Reborn to Rule : ตำนานเอเย่นต์แห่งโลกฟุตบอล

    บทที่ 10 มนต์เสน่ห์แห่งมิลาน

    ปลายเดือนมีนาคมในอิตาลี อากาศเริ่มคลายความหนาวสั่นเปลี่ยนเป็๲สายลมอุ่นๆ ที่พัดผ่านทุ่งหญ้าทางตอนเหนือ อเล็กซ์ก้าวลงจากเครื่องบินที่สนามบินมาลเปนซา (Malpensa) กลิ่นอายของกาแฟเอสเพรสโซ่และแฟชั่นชั้นสูงลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เขามายืนรออยู่ตรงจุดนัดพบพลางมองหาชายตามคำบอกเล่าของผู้อำนวยการทีมทเวนเต้


    "อเล็กซ์ แวน เดอ เบิร์ก ใช่ไหม?" เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังดังขึ้น ชายวัย 60 กว่าในชุดสูทลินินสีครีมสวมหมวกปานามาเดินเข้ามาทักทาย เขาคือ 'จูเซปเป้' อดีตเอเย่นต์รุ่นเดอะที่มีคอนเนกชั่นกว้างขวางทั่วอิตาลี


    "ยินดีที่ได้พบครับจูเซปเป้ ขอบคุณที่สละเวลามาเป็๲ล่ามและนำทางให้ผม" อเล็กซ์ยื่นมือไปเชคแฮนด์อย่างสุภาพ


    "นายอยากไป มอนซ่า (Monza) งั้นเหรอ? เมืองเล็กๆ ที่มีสนามแข่งรถชื่อดังนั่นน่ะนะ" จูเซปเป้หัวเราะขณะนำอเล็กซ์ไปที่รถ Alfa Romeo คันเก๋า "แต่ตอนนี้ทีมมอนซ่ามีคิวไปเยือนทางตอนใต้ นายต้องรอวันมะรื่นพวกเขาถึงจะกลับมาซ้อมที่สโมสร ระหว่างนี้พักที่มิลานให้สบายใจก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะขับรถพาเข้าเมืองมิลานก่อน เส้นทางจากมาลเปนซาเข้ามิลานน่ะสวยที่สุดในเวลานี้แล้ว"


    รถเคลื่อนตัวไปตามทางหลวงที่ขนาบข้างด้วยสถาปัตยกรรมยุคเรอเนซองส์ผสมผสานกับตึกสมัยใหม่ อเล็กซ์มองออกไปนอกหน้าต่าง เมืองมิลานยามพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าถูกฉาบด้วยสีส้มทอง ผู้คนแต่งตัวเนี้ยบเดินขวักไขว่ตามท้องถนน แสงไฟจากร้านรวงเริ่มสว่างไสวสะท้อนกับกระจกหน้ารถ


    "ถึงแล้ว โรงแรมของคุณ... มีปัญหาอะไรติดต่อมาได้ตลอดนะพ่อหนุ่ม" จูเซปเป้ส่งนามบัตรให้ก่อนจะขับรถจากไป


    อเล็กซ์เช็คอินเข้าพักในโรงแรมหรูใจกลางเมือง หลังจากเก็บของเสร็จ เขาตัดสินใจเดินลงมาที่บาร์ด้านล่างเพื่อผ่อนคลายความล้า เขาก้าวลงมาที่บาร์ด้านล่างของโรงแรม เสียงเปียโนคลอเบาๆ ผสานกับเสียงแก้วคริสตัลกระทบกัน แสงไฟสีสลัวส่องกระทบใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่มุมบาร์ เธอมีดวงตาสีมรกตคมเข้มตามแบบฉบับสาวอิตาลีขนานแท้


    "ไวน์แดงที่นี่ดีที่สุดในยุโรปนะ คุณคนแปลกหน้า" เธอเอ่ยขึ้นด้วยสำเนียงอังกฤษปนอิตาลีที่เปี่ยมเสน่ห์ ขณะที่อเล็กซ์ขยับเข้าไปนั่งข้างๆ


    "ผมหวังว่ามันจะช่วยให้ผมลืมเ๱ื่๵๹งานที่หนักหนามาทั้งวันได้" อเล็กซ์ตอบพร้อมรอยยิ้ม พลางส่งสัญญาณให้บาร์เทนเดอร์ริน Amarone แดงก่ำลงในแก้ว "ผมอเล็กซ์"


    "คาริน่า" เธอกล่าวพร้อมยกแก้วขึ้นชนเบาๆ "คุณดูเหมือนคนที่มีความลับเยอะนะอเล็กซ์ มาทำอะไรที่มิลานล่ะ? แฟชั่นโชว์? หรือมาซื้อภาพเขียน?"


    "ผมมาตามหา 'เพชร' น่ะครับ" อเล็กซ์จิบไวน์ รสชาติฝาดปนหวานซึมลึกเข้าสู่ลำคอ "เพชรที่คนอิตาลีมองข้าม แต่มันกำลังจะไปส่องประกายที่ฮอลแลนด์"


    คาริน่าหัวเราะเบาๆ ดวงตาคมกริบของเธอมองเขาอย่างสำรวจ "ช่างเป็๲คำตอบที่น่าสนใจ... แต่คืนนี้ที่มิลานไม่ได้มีไว้เพื่อพูดเ๱ื่๵๹เพชรที่ไหนหรอกนะ แสงจันทร์ข้างนอกนั่นกับไวน์ในมือคุณต่างหากที่สำคัญ"


    บรรยากาศเริ่มขยับเข้าหากันตามความร้อนแรงของไวน์และบทสนทนาที่ถูกคอ อเล็กซ์๼ั๬๶ั๼ได้ถึงมนต์เสน่ห์ของมิลานผ่านปลายนิ้วและสายตาของหญิงสาวตรงหน้า ค่ำคืนนั้นยาวนานและเร่าร้อนเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด เป็๲การชาร์จพลังที่คุ้มค่าก่อนที่พายุแห่งการเจรจาจะเริ่มต้นขึ้น



    -----


    บ่ายวันต่อมา จูเซปเป้มารับอเล็กซ์ตามนัด เขาพาอเล็กซ์ไปชมสนาม ซาน ซีโร่ (San Siro) อันยิ่งใหญ่ ก่อนจะพาแวะไปดูสถานที่ทำงานเก่าของเขาที่ศูนย์ฝึกเยาวชนของ อินเตอร์ มิลาน


    "ที่นี่แหละที่ฉันเคยสร้างชื่อ" จูเซปเป้พูดด้วยความภาคภูมิใจพลางชี้ไปที่สนามซ้อมของเด็กทีมเยาวชน


    สายตาของอเล็กซ์กวาดไปรอบๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังครองบอลอยู่กลางสนาม เด็กคนนั้นมีรูปร่างค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน แต่การจ่ายบอลและวิสัยทัศน์ในเกมของเขานั้นโดดเด่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด เขาดูใจเย็นและควบคุมจังหวะเกมได้อย่างน่าทึ่ง


    "จูเซปเป้ เด็กเบอร์ 10 คนนั้นชื่ออะไร?" อเล็กซ์ถามด้วยความสนใจ


    จูเซปเป้เดินไปถามโค้ชเยาวชนข้างสนามอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินกลับมา "อ้อ เด็กนั่นเหรอ... เขาชื่อ มาริโอ เรเบคคี่ (Mario Rebecchi) พร๱๭๹๹๳์ใช้ได้เลยนะ"


    อเล็กซ์พยักหน้าเบาๆ พลางพึมพำกับตัวเอง "มาริโอ เรเบคคี่... นิว โรแบร์โต้ บาจโจ้ เด็กเทพผู้โชคร้าย"



    "น่าเสียดายพร๼๥๱๱๦์ แม้แต่เราก็ช่วยอะไรไม่ได้" อเล็กซ์หันไปหาจูเซปเป้ "ไปกันเถอะครับจูเซปเป้ พรุ่งนี้เรามีภารกิจสำคัญที่มอนซ่ารออยู่"


    รถ Alfa Romeo เคลื่อนตัวออกจากศูนย์ฝึกอินเตอร์ มิลาน ทิ้งไว้เพียงฝุ่นจางๆ และความมุ่งมั่นของอเล็กซ์ที่กำลังจะมุ่งหน้าสู่เมืองมอนซ่า เพื่อตามหาใครบางคนที่เขา 'รู้'

    ว่าจะเป็๞ซูเปอร์สตาร์ในวันข้างหน้า



    -----