได้มาสนใจสำนักทั่วไปแห่งหนึ่ง
"สำนักที่ข้าพักอยู่นั้นชื่อสำนักอินทรีย์ท่องนภา! เป็สำนักระดับกลางๆเ้าสำนักอยู่เพียงระดับ8ขั้นกลางเท่านั้น เ้าดูแล้วหน้าจะเป็นายน้อยของนิกายลับชั้นยอดทำไมถึงสนใจสำนักธรรมดาแห่งหนึ่ง?"
"ไม่มีอะไรมากมันเป็ข้อตกลงที่ทำให้ข้าออกมาข้างนอกนิกายได้ก็แค่นั้นส่วนรายละเอียดเ้าไม่จำเป็ต้องรู้! ส่วนเคล็ดวิชาลมปราณเทพทรราชที่เ้าอยากได้นั้นข้าให้เ้าได้!.. แต่มันต้องมีข้อตกลงสักเล็กน้อยขึ้นอยู่กับเ้าจะยอมรับมันหรือไม่?" เฟยอวี่ยังคงใช้ข้ออ้างเื่นิกายลับที่มีเพียงเขากับไป๋ลี่2คนกับผู่ติดตามอีก3คน
"ว่าข้อตกลงของเ้ามาได้เลยถ้ามันไม่ใช่สิ่งที่ขัดต่อหลักการใช้ชีวิตของข้า! ข้าย่อมไม่ปฏิเสธ!"
หวังเหล่ยคาดหวังในเคล็ดวิชาลมปราณเทพทรราชจากเฟยอวี่หวังว่ามันจะช่วยให้เขาแข็งแกร่งมากพอที่จะล้างแค้นได้!
"ง่ายมาก! พวกข้า5คน้าเข้าไปที่สำนักอินทรีย์ท่องนภาในฐานะลูกศิษย์ส่วนตัวของเ้า ภายใน3ปีเ้ามีหน้าที่เป็คนคุ้มกันและคอยจัดหาคริสตัลอสูร สมุนไพร และสิ่งของจำเป็ที่ใช้ฝึกฝนต่างๆให้กับข้า ส่วนจำนวนยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดีถ้าเ้าทำผลงานได้ดีข้าจะตอบแทนเ้าด้วยสิ่งที่มันยิ่งใหญ่กว่าที่เ้าเคยวาดฝันไว้อย่างแน่นอน!"
หวังเหล่ยคิดอยู่ชั่วครู่ก็ตอบรับข้อเสนอของเฟยอวี่ทันที
"ไม่มีปัญหาหลักจากพวกเราสำรวจพื้นที่มิติทับซ้อนเสร็จแล้วก็ออกเดินทางไปสำนักอินทรีย์ท่องนภากันได้เลย!"
ข้อตกลงของเฟยอวี่นั้นนับว่าง่ายและเอื้อประโยชน์ต่อหวังเหล่ยเองอย่างมากเื่วัตถุดิบก็ไม่ใช่ปัญหาวัดจากระดับพลังของพวกเฟยอวี่ที่ยังน้อยของที่ใช้ก็ไม่ได้มีราคามากมายอะไรสำหรับหวังเหล่ยและเขาเองก็ไม่ต้องลงมือจัดการเองเขาสามารใช้คนของสำนักอินทรีย์ท่องนภาจัดการแทนได้ทำให้ตัวเขาเองมีเวลาฝึกฝนส่วนตัวเหมือนเดิมไม่ได้มีข้อเสียแต่อย่างใด
"ซินรุ่ยเ้าอยู่ดูรั่วชิงและจัดการเื่งานประชันศาสตราต่อเลยแล้วกันข้าขอตัวไปจัดการเื่พื้นที่มิติทับซ้อนก่อนหลังจบงานเ้าก็เตียมตัวไว้ส่วนคนอีกคนเดี๋ยวข้าจะพามาแนะนำทีหลัง!"
ระหว่างที่เฟยอวี่สั่งงานหม่าซินรุ่ยไป๋ลี่ก็ถ่ายเทพลังธรรมชาติบริสุทธิ์รักษาและเติมเต็มพลังให้กับรั่วชิงเรียบร้อยแล้ว
"หวังเหล่ยเ้าไปบอกกับเ้าเมืองว่าให้ดูแลคนตระกูลหม่าให้ดีอย่าให้มีเื่อะไรเกิดขึ้นกับตระกูลหม่าไม่งั้นเมืองนี้คงต้องเปลียนผู้นำคนใหม่! แล้วเ้าค่อยมาพาข้ากับสหายตัวน้อยนางนี้บินไปกับเ้าจะได้ไม่เสียเวลาข้ายังไม่ถึงระดับ6ยังไม่สามารที่จะบินได้อย่างอิสระ"
เฟยอวี่ปล่อยเื่งานงานประชันศาสตราให้หม่าซินรุ่ยจัดการต่อแล้วตัวเขากับไป๋ลี่ก็เดินตามหวังเหล่ยออกไปที่งาน
หวังเหล่ยเข้าไปพูดคุยกับเ้าเมืองสักครู่หนึ่งก็เดินออกจากงานมาหาเฟยอวี่และไป๋ลี่ซึ่งออกมารออยู่ก่อนแล้ว
"พวกเราไปกันเถอะ!" หวังเหล่ยได้ยินเฟยอวี่พูดอย่างนั้นก็จับมือเฟยอวี่ที่มีไป๋ลี่ขี่คออยู่ทั้งสามคนค่อยๆลอยขึ้นสูงขึ้นมากกว่า100เมตรพร้อมกับสร้างเกราะลมปราณให้กับเฟยอวี่และไป๋ลี่หวังเหล่ยก็เร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆจนทั้งสามคนหายลับไปจากเมืองพยัคฆ์คราม
.เวลาผ่านไปแค่30นาทีเท่านั้นทั้งสามคนก็มาถึงที่หมาย ด้วยความเร็วของผู้ทรงพลังระดับ9รวดเร็วอย่างยิ่งถ้าให้เฟยอวี่เป็คนเดินทางมาเองมีหวังต้องใช้เวลาเป็วันๆ
หวังเหล่ยนำทางเฟยอวี่ไปยังจุดที่ััพื้นที่มิติทับซ้อนได้ชัดเจนที่สุด
เฟยอวี่ใช้จิตััตรวจสอบพื้นที่มิติทับซ้อนสีหน้าของเฟยอวี่จากปกติเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดอย่างยิ่งแล้วก็หันมาพูดกับหวังเหล่ย
"หวังเหล่ยมีคนรู้เื่นี้มากแค่ไหนกัน?"
"มีแค่พวกเราเท่านั้นที่ทราบอย่างที่ข้าเคยบอกเ้าเพราะว่าข้าบังเอิญได้แผนที่โบราณมาฉบับหนึ่งจุดหมายของมันก็คือที่แห่งนี้ทำไมมันมีอะไรมากกว่าพื้นที่มิติทับซ้อนทั่วไปงั้นหรือ?"
"มันก็คือพื้นที่มิติทับซ้อนนี่และไม่มีอะไรอย่างอื่นแต่เพียงระดับของมันสูงเกินไปก็เท่านั้นพวกเราไม่ควรเข้าไปในตอนนี้! ถึงอยากจะเข้าก็ต้องใช้เชี่ยวชาญค่ายกลระดับ10ขึ้นไปเท่านั้นเพราะในมิติมันเป็แดนลับระดับเทวะเป็อย่างต่ำพวกเราทำได้แค่รอให้เ้าเข้าสู่ระดับก้าวสู่เทวะเสียก่อนแล้วค่อยมาสำรวจที่นี่กัน!"
"รอข้าเข้าสู่ขั้นก้าวสู่เทวะงั้นหรือ!? ก้าวสู่เทวะนับเป็จุดสูงสุดของยุคนี้แล้วเ้าคิดว่าข้ามีโอกาศจะไปถึงระดับนั้นได้จริงๆหรือ?"
หวังเหล่ยหวังแค่เพียงไปให้ถึงระดับกษัตริย์ศักดิ์สิทธิ์เพียงเท่านั้นไม่ได้หวังถึงระดับเทวะเลยแม้แต่น้อยเพราะวิชาลมปราณเทพทรราชของเขานั้นมีเพียงแค่ขั้นที่6เท่านั้นแถมมันยังไม่ใช่ฉบับที่สมบูรณ์อีกด้วยส่วนระดับที่7ขึ้นไปได้หายสาบสูญไปั้แ่าครั้งใหญ่เมื่อครั้งอดีตไปนานแล้ว
"มันก็แค่เทวะขั้นต้นเท่านั้นหรือเ้าไม่รู้ว่ามันยังมีระดับเหนือกว่านั้นอยู่อีก?"
"แน่นอนว่าข้ารู้แต่นั้นมั้นก็ผ่านมานานจนกลายเป็เพียงแค่ตำนานไปแล้ว" หวังเหล่ยครุ่นคิดอยู่ไป๋ลี่ก็พูดแทรกขึ้นมา
"ในเมือไม่มีอะไรให้เล่นแล้วก็กลับกันเถอะส่วนเ้าน่ะชื่อหวังเหล่ยสินะดูแล้วมีพร์ไม่เลวขาดก็เพียงโชควาสนาเท่านั้นซึ่งข้าคิดว่าเ้าเองก็เจอมันแล้วนะ!" ไปลี่พูดในขณะปากยังคงเคี้ยวขนมอยู่ด้วย
หวังเหล่ยได้ยินที่ไป๋ลี่พูดก็รู้สึกประหลาดใจในตัวเด็กหญิงที่มีอายุสี่ถึงห้าขวบที่เอาแต่กินขนมและตามติดเด็กหนุ่มนามเฟยอวี่เด็กหญิงคนนี้พูดจาเหมือนกับเห็นตัวเขาเองเป็เด็กแทนเสียอย่างนั้น อายุของเด็กพวกนี้ขัดกับความรู้ที่มีอยู่อย่างสิ้นเชิงโดยเฉพาะท่าทางของเฟยอวี่เหมือนกับคนที่ผ่านโลกมายาวนานนับพันปี แต่ลางสังหรณ์ของเขาเองก็บอกว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ง่ายดายอย่างที่เห็นแน่นอน
"ขอข้าวางค่ายกลปิดกั้นคลื่นมิติที่นี้ก่อน หวังเหล่ยเ้าเอาคริสตัลิญญาระดับสูงให้ข้าสัก100ก้อนไว้ใช้เป็แหล่งพลังงานให้กับค่ายกลคงอยู่ได้สัก3-5ปี"
หวังเหล่ยได้ยินเฟยอวี่พูดก็นำคริสตัลิญญาระดับสูงออกมาจากแหวนมิติส่งให้กับเฟยอวี่
เฟยอวี่รับคริสตัลิญญาระดับสูงจากหวังเหล่ยแล้วก็เริ่มวางค่ายกลทันที อวี่ตอนนี้อยู่ในระดับ4แล้วแต่ด้วยเทคนิคพิเศษเฟยอวี่สามารถวางค่ายกลได้สูงถึงระดับ6แต่มันต้องใช้เวลานานขึ้นอย่างมาก
หวังเหล่ยมองดูเฟยอวี่วาดวงเวทย์ถึงแม่ตัวหวังเหล่ยเองจะได้ไม่ได้มีความรู้ทางด้านค่ายกลแต่อักขระมากมายหลายพันตัวมันดูซับซ้อนกว่าที่เขาเคยเห็นมาทั้งหมดมันยิ่งทำให้หวังเหล่ยมั่นใจมากขึ้นว่าเด็กหนุ่มนามเฟยอวี่คนนี้จะช่วยให้เขาล้างแค้นได้อย่างแน่นอนเป้าหมายของหวังเหล่ยไม่ใช่แดนศักดิ์สิทธิ์เทพอัคคีทั้งหมด แต่เป็คุณชายใหญ่แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เทพอัคคีคนเดียวเท่านั้นแต่มันก็ไม่ต่างกับการประกาศากับแดนศักดิ์สิทธิ์เทพอัคคีทั้งหมดอยู่ดี
ของเพียงฆ่ามันได้หวังเหล่ยก็พอใจแล้วแม้จะต้องจ่ายด้วยชีวิตก็ไม่เสียดายแม้แต่น้อย
เวลาผ่านไปถึง8ชั่วยามจ้างที่ฟ้าค่อยๆมืดลงจนฟ้ากลับมาสว่างขึ้นอีกครั้ง เฟยอวี่วางค่ายกสําเร็จแล้วก็นั่งพักฟื้นฟูความเหนื่อยล้าหลังจากผ่านไป30นาทีเฟยอวี่ลืมตาขึ้นมาแต่เฟยอวี่กับไม่เห็นไป๋ลี่ จึงได้เอ่ยถามกับหวังเหล่ย
"ไป๋ลี่อยู่ไหนกัน?"
"เด็กหญิงน้อยไป๋ลี่บอกว่าเ้าคงใช้เวลาอีกนานเลยขอออกไปเล่นในป่าบอกว่าเดี๋ยวจะกลับมาตอนเ้าวางค่ายกลเสร็จแล้วจะให้ข้าไปตามให้ไหม?"
"ไม่ต้องหรอกนางอยู่กับข้ามานานนางพอกะเวลาได้อยู่แล้วว่าข้าจะวางค่ายกลเสร็จตอนไหน!"
เฟยอวี่พูดจบไป๋ลี่ก็กลับมาพอดีไป๋ลี่พุ่งเข้ามาหาเฟยอวี่พร้อมกับในมือที่ถือแกนอสูรระดับ5ขั้นสูง2อันโยนเล่นอยู่
"นี้เ้าไปล่าสัตว์อสูรมาอย่างนั้นหรือ?" เฟยอวี่พูดไปด้ววยยิ้มไปด้วย
"ก็จะให้ข้ามารอเ้าเฉยๆตั้ง8ชั่วยามเบื่อตายพอดีก็เลยไปออกกำลังเล่นสักหน่อยแต่สัตว์อสูรระดับ5ขั้นสูงก็หายากจริงๆข้าเจอมันแค่สองตัวเท่านั้นส่วนมากจะเจอแต่ระดับ3-4จะฆ่ามันก็ง่ายดายเกินไปไม่สนุกเลยสักนิด!"
หวังเหล่ยได้ยินที่เด็ก2คนคุยกันก็ลอบตกตะลึงอยู่ในใจเด็กหญิงสี่ถึง5ขวบกับฆ่าสัตว์อสูนระดับ5ขั้นสูงได้แม่แต่เ้าเมืองพยัคฆ์ครามยังทำได้แค่รับมือเท่านั้น สิ่งที่ได้รู้คราวนี้มันอยู่เกินความเข้าใจของเขาอย่างมาก แค่การที่ได้เห็นค่ายกลของเฟยอวี่ก็ทำให้เขาแทบช้อคอยู่แล้วต่อให้เป็ตัวหวังเหล่ยเองถ้าไม่ได้อยู่ไกล้ที่นี้ในระยะ100เมตรตัวหวังเหล่ยเองก็ไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่ามันมีพื้นที่มิติทับซ้อนอยู่บริเวณนี้