รดีซ่านทรวง

    ตอนที่ 15 ทำบาปเพื่อความปลอดภัย

    เมื่อกลับมาถึงบ้าน หัวหน้าคนงานและคนงานบางคนยังอยู่ นกน้อยถามชายหนุ่มด้วยความเกรงใจ ก่อนที่จะขี่มอเตอร์ไซค์กลับไปยังบ้าน“เสาร์นี้ฉันพานังฝันมาทำงานด้วยนะ”ปัณณวัตรพยักหน้า แต่คนที่มีสีหน้าไม่ดีก็คืออนงค์นาง เพราะเด็กสาววัยรุ่นคนนั้นชอบเขา เขารู้อยู่แล้ว แต่จะรู้ไหมว่าแรงรักของผู้หญิงคนหนึ่งสามารถผลักดันให้กล้าลงมือทำในสิ่งที่ไม่ควร เหมือนน้องสาวของเธอ ทั้งที่เป็นพี่น้องกันแท้ๆ แต่ก็ยังกล้าที่จะลงมือทำหญิงสาวหลบขึ้นเรือนไปก่อน หิ้วของบางส่วนที่เบาหน่อยติดมือไปด้วยหลายถุง พอเก็บของสดในตู้เย็นเสร็จ ก็หันไปคว้าผงซักฟอกกับน้ำยาปรับผ้านุ่ม เนื่องจากวันนี้ท้องฟ้าไร้เมฆฝน แดดออกถึงเย็นแน่ จึงรีบหิ้วผ้าปูที่นอนและเสื้อผ้าที่ต้องการซักลงไปที่ลานซักล้างหลังบ้าน มือบางคว้ากะละมังที่คว่ำอยู่มาพลิก ปล่อยน้ำออกจากก๊อก แต่ก่อนที่จะลงมือใช้แปรงขัดผ้า สามีของเธอเดินเข้ามาหาเสียก่อน และดันร่างของเธอให้ลุกขึ้นยืน“มา...ช่วยซัก!”“ไม่ต้องหรอกค่ะ”“ถอยไป”เธอจำต้องลุกเมื่อเขาออกแรงผลักมากขึ้นกว่าเดิม พอเห็นหน้าคร้ามหนวดของเขา ใจพานนึกถึงเหมือนฝันขึ้นมา เพราะความคิดของเด็กสาวคนนั้นกวนใจเธอ เธอรู้สึกหงุดหงิดใจชอบกล“เอากะละมังอีกใบมารองน้ำสิ”เธอทำตามคำสั่งของเขา ขณะรองน้ำใส่กะละมังอีกใบ เขาก็เริ่มใช้แปรงขัดผ้า แรงผู้ชายเยอะกว่าแรงผู้หญิงอยู่แล้ว เสียงขัดผ้าแคว่กๆ ดังขึ้น แต่อะไรก็ไม่ดึงดูดใจเธอเท่ากับผู้ชายตัวใหญ่หน้าโหดอย่างกับโจรกำลังซักผ้า ทว่าสาวชาวกรุงไม่ได้บอบบางถึงขนาดนั้น งานแค่นี้เธอทำได้“ให้ฉันซักเองเถอะค่ะ นี่คือหน้าที่ของฉัน”เขาเงยหน้าพร้อมๆ กับที่หยุดซักผ้า ดวงตาคู่คมกริบจ้องเธอเขม็ง แต่เธอไม่รู้สึกกลัว แรงฮึดที่จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีมาจากไหนก็ไม่รู้“ฉันทำได้ค่ะ คุณคิดว่าฉันทำไม่ได้หรือคะ”“คุณอีกแล้ว!”“ยังติดปากอยู่ค่ะ”“พูดใหม่สิ”“คะ?”“พูดใหม่!”เธอยืนนิ่ง เหมือนสมองทำงานช้าลง และเขาก็ใช้แปรงขัดรอยเปรอะเปื้อนที่อยู่บนผ้าปูที่นอน ถึงกับทำให้แก้มนวลแดงปลั่ง“พี่เขมคิดว่านางทำไม่ได้หรือคะ”“เห็นไหม เวลาเรียกพี่เขมก็จะแทนตัวเองว่านาง ไม่ใช่คุณกับฉัน”จริงด้วย ทำไมถึงเป็นแบบนั้น พอลองทวนประโยคเมื่อครู่อยู่ในใจ แต่จากคำว่านางเป็นฉัน พี่เขมคิดว่าฉันทำไม่ได้หรือคะ เธอไม่รู้ตัวเลยว่าใช้คำสนิทสนมออกไป“ปูผ้าปูที่นอนใหม่แล้วนะ”“ปูแล้วหรือคะ ซักผ้าเสร็จแล้ว นางว่าจะทำอยู่”“ปูแล้ว มาช่วยซักผ้า จะได้เสร็จเร็วๆ”เธอเห็นเขาโยนผ้าปูที่นอนที่ถูกบิดไล่น้ำผสมผงซักฟอกออกแล้วใส่กะละมังอีกใบ ร่างบางจึงนั่งลง เพื่อช่วยเขาล้างน้ำเปล่า ครั้นเห็นมือใหญ่เอื้อมออกไปจะหยิบเสื้อผ้าของเธอเท่านั้น เสียงใสดังขึ้นทันที“ไม่ต้องหรอกค่ะ!”“ทำไม...จะซักให้”“ไม่ต้องหรอกค่ะ”“งั้นเปลี่ยนที่กัน”ร่างสูงกำยำย้ายมายังกะละมังน้ำเปล่า ส่วนเธอก็ย้ายไปยังกะละมังที่ผสมผงซักฟอก พอเห็นเขาจะตากผ้าปูที่นอนขึ้นไปบนราวเท่านั้น เธอร้องห้ามทันที“เดี๋ยวก่อนค่ะ แช่น้ำยาปรับผ้านุ่มก่อนสิคะ”เขาหันมามองหน้า ตาสบตาอยู่ชั่วครู่ แล้วก็หย่อนผ้าปูที่นอนที่อยู่ในมือใส่ตะกร้าผ้าเปล่า“ลงสวน”สิ้นเสียงห้าว เขาเดินออกไป ปล่อยให้คนเป็นเมียมองตามหลังตาปริบๆ แต่ใจกลับเบาขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เพราะการที่เขามาช่วยซักผ้าในครั้งนี้ เสมือนปัดเศษฝุ่นเล็กๆ ที่อยู่ในใจของเธอออกไป แต่แล้วหนึ่งชั่วโมงต่อมา ร่างสูงกำยำบึกบึนก็เดินกลับมาหาเธออีก“จะตากหรือยัง”“ยังค่ะ”“ต้องแช่ในน้ำยาปรับผ้านุ่มนี่นานเท่าไหร่”“สักพักค่ะ จะเที่ยงแล้ว หิวข้าวแล้วหรือยังคะ”“กินข้าวเสร็จแล้วมาบิดตากใช่ไหม”“ค่ะ”ขณะเดินตามหลังเขาไป จิตใจของอนงค์นางอุ่นซ่านอย่างบอกไม่ถูก จนใบหน้ามีรอยยิ้มน้อยๆ พอก้าวขึ้นเรือน เธอก็เดินตามหลังเข้าไปในครัว มองมือใหญ่หยิบหม้อหุงข้าวมาล้าง เพื่อหุงข้าวใหม่“น้ำพริกกะปิไหมคะ”“ดี”“ทอดปลาทูนะคะ”“ดี”“แล้วอยากได้ต้มจืดอะไรคะ”“อะไรก็ได้”เขาตอบคำถามเหมือนไม่อยากคุย ทว่าภายในน้ำเสียงแฝงความจริงใจ คนฟังอย่างเธอสัมผัสได้จนลอบยิ้ม เพราะไม่เหมือนอีกคนที่ใช้คำหวาน สุดท้ายก็ทำให้หัวใจของเธอแตกสลายไม่มีชิ้นดีเขาลงมือทอดปลาทูที่ซื้อมาจากตลาด ส่วนเธอตำน้ำพริกอยู่ข้างๆ ที่พื้น แล้วก็ช่วยกันยกสำรับอาหารออกไปตั้งข้างนอก และหลังจากที่อิ่มกันแล้ว เขาและเธอก็ช่วยกันตากผ้าอยู่ที่หลังบ้าน ขณะสองมือใหญ่บิดผ้าแล้วสะบัดตาก ร่างบางสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ และถอยหลังไปหาเขาด้วยความรวดเร็ว“งู!”ปัณณวัตรพาเธอถอยหลัง เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เมีย และลูกจ้างที่ทำงานให้ เขาไม่รู้ว่าเจ้างูตัวนี้จะเลื้อยไปที่ไหน เพราะสวนของเขากว้างถึงสามสิบกว่าไร่ จึงตัดสินใจทำบาปด้วยการฆ่า และจัดการฝังลงดินให้เรียบร้อยอนงค์นางหวาดเสียวไปกับการกระทำของเขา งูที่มีพิษ กัดคนเข้าไปที คนๆ นั้นอาจจะตายได้ เธอยังผวาจนไม่กล้าขยับเท้าไปไหน“ที่นี่มีงูด้วยหรือคะ”“มีสิ”“แล้วเจอบ่อยไหม”“ไม่บ่อยหรอก”“มิน่า...ถึงซื้อรองเท้าบูตให้นางใส่”“ซื้อให้ใส่ลงสวน ไม่ใช่ใส่กันงู”“อ้าว...”“แต่คิดแบบนั้นก็ได้นะ ถ้าทำให้เมียฉันหายกลัว”จะเรียกว่าเธอขวัญอ่อนก็ได้ เพราะกลัวตายอยู่ จึงกวาดสายตามองไปทั่ว เพราะที่นี่รกไปด้วยพืชผักนานาชนิดของเขา เขียวชอุ่มซะขนาดนี้ ย่อมเป็นแหล่งซ่องสุมของงูตกเย็น เธอคิดว่าผ้าน่าจะแห้งแล้ว แต่ไม่กล้าลงไปเก็บคนเดียว พอเห็นสามีที่หายเข้าไปในสวนอีกครั้งกำลังเดินกลับมา จึงตะโกนเรียกก่อนที่จะสวมรองเท้าบูตยางสีเขียวที่เขาซื้อให้เมื่อเช้า ซึ่งเขาก็สวมรองเท้าบูตยางสีเดียวกัน“เก็บผ้ากันค่ะ”“ก็ไปเก็บสิ”“ไปเก็บกับนางหน่อย”เขามองเธอด้วยแววตาที่นิ่งจนเกือบเป็นดุ แต่คำตอบที่ให้ ทำให้เธอเบาใจ“ไปสิ”ร่างบางเดินตามหลังต้อยๆ หลังจากเก็บผ้าใส่ตะกร้าจนหมด ก็รีบหยิบตะกร้าขึ้นแล้วเดินนำออกไปก่อน คนเดินตามหลังมองด้วยแววตาอ่อนโยน ลับหลังเธอ...เขาหัวเราะ เพราะนึกเอ็นดูขึ้นมา เมื่อถึงเวลาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอไม่กล้าใส่ชุดนอนที่เขาซื้อให้ กลับสวมกางเกงขายาวผ้านิ่มกับเสื้อยืดคอกลมแทน ส่วนเขาก็แต่งตัวเหมือนเดิม...คือเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงนอนขายาวคืนนี้...เขาจะทำอะไรเธอไหม