“อัก!? บ้าน่าเป็ไปไม่ได้!”
การพลางตัวโดยอาติแฟกต์ค่อยๆคลายออก จนมองเห็นร่างหัวหน้าโจรที่กำลังนั่งก้นจ้ำเบ้าพลางเอามือจับหน้าตัวเองอยู่
“แกมองเห็นได้ยังไง!”
เมื่อกี้รู้สึกอารมณ์เดือดนิดหน่อยก็เลยเผลอใช้สกิล ‘ดวงตาแห่งแสงขั้นต้น’ ปรากฎว่ามองเห็นร่างมันได้ชัดเจน ถึงจะโชคดีที่ผลลัพธ์ออกมาดีแต่
สกิลนี้มันมีประโยชน์รอบด้านเกินไปไหมเนี่ย
มีทั้งดูสเตตัสของฝ่ายตรงข้ามได้ คาดเดาเวทมนตร์ที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังจะใช้แล้วก็มองเห็นการหายตัวได้อีก
รู้สึกว่าสกิลนี้ยังมีสิ่งที่เราไม่รู้อีกเพียบเลยแฮะ
“ไม่รู้สินะ”
“ไม่ยอมบอกสินะ...แต่ก็ช่างมันเถอะยังไงผลลัพธ์ของการต่อสู้นี้มันก็ไม่เปลี่ยนไปหรอก”
พูดเสร็จก็ลุกขึ้นยืนได้อย่างไม่มีปัญหา ว่าแล้วเชียวถึงจะได้รับดาเมทจากการโจมตีทางกายภาพแต่ก็น้อยมาก เพราะได้รับการป้องกันจากอาติแฟกต์นั้น
ยังไงก็ต้องโจมตีโดยใช้เวทเท่านั้นสินะ
“จะเปลี่ยนหรือไม่ มีแต่ต้องลองเท่านั้นถึงจะรู้”
“ปากดีนัก นั้นก็เข้ามา!”
พูดเสร็จก็พุ่งเข้ามาโจมตีใส่ผมไม่ยั้ง เฮ้ยๆ เมื่อกี้เป็ฝ่ายให้บอกให้เราเข้าไปหาเองไม่ใช่หรอ แต่นี้กลับพุ่งเข้ามาหาเองซะเนี่ยนะคำพูดกลับการกระทำสวนทางไปไหมเนี่ย!
เหมือนฝ่ายนั้นจะมีสมองที่ฉลาดไม่เบา คงจะรู้แล้วว่าผมรู้จุดอ่อนของอาติแฟกต์การป้องกันนั้นแล้ว จึงเข้ามาประชิดเพื่อไม่ให้ผมสามารถร่ายเวทได้สินะ
เป็การกระทำที่ถูกต้องแล้ว แต่โชคร้ายหน่อยนะ—คู่ต่อสู้ดันเป็ผมเนี่ยสิ เวทมนตร์ขั้นกลาง ‘Gravity’ (เวทแรงโน้มถ่วง)
“อึก?!”
ผมใช้เวทแรงโน้มโดยไม่ต้องร่ายเวทออกมาทางคำพูดแค่คิดเอาไว้ในหัว เวทก็สามารถใช้ได้แล้ว ทำให้แรงโน้มถ่วงกดหัวหน้าโจรลงกับพื้นอย่าง
แรงจนพื้นดินเกิดรอยร้าว
หัวหน้าโจรจึงไม่สามารถขยับตัวได้ แต่ก็เหมือนจะยังไม่หมดสติดูจากการที่ยังมีการส่งเสียงร้องออกมาอยู่
ั้แ่แรกแล้วก็คิดไว้แล้วว่าจะจับเป็พวกโจรกลับไปให้คนในหมู่บ้านตัดสินโทษเอาเอง
แล้วก็ยังต้องสอบปากคำจากพวกนี้อีก เพราะดูแล้วการลักพาตัวเอลฟ์ส่วนใหญ่ที่ผ่านมานี้น่าจะเป็พวกนี้นี้แหละ อย่างแรกต้องทำให้สลบแล้วพากลับหมู่บ้าน
ในจังหวะที่กำลังจะเพิ่มแรงโน้มถ่วงเพื่อจะทำให้สลบ กลับรู้สึกอันตรายจากสกิล ‘สัญชาตญาณเฉียบคม’ จนทำให้ผมะโถอยออกมา
แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หัวหน้าโจรยังถูกกดโดยเวทแรงโน้มถ่วงอยู่กับพื้นเหมือนเดิม
(อะไรกันเมื่อกี้....ััได้ถึงอันตราย แถมมีมากกว่าที่สู้กันก่อนหน้านี้ลิบลับ)
“หึหึหึหึหึ”
จู่ๆก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นเป็เสียงทำให้รู้สึกสยองแปลกๆ พร้อมกับปรากฎเงาสีดำที่ค่อยๆออกมาจากร่างของหัวหน้าโจร แล้วกลายมาเป็ร่างเงารูป
ร่างคล้ายมนุษย์สีดำ
“ดูเหมือนรอบนี้จะได้เหยื่อที่ดีมาเลยนี้”
“ทะ..ท่านแซค ดะ..ได้...ปะ..โปรดช่วยข้าด้วย”
เนื่องจากโดนกดด้วยเวทแรงโน้มถ่วงอยู่จึงพูดออกมาได้ติดๆขัดๆ ว่าแต่ชื่อแซค? เป็ปีศาจงั้นหรอ
“ได้สิ”
หลังสิ้นคำพูดเงาสีดำก็สะบัดมือหนึ่งที แล้วเวทแรงโน้มถ่วงก็ถูกทำลายลงอย่าง่ายดาย
(อะไรกัน?! ทำลายเวทมนตร์ขั้นกลางได้สบายเลย)
“อะ..โอ้ ขอบคุณครับท่านแซค”
“ข้าช่วยตามที่ขอแล้วนะ นั้นก็—ตายได้แล้ว”
“เอ๊ะ?”
พริบตาต่อมาร่างของหัวหน้าโจรก็ถูกเงาสีดำนั้นแทงทะลุหน้าอกอย่างรวดเร็ว แล้วก็ดูดกลืนทั้งร่างเข้าไปในเงานั้น ไม่ใช่แค่หัวหน้าโจร เงานั้นพยายามดูดกลืนร่างของพวกโจรที่สลบอยู่ทั้งหมดรวมถึงเด็กที่ถูกลักพาตัวมาด้วย
ผมจึงใช้สกิล ‘เทเลพอร์ต’ เข้าไปช่วยเด็กออกมาจากรถม้าก่อนที่เงานั้นจะถึงตัว โดยสภาพของเด็กนั้นมีสติอยู่ ถูกมัดมือมัดเท้าด้วยเชือกแล้วมีผ้าปิดปากอยู่
ถึงจะร้องไห้อยู่แต่โดยรวมแล้วปลอดภัยดีไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกายตรงไหน ั้แ่ตอนแรกผมก็ใช้ ‘เวทตรวจหาขั้นสูง’ ตรวจเช็คความปลอดภัยของเด็กก่อนแล้ว
เพราะถ้าเด็กเป็อะไรขึ้นมาจริงๆ ผมคงไม่คิดจะจับเป็พวกโจรนั้นอยู่แล้ว
“รสชาติห่วยชะมัด ว่าแต่จะพาเด็กนั้นไปไหน นั้นนะมันเป็เหยื่อที่มีรสชาติอร่อยเลยนะ”
หลังจากดูดกลืนทุกคนเข้าไปในเงาทั้งหมดแล้ว ก็กลับมาพูดกับผมอีกครั้ง
“โทดทีนะ เด็กคนนี้ไม่ใช่เหยื่อของใครทั้งนั้น”
“หึ ทั้งเด็กทั้งแก ทั้งหมดเป็เหยื่อของฉัน!!”
พอสิ้นเสียง ก็ใช้เงานั้นพุ่งออกมามาด้วยความเร็วสูงหวังที่จะแทงทะลุร่างของผมและเด็กไปพร้อมกัน เป็ความเร็วที่พอๆกับคุณทาเนียตอนที่ใช้ ‘เวทเสริมพลัง’ เลยทีเดียว
แต่ผมก็มองเห็นการเคลื่อนไหวได้ชัดเจนจึงหลบได้ไม่ยากเย็นเท่าไหร่ แต่ที่แย่หน่อยคือตอนนี้ผมต้องสู้และหลบไปพร้อมกับอุ้มเด็กคนนี้ไปด้วย
“นี้แกคิดจริงๆหรือว่า จะสู้กับฉันโดยที่ยังอุ้มเด็กนั้นไว้ด้วยหนะ เป็แค่มนุษย์หยามกันนักนะ!!”
ทีนี้ไม่ใช้แค่เส้นเดียว แต่มีเงาหลายเส้นพุ่งมาที่ผมพร้อมกัน
“แย่ละ! ‘บาเรียเวท’ ”
ตู้ม!! การปะทะกันทำให้เกิดการะเิเสียงดังขึ้น ผมกาง ‘บาเรียเวท’ ป้องกันได้ทันเวลาจึงไม่ได้รับาเ็อะไร
“ป้องกันไว้ได้โดยไร้าแ?!”
เมื่อกี้นี้อันตรายเลยแฮะ เป็การโจมตีที่แรงทีเดียวแถมรู้สึกว่าเ้าเงานั้นยังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดด้วย ขืนสู้ยืดเยื้อไปมากกว่านี้เด็กก็จะอยู่ในอันตรายไปด้วย
พอลองก้มลงไปมองเด็กดูปรากฏว่าหยุดร้องแล้ว แต่ยังมีน้ำตาคลออยู่ ผมจึงถอดเชือกที่มัดมือมัดเท้าและผ้าที่มัดปากไว้ออก
เหมือนเด็กคนนี้จะไม่กลัวผมที่เป็มนุษย์ อาจจะเพราะเคยเห็นผมตอนที่อยู่ในหมู่บ้านก็ได้ละมั้ง
“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะปกป้องเธอให้ได้อย่างแน่นอน”
เด็กได้ยินดังนั้นก็ไม่พูดอะไรกลับมา แต่พงกหัวเหมือนเป็การตอบรับแถมยังกอดผมไว้แน่นอีก อาจจะยังใกับเหตุการณ์นี้อยู่ก็ได้ละมั้ง
“แกเป็ใครกันแน่ ป้องกันการโจมตีจากข้าได้โดยไร้าแ แถมยังใช้สกิล ‘เทเลพอร์ต’ได้อีก”
“รู้สึกเหมือนว่าจะโดนถามคำถามนี้หลายรอบมากเลยแฮะ บอกว่าคนธรรมดายังไงละ”
“หืม ในเมื่อไม่ยอมบอก ฉันจะให้แกคลายตัวจริงออกมาเอง เวทมนตร์ขั้นกลาง ‘Dark Spear’ (หอกแห่งความมืด) ”
หอกแห่งความมืดหนึ่งเล่ม ปรากฏขึ้นเหนือหัวของเงานั้น หลังจากนั้นก็พุ่งโจมตีเข้ามาหาผมด้วยความเร็วที่มากกว่าตอนแรกถึง 2 เท่า
(เร็ว?!)
“ ‘บาเรียเวท’ ! ”
หอกแห่งความมืดเข้าปะทะกับบาเรียเวทของผมอย่างรุนแรง โดยหอกนั้นทำหน้าที่เป็เหมือนสว่านที่ทำการเจาะบาเรียของผม ถึงจะกันไว้ได้ก็จริงแต่บาเรียนั้นก็เกิดรอยร้าวขึ้นเลยทีเดียว
รับรู้ได้เลยว่าเป็เวทที่ทรงพลังมาก นี้ขนาดเป็แค่เวทมนตร์ขั้นกลาง ที่ทำได้ถึงขนาดนี้แปลว่ามีปริมาณพลังเวทมากและการควบคุมพลังเวทของผู้ใช้อยู่ในระดับสูงสินะ
สมมุติว่าผู้ใช้ ใช้เวทที่เป็เวทมนตร์ขั้นกลางเหมือนกันเวทเดียวกัน แต่ก็ไม่แน่เสมอไปว่าอนุภาพของเวทมนตร์จะเท่ากัน
มันจะขึ้นอยู่กับปริมาณพลังเวทว่าของใครมากกว่าและการควบคุมพลังเวทของใครดีกว่าด้วย เป็สิ่งที่หนังสือนั้นเขียนบอกไว้
“ไม่คิดมาก่อนเลยว่าขนาด ‘Dark Spear’ ยังทำได้แค่เกิดรอยร้าว สงสัยต้องเพิ่มปริมาณเข้าไปอีก”
จากนั้นก็ใช้เวทหอกแห่งความมืดอีกครั้ง แต่รอบนี้มีถึง 4 อันเลยทีเดียว ดูเหมือนจะแค่ป้องกันอย่างเดียวก็ไม่ได้แล้วสินะ
“เวทมนตร์ขั้นกลาง ‘Fire Spear’ (หอกเพลิง)”
ผมจึงใช้เวทหอกเพลิงโจมตีกลับไป
“คิดว่าแค่หอกเพลิงอันเดียวจะทำอะไรได้อย่างงั้นหรอ!”
เมื่อหอกเพลิงกับหอกแห่งความมืดเข้าปะทะกัน แซคคงคิดว่าหอกความมืดมี 4 อันคงไม่แพ้ให้กับหอกเพลิงอันเดียว แต่ปรากฎว่าเวทของผม
ทำลายเวทของเขาอย่างง่ายดาย
ไม่ใช้แค่หักล้างกัน แต่เวทของผมยังพุ่งเข้าไปโจมตีอีก
“อะไรกัน?!”
ตู้ม!! เวทของผมโจมตีโดนตัวแซคเข้าเต็มๆ เพราะประมาทคงไม่คิดว่าเวทของผมคงจะชนะ เลยไม่ได้เตรียมตัวป้องกัน
โดนเข้าไปเต็มๆขนาดนั้นคงจะสร้างความเสียหายได้มากอยู่
แต่ว่า—
“ยังจัดการไม่ได้สินะ...”
เมื่อควันที่เกิดจากการปะทะของเวทมนตร์ผมเมื่อกี้เบาบางลง จนมองเห็นสิ่งที่น่าใ
ร่างเงาสีดำในตอนนั้นได้เปลี่ยนเป็ร่างปีศาจร่างใหญ่ั์ขนาดประมาณ 3 เมตร มีปีกสีดำ 2 ข้างอยู่ที่ด้านหลัง หน้าคล้ายกับการ์กอยล์ ผิวสีดำคล้ำๆ ดวงตาสีแดงมีเขาอยู่ที่หัวสองข้าง
เมื่อเด็กที่อยู่ในอ้อมแขนผมเห็นร่างนั้นก็เกิดอาการกลัวตัวสั่นขึ้นมาทันที
“ต้องหนี! พี่ชายรีบหนีเร็ว! นั้นมันปีศาจ!!”
เด็กที่เงียบมาตลอดในอ้อมแขนผม กลับมาร้องไห้อีกครั้งและพยายามเขย่าตัวผมเพื่อที่จะให้ผมหนีไป แสดงว่าเ้าปีศาจนั้นอันตรายมากถึงขั้นนั้นเลย เด็กถึงแสดงอาการกลัวขนาดนี้
“เป็แค่มนุษย์ แต่กลับทำให้ข้าที่เป็ปีศาจระดับกลางเอาจริงได้ ไปภูมิใจในโลกหน้าซะเถอะเ้ามนุษย์”
“ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าแกจะเป็ปีศาจระดับสูงหรือจะเป็อะไร แต่แก—”
ผม ‘เทเลพอร์ต’เข้าไปหน้าปีศาจก่อนที่จะพูดเสร็จ แล้วใช้ขาเตะเข้าไปเต็มแรงที่หน้าอันใหญ่ั์ของมัน จนทำให้ร่างขนาดใหญ่ั์ของมัน
กระเด็นไปไถลกลิ้งกับพื้น
“จะมาทำให้เด็กกลัวไม่ได้เฟ้ย!!”