เสียงหอบหายใจของอาคิระยังคงดังอยู่ในอุโมงค์ที่มืดสลัว หลังจากที่เขาเอาชนะหมาป่าคาได้ เขาเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากอย่างลวก ๆ ดาบคู่ในมือยังคงเปล่งแสงจาง ๆ น้ำหนักของมันไม่ได้มาจากโลหะที่ประกอบกัน แต่เป็ความรู้สึกหนักอึ้งที่บรรทุกอยู่ในใจ
“ทำไม… ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่…” เขาพึมพำเบา ๆ คำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวไม่มีคำตอบ
เขาเดินต่อไปในอุโมงค์ที่ทั้งแคบและยาว ความเงียบเข้าครอบงำ มีเพียงเสียงฝีเท้าของเขาที่ดังสะท้อนกลับจากผนังหิน บรรยากาศรอบตัวเย็นะเื แต่ในใจกลับร้อนรนด้วยความไม่แน่นอน
ในที่สุด อาคิระก็มาถึงพื้นที่เปิดกว้างซึ่งแตกต่างจากทางเดินที่เขาเพิ่งผ่าน แสงสีฟ้าจากคริสตัลส่องประกายอยู่รอบห้องโถง บรรยากาศโดยรอบดูสงบนิ่งและงดงาม ราวกับเขาหลุดเข้ามาในโลกแห่งความฝัน
แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำให้เขาหยุดนิ่ง
กลางห้องโถงกว้าง มีมนุษย์หมาป่าสองตัวยืนอยู่ พวกมันกำลังล่ามจิ้งจอกตัวเล็กเอาไว้ด้วยโซ่สีดำที่เรืองแสงอ่อน ๆ ร่างของจิ้งจอกดูอ่อนแรง มันดิ้นรนสุดชีวิตพร้อมกับส่งเสียงร้องแหลมด้วยความเ็ป มนุษย์หมาป่าทั้งสองคล้ายกำลังทำพิธีบางอย่าง พวกมันขยับมือที่เต็มไปด้วยกรงเล็บราวกับกำลังร่ายมนตร์
“นี่มัน…อะไรกัน…” อาคิระขมวดคิ้ว รู้สึกได้ถึงความมืดที่ปกคลุมรอบตัวเขาและสิ่งมีชีวิตตรงหน้า
หัวใจของเขาบอกให้ทำอะไรสักอย่าง แม้จะไม่เข้าใจสถานการณ์ชัดเจน แต่เขารู้ว่าต้องช่วยจิ้งจอกตัวนั้น
เขาก้าวเข้าไปใกล้ เสียงฝีเท้าของเขาก้องสะท้อนไปทั่วห้องโถง ความเคลื่อนไหวของเขาดึงดูดสายตาของมนุษย์หมาป่าทั้งสอง พวกมันหันมามองพร้อมกับส่งเสียงคำรามต่ำ
“มนุษย์? เ้ามาทำอะไรที่นี่!” หนึ่งในนั้นพูด น้ำเสียงหยาบกร้าว
“ปล่อยจิ้งจอกตัวนั้นเดี๋ยวนี้!” อาคิระะโตอบ ดาบคู่ในมือเปล่งแสงสว่างจ้าขึ้น
มนุษย์หมาป่ามองหน้ากันก่อนจะหัวเราะเสียงต่ำ “เ้าเด็กโง่ นี่ไม่ใช่ที่ของเ้า”
ทันใดนั้น พวกมันก็พุ่งเข้ามาโจมตี
อาคิระยกดาบดำขึ้นตั้งรับ กรงเล็บแหลมของมนุษย์หมาป่ากระแทกเข้ากับคมดาบ เสียงโลหะกระทบกันดังก้อง เขาถอยหลังหลบการโจมตี แต่มนุษย์หมาป่าอีกตัวกระโจนเข้ามาซ้ำ
“แย่แล้ว…” อาคิระพึมพำ พลางหมุนตัวหลบและใช้ดาบขาวฟันสวนกลับ แสงจากดาบสีขาวทำให้มนุษย์หมาป่าถอยหลังไปเล็กน้อย
การต่อสู้ไม่ง่ายอย่างที่เขาคิด มนุษย์หมาป่ามีพลังและความเร็วที่น่ากลัว อาคิระต้องใช้ทั้งสองดาบในมือเพื่อป้องกันและโจมตีอย่างต่อเนื่อง
“อย่าลืมสิ่งที่แม่เคยสอน… อย่าลืมการฝึกฝน…” เขากล่าวกับตัวเองเพื่อเรียกสมาธิ
เขาถอยหลังหนึ่งก้าว ก่อนจะตั้งท่า ใช้เทคนิคที่เคยฝึกฝนในวัยเด็ก—เพลงดาบดาว
ดาบทั้งสองในมือของเขาฟันตัดเป็รูปดาวห้าแฉก เส้นคมไขว้กันสร้างเป็กรอบแสงที่ล้อมรอบศัตรูไว้ มนุษย์หมาป่าตัวหนึ่งถูกโจมตีโดยตรง ร่างของมันล้มลงก่อนจะสลายกลายเป็เถ้าถ่าน
ตัวที่เหลือส่งเสียงคำรามดังลั่น มันพุ่งเข้าโจมตีอาคิระด้วยพลังทั้งหมด เขายกดาบดำขึ้นป้องกันและสวนกลับด้วยดาบขาวที่เปล่งแสงเจิดจ้า เสียงฟันดังสนั่น ก่อนที่มนุษย์หมาป่าตัวนั้นจะล้มลงและกลายเป็เถ้าถ่านเช่นกัน
อาคิระหอบหายใจ ร่างของเขาสั่นเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยล้า ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังจิ้งจอกตัวเล็กที่ยังคงถูกล่ามด้วยโซ่สีดำ
“รอก่อนนะ… ฉันจะช่วยเธอ” เขาพูดเสียงเบา พลางยกดาบดำขึ้น
โซ่สีดำเริ่มสั่นไหวเมื่อัักับพลังของดาบ ดาบดำดูดซับพลังงานสีดำจากโซ่ ขณะที่ดาบขาวในมืออีกข้างปล่อยแสงสว่างเจิดจ้าจนโซ่แตกกระจาย
จิ้งจอกตัวเล็กมองเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่แฝงด้วยความขอบคุณ มันค่อย ๆ คลานเข้ามาใกล้ ร่างเล็ก ๆ ของมันสั่นเทาเพราะความหนาวและความหวาดหวั่น
“ไม่ต้องกลัว… เธอปลอดภัยแล้ว” อาคิระพูดเสียงอ่อนโยน เขาคุกเข่าลงเพื่อให้ระดับสายตาเท่ากับมัน
จิ้งจอกตัวเล็กยังคงลังเล แต่เมื่อเขายื่นมือไปลูบขนของมันเบา ๆ ความรู้สึกอุ่นใจเริ่มปรากฏในดวงตาของมัน
“เราเพิ่งเคยเจอกัน… แต่ฉันสัญญาว่าจะปกป้องเธอ”
คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ จิ้งจอกตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เริ่มเปล่งประกายแห่งความหวัง
นี่คือจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่ไม่คาดฝันในโลกใบใหม่นี้ และอาจเป็ก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโชคชะตาของเขาไปตลอดกาล