บทที่ 3: ระบบเฮงซวย ไม่ใช่คน!
ตำหนักชิงอวิ๋น
ที่พักของซูฉางเกอ
ยามเที่ยงคืน ซูฉางเกอนั่งอยู่ในลานบ้านเพื่อเลือกสรรเคล็ดวิชาและทักษะการต่อสู้
เบื้องหน้ามีกองตำราทักษะการต่อสู้ของนิกายเซียนกระบี่เมฆา แต่ในสายตาของซูฉางเกอ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็ขยะ ทว่าทักษะการต่อสู้จากแดนเทพะของเขาก็ไม่สามารถสอนให้เฟิ่งหว่านชิงได้ มิเช่นนั้นหากความลับถูกเปิดเผย ทั้งสองคนคงต้องตาย
ใน่ที่ต้องปกปิดฐานะ ซูฉางเกอไม่กล้าแม้แต่จะใช้เคล็ดวิชาและทักษะการต่อสู้ของตระกูลซู เพราะหากมีใครพบตัวตนที่แท้จริงของเขาเข้า ทุกอย่างคงจบสิ้น
"วิชากระบี่ทำลายจันทร์?"
หลังจากเลือกอยู่นาน ในที่สุดเขาก็พบทักษะการต่อสู้ที่เหมาะสมสำหรับการฝึกฝนของเฟิ่งหว่านชิงเล่มหนึ่ง
《วิชากระบี่ทำลายจันทร์》: ทักษะการต่อสู้ระดับลึกลับขั้นต่ำ เมื่อฝึกฝนจนบรรลุขั้นสูงสุด เพียงกระบี่เดียวก็สามารถฟันหินให้แตกและทำลายจันทร์ได้!
แม้ระดับจะต่ำไปเสียหน่อย แต่ก็เหมาะกับการฝึกฝนของเฟิ่งหว่านชิงในตอนนี้ อย่างไรเสียก็ยังแข็งแกร่งกว่าสิ่งที่นางแอบเรียนรู้มามากนัก
เคล็ดวิชาและทักษะการต่อสู้ของโลกนี้ แบ่งออกเป็สี่ระดับคือ นภา ปฐี ลึกลับ และมนุษย์ โดยแต่ละระดับยังแบ่งย่อยเป็ขั้นต่ำ ขั้นกลาง และขั้นสูง
ในสายตาของปุถุชน ระดับนภาถือเป็ระดับสูงสุดแล้ว แต่ซูฉางเกอผู้หลบหนีมาจากแดนเทพะรู้ดีว่า เหนือกว่าระดับนภายังมีเคล็ดวิชาระดับศักดิ์สิทธิ์ และเคล็ดวิชาระดับเทพ ซึ่งแต่ละอย่างล้วนมีอานุภาพทำลายล้างฟ้าดินได้
"ฮึ่ม ฝ่ามือสลายเมฆา..."
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงะโเบา ๆ ดังมาจากด้านนอก เหมือนมีใครบางคนกำลังฝึกฝนอยู่ ซูฉางเกอถอนหายใจ ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็ใคร คนที่สามารถฝึกฝนอยู่หน้าหอพักแห่งนี้ได้ นอกจากลูกศิษย์ของเขาอย่างเฟิ่งหว่านชิงแล้วจะเป็ใครไปได้อีก
ยังคงฝึกฝนอยู่กลางดึกเช่นนี้ ความจริงแล้วเฟิ่งหว่านชิงมีความพยายามและขยันหมั่นเพียรเพียงพอ เพียงแต่โชคร้ายที่ได้อาจารย์ที่เป็คนระยำเช่นนี้ ทั้งยังไม่ตั้งใจสอนเคล็ดวิชาให้นาง อีกทั้งสายเืในกายยังไม่ตื่นขึ้น ตอนนี้จึงดูเหมือนคนไร้ค่า น่าสงสารเหลือเกิน
ซูฉางเกอไม่ได้คิดอะไรมาก เขาลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอกทันที
ภายใต้แสงจันทร์
เด็กสาวสวมชุดรัดกุมสีขาว นางอดทนต่อความเ็ปรุนแรงจากาแตามร่างกาย พลางเหวี่ยงหมัดและหลั่งเหงื่อไม่หยุดบนผืนหญ้า ใบหน้าเล็ก ๆ กัดฟันอย่างดื้อรั้น เมื่อหมัดถูกชกออกไปก็เกิดเสียงลมวูบวูบ...
ฝ่ามือสลายเมฆา ทักษะการต่อสู้ระดับมนุษย์ขั้นต่ำ เฟิ่งหว่านชิงแอบเรียนมาจากศิษย์พี่ที่หอลงทัณฑ์ แต่เนื่องจากเป็ทักษะระดับต่ำที่สุด อานุภาพจึงไม่มากนัก แม้แต่หินก้อนเดียวก็ยังไม่สามารถทำให้แตกได้
เมื่อคิดว่าอีกสามวันจะถึงการประลองใหญ่ของสำนัก ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะถูกคัดออก เฟิ่งหว่านชิงกว่าจะกราบเข้าเป็ศิษย์นิกายเซียนกระบี่เมฆาได้นั้นยากลำบากยิ่ง ถึงขั้นใช้เงินเก็บทั้งหมดที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้จนหมดสิ้น หากถูกคัดออก นางคงยอมรับไม่ได้เป็แน่
ทว่าซูฉางเกอคนเดิมนั้นสารเลวเกินไป รับนางเป็ศิษย์แล้วแต่กลับไม่ยอมสอนสิ่งใดเลย เป็อาจารย์ประเภทไหนกัน!
อีกทั้งในตอนนี้ บนร่างกายของเฟิ่งหว่านชิงยังมีรอยแส้ที่ซูฉางเกอเฆี่ยนตีไว้อีกไม่น้อย ทุกครั้งที่เคลื่อนไหวาแจะถูกดึงรั้งจนเกิดความเ็ปรุนแรง ทำให้การฝึกฝนของนางยิ่งยากลำบากขึ้นไปอีก
"แค่ก..."
ซูฉางเกอยืนอยู่ที่หน้าลานบ้านแล้วไอเบา ๆ หนึ่งครั้ง
เฟิ่งหว่านชิงรู้สึกถึงความเคลื่อนไหว เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นอาจารย์ของตนยืนหน้าตายอยู่ด้านข้าง สายตามองมาอย่างเรียบเฉย ราวกับจะะเิอารมณ์ใส่ได้ทุกเมื่อ
ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางซีดเผือดทันที ในใจตื่นตระหนกอย่างยิ่ง รีบหยุดการเคลื่อนไหวและกล่าวขอขมาอาจารย์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เพราะเกรงว่าซูฉางเกอจะพบว่านางแอบเรียนทักษะการต่อสู้ของสำนักแล้วจะลงโทษนาง
"ท่านอาจารย์... ศิษย์นอนไม่หลับในคืนนี้ จึงรบกวนการพักผ่อนของท่านอาจารย์ ขอท่านอาจารย์โปรดลงทัณฑ์ด้วยเ้าค่ะ"
นางถูกซูฉางเกอตีจนเข็ดขยาด เมื่อเห็นท่าทางเ็าของเขา ในใจจึงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
โฉมงามตัวน้อยสั่นสะท้าน สายตาเต็มไปด้วยความกลัว ดูน่าสงสารราวกับถูกรังแกอย่างหนัก ทั้งที่มีาแฉกรรจ์แต่ยังกัดฟันออกมาฝึกฝน ซูฉางเกอรู้สึกละอายใจยิ่งนัก ทั้งหมดเป็เพราะเ้าของร่างเดิมที่ทำร้ายนาง
"วันนี้ข้าสั่งให้เ้าคัดเคล็ดวิชาสิบจบ คัดเสร็จหมดแล้วหรือยัง?"
ซูฉางเกอกล่าวพลางค่อย ๆ เดินเข้าไปหยุดตรงหน้าเฟิ่งหว่านชิง
เฟิ่งหว่านชิงรีบพยักหน้า
"ท่านอาจารย์ ศิษย์เขียนเสร็จหมดแล้วเ้าค่ะ"
"อืม แล้วแอบเรียนอะไรหรือเปล่า?"
ร่างกายของเฟิ่งหว่านชิงแข็งทื่อ รีบก้มหน้าลงแล้วตอบเสียงเบาหงิม ๆ ว่า "เรียนท่านอาจารย์ ศิษย์... ศิษย์ไม่กล้าแอบเรียนเ้าค่ะ"
ซูฉางเกอพยักหน้า พลางมองไปยังกระบี่ไม้ที่ปักอยู่บนผืนหญ้าข้าง ๆ แล้วเดาะลิ้นถอนหายใจ
"อะไรกัน อาจารย์ไม่ได้ให้เงินเ้าหรือ ถึงขนาดไม่มีปัญญาซื้อกระบี่สำหรับฝึกฝน?"
เฟิ่งหว่านชิงเงยหน้ามองซูฉางเกออย่างลึกซึ้ง จากนั้นจึงก้มหน้าลงและตอบช้า ๆ ว่า "เรียนท่านอาจารย์ ไม่ได้เ้าค่ะ"
...
บรรยากาศพลันเงียบสงัด
ซูฉางเกอรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะไม่เคยให้เงินนางจริง ๆ
คาดว่าตอนนี้ในใจของเฟิ่งหว่านชิงคงคิดว่า การกราบซูฉางเกอเป็อาจารย์ เป็การตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดหลังจากเข้าสู่นิกายเซียนกระบี่เมฆา
"ทักษะที่เ้าใช้เมื่อครู่ คือฝ่ามือสลายเมฆาและวิชากระบี่สลายเมฆาของหอลงทัณฑ์ใช่หรือไม่?" ซูฉางเกอถามเสียงเรียบ ใบหน้าไม่มีวี่แววว่าจะลงโทษนางเลย
เฟิ่งหว่านชิงชะงัก ฟันขาวซี่เล็กกัดริมฝีปากเบา ๆ แล้วก้มหน้ายอมรับ การแอบเรียนวิชาของสำนักแล้วยังถูกอาจารย์จับได้คาหนังคาเขา ในใจนางย่อมคิดว่าซูฉางเกอไม่มีทางปล่อยนางไปง่าย ๆ แน่
"อืม เรียนได้ไม่เลว"
เขาพยักหน้าชมเฟิ่งหว่านชิงประโยคหนึ่ง แล้วเอื้อมมือไปดึงกระบี่ไม้บนพื้นขึ้นมา ในขณะที่เฟิ่งหว่านชิงกำลังตกตะลึงกับคำชม ซูฉางเกอก็ยกมุมปากขึ้นแล้วยิ้มเยาะ
"แต่ขยะแบบนี้ ความจริงแล้วไม่มีความจำเป็ต้องเรียนเลย หากเ้าอยากเรียนเคล็ดวิชาหรือทักษะการต่อสู้ ทำไมไม่บอกข้า?"
เฟิ่งหว่านชิงอึ้งไป คนตรงหน้าคนนี้ คือซูฉางเกอที่ชอบดุด่าตบตีนาอย่างนั้นหรือ?
"ท่านอาจารย์ ศิษย์ไม่กล้าเ้าค่ะ!"
เฟิ่งหว่านชิงไม่กล้าจริง ๆ เมื่อตอนที่เพิ่งกราบเป็ศิษย์ นางเคยคิดว่าซูฉางเกอจะเลี้ยงดูนางในฐานะลูกศิษย์จริง ๆ แต่ผลปรากฏว่าซูฉางเกอเห็นนางเป็เพียงเครื่องมือระบายอารมณ์ ไม่ตีก็ด่า อย่าว่าแต่จะถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้เลย
ครั้งหนึ่งเฟิ่งหว่านชิงเคยเอ่ยปากว่าอยากเรียนทักษะการต่อสู้ของสำนักกับซูฉางเกอ ผลคือถูกซูฉางเกอเฆี่ยนตีอย่างหนักจนาเ็ไปทั้งตัว ถึงขั้นลุกจากเตียงไม่ได้ถึงสามวันสามคืน
ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เฟิ่งหว่านชิงจดจำฝังใจ จึงไม่กล้าเอ่ยเื่ขอให้ซูฉางเกอสอนวิชาอีก แม้จะใกล้ถึงการประลองใหญ่ของสำนัก นางก็ไม่กล้าพูด ทำได้เพียงแอบไปเรียนกับศิษย์พี่คนหนึ่งในหอลงทัณฑ์ที่ยินดีช่วยเหลือ
ความจริงแล้วเฟิ่งหว่านชิงยังไม่รู้ว่า นางถูกศิษย์พี่คนนั้นหักหลังขายข้อมูลไปแล้ว
การแอบเรียนวิชาของสำนักโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอาจารย์หรือสำนัก ถือเป็ความผิดร้ายแรง
ในชาติก่อน เฟิ่งหว่านชิงต้องกลายเป็เป้าหมายของการดูถูกเหยียดหยามจากทุกคนในนิกายเซียนกระบี่เมฆาเพราะเื่นี้ โดยที่ซูฉางเกอนิ่งเฉยไม่ไยดี ส่งผลให้หลังจากเหตุการณ์นั้น จิตใจของนางเริ่มบิดเบี้ยวทีละน้อย
"ปีนี้เ้าอายุเท่าไหร่?"
ซูฉางเกอเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ถามถึงอายุของนาง
เฟิ่งหว่านชิงตอบตามตรง "เรียนท่านอาจารย์ ปีนี้ศิษย์อายุสิบหกปีเ้าค่ะ"
"สิบหกปี?"
ซูฉางเกอกำกระบี่ไม้ไว้ พลางชำเลืองมองรอยบนตัวกระบี่ ดูออกว่ากระบี่ไม้เล่มนี้เฟิ่งหว่านชิงน่าจะใช้มานานมากแล้ว เขาตวัดกระบี่ออกไปในอากาศหนึ่งครั้ง เกิดเสียงลมหวีดหวิวของปราณกระบี่
"อายุสิบหกแต่มีพลังเพียงระดับรวบรวมปราณขั้นเก้า อ่อนแอเกินไป"
คำพูดของซูฉางเกอทำให้เฟิ่งหว่านชิงรู้สึกละอายใจยิ่งนัก นางรู้ว่าตนเองพร์ต่ำ ตอนที่กราบเป็ศิษย์ ท่านอาจารย์ก็รับนางไว้เพราะถูกบังคับโดยกฎของผู้าุโในสำนักที่ต้องรับลูกศิษย์ ดังนั้นการที่เขาดูถูกนางจึงเป็เื่ปกติ
แต่เฟิ่งหว่านชิงเชื่อมั่นเสมอว่า หากพร์ไม่เพียงพอ ก็สามารถชดเชยได้ด้วยความพยายามและความขยัน!
หากพยายามหนึ่งเท่าไม่พอ นางก็จะทุ่มเทเป็สิบเท่า ร้อยเท่า!
"เฮ้อ มีลูกศิษย์อ่อนแอขนาดนี้ พูดออกไปคงเสียหน้าข้าน่าดู"
ซูฉางเกอแสร้งถอนหายใจ กระบี่ไม้ในมือตวัดผ่านอากาศเบา ๆ ปราณกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งทิ้งรอยกรีดลึกยาวเหยียดไว้บนผืนหญ้าทันที
เฟิ่งหว่านชิงชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นดวงตาก็เปลี่ยนเป็ร้อนแรง เต็มไปด้วยความโหยหาอย่างยิ่ง พลังระดับนี้ของท่านอาจารย์ต่างหาก คือสิ่งที่นางปรารถนาอย่างแท้จริงในใจ!
เขาเก็บงำกลิ่นอาย แล้วยื่นกระบี่ไม้คืนให้เฟิ่งหว่านชิง ซูฉางเกอกล่าวเรียบ ๆ ว่า "ดึกมากแล้ว เ้ามีาแ กลับไปพักผ่อนให้ดี พรุ่งนี้ให้นำเคล็ดวิชาที่คัดเสร็จแล้วมาที่ตำหนักชิงอวิ๋น ข้ามีเื่จะสั่งการเ้า"
เมื่อได้ยินดังนั้น ความร้อนแรงในดวงตาของเฟิ่งหว่านชิงก็จางหายไป นางรับกระบี่ไม้มาด้วยความผิดหวังเล็กน้อย นางนึกว่าท่านอาจารย์เห็นความขยันและความพยายามของนางแล้ว จะยอมสอนวิชาให้เพื่อใช้รับมือกับการประลองใหญ่เสียอีก
แต่ผลคือไล่นางกลับ แม้แต่สิทธิ์ในการพยายามครั้งสุดท้ายก็ยังจะพรากไปอย่างนั้นหรือ?
พอคิดได้ดังนี้ เฟิ่งหว่านชิงเงยหน้าขึ้นก็เห็นซูฉางเกอส่ายหน้าและหันหลังเดินจากไปก่อนแล้ว
ภายใต้แสงจันทร์สลัว ทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังที่เ็าให้แก่นาง
มือเรียวของเฟิ่งหว่านชิงกำแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความดื้อรั้น
นางไม่อยากไป นางยังอยากฝึกฝน!
อีกสามวันจะถึงการประลองใหญ่ หากไม่ผ่านนางจะถูกคัดออกและถูกขับออกจากสำนัก ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถทำสิ่งที่บิดามารดาสั่งเสียไว้ก่อนตายได้ และยิ่งไม่สามารถล้างแค้นให้บิดามารดาได้...
ท่านอาจารย์คงอยากเห็นวันนี้มานานแล้วกระมัง คงอยากขับไล่ลูกศิษย์ขยะที่ไม่มีดีอะไรเลยอย่างนางออกไปจากสำนักใช่ไหม ถึงได้ปฏิบัติต่อนางเช่นนี้
ไม่ได้เห็นนางเป็ลูกศิษย์เลยแม้แต่น้อย...
แกรก!
ทันใดนั้น เฟิ่งหว่านชิงเห็นบางสิ่งร่วงหล่นจากตัวซูฉางเกอ ดูเหมือนจะเป็ม้วนหนังสือและขวดยา ตกลงมาไม่ไกลจากตัวนาง
"ท่านอาจารย์..."
นางกำลังจะอ้าปากเรียกซูฉางเกอ แต่พอเงยหน้าขึ้น ร่างของซูฉางเกอก็หายไปแล้ว
เฟิ่งหว่านชิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปเก็บหนังสือและยาบนพื้น เมื่อเปิดหนังสือออกก็พบว่าเป็ทักษะการต่อสู้ และยังเป็ทักษะระดับลึกลับที่ลูกศิษย์ส่วนใหญ่ในนิกายเซียนกระบี่เมฆาไม่มีโอกาสได้เรียน
นางมองไปยังขวดยาข้าง ๆ ทักษะการต่อสู้ บนปากขวดเขียนตัวอักษรตัวใหญ่สามตัว
ยาบำรุงรากฐาน!
นี่คือยารักษาาแที่มีชื่อเสียงโด่งดังของนิกายเซียนกระบี่เมฆา แต่ละเม็ดมีค่ามาก ตอนนี้นางกลับมีอยู่ทั้งขวด?
ด้วยพลังของท่านอาจารย์ หากทำของตกเขาไม่มีทางไม่รู้ ดังนั้น สิ่งเหล่านี้ท่านอาจารย์ตั้งใจมอบให้นางใช่หรือไม่?
ในวินาทีนั้น เฟิ่งหว่านชิงกัดฟัน มองไปยังประตูลานบ้านของตำหนักชิงอวิ๋นอย่างเหม่อลอย นี่เป็ครั้งแรกั้แ่แยกจากบิดามารดามายังนิกายเซียนกระบี่เมฆา ที่นางััได้ถึงความห่วงใยเล็กน้อยจากซูฉางเกอ
ความห่วงใยจากอาจารย์ที่มีต่อลูกศิษย์
[ติ๊ง! ค่าความรู้สึกดีของเฟิ่งหว่านชิง +10 ค่าความรู้สึกดีปัจจุบัน : -89]
[ระบบเตือน โฮสต์เกิดความรู้สึกสงสารต่อเฟิ่งหว่านชิง ระดับการเข้าสู่ด้านมืดของเฟิ่งหว่านชิงลดลง 5% หักแต้มคนเลวของโฮสต์ 50 แต้ม!]
[แต้มคนเลวปัจจุบัน : 160]
[คำเตือน : หากแต้มคนเลวกลายเป็ศูนย์ ระบบจะยกเลิกการเชื่อมต่อโดยอัตโนมัติ และโฮสต์จะเสียชีวิต!]
ซูฉางเกอที่กลับเข้าห้องมาได้ยินเสียงเตือนของระบบเข้าพอดี ใบหน้าเขาเคร่งขรึมลงทันที ก่อนจะตบโต๊ะไม้ตรงหน้าจนแตกละเอียด
"หักบ้านแกสิ ระบบเฮงซวยไม่มีหัวใจ!"
[ระบบเตือนด้วยความหวังดี พระเอกของโลกนี้กำลังจะปรากฏตัว นางเอกเฟิ่งหว่านชิงและพระเอกกำลังจะได้พบกัน โปรดให้โฮสต์ขัดขวางไม่ให้เฟิ่งหว่านชิงตกหลุมรักพระเอก]
[ภารกิจสำเร็จ : รางวัลโฮสต์ 1,000 แต้มคนเลว, 10,000 ค่าโชคชะตา หากภารกิจล้มเหลว หัก 1,000 แต้มคนเลว]
หืม?
พระเอกผู้เป็บุตรแห่งโชคชะตากำลังจะปรากฏตัวแล้วหรือ?
ซูฉางเกอจินตนาการได้เลยว่า เฟิ่งหว่านชิงถูกรังแกในนิกายเซียนกระบี่เมฆาเช่นนี้ ไม่มีเพื่อนและไม่มีใครที่ทำให้นางััได้ถึงความอบอุ่นของโลกใบนี้
และในขณะที่นางต้องเผชิญกับโลกที่สกปรกโสมมเพียงลำพัง ในใจเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เ็ป และดิ้นรน พระเอกก็จะปรากฏตัวขึ้นราวกับเทพเ้า เข้ามาส่องสว่างในโลกที่มืดมิดของนาง ช่วยเหลือนาง และมอบความอบอุ่นและความห่วงใยที่นางไม่เคยได้รับมาก่อน
เช่นนั้น โอกาสที่เฟิ่งหว่านชิงจะตกหลุมรักพระเอกย่อมมีร้อยเปอร์เซ็นต์ และแทบจะไม่อาจย้อนกลับได้
"ระบบเฮงซวย ตอนนี้ข้าขอตรวจสอบข้อมูลของพระเอกได้ไหม?"
[ติ๊ง! ตรวจสอบสำเร็จ!]
พระเอก : เย่เฟิง
ข้อมูล : ศิษย์ตระกูลเย่แห่งเมืองชิงมู่ เคยเป็คนไร้ค่า ต่อมาได้สร้างชื่อจากเมืองชิงมู่เล็ก ๆ ปัจจุบันได้เข้าร่วมแดนศักดิ์สิทธิ์ัฟ้า และกลายเป็หนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์รุ่นต่อไปของแดนศักดิ์สิทธิ์ัฟ้า มีสายเืิญญาศักดิ์สิทธิ์โบราณในตัว เป็บุตรแห่งโชคชะตาของโลกนี้ ขณะนี้กำลังเดินทางมายังนิกายเซียนกระบี่เมฆา
เมื่อเห็นดังนี้ ซูฉางเกอก็นึกขึ้นได้ทันที เย่เฟิงคนนี้ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่เขาเคยทรมานจนตายต่อหน้าเฟิ่งหว่านชิงบนหน้าผาเทพาในชาติก่อนหรอกหรือ?
จากนั้นไม่นาน เฟิ่งหว่านชิงก็เข้าสู่ด้านมืด...
บัดซบ!
ที่แท้เขาคือพระเอก!
มิน่าเล่า ในความทรงจำของการประลองใหญ่ของสำนักในอีกสามวันข้างหน้า สุดท้ายเป็เย่เฟิงคนนี้ที่ยื่นมือเข้าช่วยปกป้องเฟิ่งหว่านชิง ทำให้นางไม่ถูกขับออกจากสำนัก
คนที่มาจากแดนศักดิ์สิทธิ์ัฟ้ามายังนิกายเซียนกระบี่เมฆา เพื่อตามล่าเ้าชายเผ่ามารที่มีชื่ออยู่ในทำเนียบมารร้ายฟ้าดิน ตอนนั้นพำนักอยู่ไม่นานก็จากไป ไม่นึกเลยว่าเฟิ่งหว่านชิงจะตกหลุมรักพระเอกใน่เวลานั้น
เฮ้อ คิดดูแล้วก็ปกติ
ผู้ท้าชิงตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์ เด็กหนุ่มอัจฉริยะ อ่อนโยนดั่งหยก สุภาพบุรุษผู้สง่างาม มอบความอบอุ่นและความห่วงใยเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตให้แก่เฟิ่งหว่านชิง กลายเป็แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในโลกที่หม่นหมองของนาง ไม่ว่าใครมาเจอเข้าก็ต้องถลำลึก...
ภารกิจของระบบเฮงซวยนี่มันไร้สาระสิ้นดี!
นี่มันกลัวว่าเฟิ่งหว่านชิงจะไม่เข้าสู่ด้านมืดชัด ๆ
เดี๋ยวนะ ถ้าปล่อยให้เฟิ่งหว่านชิงรักพระเอกก่อน แล้วค่อยฆ่าพระเอกทิ้ง เฟิ่งหว่านชิงจะเข้าสู่ด้านมืดทันทีเลยหรือไม่ ด้วยพลังของนางในตอนนี้ ต่อให้เข้าสู่ด้านมืด ซูฉางเกอก็ไม่ได้กลัวอะไรมาก
แต่ถ้าทำแบบนั้น ภารกิจของระบบก็จะไม่สำเร็จ เว้นแต่เขาจะมีแต้มคนเลวมากกว่าหนึ่งพันแต้ม
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าปัจจุบันโฮสต์มี 160 แต้มคนเลว สามารถทำการสุ่มรางวัลครั้งแรกได้ ค่าใช้จ่ายในการสุ่มรางวัล : 100 แต้มคนเลว ้าสุ่มรางวัลหรือไม่?]
"สุ่มบ้านแกสิ หุบปากไปเลย!"
ระบบ : [...]
เมื่อพูดถึงการสุ่มรางวัล ซูฉางเกอก็นึกขึ้นได้ว่าเขายังมียาเม็ดทะลวงระดับสิบเม็ดที่ระบบให้เป็รางวัลซึ่งยังไม่ได้ใช้ ได้ยินระบบบอกว่าหากอยู่ต่ำกว่าระดับิญญาก่อกำเนิดสามารถใช้ทะลวงระดับได้โดยตรง หรือจะลองให้เฟิ่งหว่านชิงใช้ดูดี?
[ติ๊ง! หากโฮสต์ทำเช่นนี้ จะทำให้ระดับการเข้าสู่ด้านมืดของเฟิ่งหว่านชิงลดลง และจะถูกหักแต้มคนเลวแบบสุ่ม โปรดเลือกอย่างระมัดระวัง!]
ซูฉางเกอ : "..."
ระบบเฮงซวยนี่ไม่ใช่คนจริง ๆ !