ั์ตาคมกล้าฉายแววประสงค์ร้ายทันทีเมื่อเจอสนามอารมณ์เข้าโดยบังเอิญ หลังจากอ๋องหนุ่มแน่ใจแล้วว่าคำพูดของเฟิงเหอเป็จริงหลังจากใกล้ชิดกับคุณหนูเล็กของจวนตระกูลหลิวเมื่อล่วงเข้าสู่ยามเฉินก็ยังไม่เปลี่ยนเป็ร่างสุนัข
“ดูเหมือนว่า์คงอยากให้ข้าเล่นงานเ้าก่อนบิดาของเ้านะหลิวซิ่วอิง”
“ทำเช่นนั้นจะดีเหรอพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง” เฉินอี้เหมือนจะไม่เห็นด้วยกับความคิดของผู้เป็นาย
“จะดีหรือไม่ดี ข้าไม่ได้ขอความคิดเห็นจากเ้านะเฉินอี้” น้ำเสียงนั้นมีความไม่พอใจอยู่หลายส่วน
“ข้ากลัวว่าท่านอ๋องจะถูกพูดถึงในทางที่ไม่ดีต่างหากพ่ะย่ะค่ะ”
“ไยข้าต้องสนใจคำพูดของคนพวกนั้นด้วย” ทั้งยังตวัดสายตาดุเข้าใส่คนสนิท “เงียบปากของเ้าซะ แล้วรอเข้าไปช่วยเหลือข้าหากมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น”
เฉินอี้จะทำอะไรได้นอกจาก “พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”
เมื่อร่างสูงเอ่ยย้ำกับองครักษ์ข้างกายเสร็จก็ขยับฝีเท้าเข้าไปในร้านผ้าซึ่งเป็ร้านเดียวกันกับที่หลิวซิ่วอิงเพิ่งก้าวเท้าไปเข้าเลือกผ้าได้ไม่นาน
“บ่าวคิดว่าผ้าสีนี้ช่างเหมาะกับคุณหนูยิ่งนักเ้าค่ะ” ทั้งยังเดินเอาไปให้นายสาวได้ดู “ลวดลายของผ้าก็งดงามอีกด้วย”
“งดงามอย่างที่เ้าพูดจริงๆ เจียวจู” หลิวซิ่วอิงก็ถูกใจกับม้วนผ้าสีชมพูที่สาวใช้คนสนิทเลือกมาให้
“สีชมพูอ่อนลายดอกโบตั๋นแซมด้วยสีเขียวจะขับให้คุณหนูดูสดใสยิ่งกว่าเหล่าบุปผาในสวนอีกนะเ้าคะ”
“ล้วนพูดเกินความจริงทั้งสิ้น!” น้ำเสียงเข้มดังอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนจะตามมาด้วยวาจาร้ายกาจรอบสอง “บ่อยครั้งที่สตรีในเมืองฉางซาล้วนไร้ความจริงใจ ซ้ำยังกล้าพูดโกหกต่อหน้าเ้าตัวอีกด้วย... เ้าว่าที่ข้าพูดมาจริงหรือไม่เฉินอี้” คำถามนั้นคล้ายว่าถามผู้ติดตามที่มาด้วยกัน หากไม่รู้ทำไมประโยคของชายหนุ่มผู้นั้นแลดูกระทบสตรีนางหนึ่งเข้าอย่างจัง
***
เอ้า! อิอ๋องเป็หมาแล้วยังปากหมาอีกนะ ขนาดน้อนไม่สวยแต่เดินตามต้อยๆ
เขกกบาลแตกสักที555
ว่าแต่ไรท์หายไปนาน มีใครคิดถึงบ้างไหมน้อ พอดีไรท์ปจัดการปัญหาชีวิตหลายอย่างมาค่ะ เลยหายไปนาน ต้องขอโทษคุณนักอ่านหลายคนที่รอด้วยด้วยนะคะ TT^TT