“ในที่สุดก็เจอตัวจนได้”
-หกปีก่อน-
‘มินาโยะ...’
เสียงทุ้มเอ่ยเรียกขึ้นมาในความทรงจำแล้วดอกไม้สีขาวดอกเล็กก็ถูกยื่นมาให้ตรงหน้าฝ่ามือเล็กๆเอื้อมมือไปคว้าไว้ก่อนจะค่อยๆบรรจงรับมันมาวางไว้บนฝ่ามืออย่างทะนุถนอมท่ามกลางสายตาของคนที่เฝ้ามองอยู่
‘ชอบไหม?’
เด็กสาวพยักหน้าให้เขาแทนคำตอบ
‘งั้นเก็บเอาไว้นะ’ เด็กหนุ่มบอก ‘เก็บเอาไว้ ถ้าหากวันหนึ่งฉันต้องจากเธอไป เก็บดอกไม้นี่ไว้นะเธอจะได้ไม่ลืมฉัน’
‘ไม่ลืม...’
คำสัญญาดังเล็ดลอดออกมาแทนคำขอบคุณก่อนเด็กสาวจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา
ใบหน้าที่หลงเหลือแต่เพียงเงาในความทรงจำ
ไม่ลืมค่ะ...ไม่ลืม... จะไม่มีวันลืมอย่างเด็ดขาด
แล้ว...คุณเป็ใครคะ?
“เอเรียลคุงหาอะไรอยู่เหรอ?”
มินาโยะพบกับเด็กหนุ่มคนดังอีกครั้งในเย็นวันนั้นขณะที่เธอกำลังยืนเลือกหนังสืออยู่ในห้องสมุดตลอดทั้งวันเธอแทบจะไม่ได้คุยกับเขาอีกเลยเพราะเด็กหนุ่มโด่งดังมากในชั้นเรียนของพวกเธอมีคนแวะมาทักทายเขาไม่ขาดสาย ทั้งพวกนักเรียนหญิงที่พากันมาแนะนำตัวกับเขาและเหล่านักเรียนชายที่พร้อมจะลากเขาเข้าชมรมของตัวเองหลังรู้ว่าเอเรียลมีความถนัดด้านกีฬาแต่เท็ตสึยะผู้ได้รับเลือกเป็พาร์ทเนอร์ยืนกรานว่าจะเอาตัวเอเรียลเข้าชมรมบาสเก็ตบอลด้วยกันกับเขาและเด็กหนุ่มก็ตอบตกลงทั้งหมดจึงล่าถอยไป
“เอ่อ...หนังสือหมวดประวัติศาสตร์น่ะ”
นักเรียนแลกเปลี่ยนกล่าว“ฉันถามเท็ตสึยะมาแล้ว แต่ดูเหมือนเขาจะไม่คุ้นเคยกับห้องสมุดเท่าไหร่”
“ฉันคิดว่าเท็ตสึยะไม่เคยเข้ามาที่นี่หรอก”มินาโยะพูดขำๆ “ทางนี้จ้ะ”
มินาโยะออกเดินนำเด็กหนุ่มได้ยินเสียงเท็ตสึยะกำลังคุยกับเด็กสาวต่างห้องอยู่ด้านหลังเธอไม่โทษเขาหรอกที่ปล่อยให้เอเรียลตามหาหนังสือที่้าในห้องสมุดเองตามลำพังเพราะอันที่จริงแล้วเท็ตสึยะเองก็เพิ่งจะย้ายเข้ามาเรียนที่นี่เป็ปีแรกความคุ้นเคยกับสถานที่มีไม่มาก มิหนำซ้ำในบรรดาคนทั้งหมดเขาดูเป็คนที่ไม่น่าจะมาปรากฏตัวอยู่ในห้องสมุดมากที่สุดแม้แต่ชินเองที่ดูเหมือนจะไม่สนใจอะไรเธอยังเคยเห็นเขาแวบเข้ามาที่นี่บ้างเป็ครั้งคราว
“ห้องสมุดของแผนกเราไม่ค่อยใหญ่เท่าไหร่หรอกนะถ้าเอเรียลคุงอยากได้พวกหนังสือที่ใหม่กว่านี้หรือมีบางเล่มที่หาไม่เจอ ลองติดต่อไปที่แผนกมัธยมปลายก็ได้จ้ะให้ฉันหรือโทวะช่วยก็ได้ ที่นั่นจะมีหนังสือมากกว่านี้”
เด็กสาวอธิบายความแตกต่างของห้องสมุดในโรงเรียนให้เขาฟังหนังสือของห้องสมุดในแต่ละแผนกจะแตกต่างกันตามวัยอย่างในแผนกประถมส่วนใหญ่จะเป็หนังสือภาพ ขนาดของห้องสมุดประมาณสองห้องเรียนมีหนังสือไม่ค่อยหลากหลายส่วนแผนกมัธยมต้นที่พวกเธออยู่จะมีพื้นที่เยอะขึ้นมาอีกหน่อยโดยส่วนของห้องสมุดจะกินพื้นที่ชั้นสามทั้งชั้นแบ่งเป็โซนหนังสือและส่วนที่นั่งสำหรับอ่านหนังสือส่วนแผนกมัธยมปลายจะเป็อาคารทั้งหลัง สูงสามชั้น มีห้องประชุม ห้องอ่านหนังสือและคลังเก็บเอกสารรวมอยู่ด้วยกัน
“ห้องสมุดที่นี่ใหญ่กว่าที่โรงเรียนฉันซะอีก”เอเรียลพูดอย่างประทับใจ
“ที่นี่ได้รับทุนสนับสนุนจากเอกชนน่ะฉันจำไม่ได้แล้วว่าจากกลุ่มทุนไหนบ้าง เหมือนโทวะจะเคยเล่าให้ฟังเมื่อตอนปฐมนิเทศ”
“เธออยู่ที่นี่มาั้แ่เด็กๆเลยเหรอ?”
“ใช่จ้ะคุณพ่อฉันเคยเป็อาจารย์ของมหาวิทยาลัยในสังกัดเดียวกับที่นี่ก็เลยมีชื่อฉันอยู่ในสารบบั้แ่เกิดน่ะ”
“ทำไมถึงใช้คำว่าเคยล่ะ?”เอเรียลถาม “ลาออกไปแล้วเหรอ”
มินาโยะหยุดเดินชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหันมาบอกเขา
“เสียชีวิตไปแล้วจ้ะก่อนหน้าที่ฉันจะเกิดได้ไม่นาน”
เอเรียลเลิกคิ้ว
“ฉันเสียใจด้วยนะ”
“ไม่เป็ไรๆฉันยังมีคุณแม่อยู่นะ สวยและใจดีมากๆด้วย” มินาโยะโบกมือไหวๆพยายามไม่ให้เด็กหนุ่มรู้สึกไม่ดี เด็กสาวรู้สึกว่าตัวเองพูดมากเกินไปเสียแล้วปกติแล้วเื่พวกนี้เธอแทบจะไม่เคยพูดกับใครเลยด้วยซ้ำ แต่จู่ๆกลับพูดออกได้หน้าตาเฉยกับเด็กหนุ่มที่เพิ่งจะได้พบกันแม้แต่ตัวเองยังประหลาดใจเลย
“คุณแม่ฉันเปิดร้านขายดอกไม้ในเมืองไว้วันไหนว่างๆจะพาไปให้ช่วยอุดหนุนนะ”
เด็กสาวบอกกับเขา
ดูเหมือนเอเรียลยังติดใจอะไรบางอย่างเขาขยับเข้ามาใกล้เธอ ไม่ได้ใกล้จนทำให้เด็กสาวอึดอัดแต่เว้นระยะห่างไว้มากพอที่จะทำให้เธอวางใจได้มินาโยะรู้สึกว่าเด็กหนุ่มปฏิบัติตัวแตกต่างไปจากเด็กผู้ชายวัยเดียวกันทั่วๆไปเขาดูเป็ผู้ใหญ่กว่า เข้าถึงยากกว่าแต่ในขณะเดียวกันก็มีอะไรบางอย่างในตัวเขาที่ทำให้เด็กสาวรู้สึกคุ้นเคยจนเผลอเล่าอะไรหลายๆอย่างออกไป
“ฉันเผลอไปรู้ความลับของเธอเข้าแล้วหรือเปล่า?”
เด็กหนุ่มถามด้วยสีหน้าจริงจัง
“ไม่หรอกหลายๆคนในห้องก็พอรู้เื่นี้น่ะ” เด็กสาวว่า
“จริงเหรอ?”ท่าทางเขาจะยังไม่วางใจนัก
“จริงจ้ะขอโทษด้วยนะที่จู่ๆก็ดันพูดอะไรให้เธอไม่สบายใจ”มินาโยะรู้สึกผิดขึ้นมาจริงๆเสียแล้วที่เห็นเขาดูกังวลกับเื่ที่เธอเล่ามากกว่าที่คาดไว้
“กับเด็กผู้หญิงบางทีมันอาจจะเป็แผลในใจก็ได้นะ”เอเรียลพูดเปรยๆ ราวกับจะหยั่งเชิงถาม “งั้นเพื่อความเท่าเทียมกัน ฉันจะเล่าเื่ของฉันให้ฟังบ้างแล้วกันแต่สัญญาก่อนนะว่าเธอจะไม่คิดมาก”
“เอ่อ...”มินาโยะไม่รู้ว่าควรจะตอบรับหรือปฏิเสธดีแต่ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะสนุกที่ได้เห็นเธอทำสีหน้าแบบตัดสินใจไม่ได้
“ฉันเป็เด็กกำพร้าน่ะ”
เอเรียลพูดด้วยน้ำเสียงปกติติดจะสนุกสนานเสียด้วยซ้ำ เด็กหนุ่มดูจะไม่ทุกข์ร้อนเลยสักนิดกับสถานภาพของเขา ตรงข้ามกับมินาโยะที่ทำสีหน้ากระอักกระอ่วนใจอย่างเห็นได้ชัด
“เห็นไหมล่ะ...บอกแล้วว่าไม่ต้องคิดมาก ฉันเองยังไม่ได้คิดอะไรเลย” เขาว่า“ฉันถูกอุปการะโดยตระกูลคุซากะน่ะ มีเด็กๆแบบฉันอีกเยอะที่ได้เขาช่วยเอาไว้ พวกเราได้รับที่อยู่ได้รับการเลี้ยงดู ได้รับการศึกษาฉันคิดว่าสถาบันครอบครัวไม่จำเป็จะต้องมีรูปแบบเฉพาะพ่อ แม่ ลูก หรอกเพราะมีเด็กๆอีกหลายคนบนโลกที่สูญเสียครอบครัวไปสิ่งที่ฉันได้รับกลับมามันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเอง ‘ขาด’ อะไรไปหรอกนะ เพราะงั้นไม่ต้องคิดมากหรอก เธอเองก็ยังมีแม่อยู่ใช่ไหมล่ะเพราะงั้นก็เลยเติบโตขึ้นมาได้อย่างงดงามแบบนี้ไงล่ะ”
มินาโยะหัวเราะกับการใช้คำแปลกๆของเขา
“เอเรียลคุงนี่มองโลกในแง่ดีจังเลยนะ”
“ก็แล้วทำไมเราต้องมองทุกอย่างให้มันแย่ไปด้วยล่ะจริงไหม?”
ถ้าไม่คิดว่าเขาใช้คำพูดจาเป็ผู้ใหญ่เกินกว่าวัยแล้วการพูดคุยกับเด็กหนุ่มก็เป็เื่ที่สนุกสนานดีทีเดียว
มินาโยะพาเอเรียลตามหาหนังสือเจอในที่สุดมีเท็ตสึยะเดินมาสมทบด้วยแน่นอนว่าพอเท็ตสึยะเห็นความหนาของหนังสือในมือเอเรียลแล้วเด็กหนุ่มก็แกล้งทำเป็ลมล้มลงตรงหน้าชั้นหนังสือทันที มินาโยะคิดว่าถ้าอาจารย์มิซากิสั่งให้พวกเธออ่านหนังสือพวกนี้สักเล่มรับรองได้เลยว่าเท็ตสึยะเป็ลมจริงๆแน่
“จะยืมแค่เล่มเดียวจริงๆเหรอ”มินาโยะถามเอเรียล
“ไอ้นี่น่ะใช้เวลาอ่านทั้งเทอมยังไม่จบเลย” เป็เท็ตสึยะตอบขึ้นมาแทน
เอเรียลหัวเราะขำ“เล่มอื่นๆเหมือนจะมีอยู่แล้วที่บ้านน่ะ”
“หา...นี่บ้านนายทำธุรกิจขายหนังสือหรือไง?” เท็ตสึยะหันมาถามเสียงสูง
มินาโยะปล่อยให้เด็กหนุ่มทั้งคู่ยืนคุยกันไปสักพักเด็กสาวตามหาบรรณารักษ์เธอต้องทำเื่ลงทะเบียนยืมหนังสือให้เอเรียลเพราะเขายังไม่เคยมาใช้บริการที่นี่
“หาโทวะเหรอ?เห็นยืนคุยกับเด็กผู้หญิงห้องเอแถวๆชั้นด้านหน้าแน่ะ”
เท็ตสึยะหันมาบอก
“เอ๊ะ...อ่า... เหรอ...”
ท่ามกลางวงสนทนานั้นเอเรียลดูจะสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของมินาโยะได้ก่อนใคร
กลายเป็ว่าคราวนี้กลับเป็เท็ตสึยะที่ออกเดินนำทุกคนแทนมินาโยะเดินตามหลังเด็กหนุ่มไป ไม่ได้พูดอะไรเลยหลังจากนั้นขณะที่เอเรียลเดินขนาบข้างมาพร้อมเธอในมือแบกหนังสือหนักๆเอาไว้พลางสังเกตเห็นสีหน้าที่หมองลงไปของเด็กสาว
“ไปไหนแล้วล่ะ?”เท็ตสึยะบ่นกับตัวเอง เมื่อเขาไม่เห็นโทวะอยู่ในที่ที่เขาเคยเห็น
แต่ก็นั่นแหละ...มินาโยะรู้ดีว่าโทวะไปอยู่ตรงไหนของห้องสมุดเพราะจริงๆแล้วเขาไม่เคยไปโผล่ที่ชั้นหนังสือหมวดไหนเลยนอกจากวิทยาศาสตร์และตามที่คาดไว้ โทวะกำลังเลือกวารสารฉบับใหม่อยู่ในชั้นหนังสือแถวประจำของเขาไม่ทันสังเกตว่ามินาโยะกำลังมองเขาอยู่
“อ้าวมาอยู่นี่เอง” เสียงของเท็ตสึยะลอยมาจากด้านหลังขณะที่มินาโยะหยุดนิ่งอยู่ที่ชั้นหนังสือฝั่งตรงข้ามกำลังจ้องมองเด็กหนุ่มจากที่ไกลๆ
“โท--”
“โทวะเล่มนี้ใช่ไหม?”
เสียงเรียกของมินาโยะดังออกไปไม่ถึงเมื่อมีอีกเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมาเสียก่อนเ้าของเสียงโผล่ร่างออกมาจากหัวมุมชั้น ยื่นหนังสือเล่มใหม่ให้เขาโทวะยื่นมือออกไปรับเอาไว้ส่งความอ่อนโยนในแบบที่มินาโยะไม่เคยได้รับทั้งสีหน้าและแววตาไปให้เด็กสาวที่ปรากฏร่างออกมาจากช่องว่างระหว่างชั้นทั้งคู่กำลังพูดคุยกันด้วยถ้อยคำที่เด็กสาวไม่อาจรับรู้ได้แม้จะอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร
ราวกับเสียง...ถูกช่องว่างระหว่างเธอกับเขากลืนหายไป
ั์ตาสีมรกตสดใสของนานาโกะหันมาสังเกตเห็นเธอเข้าเด็กสาวกระตุกแขนโทวะ พยักพเยิดหน้ามาทางเธอ
มินาโยะพยายามยิ้มอย่างเป็ธรรมชาติที่สุดเมื่อโทวะหันมาเห็นเธอและกำลังเดินตรงมาหา
“หายไปไหนมา”
โทวะส่งเสียงดุสายตามองมาที่เธออย่างตำหนิ
“พาเอเรียลคุงไปหาหนังสือน่ะ”มินาโยะตอบ พยายามหลบสายตาเขาเด็กสาวหันไปยิ้มให้นานาโกะที่อยู่ด้านหลังอย่างจริงใจ
“นานะจังสวัสดีจ้ะ” มินาโยะเอ่ยทัก “พอดีทางฉันมีปัญหานิดหน่อยน่ะนานะจังช่วยลงทะเบียนยืมหนังสือให้หน่อยได้ไหม?”
มินาโยะร้องขอนอกจากนานาโกะจะเป็คณะกรรมการประจำชั้นปีร่วมกับโทวะแล้วเด็กสาวยังรับหน้าที่เป็บรรณารักษ์ประจำห้องสมุดอีกด้วย
“ได้สิจะให้ลงทะเบียนให้ใครเหรอ?”
เด็กสาวตอบรับด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่มินาโยะแสนอิจฉาเธอเดินออกจากชั้นหนังสือตรงมาหา มองมาที่เท็ตสึยะก่อนจะเลยผ่านไปยังเอเรียล
แล้วชะงัก...?
“เอ่อ...นี่คือมิยาซาวะ เอเรียลคุง เป็นักเรียนแลกเปลี่ยนที่มาอยู่กับพวกฉันน่ะเขาอยากจะยืมหนังสือเลยต้องรบกวนนานะจังลงทะเบียนให้เขาหน่อย”
มินาโยะแนะนำไม่ทันสังเกตว่าทั้งคู่กำลังจ้องหน้ากันอยู่
“มินาโยะจังเด็กคนนี้เป็ใครเหรอ?” เอเรียลเอ่ยถามเสียงสดใส ั์ตาไม่ได้ละไปจากใบหน้าของนานาโกะเลย
“บรรณารักษ์”
โทวะตอบเสียงดุพลางขยับร่างมาบังนานาโกะเอาไว้
มินาโยะกับเท็ตสึยะมองหน้ากันท่าทางอึดอัดใจด้วยกันทั้งคู่
“โทวะ”
นานาโกะกระตุกชายเสื้อของโทวะอีกครั้งเด็กสาวเดินออกมาเผชิญหน้ากับเอเรียล “ขอไอดีการ์ดของเธอให้ฉันหน่อย”
เด็กสาวบอก
เอเรียลหยิบบัตรประจำตัวของเขาออกมาจากกระเป๋าเสื้อไม่ยอมละสายตาไปจากนานาโกะเลยแม้แต่วินาทีเดียวท่าทางของเด็กหนุ่มเหมือนกำลังสนุกกับอะไรบางอย่างเขายื่นบัตรไปให้นานาโกะที่ยื่นมือออกมารับ แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเองมินาโยะที่เฝ้ามองอยู่ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่าเอเรียลปล่อยให้บัตรตกลงพื้นก่อนที่จะถึงมือของนานาโกะเพียงปลายนิ้ว
ใบหน้าของนานาโกะไร้สีเืส่วนโทวะนั้นแดงจัด
เขากำลังโกรธ
“เฮ้ๆทำอะไรของนายเนี่ย หล่นเลยเห็นมั้ย”
เท็ตสึยะพยายามประคองสถานการณ์ด้วยการก้มลงเก็บบัตรแทนเอเรียลที่ยืนอยู่นิ่งๆอย่างไม่ใยดีแต่โทวะห้ามเขาไว้
“ให้มันเก็บเอง”
ั์ตาสีมรกตของโทวะเรืองแสงกร้าวมินาโยะใบหน้าซีดเผือด เธอไม่เคยเห็นโทวะโกรธจัดขนาดนี้ไหนจะคำพูดที่เขาเอ่ยออกมาอีกตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมาเด็กสาวไม่เคยได้ยินโทวะใช้สรรพนามว่า ‘มัน’ กับใครเลยสักครั้ง
“เอ่อ...อ่าฮะ...”
เท็ตสึยะทำท่าครึ่งๆกลางๆอยู่ระหว่างการก้มลงเก็บของและการยืดตัวขึ้นยืนนานาโกะเหลือบสายตามองพื้น ท่าทางตื่นตระหนก โทวะกับเอเรียลจ้องหน้ากันส่วนมินาโยะยืนอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งคู่
แล้วก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายไปกว่าเก่าร่างหนึ่งก็แทรกเข้ามาระหว่างกลางและก้มลงหยิบบัตรประจำตัวของเอเรียลส่งให้นานาโกะที่รับมาไว้อย่างงงๆ
“รีบๆเอาไปลงทะเบียนให้เขาซะจะได้กลับกันซักที ฉันหิวข้าวจะแย่แล้ว”
มาโมรุผู้ไม่รู้โผล่มาจากไหนทำลายความตึงเครียดนั้นไปจนหมดสิ้นเด็กหนุ่มหันไปส่งสายตาหมดศรัทธาให้กับท่าทีเก้ๆกังๆของเท็ตสึยะก่อนจะลากโทวะออกมาจากวง
“ข้าวเย็นวันนี้เป็แกงกะหรี่”
มาโมรุบอกโทวะ
“ป...ไปกันเถอะจ้ะ นานาะจัง”
มินาโยะหันมาพูดกับนานาโกะแล้วทั้งหมดก็เดินตรงไปที่เคาน์เตอร์เพื่อจัดการเื่ลงทะเบียนของเอเรียลให้เรียบร้อยโดยมีมาโมรุยืนคุมสถานการณ์อยู่ไม่ห่าง