ตอนที่27 แถลงข่าว
หลงปิงและคณะเดินทางไปถึงภัตตาคารในโรงแรมมิราเคิลเขาได้รับการทักทายและต้อนรับอย่างใส่ใจจากผู้จัดการทั่วไป นั่นคือ กู้ซีห่าว ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงสมาร์ตหน้าตาหล่อเหลาพอประมาณ
“ขอบคุณนะครับที่ท่านประธานให้เกียรติมาถึงที่นี่”
กู้ซีห่าวรีบกลับจากห้องประชุมในอาคารหลงกรูปแล้วมาเตรียมการต้อนรับเ้านายใหม่อย่างกระตือรือร้นเขาเป็รุ่นน้องมหาวิทยาลัยเดียวกับพ่อของประธานใหม่ด้วยความขยันและซื่อสัตย์อย่างเสมอต้นเสมอปลายจึงได้รับโอกาสให้มาทำหน้าที่เป็ผู้บริหารโรงแรมในเครือมิราเคิลั้แ่สมัยพ่อแม่หลงปิงยังมีชีวิตอยู่
“ด้วยความยินดีอากู้เตรียมห้องแถลงข่าวไว้แล้วใช่ไหมครับ”
หลงปิงถอดแว่นกันแดดออกชั่วคราวพลางตอบคำถามผู้จัดการเมื่อเหลือบเห็นว่าอีกฝ่ายรีบเข้ามาต้อนรับในห้องพิเศษขณะเขาและคณะเดินทางมายังห้องนี้ด้วยเส้นทางพิเศษหลังโรงแรมเนื่องจากมีรายงานกองทัพนักข่าวเดินทางมาถึงโรงแรมก่อนเวลาทั้งยังเดินพลุกพล่านอยู่ทั่วโรงแรมเพื่อหาโอกาสสัมภาษณ์คุณชายสามแห่งตระกูลหลง
คุณชายสามตรวจพบบุคคลผู้ซื่อสัตย์จากการสืบค้นเพิ่มเติมนอกเหนือจากการััด้วยตัวเองั้แ่เดินทางมาเยี่ยมชมสถานที่ทำงานของพ่อแม่เมื่อครั้งเป็เด็กจึงรับรู้ได้ว่ามีใครจริงใจหรือหลอกลวงตนเพื่อผลประโยชน์บ้าง โดยหนึ่งในผู้ซื่อสัตย์จริงใจมีกู้ซีห่าวรวมอยู่ในบัญชีรายชื่อนั้นด้วย
“เรียบร้อยแล้วครับรอให้ท่านประธานกินอาหารเที่ยงเสร็จก่อน แล้วค่อยไปห้องประชุมใหญ่ชั้นสามมีนักข่าวเข้าร่วมงานมากกว่าเชิญไปเสียอีก พวกเขาคงสนใจข่าวของตระกูลหลงทีเดียว”
กู้ซีห่าวตอบหลงปิงด้วยความประหลาดใจพลางพูดถึงการเปลี่ยนแปลงห้องแถลงข่าวใหม่เนื่องจากห้องเดิมเป็ห้องเล็กส่วนตัวสามารถจุคนได้เพียงหนึ่งร้อยคนขณะห้องใหม่เป็ห้องประชุมกว้างขวางสามารถจุคนได้มากถึงสามพันคน ทั้งยังกั้นแบ่งเป็ห้องย่อยได้มากถึงห้าห้องซึ่งเหมาะสมสำหรับการปรับเปลี่ยนฉุกเฉินในอนาคตได้ทันการณ์
“ก็ดี...ไว้ถึงเวลาแล้วผมจะไปครับ”
หลงปิงพยักหน้าเข้าใจเขาไม่เป็กังวลนักว่าจะใช้ห้องประชุมใดเพราะเตรียมการเื่การรักษาความปลอดภัยไว้เข้มงวดแล้วโดยมีการประสานงานกับเพื่อนผู้รู้ใจในหน่วยงานสำคัญอย่างทางกองทัพ
อนึ่งตระกูลหลงเป็พันธมิตรกับตระกูลหยางและตระกูลไป๋ขณะตระกูลหานเป็พันธมิตรกับตระกูลโจวและตระกูลอันดับสองบางตระกูลฉะนั้นคุณชายสามจึงไม่เลือกใช้บริการรักษาความปลอดภัยจากทางฝั่งตระกูลหานเพราะไม่มั่นใจในข้อมูลลับของตนเนื่องจากอาสะใภ้อาจเข้าแทรกแซงได้
กู้ซีห่าวปล่อยให้เ้านายรับประทานอาหารกลางวันกับคณะตามสะดวกส่วนตนออกไปจัดเตรียมห้องแถลงข่าวให้พร้อมเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายจนสร้างภาพลักษณ์ของประธานคนใหม่ไม่ดีต่อสาธารณชน
ไช่อิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าสามีจัดงานแถลงข่าวขึ้นโดยตรงไม่ใช่รอให้เกิดข่าวแล้วค่อยเผชิญหน้ากับบรรดานักข่าวเธอลอบพยักหน้าให้กับความฉลาดเฉลียวเท่าทันสถานการณ์ของเขาพลางเหลือบมองเขาด้วยสายตาแห่งความชื่นชมพอใจ กระนั้นยังอดถามเขาด้วยความสงสัยไม่ได้ว่า
“สามีคะเวลาแถลงข่าวจะฝากผ้าคลุมไหมพรมไว้กับฉันดีไหม มันดูขัดกับชุดสูทของคุณยังไงไม่รู้”
สะใภ้สามไม่้าให้ภาพลักษณ์สามีมีตำหนิได้ทั้งเห็นว่าผ้าคลุมไหมพรมสีแดงมีลักษณะเก่าเกินไปซึ่งไม่สมควรอยู่บนตักของเขาสักนิดพลางนึกสงสัยถึงที่มาของผ้าผืนนั้นเป็อย่างยิ่ง
“ไม่ต้อง!ทำเฉพาะงานของคุณก็พอ อย่ายุ่งเื่อื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง”
หลงปิงชะงักมือขณะหยิบผ้ากันเปื้อนมารองหน้าตักบนไหมพรมสีแดงเขารู้สึกโมโหภรรยาขึ้นมาเพราะเธอวุ่นวายกับสิ่งของสำคัญสำหรับตนมากที่สุดจึงรู้สึกไม่พอใจและระบายอารมณ์ใส่เธอทันที
“..........”
ไช่อิงอึ้งอย่างคาดไม่ถึงว่าสามีจะแสดงท่าทีไม่พอใจมากเกินไปพลางคิดว่าควรทบทวนความรู้สึกอันดีที่มีต่อเขาใหม่เธอไม่ควรใช้ความรักนำทางดังคนตาบอด ทั้งคิดว่าตนมีความเก่งกาจหลายอย่างโดยไม่จำเป็ต้องพึ่งสามี
สักพักหนึ่งหลงปิงรับรู้ได้ถึงความเสียใจของภรรยาพอเห็นเธอนั่งลงเก้าอี้ติดกันจึงพูดขอโทษขึ้นมาด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยพลางหยุดยั้งความรู้สึกอันดีที่มีต่อเธอเมื่อนึกถึงพันธะสัญญากับใครบางคนในอดีตขึ้นมาว่า
“ขอโทษ”
“ไม่เป็ไรค่ะ”
ไช่อิงประหลาดใจเมื่อได้ยินคำพูดขอโทษจากปากสามีเธอหรี่ตามองเขาอย่างพิจารณาก่อนพูดตอบในทันใด พลางแปลกใจเมื่อเห็นเขาพูดออกมาอย่างนั้นเพราะปกติเขาจะไม่กล่าวคำนี้ออกมาง่ายดายทว่าพฤติกรรมของเขาทำให้เธอขุ่นเคืองแล้วยังหนักใจในการทำหน้าที่เป็เลขานุการส่วนตัวให้กับเขาอีกด้วย
สะใภ้สามยังไม่้าแสดงทักษะเก่งกาจของตนออกไปเพราะ้าเก็บไว้เป็ไพ่ลับจนกว่าจะค้นพบความลับส่วนใหญ่ของตระกูลหลงให้ได้ก่อน เธออยากพิจารณาสถานการณ์ว่าควรจัดการชีวิตตนต่อไปอย่างไรจึงพูดทำความเข้าใจก่อนปล่อยให้สามีลงมือรับประทานอาหารว่า
“สามีคะ จะให้ฉันทำหน้าที่เลขาจริงๆ เหรอ ฉันไม่เก่งเลยนะ เื่แบบนี้มันมัดมือชกเกินไปฉันกลัวว่าจะทำงานให้คุณได้ไม่ดีพอ แล้วฉันจะถูกไล่ออกไหมเนี่ย ฉันจะไปหางานดี ๆเงินเดือนสูง ๆ แบบนี้ได้ที่ไหนกันล่ะ”
หลงปิงชะงักมือขณะกำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่มเขาเหลือบมองภรรยานั่งอยู่ด้านขวามือบนโต๊ะอาหารทรงกลมพลางตอบอย่างไม่กังวลใจเพราะเตรียมการแก้ไขปัญหาไว้ล่วงหน้าแล้วว่า
“ผมแค่โยนภาระให้คุณชั่วคราวเท่านั้นแหละอยากให้ทุกคนเห็นว่าคุณเป็คนสำคัญแล้วคุณก็ช่วยทำหน้าที่กันพวกผู้หญิงทั้งหลายให้ด้วย ส่วนงานเลขาจริง ๆผมเตรียมคนเข้ามาทำงานไว้แล้ว”
คุณชายสามยอมเสียเวลาอธิบายให้ภรรยาฟังพลางนึกสังหรณ์ใจว่าถ้าไม่สาธยายให้เธอฟังความจริง บางทีอาจเพลี่ยงพล้ำให้กับฝั่งอาได้เพราะตระหนักได้ว่าเธอถูกส่งตัวมาจากทางฝั่งอาล่าสุดเธอยังยื่นข้อเสนอตั้งครรภ์กับตนเป็เงินสูงถึงสิบล้านหยวนด้วย
อย่างไรก็ตามเขารู้สึกแปลกใจต่อท่าทีของเธอเป็อย่างยิ่งเพราะไม่มีความกระตือรือร้นเข้าหาตนเหมือนเช่นเคยทั้งที่ต่อรองเวลากับฝั่งอาไว้ได้สองเดือน แต่ยังมีท่าทางประหลาดชอบกลซึ่งเขาคิดจะหาคำตอบเกี่ยวกับเธอในภายหลัง
คราวหน้าฉันจะไม่มึนงงต่อหน้าเธออีกฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าเธอเป็ใคร แล้วเธอเข้าหาฉันด้วยวัตถุประสงค์อะไรกันแน่?!
หลงปิงคิดวางแผนไว้อย่างมั่นเหมาะเขายังคงเชื่อในสัญชาตญาณว่าภรรยาแตกต่างจากคนเดิมจนไม่เหมือนไช่อิงผู้มาจากครอบครัวไช่ยากจนแต่มีหลายอย่างคล้ายคนมาจากครอบครัวฐานะร่ำรวยซึ่งเขาเริ่มรู้สึกเช่นนี้เมื่อเธอฟื้นตัวขึ้นมาล่าสุด
ไช่อิงได้ยินคำตอบจากสามีเธอเข้าใจเจตนาเขาในบัดดลพลันพูดย้ำถึงหน้าที่ตนเองอีกครั้งด้วยความรู้สึกน้อยใจว่า
“อ้อ! ให้เป็กันชนสินะแสดงว่าคุณมีแฟนแล้วเหรอ บอกฉันได้ไหมว่าเป็ใคร”
สะใภ้สามหรี่ตามองสามีด้วยสายตาน้อยใจระคนคาดคั้นในทีเขาจงใจพูดให้เธอทำหน้าที่เป็กันชนย่อมแสดงว่าเขามีหญิงสาวอยู่ในใจซึ่งมีความสำคัญมากกว่าตนเองจึงอดเสียใจไม่ได้ซึ่งทำให้เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาทันที กระนั้นยังอยากรู้ว่าหญิงสาวผู้คว้าหัวใจของเขาไว้ได้จนทำให้เขาไม่ยินยอมชายตามองใครแม้แต่ตนด้วย
“กินข้าวเถอะ”
หลงปิงชะงักมือขณะกำลังใช้ตะเกียบคีบเป็ดปักกิ่งขึ้นมาชิมเขาหลุบเปลือกตามองเพียงชิ้นเป็ดในจานเปลแล้วคีบขึ้นมาโดยไม่คิดจะตอบคำถามเธออีกพลางรู้สึกใเล็กน้อยเพราะเธอสามารถคาดเดาความคิดและความรู้สึกตนเองได้แม่นยำเกินไป
เหลียงเกอกลับจากส่งทนายชราขึ้นรถเสร็จเรียบร้อยโดยมีคนของฝ่ายตนทำหน้าที่ขับรถไปส่งชายชราถึงบ้าน เขาเข้ามาทันได้ยินคำพูดของไช่อิงพอดีพลางเหลือบมองเพื่อนองครักษ์ซึ่งยืนยิ้มแห้งอยู่ด้านหลังเ้านายด้วยความอยากรู้
คุณชายสามจับความรู้สึกน้อยใจของภรรยาได้ชัดเจนเขาเกิดความรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาเป็ครั้งแรกั้แ่อยู่ร่วมกับเธอมาเป็เวลาสามเดือนโดยก่อนนั้นไม่เคยห่วงใยความรู้สึกเธอ ทว่าครั้งนี้กลับรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมาพลางเกิดคำถามในใจเช่นกันว่า
นี่ฉันเป็อะไร?!แค่เธอพูดเหมือนน้อยใจก็รู้สึกไม่สบายใจแล้วเหรอ ไม่ใช่หรอก ฉันคิดมากเกินไปเธอจะมาน้อยใจอะไรฉัน พวกเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันไว้ฉันจัดการเื่หลงกรูปและค้นหาคำตอบของพ่อแม่กับปู่ให้ได้ก่อนแล้วจะส่งเธอกลับคืนครอบครัวไช่ เธอเองก็ไม่ได้เสียหายอะไรสักหน่อยไม่ได้จดทะเบียนกับฉันด้วยซ้ำไป แค่มาทำงานใกล้ฉัน...ก็เท่านั้นเอง...
หลงปิงถอนหายใจยาวเมื่อเหลือบเห็นไช่อิงก้มหน้าใช้ตะเกียบคีบข้าวเข้าปากด้วยท่าทางซังกะตายโดยไม่แม้แต่จะคีบอาหารมารับประทานด้วยพลางรู้สึกผิดจึงใช้ตะเกียบคีบเอาเป็ดปักกิ่งให้เธอลองชิมบ้างเพราะมีรสชาติอร่อยถูกปาก
“..........”
ไช่อิงกำลังน้อยใจสามีอย่างถึงที่สุดเธอคีบรับประทานเฉพาะข้าวสวยด้วยความรู้สึกหลากหลายพลันััได้ว่ามีบางสิ่งวางอยู่บนถ้วยข้าวในมือแล้วเห็นว่าเป็ชิ้นเป็ดปักกิ่งหั่นเฉียงชิ้นหนึ่งวางโปะอยู่บนข้าวเธอรู้สึกคล้ายมีก้อนแข็งจุกลำคอทันทีจึงยิ้มน้อย ๆ ให้เขาอย่างเสียไม่ได้แล้วก้มหน้ารับประทานอาหารต่อโดยไม่สนใจสอบถามเขาอีก
จิวหลุนและเหลียงเกอเหลียวมองสบตากันผ่านแว่นกันแดดทั้งคู่เข้าใจสถานการณ์อันน่าอึดอัดใจของเ้านายกับภรรยาเป็อย่างดีทว่าไม่สามารถยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวในปัญหาส่วนตัวได้ทั้งคู่ต่างนึกเห็นใจไช่อิงเป็อย่างยิ่งเพราะเคยพูดคุยกันมาก่อนโดยต่างััได้ว่า่สองสามวันมานี้ภรรยาทำดีต่อเ้านายด้วยความรักอย่างจริงใจไม่ใช่การทำตามหน้าที่หรือคำสั่งจากทางฝั่งอาเหมือนเช่นเคย ทั้งนึกอยากให้เธอเป็ภรรยาของเ้านายจริงเพราะมีความเหมาะสมคู่ควรกันมาก
..........
หลงปิงและไช่อิงใช้เวลารับประทานอาหารกลางวันไม่นานนักขณะสององครักษ์แยกตัวไปรับประทานอีกโต๊ะหนึ่งอย่างรู้หน้าที่ซึ่งใช้เวลารับประทานอาหารเพียงไม่กี่นาทีเช่นกัน
ต่อจากนั้นคุณชายสามเข้าห้องสุขาทำธุระส่วนตัวและเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางไปยังห้องประชุมใหญ่เพื่อแถลงข่าวเขารับประทานอาหารกลางวันอยู่ในห้องพิเศษของภัตตาคารซันไชน์ซึ่งอยู่ชั้นบนของโรงแรมมิราเคิลส่วนห้องแถลงข่าวอยู่ชั้นสามของโรงแรมเดียวกัน
ไช่อิงแยกตัวเข้าห้องสุขาเตรียมตัวให้พร้อมเช่นกันเธอจ้องมองตนเองต่อหน้ากระจกอ่างล้างมือ พลางชี้นิ้วใส่กระจกแล้วพูดพึมพำให้กำลังใจตนเองอย่างเด็ดขาดว่า
“ไช่อิง! เธอจะเป็แค่ไม้กันหมาได้ยังไงชาตินี้ออกจะสวยและเก่ง กลัวอะไรแค่การหาผู้ชายหล่อรวยดี ๆ สักคน ตกหลุมรักแล้วไงก็แค่เดินเชิดหน้าออกมาแล้วหาใหม่ดีกว่า ตอนนี้เขาก็มีคนคอยช่วยอยู่แล้วนี่จะไปกังวลทำไมในเมื่อได้โอกาสเกิดใหม่แล้ว อย่าซ้ำรอยเดิมให้คนอิจฉาจนตัวตายอีกล่ะ คิดใหม่ทำใหม่ได้แล้ว!”
สะใภ้สามกำหมัดสองข้างให้กำลังใจตัวเองพลางระลึกถึงเหตุการณ์เสียชีวิตในอดีตชาติซึ่งล้วนเกิดจากความอิจฉาริษยาของคนใกล้ตัวทั้งตัวเองยังไว้ใจและมีน้ำใจต่อคนอื่น ทว่าสุดท้ายกลับต้องจบชีวิตลงเพราะมีน้ำใจเกินไป
เธอหยิบลิปสติกจากกระเป๋าถือใบเล็กขึ้นมาเติมริมฝีปากให้สวยงามชุ่มชื่นด้วยโทนสีชมพูม่วงเพิ่มความโดดเด่นให้ชุดสูทสีเข้มมากขึ้นพลางรู้สึกมั่นใจเมื่อเห็นว่าตนกลับมาสวยงามดังเดิมและพร้อมตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตใหม่
หญิงสาวไม่้าเสียเวลาทำหน้าที่เป็กันชนหรืออยากรู้เื่ราวของตระกูลหลงอีกเพราะไม่มีความสำคัญสำหรับตนแล้วั้แ่ััได้ว่าหัวใจของสามีไม่เคยมีพื้นที่สำหรับตน จึงไม่้าต่อสู้อย่างไร้ความหวังอีก
ถึงแม้อดีตเธอจะเชื่อมั่นในผลแห่งความเพียรโดยคิดว่าจะต้องมีสักวันค้นพบความจริงและหากพบว่าสามีเป็คนดีควรให้ความช่วยเหลือบางทีด้วยความดีของเธอเองอาจทำให้เขาเปลี่ยนใจหลงรักเธอได้ในสักวัน ซึ่งเธอคิดว่าทั้งหมดเป็เพียงการคิดเข้าข้างตัวเองอย่างไร้สาระเกินไป