“โจมตี!”
‘ซัมมอนเนอร์’ สั่งให้จิ้งจอกโจมตีฮิบิคิ
เขาก้มตัวลงเพื่อหลบร่างอันใหญ่โตของมัน อาศัยจังหวะที่มันพลิกตัวแทงดาบสั้นสวนแถบสีเขียวเหนือศีรษะของมันลดลงพร้อมเสียงครางเ็ป
“กากจังเลยนะแก!”ฮิบิคิะโถากถางแล้วออกวิ่ง ลัคนารีบตาม
ระหว่างที่ทั้งคู่วิ่งผ่านทุ่งร้าง ดิน กรวดและทรายถูกบดอยู่ใต้รองเท้าบางก้อนกระเด็นมาถูกขาจนถลอก ฮิบิคินั้นดูเหมือนจะวิ่งผ่านทุ่งร้างมาหลายครั้ง เขาจึงสวมสิ่งที่ดูคล้ายปลอกขาสีขาวหม่นถูกรัดด้วยเชือกหนังสีน้ำตาล
ซัมมอนเนอร์สาวขึ้นขี่หลังจิ้งจอกวิ่งตามมา
“ฮิบิคิ—” ลัคนาที่ไล่ความเร็วของฮิบิคิทันอย่างไม่ยากลำบากนักพยายามถาม
“เงียบซะ เดี๋ยวค่อยอธิบาย”เขาไม่ตอบแถมยังเร่งความเร็วขึ้นจนทิ้งฝุ่นไว้ให้จิ้งจอกวิ่งตาม มันคำรามอย่างหัวเสียและเริ่มล้าหลัง
พวกเขาทั้งสองทิ้งห่างผู้เล่นคนนั้นมาได้พอสมควร โดมสีชมพูซึ่งเป็เป้าหมายอยู่ไม่ไกลเส้นทางขึ้นไปยังหน้าผานั้นสูงชันแต่กลับราบเรียบราวกับมีใครสักคนปูถนนไว้ให้แล้ว ฮิบิคิไม่รอช้าเดินขึ้นไปตามทาง
ระหว่างที่กำลังเดิน ลัคนาสังเกตเห็นเมืองขนาดใหญ่อยู่ไกลออกไปเธอเห็นเมืองนี้วินาทีที่ได้มองดูโลกเป็ครั้งแรก เมืองอยู่ท่ามกลางป่าไม้สีม่วงและแม่น้ำที่ไหลล้อมรอบจากตรงนี้สามารถมองเห็นอาคารสิ่งก่อสร้างที่สภาพดีราวกับถูกดูแลรักษาโดยช่างผู้ชำนาญนอกจากนั้นในป่าสีม่วงยังมีแสงสว่างวาบขึ้นเป็พักๆ เหมือนไฟฟ้าช็อต เธอนึกสงสัยว่าที่แห่งนั้นคืออะไร
เธอรู้สึกแปลกใจกับตัวเอง ทั้งที่เมื่อครู่นี้ยังสับสน ไม่รู้แม้กระทั่งสิ่งที่งอกออกมาจากศีรษะคืออะไรแต่ตอนนี้ทุกสิ่งเริ่มกลับมาหาเธออย่างช้าๆ ภาพผู้คน ตึก ถนน พื้นดิน ต้นหญ้า ใบไม้ดาว ท้องฟ้า ผุดออกมาจากส่วนหนึ่งในความคิด แต่เมื่อเธอพยายามจะรวมมันเป็หนึ่ง ทุกอย่างกลับวหายไปกลับไปในมุมมืดที่เป็แค่ส่วนหนึ่งในการทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ ของเธอ
ลัคนายกมือกุมศีรษะ แค่เธอหรือเปล่าที่สูญเสียจิตใจและทุกอย่างที่เป็ตัวเธอไป?ลัคนาใช่ชื่อจริงของเธอหรือเปล่า? หรืออาจจะเป็แค่ชื่อที่คนที่ทำให้เธอไปอยู่ในสถานที่เย็นนั้นตั้งให้เธอ
“ฮิบิคิ” ลัคนาเรียกอีกครั้ง
เขาหันมาสบตาเธอที่กำลังเอามือกุมศีรษะ
“มีปัญหาอะไร?”
“คือ...ฉันจำอะไรไม่ได้เลย”ลัคนาหลับตาลง “เหมือนจะค่อยๆ นึกได้ แต่พอจะเอามารวมกันก็หายไปหมด”
เธอได้ยินเสียงถอนหายใจ
“ไม่แปลกหรอก ทุกคนที่นี่ก็เป็อย่างนั้น”เขาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วเดินต่อ ไม่ยอมอธิบายอะไรให้เข้าใจเพิ่มเติม
“ผู้เล่นล่ะ?” ลัคนาพยายามถามอีก สิ่งที่เรียกว่า ‘ผู้เล่น’ คืออะไร และทำไมต้องไล่ฆ่าพวกเธอด้วย?
“ถ้าเข้าเขตปลอดภัยจะอธิบาย”เขาตอบห้วนแล้วก้าวฉับๆ ขึ้นทางเดินที่คดเคี้ยวไปมาจนถึงจุดสูงสุดของหน้าผา มีโดมสีชมพูตั้งอยู่มันดูเหมือนฟองสบู่ั์ที่โดนวางแปะอยู่บนพื้น
ฮิบิคิก้าวผ่านชั้นสีชมพูอย่างไม่ลังเล ทั้งยังกวักมือให้ลัคนาตามเข้าไปด้วยลัคนาลังเลชั่วครู่ เธอเอามือผ่านไป มันรู้สึกเหมือนเอามือแหย่เข้าไปในฟองสบู่ขนาดใหญ่
ลัคนาเกร็งเล็กน้อยขณะก้าวเข้าไปในนั้น การเข้ามาในบาเรียครั้งแรกราบรื่นกว่าที่คิดและเธอก็ต้องก้าวเข้าออกบาเรียอีกหลายครั้งในชีวิตใหม่ที่รออยู่ข้างหน้า
แต่แล้วเมื่อเธอย่างเข้ามาในเขตที่มีผู้คนมากมายนั่งล้อมวงกัน มีแผ่นสี่เหลี่ยมกึ่งโปร่งใสสีน้ำเงินและตัวขยุกขยิกสีขาวปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือพวกเขาพร้อมเสียงผู้หญิงประกาศว่า
“MT พบกุญแจแล้ว ได้รับคีย์ไอเทม‘บัตรเชิญสู่สตาร์ดัสต์เรล์ม’”
เสียงฮือฮาดังจากผู้คนที่นั่งล้อมวงอยู่ พวกเขามองซ้ายมองขวาเห็นลัคนากับฮิบิคิยืนนิ่งอยู่ผู้คนทั้งหลายจึงเดินเข้ามาหาอย่างตื่นเต้น
“บ้าน่า นี่มันอะไรกัน?”แม้แต่ฮิบิคิยังไม่เชื่อหูตัวเอง เขาจ้องลัคนาเขม็ง
‘ตามหาสตาร์ดัสต์เรล์ม’ เธอจำสิ่งที่เสียงนั้นพูดกับเธอได้และเสียงประกาศเมื่อครู่ก็เป็ตัวยืนยันอย่างดีว่าเธอกำลังทำตามเป้าหมายนั้นอยู่...ทำตามสิ่งเดียวที่จำได้นอกจากชื่อ
ผู้คนเข้ามาล้อมลัคนา พูดรัวเร็วพลางชี้มาที่เธอ บางคนก็จับตัวเธอ บางคนก็ดีใจจนน้ำตาไหลแต่บางคนก็ยังใอยู่
เธอเป็ใคร? ทั้งหมดนี่หมายความว่าอะไรกัน?
ฮิบิคิถูกหญิงสาวคนหนึ่งดึงตัวไปทำให้เธอหมดโอกาสถามเขา
การเคลื่อนไหวของคนมากมายเริ่มทำให้เธอมึน ลัคนาพยายามหาทางออกจากกลุ่มคนเหล่านี้
“นี่ๆ หยุดเถอะ เห็นไหมเธอกลัวแล้ว”เสียงกังวานใสดังขึ้น จากนั้นคนอื่นๆ ก็ถอยออกห่าง เปิดทางให้เด็กสาวผู้มีผมสีขาวบริสุทธิ์ผิวสีขาวเหมือนตุ๊กตากระเบื้องและดวงตาสีแดงเืก้าวออกมา
“สวัสดีค่ะ ออโรร่าบาเรียยินดีต้อนรับ”
...
ลัคนารู้สึกวิงเวียนศีรษะ ตอนที่อยู่ในป่าและทุ่งร้าง เธอสามารถวิ่งหนีเอาตัวรอดได้ไม่ยากนักแต่เมื่ออยู่ท่ามกลางฝูงชนต่างเพศต่างขนาดต่างเชื้อชาติ เธอก็รู้สึกมึนๆ
พวกเขาเอามือจิ้มเธอ บางคนก็ลูบๆ แขนเธอ ที่เหลือก็คุยกันไม่หยุด เป็ภาพที่น่าเวียนหัวเหลือเกิน
เธอมองสำรวจรอบตัว ในโดมสีชมพูเป็ลานดินกว้างๆ ถูกแบ่งเป็หลายพื้นที่ส่วนหนึ่งเหมือนเป็ที่รวมพล อีกส่วนเหมือนไว้เก็บอะไรสักอย่าง มีอาคารไม้ปลูกใกล้ขอบบาเรียเหนือศีรษะมีแผ่นพลังงานครอบอยู่ มันขยับไหวเล็กน้อยพร้อมเปล่งแสงประหลาดๆ นอกจากสีชมพูมันยังเจือด้วยสีเขียวแดง เหลือง และน้ำเงิน ย้อมโลกภายนอกที่เห็นเป็สีเดียวกัน
คนที่อยู่รอบตัวเธอมีรูปร่างต่างกัน ส่วนใหญ่มีผมสีดำแต่คนที่มีผมสีอื่นก็ไม่น้อยบางคนก็มีสองสี กะจากสายตา ถ้าคนที่อยู่รอบๆ ตัวคือทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในนี้ละก็ น่าจะมีคนประมาณห้าสิบกว่าๆ
“ฉัน...อยู่ที่ไหนคะ? ที่นี่คืออะไรคะ?”
เด็กสาวที่เหมือนตุ๊กตาคนนั้นยื่นมือมา เธอดูเป็มิตรมาก ลัคนาจับมือขาวๆยอมถูกลากออกไปจากฝูงชน แต่คนจำนวนไม่น้อยก็ยังตามเธอมาอยู่ดี
“เมื่อครู่ถามว่าอะไรนะคะ? ถามว่าที่นี่คือที่ไหนอย่างนั้นใช่ไหมคะ?”
ลัคนาพยักหน้า
“ที่นี่คือ ‘ออโรร่าบาเรีย’ ค่ะ คนที่จะฆ่าพวกเราคือ‘ผู้เล่น’ และต้องขอโทษที่เสียมารยาทที่ไม่ได้แนะนำตัวนะคะฉันชื่ออริส” เด็กสาวผมขาวพูดพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ลัคนา” เธอแนะนำตัวอย่างเรียบง่าย“กุญแจที่ว่าคือ—”
“เฮ้ย ลัคนา” ฮิบิคิเดินกลับมาจากการสนทนาอยู่ดีๆ เขาก็กระชากคอเสื้อเธอโดยไม่สนใจอริสที่โวยวายเอามือปิดหน้า มีคำหนึ่งเขียนไว้บนไหล่
“กุญแจ ว่าแล้วเชียว ยัยนี่คือกุญแจแน่ๆ”
“ถ้านายทำเธอตายฉันไม่ให้อภัยนายจนตลอดชีวิตเลยนะเฮ้ย!” ผู้หญิงคนที่ฮิบิคิคุยด้วยเมื่อครู่เดินมาสมทบเธอเป็ผู้หญิงแต่งตัวทะมัดทะแมงท่าทางาุโกว่าเขา
“ที่เ้าอ่อนนั่นตายไม่ใช่ความผิดฉันสักหน่อย”ฮิบิคิกล่าว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกด้านลบส่งคลื่นความเย็นลงไปตามสันหลัง
“ขอโทษนะ แต่...ตกลงฉันเป็ใคร? ผู้เล่นคืออะไร? แล้วใครทำให้ฉันไปอยู่ในตู้เย็นๆ?”
“ไม่รู้โว้ย ที่ถามมาทั้งหมดน่ะไม่มีใครรู้คำตอบเธอเป็กุญแจที่จะพาเราไปที่ปลอดภัย ผู้เล่นเป็พวกที่จะฆ่าเรา คนที่ลบตัวตนในอดีตของเราแล้วส่งเรามาในนรกนี่ใครจะไปรู้ฟะ!” ฮิบิคิพูดด้วยน้ำเสียงโกรธๆ “ไอ้ ‘สตาร์ดัสต์ เรล์ม’ ที่ว่ามีอยู่จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ที่เราทำได้ก็นั่งรอไปวันๆ รอคนมาฆ่าเราตายนั่นแหละ”
ความสุขุมเยือกเย็นตอนที่ออกไปข้างนอกหายไปโดยสิ้นเชิง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกคั่งแค้นปานจะเผาคนให้ตาย
“น่านะ ใจเย็น” อริสยิ้ม จากนั้นเธอพาลัคนาไปยังบ้านไม้ใหญ่หลังหนึ่งตรงริมสุดของบาเรียมันดูเก่าและประหลาด ลายไม้เมื่อมองไกลๆ เป็เหมือนสีน้ำตาลเรียบๆ แต่เมื่อเข้ามาใกล้กลับเห็นลวดลายโค้งหยักเหมือนไม้ในความทรงจำ
อริสดึงเธอเข้ามาในห้องหนึ่ง มีดอกไม้ร้อยเป็เส้นยาวๆ แขวนไว้ต่างประตูหน้าต่างเปิดกว้าง มีฟูกสีขาวบนแท่นไม้สูงประมาณหนึ่งฟุต บนนั้นมีหมอนและผ้าสีขาวคลุมอยู่
“ต่อจากนี้ ที่นี่คือเตียงของลัคนานะคะ”อริสล้มตัวลงนอนบนเตียงข้างๆ “ส่วนนี่ก็เตียงของฉัน”
เด็กสาวพยักหน้าแล้วนั่งลง มองออกไปนอกหน้าต่าง
อริสเริ่มพูด
“พวกเราทั้งหมดที่นี่ถูกเรียกว่าMT ค่ะ”
MT... เธอเคยได้ยินพวกผู้เล่นเรียกเธออย่างนั้นและพูดถึง ‘อิลิกเซอร์’ ด้วย
“เราจำได้แค่ชื่อ ชื่อของเราและสถานที่ปลอดภัยปราศจากผู้เล่นชื่อ ‘สตาร์ดัสต์ เรล์ม’ เราตามหามันมาตลอดคนตายมากมาย สุดท้ายเราก็ล้มเลิกและรอความตายอยู่ในนี้” อริสยิ้มเฝื่อน
“แล้วทำไมยังมีคนออกไปข้างนอกอีกคะ?”
“ฮิบิคิเป็หน่วยลาดตระเวนค่ะเดี๋ยวก็ได้รู้เอง ระหว่างนี้ถ้าลัคนามีปัญหาอะไรก็ปรึกษาได้ทุกเมื่อนะคะ ฉันจะเป็เพื่อนของเธอเอง”
“อริส” เธอเรียกแ่เบา
“จ๋า?”
“ฉันจะมีวันจำตัวตนในอดีตได้ไหม?” ลัคนามองมือตัวเอง สาวผมขาวยิ้มเห็นใจ
“สองสามวันนะกว่าบุคลิกเดิมของแต่ละคนจะกลับมาแล้วเราจะหลุดออกไปจากที่นี่และจำอดีตได้รึเปล่าก็...ขึ้นอยู่กับกุญแจ”
อริสเงียบไป เมื่อลัคนาหันไปมองก็พบว่าเธอหลับปุ๋ย
เธอพยายามนึกเื่ก่อนหน้านี้ ภาพท้องฟ้าสีฟ้า ทุ่งหญ้าสีเขียว เมฆ บ้านเตียง ผ้าห่ม ทุกอย่างกำลังจางหาย ทดแทนด้วยท้องฟ้าสีออกม่วงและโดมสีชมพู
เธออยากจำได้ อยากรู้ว่าตัวเองเป็ใครและมาทำอะไรที่นี่
แต่ไม่มีคำตอบเลย