ภายในห้องทำงานที่ยังคงมีกลิ่นอายของความตึงเครียดจางๆ จากเหตุการณ์ของคุณหนูเจิ้งเยี่ยน มู่เฉิง ยืนทอดถอนใจอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นทิวทัศน์ทั่วทั้งเมือง แต่ในหัวของเขาไม่ได้คิดเื่ตัวเลขกำไรในไตรมาสหน้าแม้แต่น้อย ทันใดนั้น เสียงสัญญาณอินเตอร์คอมบนโต๊ะก็ดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับน้ำเสียงที่ดูจะลนลานเป็พิเศษของเลขาฉิน
"ท่านประธานครับ! รถของคุณท่านมู่เลี้ยวเข้ามาในลานจอดรถ VIP แล้วครับ! อีกไม่เกิน 5 นาทีท่านจะถึงชั้นบนสุดแน่นอนครับ!"
มู่เฉิงหัวใจกระตุกวูบ เขารู้ดีว่าย่าของเขาเป็คนประเภท 'ไม่เห็นด้วยตาไม่ยอมเลิกรา' และถ้าเจิ้งเยี่ยนไปเป่าหูเื่ผู้หญิงกับเด็กไว้ คุณย่าต้องบุกมาพังห้องทำงานของเขาแน่ๆ เขารีบหันไปมอง หลินซูหว่าน ที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดไฟล์เอกสารอย่างตั้งใจ และ เสี่ยวเป่า ที่กำลังนั่งต่อจิ๊กซอว์ภาพปราสาทอยู่บนพื้นพรม
เขามองใบหน้าเรียบเนียนที่ไร้เดียงสาของซูหว่านแล้วรู้สึกใจหาย เขาไม่อยากให้เธอต้องมาเผชิญหน้ากับวาจาเชือดเฉือนหรือสายตาที่ชอบตัดสินคนของคุณท่านมู่ในตอนนี้ ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่อยากให้ซูหว่านรู้สึกว่าเขาเป็คนลากเธอเข้ามาในกองไฟของความขัดแย้งในตระกูล
"หว่านเอ๋อร์... หยุดมือก่อน" มู่เฉิงเดินเข้าไปหาเธอด้วยท่าทางที่พยายามทำเป็ปกติที่สุด แต่แววตาของเขากลับมีความวูบไหว "ผมเพิ่งนึกได้ว่ามีงานสำคัญกว่าเื่เอกสารพวกนี้ให้คุณทำ"
ซูหว่านเงยหน้าขึ้นอย่างงงๆ "งานอะไรคะคุณมู่? ฉันเพิ่งทำความเข้าใจระบบไฟล์เสร็จเองนะคะ"
"พอดีมีแขกผู้ใหญ่... ที่ค่อนข้าง 'จู้จี้' และชอบจับผิดกำลังจะมาคุยเื่ลับทางการค้า" มู่เฉิงกุเื่ขึ้นอย่างรวดเร็วพลางตีหน้าั์ "ผมไม่อยากให้พนักงานฝึกหัดอย่างคุณต้องมานั่งฟังเื่ที่ยังเป็ความลับ และที่สำคัญ... ผมไม่อยากให้เสี่ยวเป่าต้องมานั่งอุดอู้อยู่ในห้องนี้ตอนที่บรรยากาศมันเครียดเกินไป"
เขาหันไปพยักหน้าให้เลขาฉินที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้อง "เลขาฉิน... พาสองแม่ลูกออกไปข้างนอกที พาไปที่ห้างสรรพสินค้าฝั่งตรงข้าม หรือร้านของเล่นที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้ก็ได้ ให้หว่านเอ๋อร์ไปเลือกซื้ออุปกรณ์สำนักงานที่จำเป็ และให้เสี่ยวเป่าได้ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง... อ้อ แล้วนี่ 'บัตรเครดิตสำรอง' ของผม เอาไปให้เธอใช้ อยากได้อะไรก็ซื้อ ไม่ต้องประหยัด"
ซูหว่านขมวดคิ้ว "แต่คุณมู่คะ ฉันเพิ่งมาทำงานได้ไม่กี่ชั่วโมงเองนะคะ จะให้ไปเดินห้างได้ยังไง..."
"นี่คือคำสั่งของท่านประธาน!" มู่เฉิงแกล้งกดเสียงต่ำจนดูดุ "ถ้าคุณไม่ไปถือว่าขัดคำสั่ง และผมจะหักเงินเดือนคุณเป็สองเท่า! ไปเดี๋ยวนี้เลย เลขาฉิน พาพวกเขาออกไปทางลิฟต์ส่วนตัวฝั่งตะวันออก ห้ามให้ใครเห็นเด็ดขาด!"
เสี่ยวเป่าเงยหน้าขึ้นมองลุงมู่ หนูน้อยััได้ถึงความกังวลที่ซ่อนอยู่ภายใต้มาดเก๊กนั้น เธอนึกในใจด้วยความเป็ห่วง 'คุณลุงมู่กำลังกลัวอะไรบางอย่างที่กำลังจะมาที่นี่... ขอให้ลุงมู่จัดการได้เรียบร้อย และขอให้แม่จ๋าไม่สงสัยอะไรนะจ๊ะ'
"ไปกันเถอะค่ะแม่จ๋า! เสี่ยวเป่าอยากไปดูตุ๊กตาตัวใหม่พอดีเลย คุณลุงมู่ใจดีจังเลยจ้ะ" เสี่ยวเป่ารีบเข้าไปจูงมือแม่เพื่อช่วยลุงมู่ทางอ้อม
ซูหว่านที่แม้จะยังงุนงงแต่ก็ขัดคำสั่งไม่ได้ เธอถูกเลขาฉินเร่งรัดพาออกจากห้องไปทางลิฟต์ลับอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้มู่เฉิงยืนอยู่ในห้องทำงานที่เริ่มเงียบเหงาอีกครั้ง เขาถอนหายใจยาวพลางถอดสูทออกแล้วพาดไว้ที่เก้าอี้ ปลดกระดุมคอเสื้อออกหนึ่งเม็ดเพื่อให้ดูเหมือนเขากำลังนั่งทำงานหนักอยู่คนเดียว
ไม่ถึงสองนาทีต่อมา ประตูห้องทำงานที่ทำจากไม้เนื้อแข็งก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของบอดี้การ์ด และร่างของ คุณท่านมู่ ในชุดที่เต็มไปด้วยอำนาจก็ก้าวเข้ามา แววตาของหญิงชราคมกริบดุจพญาเหยี่ยว เธอวาดสายตากวาดไปทั่วห้องทุกซอกทุกมุมทันที
"อาเฉิง! ไหนล่ะ! นางจิ้งจอกกับเด็กที่เจิ้งเยี่ยนบอกฉันน่ะ ซ่อนไว้ที่ไหน!" คุณท่านมู่แผดเสียงพลางใช้ไม้เท้าเคาะพื้นดัง ปัง ปัง ปัง "อย่าคิดนะว่าฉันจะโง่ให้แกหลอกได้ง่ายๆ ฉันสืบมาแล้วว่าแกพากผู้หญิงสวยๆ เข้าบริษัทมาด้วย!"
มู่เฉิงทำเป็เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารด้วยหน้าตาเบื่อหน่าย "คุณย่าครับ... มาถึงก็เอะอะโวยวายเลยนะครับ คุณย่าฟังคำพูดพล่อยๆ ของเจิ้งเยี่ยนมากเกินไปหรือเปล่า? ห้องทำงานผมก็กว้างแค่นี้ คุณย่าเห็นใครนอกจากผมไหมล่ะครับ?"
คุณท่านมู่เดินตรงไปยังห้องพักผ่อนส่วนตัวที่อยู่หลังโต๊ะทำงาน เธอเปิดประตูโครมเข้าไปทันที แต่สิ่งที่พบมีเพียงเตียงนอนที่จัดไว้อย่างเรียบร้อย กองตุ๊กตาหรือของเล่นเด็กที่มู่เฉิงแอบสั่งมาไว้ ถูกซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าที่ล็อกไว้อย่างแ่าเรียบร้อยแล้วด้วยฝีมือของเลขาฉินก่อนหน้านี้
"แล้วเลขาฯ คนใหม่ล่ะ? ที่เจิ้งเยี่ยนบอกว่าสวยนักสวยหนาน่ะ อยู่ไหน!" หญิงชราเดินกลับมาจ้องหน้าหลานชาย
"เธอออกไปทำงานข้างนอกครับ" มู่เฉิงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ผมสั่งให้เธอไปจัดหาอุปกรณ์สำนักงานด่วนสำหรับโปรเจกต์ใหม่ คุณย่าจะมาจับผิดอะไรกับพนักงานฝึกหัดธรรมดาๆ คนหนึ่งครับ?"
"ธรรมดางั้นเหรอ? อาเฉิง... แกไม่เคยรับเลขาฯ สวยๆ เข้ามาทำงานในห้องส่วนตัวแบบนี้มาก่อน" คุณท่านมู่หรี่มอง "และที่สำคัญ... ฉันได้กลิ่นบางอย่าง กลิ่นขนมหวาน... และกลิ่นของเด็กเล็กๆ ในห้องนี้"
มู่เฉิงใจสั่นวูบ แต่เขายังคงนิ่ง "คุณย่าคงคิดถึงหลานจนหลอนไปเองแล้วล่ะครับ กลิ่นขนมอาจจะเป็เพราะผมเพิ่งสั่งน้ำชายามบ่ายมากิน ส่วนกลิ่นเด็ก... ผมไม่เห็นจะได้กลิ่นอะไรเลย"
ในขณะที่คุณท่านมู่กำลังพยายามค้นหาหลักฐานอย่างบ้าคลั่งอยู่นั้น... ที่ห้างสรรพสินค้าฝั่งตรงข้าม เสี่ยวเป่ากำลังจูงมือซูหว่านเดินดูของเล่นอย่างมีความสุข แต่จู่ๆ หนูน้อยก็หยุดชะงัก เธอเห็นชายในชุดสูทดำคุ้นตา 2-3 คน (คนของคุณท่านมู่ที่แอบตามมาสืบหาหลาน) กำลังเดินมองซ้ายมองขวาอยู่ไม่ไกล
เสี่ยวเป่ารีบดึงมือแม่ "แม่จ๋า! ทางโน้นมีไอศกรีมสีชมพูน่ากินจังเลย เราไปทางนั้นกันเถอะนะจ๊ะ!"
พรของเสี่ยวเป่าเริ่มทำงานอีกครั้ง ทันทีที่สองแม่ลูกก้าวเดินไปทางอื่น ภาพของพวกเธอในสายตาของคนของคุณท่านมู่กลับกลายเป็เพียงเงารางๆ ที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มใหญ่เดินบังไว้จนมิดชิด ทำให้สายสืบเ่าั้คลาดสายตาไปอย่างน่าประหลาด
มู่เฉิงที่กำลังเผชิญหน้ากับคุณย่าในห้องทำงานเริ่มรู้สึกเหงื่อซึมที่แผ่นหลัง เขาต้องรีบไล่คุณย่าออกไปให้เร็วที่สุดก่อนที่ซูหว่านจะกลับมา "คุณย่าครับ ถ้าไม่มีธุระอะไรด่วน ผมมีประชุมทางไกลกับลูกค้าที่เยอรมันในอีก 10 นาทีนะครับ รบกวนคุณย่ากลับไปพักผ่อนที่บ้านดีกว่าครับ"
คุณท่านมู่จ้องมองหลานชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย "ก็ได้อาเฉิง... วันนี้ฉันอาจจะหาหลักฐานไม่เจอ แต่จำไว้เถอะ ถ้าแกแอบซ่อนใครไว้จริงๆ ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้ผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนไหนมาทำลายชื่อเสียงตระกูลมู่เด็ดขาด!"
เมื่อขบวนของคุณท่านมู่เคลื่อนตัวออกจากบริษัทไป มู่เฉิงแทบจะล้มตัวลงนอนกับเก้าอี้ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาเลขาฉินทันที "เลขาฉิน! รีบพาพวกเธอไปที่ร้านอาหารที่ไกลที่สุดจากบริษัท เดี๋ยวนี้! อย่าเพิ่งให้พวกเธอหลับมาจนกว่าผมจะสั่ง!"
าประสาทครั้งนี้มู่เฉิงชนะไปได้อย่างหวุดหวิด แต่เขาเริ่มตระหนักแล้วว่า การซ่อน "ความลับ" ไว้กลางใจเมืองแบบนี้ มันอันตรายเกินไปเสียแล้ว!