บทที่ 17 ลงทุนรุ่นเยาว์ผู้มีศักยภาพสีดำ
ภายในเรือนโอสถที่เต็มไปด้วยกลิ่นสมุนไพรวิเศษและโอสถหลากชนิด บรรยากาศที่เคยวุ่นวายด้วยความสิ้นหวังพลันเงียบสงัดลงราวกับถูกมนตร์สะกด เมื่อร่างในอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน ใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติราวกับเทพเซียนลงมาจุติ ดวงตาใสกระจ่างแต่ลึกล้ำเกินหยั่งถึง ทำให้ทุกคนในเรือนรู้สึกถึงพลังปราณที่หนักแน่นและอบอุ่นแผ่ซ่านออกมาเบา ๆ ราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดผ่านทุ่งหญ้าแห้งแล้ง
ผู้าุโและนักปรุงโอสถที่กำลังเร่งช่วยเหลือต่างชะงักมือ มองผู้มาใหม่ด้วยความตกตะลึงและเคารพยำเกรง เหล่ารุ่นเยาว์และลูกหลานที่ไม่เคยเห็นหน้าเฉาหลินหยวนมาก่อนยิ่งตาเบิกกว้าง เพราะในสายตาของพวกเขา ชายผู้นี้ราวกับเซียนที่หลุดออกมาจากภาพวาดโบราณ ไม่มีกลิ่นอายของผู้ฝึกตนแผ่ออกมาแม้แต่น้อย แต่กลับให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์และลึกล้ำที่ทำให้หัวใจสั่นไหวโดยไม่รู้ตัว
แต่เฉาหลี่หยวนที่พยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบากแม้ร่างกายจะอ่อนแอ จ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา ดวงตาที่พร่าเลือนพลันฉายแววเคารพยำเกรงและปีติยินดีที่พลุ่งพล่านราวกับเห็นแสงสว่างในความมืดมิดที่กำลังกลืนกินชีวิตเขา
“ท... ท่านประมุข...” เสียงแหบพร่าของเขาดังขึ้นแ่เบา แต่เต็มไปด้วยความตื้นตันที่ยากจะบรรยาย น้ำตาแห่งความดีใจไหลรินลงแก้มที่ซีดเผือด ราวกับคนที่กำลังจะจมน้ำแต่พลันมีมือยื่นมาช่วยในวินาทีสุดท้าย
เมื่อได้ยินคำนั้น เหล่าเด็กน้อยทั้งสองที่กำลังสิ้นหวังพลันเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่แดงก่ำจากน้ำตาต่างเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อราวกับเห็นปาฏิหาริย์
เฉาหลิงเจี้ยนและเฉาหนิงเอ๋อร์รีบคุกเข่าลงทันที มือเล็ก ๆ กำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด หัวก้มลงต่ำราวกับกำลังกราบไหว้
“ขอร้องท่านประมุข... ช่วยรักษาท่านพ่อของพวกข้าด้วย... ช่วยชีวิตท่านพ่อด้วยเถิดขอรับ!” เสียงของเฉาหลิงเจี้ยนสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่พลุ่งพล่าน เด็กชายที่เคยกลั้นน้ำตาไม่อยู่พลันทรุดตัวลง น้ำตาไหลรินอาบแก้มราวกับเขื่อนที่แตก
“ท่านพ่อ... ท่านพ่อเกือบตายแล้ว... ข้าขอร้อง... ช่วยท่านพ่อด้วย...” เฉาหนิงเอ๋อร์สะอื้นไห้หนักยิ่งขึ้น มือกอดกันแน่นกับพี่ชาย ร่างกายสั่นเทาราวกับใบไม้ในพายุ
“ท่านประมุข... หนิงเอ๋อร์กลัว... กลัวไม่มีท่านพ่อแล้ว... ขอร้อง... ช่วยท่านพ่อด้วยเถิด...”
หยดน้ำตาสายใยความกตัญญูของเด็กทั้งสองราวกับสายฝนที่เทลงบนหัวใจของเฉาหลินหยวน ทำให้เขารู้สึกใจสั่นด้วยความเศร้าโศกและความเ็ปที่พลุ่งพล่าน
มันราวกับเขาเห็นตัวเองในโลกก่อนกับครอบครัวที่จากไป เพียงแต่มุมมองกลับกัน เขาเคยเป็ฝ่ายที่ไร้พลังและสิ้นหวัง ขณะที่เด็กทั้งสองกำลังดิ้นรนเพื่อบิดาด้วยความรักที่บริสุทธิ์และลึกซึ้งยิ่ง ความกตัญญูที่แผ่ออกมาจากิญญาน้อย ๆ ของพวกเขาราวกับมีดที่กรีดลงบนหัวใจของเขา
ทำให้เขานึกถึงความทุกข์ในอดีตที่เขาเคยไร้พลัง ความเ็ปนั้นพลันกลายเป็ความมุ่งมั่นที่ร้อนแรงยิ่ง เขาจะไม่ยอมให้ความทุกข์เช่นนี้เกิดขึ้นกับลูกหลานตระกูลเฉาอีกต่อไป ไม่มีวัน!
เฉาหลินหยวนเพียงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจที่ทำให้ทุกคนในเรือนรู้สึกถึงความหวังที่กำลังจุดติดราวกับเปลวเพลิงในความมืดมิด
“ไม่ต้องห่วง... บิดาของเ้าไม่เป็ไรหรอก... ข้าจะไม่ยอมให้ลูกหลานตระกูลเฉาต้องจากไปเช่นนี้เด็ดขาด”
เพียงพริบตา เสียงเครื่องจักรกลเ็าดังขึ้นในสมองของเฉาหลินหยวน ราวกับเสียงจากมิติอื่นที่คุ้นเคย
[ติ้ง! ภารกิจสำเร็จ!]
[ภารกิจ: ค้นหาอัจฉริยะในตระกูล]
คำอธิบาย: ค้นหาสมาชิกในตระกูลที่มีศักยภาพการลงทุนสีม่วงขั้นสูงขึ้นไปสองคน เพื่อบ่มเพาะเป็กำลังหลักในอนาคตของตระกูลเฉาและเสริมสร้างรากฐานที่มั่นคงยิ่งขึ้น
รางวัล: เมื่อสำเร็จ โชควาสนาตระกูล +300, โอสถเสริมปราณจิตระดับสาม 10 ขวด, โอสถทลายพิษระดับสาม 10 ขวด, สุ่มเคล็ดวิชาวรยุทธระดับล้ำค่า 2 เล่ม
เพียงพริบตา เฉาหลินหยวนก็สะบัดแขนเสื้อเบา ๆ ขวดโอสถทลายพิษระดับสามที่แก้วใสประณีตวิจิตร แกะสลักลายัคู่เคียงวิหค ปรากฏขึ้นในฝ่ามือราวกับหลุดออกมาจากห้วงมิติ
กลิ่นหอมบริสุทธิ์ราวน้ำอมฤตแผ่ซ่านออกมา ทำให้พิษร้ายในอากาศสั่นะเืเล็กน้อย เขาเปิดฝาขวดอย่างแ่เบา เทเม็ดโอสถสีเขียวมรกตที่แผ่แสงจาง ๆ ลงในปากของเฉาหลี่หยวน
ก่อนจะวางฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนหน้าอกและตันเถียนของอีกฝ่าย พลังปราณจินตันที่บริสุทธิ์ยิ่งยวดและหนักแน่นไหลเวียนออกมาอย่างชำนาญ ราวกับสายน้ำทิพย์ที่ไหลหลั่งเข้าไปในเส้นลมปราณที่ถูกพิษร้ายกัดกร่อน
กระบวนการปรับสมดุลโอสถเริ่มต้นขึ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน พลังปราณของเฉาหลินหยวนราวกับแม่น้ำใหญ่ที่ค่อย ๆ ชะล้างพิษร้ายสีม่วงเข้มที่ฝังลึกในเส้นเืและอวัยวะภายใน โอสถทลายพิษระดับสามละลายกลายเป็กระแสพลังเย็นะเืที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของเฉาหลี่หยวน ต่อสู้กับพิษร้ายที่กำลังรัดรึงชีวิตเขา
พิษสีม่วงที่เคยแพร่กระจายราวใยแมงมุมเริ่มหดตัวลงทีละน้อย ราวกับถูกเปลวเพลิงเผาผลาญอย่างช้า ๆ แต่แน่นอน เฉาหลินหยวนควบคุมพลังปราณอย่างแม่นยำ ไม่ให้โอสถรุนแรงเกินไปจนทำร้ายรากฐานที่อ่อนแอของเฉาหลี่หยวน แต่ก็เพียงพอที่จะขับพิษออกมาอย่างสิ้นเชิง
พลังปราณของเขาราวกับมือที่อ่อนโยนแต่ทรงพลัง ค่อย ๆ ดึงพิษร้ายออกจากตันเถียนและเส้นลมปราณหลัก ทำให้ร่างกายของเฉาหลี่หยวนสั่นะเืเบา ๆ ราวกับกำลังฟื้นคืนจากความตาย
ผ่านไปหนึ่งถ้วยชา พิษสีม่วงก็เริ่มไหลออกมาตามรูขุมขนทั่วร่างของเฉาหลี่หยวน ราวกับหมึกสีม่วงเข้มที่ถูกชะล้างออกจากผ้าขาว ควันพิษสีม่วงจาง ๆ ลอยขึ้นจากิั ก่อนจะถูกพลังปราณของเฉาหลินหยวนกดทับและสลายไปในอากาศอย่างสิ้นเชิง
ใบหน้าของเฉาหลี่หยวนที่เคยซีดเผือดค่อย ๆ มีเืฝาดกลับมา ลมหายใจที่รวยรินเริ่มหนักแน่นและสม่ำเสมอ าแฉกรรจ์เริ่มสมานตัวอย่างช้า ๆ ภายใต้การหล่อเลี้ยงจากพลังปราณที่บริสุทธิ์ ทุกคนในเรือนเฝ้ามองด้วยความตื่นตะลึงและปีติยินดีที่พลุ่งพล่าน หัวใจที่เคยบีบรัดด้วยความสิ้นหวังพลันเบิกบานราวกับเห็นปาฏิหาริย์
เมื่อพิษทั้งร่างถูกขับออกหมดสิ้นและาแสมานตัวในระดับหนึ่ง เฉาหลินหยวนถอนฝ่ามือกลับช้า ๆ ก่อนจะหันไปสั่งเฉาอวิ๋นเช่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด “ท่านผู้าุโห้า จงดูแลเขาให้ดี ให้นอนพักฟื้นและบำรุงด้วยโอสถสมานกายาที่ตระกูลเรามีอยู่… ภายในสามวัน เขาจะฟื้นตัวเต็มที่”
เฉาอวิ๋นเช่อได้ยินก็พงะแต่ยังคงพยักหน้าด้วยความเคารพยำเกรง ดวงตาแดงก่ำด้วยความตื้นตัน “ขอรับท่านประมุข... ข้าจะจัดแจงทุกอย่างให้เรียบร้อย”
เฉาหลิงเจี้ยนและเฉาหนิงเอ๋อร์ที่เฝ้ามองกระบวนการทั้งหมดด้วยสองตาของตนเอง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจและปีติยินดีที่พลุ่งพล่านราวกับคลื่นั์
เด็กชายที่เคยกลั้นน้ำตาไม่อยู่พลันทรุดตัวลงคุกเข่า น้ำตาไหลรินอาบแก้มอย่างไม่ขาดสาย “ขอบคุณท่านประมุข... ขอบคุณที่ช่วยชีวิตท่านพ่อของข้า...” เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความกตัญญูและความดีใจที่ยากจะบรรยาย
เด็กหญิงกอดพี่ชายไว้แน่น สะอื้นไห้ด้วยความโล่งอกที่พลั่งพลู “ท่านประมุข... หนิงเอ๋อร์จะไม่มีวันลืมพระคุณนี้... ท่านคือผู้มีพระคุณยิ่งใหญ่ของพวกเรา...”
ความกตัญญูและความบริสุทธิ์ในดวงตาของเด็กทั้งสองที่มองเฉาหลินหยวนด้วยความเลื่อมใสยิ่ง ทำให้หัวใจของทุกคนในเรือนอบอุ่นราวกับถูกแสงอาทิตย์สาดส่อง ความสิ้นหวังที่เคยแผ่ซ่านกลายเป็ความปีติยินดีที่พลุ่งพล่าน เสียงสะอื้นแห่งความดีใจดังก้องไปทั่วเรือนโอสถ
เฉาหลินหยวนเพียงคลี่ยิ้มบาง ๆ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา และกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม “เ้าอยู่นอกตระกูลหลายปีมานี้ คงลำบากไม่น้อย... ช่วยเล่าเื่ราวของพวกเ้ามาให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่?”
เด็กทั้งสองค่อย ๆ เล่าเื่ราวด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นเครือ เมื่อได้ฟังจบ เฉาหลินหยวนทำได้เพียงถอนหายใจยาว โชคชะตาช่างเล่นตลกนัก มารดาของฝาแฝดทั้งสองเป็เพียงคนธรรมดาในตระกูลเฉาที่ไม่มีพลังปราณในการบำเพ็ญ หลังจากคลอดลูกฝาแฝดออกมา ร่างกายก็อ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว เพียงสองปีก็เสียชีวิตลงอย่างสงบ ทิ้งให้เฉาหลี่หยวนเลี้ยงลูกทั้งสองเพียงลำพัง
หลังจากนั้นพวกเขาก็ถูกตระกูลเฉาปลดออกไปเพราะขาดทรัพยากรในยามวิกฤต ชีวิตในหมู่บ้านชนบทห่างไกลเต็มไปด้วยความยากลำบาก การทำไร่ไถนา ล่าสัตว์อสูรระดับต่ำเพื่อเลี้ยงปากท้อง แต่เฉาหลี่หยวนไม่เคยยอมแพ้ เขาสอนลูกทั้งสองให้ฝึกฝนพื้นฐานวรยุทธอย่างขยันขันแข็ง แม้จะขาดโอสถและเคล็ดวิชา แต่ด้วยพร์ที่ซ่อนเร้น ลูกทั้งสองก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
แต่เมื่อบิดาอย่างเฉาหลี่หยวนเห็นป้ายหยกส่งสัญญาณเรียกคนกลับตระกูล เขาก็รีบพาลูกฝาแฝดทั้งสองเดินทางกลับทันที ด้วยความหวังที่กำลังจุดติดในใจว่าจะได้กลับสู่บ้านเกิดและได้รับการคุ้มครองจากตระกูลอีกครั้ง
แต่ใครจะไปคิดว่า ระหว่างทางกลับเมืองหย่งหนิง พวกเขาจะถูกตระกูลหูไล่ล่าและถูกอสรพิษเกราะม่วงที่ตระกูลหูเลี้ยงไว้ทำร้ายถึงเพียงนี้ ความโหดร้ายของศัตรูทำให้ครอบครัวนี้เกือบสูญสิ้น ความเ็ปที่เฉาหลี่หยวนและลูกทั้งสองต้องเผชิญทำให้เฉาหลินหยวนรู้สึกถึงความแค้นที่พลุ่งพล่านในใจยิ่งขึ้น
เฉาหลินหยวนเพียงก้มลงลูบศีรษะเด็กน้อยทั้งสองเบา ๆ มือที่อบอุ่นราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิทำให้เด็กทั้งสองรู้สึกถึงความปลอดภัยที่ขาดหายมานาน
“ไม่ต้องกลัวอีกแล้ว... จากนี้ไป พวกเ้าทั้งสองและบิดาคือส่วนหนึ่งของตระกูลเฉาอย่างแท้จริง ข้าจะไม่ยอมให้ใครรังแกพวกเ้าอีก... ตระกูลเฉาจะเป็บ้านที่ปกป้องเ้า”
ฉากอารมณ์ที่อบอุ่นและะเืใจแผ่ซ่านไปทั่วเรือนโอสถ เด็กทั้งสองกอดขาเฉาหลินหยวนไว้แน่น น้ำตาแห่งความดีใจไหลรินไม่หยุด เฉาหลี่หยวนที่พอจะฟื้นตัวพอสมควรคุกเข่าลงด้วยความตื้นตัน น้ำตาไหลอาบแก้ม “ท่านประมุข... ข้าจะอุทิศชีวิตที่เหลือเพื่อตระกูล... เพื่อตอบแทนพระคุณนี้!”
ก่อนที่เสียงระบบจะดังขึ้นอีกครั้งในห้วงจิติญญาของเฉาหลินหยวน
[ติ้ง! ตรวจพบเป้าหมายในการใช้กลไกคืนสนอง์สองคน ้าลงทุนอีกฝ่ายหรือไม่?]
[ลงทุนมอบโอสถชำระชีพจรปราณระดับสาม 3 ขวด สามารถรับโอสถหลอมชีพจรลมปราณระดับสาม 20 ขวด]
[ลงทุนมอบโอสถชำระชีพจรปราณระดับสาม 3 ขวด สามารถรับโอสถสมานกายาระดับสาม 20 ขวด]
[ลงทุนมอบโอสถชำระไขกระดูกระดับสี่ 2 ขวด สามารถรับโอสถปราณฟ้าระดับห้า 10 ขวด]
[ลงทุนมอบอาวุธวิเศษระดับสูง 2 ชิ้น สามารถรับอาวุธวิเศษระดับพิภพ 3 ชิ้น]
[ลงทุนมอบเคล็ดวิชาวรยุทธระดับพิภพ สามารถรับเคล็ดวิชาวรยุทธระดับดารา 1 เล่ม]
เมื่อเฉาหลินหยวนเห็นตัวเลือก เขาก็ไม่รอช้า การสนับสนุนอัจฉริยะให้กับตระกูลถือเป็เื่ดีเยี่ยม แถมสิ่งที่ได้กลับมามีแต่สิ่งล้ำค่าที่เอาไปบ่มเพาะให้คนในตระกูลได้อย่างมหาศาล เขาตัดสินใจลงทุนทันที โดยเลือกมอบทรัพยากรที่เหมาะสมกับเด็กฝาแฝดทั้งสอง
เฉาหลินหยวนเพียงกล่าวเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและมั่นใจ “เ้าทั้งสองมีพร์ที่ล้ำเลิศ... จากนี้ไป ตระกูลจะบ่มเพาะเ้าอย่างเต็มที่ จงฝึกฝนอย่างขยันขันแข็ง เพื่อตัวเ้าเอง เพื่อบิดา และเพื่อตระกูลเฉา”
เขาสะบัดแขนเสื้อเบา ๆ มอบคัมภีร์หมุนเวียนปราณไร้ลักษณ์ให้ทั้งสองคนในทันที พร้อมโอสถชำระชีพจรปราณและชำระไขกระดูกที่เหมาะสมกับระดับของพวกเขา รวมถึงอาวุธวิเศษระดับสูงสำหรับป้องกันตัวที่ได้รับจากระบบคราวก่อน
“สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เ้าเติบโตอย่างรวดเร็ว... จงใช้มันให้ดี และจงจำไว้ว่า ตระกูลเฉาจะเป็เกราะกำบังให้เ้าเสมอ”
เด็กทั้งสองรับสิ่งของด้วยมือสั่นเทา ดวงตาเต็มไปด้วยความปีติและความมุ่งมั่นที่พลุ่งพล่าน “ข้าจะไม่ทำให้ท่านประมุขผิดหวัง!” เฉาหลิงเจี้ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวที่ดังก้อง
เฉาหนิงเอ๋อร์พยักหน้าอย่างแรง น้ำตาแห่งความดีใจยังไหลริน “หนิงเอ๋อร์จะฝึกฝนให้หนัก เพื่อตอบแทนพระคุณท่านประมุข!”
เฉาหลินหยวนคลี่ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะทิ้งทายประโยคสุดท้ายที่ดังก้องในใจของทุกคน
“พักฟื้นให้ดี... วันพรุ่งนี้คือจุดเริ่มต้นใหม่ของพวกเรา และของตระกูลเฉาทั้งหมด!” จากนั้นร่างของเขาก็เลือนหายไปในทันที ราวกับละลายกลายเป็ส่วนหนึ่งของสายลม ทิ้งไว้เพียงความหวังที่กำลังลุกโชนและทรัพยากรล้ำค่าที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของฝาแฝดอัจฉริยะนี้ตลอดกาล