ตอนที่ 13: นามที่ลอยอยู่เหนือธง
รถม้าส่งสารเคลื่อนตัวอย่างมั่นคงข้ามสะพานหินแห่งหลันชิง
ธงสีฟ้าขลิบขาวปักเหนือเกวียนหลังสุด—นั่นคือสัญญาณว่าผู้โดยสารภายในคือ “ทูตเฉพาะกิจ”
ในคันหน้าสุดคือเฟิงิ
ด้านหลังคือเหยียนหลีและซูเหวิน
รถม้าของพวกเขาเงียบ แต่วิวรอบข้างกลับไม่ใช่เงียบอีกต่อไป
ชาวบ้านริมถนนหยุดกิจกรรมชั่วครู่เมื่อขบวนผ่าน
บางคนเอ่ยชื่อเสียงแ่เบา
“นั่นใช่หรือไม่…เด็กที่ปกป้องหอฟ้าคราม…”
“ข้าได้ยินว่าตอนอยู่ป้อมเสวียนซาน เขานำทหารที่ไม่มีแม้แต่โล่ให้รอดจากทัพเหนือ…”
ชื่อของ เฟิงิ
ไม่ได้อยู่ในแถลงการณ์ทางการ
แต่มันลอยอยู่ในลม
และมันกำลังกลายเป็ “ชื่อ” ที่อยู่เหนือธง
—
เมื่อมาถึงหอฟ้าคราม
แม่ทัพซ่งเจี้ยนยืนรออยู่แล้ว
เฟิงิและพรรคพวกทำความเคารพทันที
“ข้าได้รับรายงานจากป้อมเสวียนซาน”
ซ่งเจี้ยนเอ่ยเสียงหนักแน่น
“และจากสายลับของโม่เฉินว่า…แคว้นเป่ยซวี่เริ่มส่งสาร ‘ขอความชัดเจนทางพรมแดน’ มาให้เราทันทีหลังพวกเ้าป้องกันเสร็จ”
เฟิงิไม่ได้พูด
เขายืนนิ่ง รอคำตัดสิน
โม่เฉินเดินเข้ามาเงียบ ๆ ก่อนจะวางม้วนหนังสือเล่มหนึ่งลงตรงหน้า
“นี่คือคำสั่งตั้งหน่วย ‘ขอบฟ้าคราม’ ”
“หน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจที่จะทำงานทั้งด้านข่าวกรอง ปราบปราม และการประสานงานชายแดน”
ซูเหวินและเหยียนหลีเงียบกริบ
ขณะที่ซ่งเจี้ยนกล่าวต่อ
“และเ้าคือผู้บัญชาการหน่วยคนแรก—เฟิงิ”
ห้องเงียบสนิท
แม้เขาจะได้รับตำแหน่งมาแล้วหลายครั้ง
แต่คราวนี้ต่างออกไป…
เพราะนี่ไม่ใช่ตำแหน่งในสนาม
แต่มันคือ บทบาทในระบบ ที่จะเริ่มทำให้ “ชื่อของเขา” กลายเป็ “อำนาจจริง”
—
คืนนั้น
เฟิงิเดินผ่านสนามฝึกของค่ายหลวง
เขาหยุดมองเด็กฝึกคนหนึ่งที่กำลังฟันดาบอย่างผิดจังหวะ
ก่อนเดินเข้าไปจับด้ามดาบ และจัดท่าทางให้ใหม่
“ข้อมือเ้าควรยืดไปทางนี้”
“น้ำหนักอยู่ตรงส้นเท้า ไม่ใช่ปลายดาบ”
เด็กชายมองเขางง ๆ
“ท่าน…เป็ใครหรือ?”
เฟิงินิ่งไป
ก่อนจะยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบ
“ไม่มีอะไรสำคัญ…แค่ข้าเคยฝึกตรงนั้นมาก่อนเหมือนเ้า”
—
วันถัดมา
ธงสีน้ำเงินปักด้วยลายเมฆ ถูกแขวนไว้เหนือห้องบัญชาการของหน่วยใหม่
นั่นคือธงของหน่วย “ขอบฟ้าคราม” (Lanqing Skyridge)
และชายผู้ยืนเบื้องหน้า…คือคนที่ไม่มีแคว้นใดั้แ่แรก
แต่กลับได้สร้างเส้นทางของตัวเองขึ้นมาทีละก้าว
ชื่อของเขา—เฟิงิ
เริ่มกลายเป็ชื่อที่ไม่มีใครกล้าเพียงแค่ “ได้ยินผ่านหู” แล้วลืมอีกต่อไป