แน่ชัดแล้วว่า ขอทานมาใหม่ผู้นี้มิใช่คนของหยางโจว หากเป็ขอทานเมืองนี้จริงจะมิเอ่ยสิ่งเหล่านี้ออกมา
มีผู้ใดมิรู้บ้าง ว่านอกจากคนตระกูลหยางจะทำบุญทำทานเก่งแล้วนั้นยังมีบางสิ่งที่เก่งกว่านั้นเช่นกัน เพียงแค่ทำความดีมากหน่อยใช่ว่าจะทำให้ขอทานและคนยากไร้ปิดปากได้เงียบสนิทเช่นนี้
เมื่ออีกฝ่ายทำตัวหน้าเกลียด ปากคอเราะร้ายมิยำเกรงผู้ให้ข้าวเช่นนั้นก็ต้องดูแล้วว่าจะสามารถยืนอยู่หน้าศาลาลืมกระหายไปได้นานเท่าใด
ส่วนคูสนทนาของขอทานผู้นั้นด้วยทำอันใดมิได้ที่ถูกอีกฝ่ายเชิญชวนให้ร่วมว่าร้ายคุณหนูหยวนจื่อฮวาจึงทำได้เพียงเดินเลี่ยงออกไปแทน
เป็เพียงขอทานยากไร้แต่กล้าปากมากวิจารณ์ผู้ให้ข้าว
เมื่อเห็นว่าทุกคนต่างมองมาที่ตนเองด้วยสายตารังเกียจและโมโหนั้นจึงทำท่าจะเดินกลับหลังออกไปทว่าเื้ัของเขานั้นกลับมีชายผู้หนึ่งแต่งตัวราวกับเศรษฐีด้วยเนื้อผ้าไหมชั้นดีก่อนจะคลุมทับด้วยเสื้อ
ขนจิ้งจอกขาว
“เดิมทีข้าคิดว่าศาลาลืมกระหายแห่งนี้จะช่วยให้เ้ารอดพ้นใน่หน้าหนาวไปได้ เช่นนั้นอย่าได้โทษที่ข้าผู้นี้ไม่ละเว้นเ้า”
“หึ เ้าเป็ผู้ใดกัน อ๊า…จริงสิคนตระกูลหยวนงั้นหรือ เ้าลงโทษข้าด้วยเหตุใดกันเล่าเื่ที่ข้ากล่าวมามีตรงไหนผิดไป”
ในครานี้มิใช่เพียงแค่เหล่าขอทานที่ยืนอยู่เพื่อรอรับอาหารแม้แต่ผู้ดูแลของนายท่านหยวนก็พลันตัวสะท้านต่างกันที่เหล่าขอทานเกรงกลัวในความเกรี้ยวโกรธของนายท่านหยวนที่กำลังจะเกิดขึ้น
หากแต่เหล่าผู้ติดตามกำลังสั่นสะท้านเพราะห้ามตนเอง มิให้พุ่งเข้าไปทำร้ายขอทานผู้นี้ก่อนคำสั่งเด็ดขาดสายตามองไปยังขอทานที่กำลังเอ่ยวาจาออกมา อย่างสมเพชราวกับไม่รู้ว่าอันตรายกำลังจะมาเยือนในไม่ช้า
“พ่อบ้านโจวจัดที่นั่ง”หยวนจื่อเซี่ยปรายตามองอีกฝ่ายอย่างเฉยชา จากนั้นจึงออกคำสั่งกับพ่อบ้านหยวน
“ขอรับนายท่าน”
มิใช่ว่าคนผู้นี้กำลังจะเจอกฎของศาลาลืมกระหายงั้นหรือทุบตีก่อนแล้วโยนออกไป เหล่าชาวบ้านที่เคยได้เจอคำสั่งจัดที่นั่งต่างหันไปจ้องตาและพูดคุยกันอย่างอื้ออึง
คนที่ยังไม่รู้ชะตากรรมตนเองยังคงหัวเราะร่าอย่างได้ใจ
“ฮ่า ๆ นี่นะหรือคนตระกูลหยวน ถุย”
ในไม่ช้า สิ่งที่ชาวบ้านคาดหมายไว้จึงเริ่มปรากฎ
“นายท่านมีคำสั่งว่าผู้ใดตีขอทานคนนี้หนึ่งที ได้ข้าวเพิ่มหนึ่งถ้วย ให้ตีได้คนละ 1 ครั้งเท่านั้น และห้ามใช้กำลังมากกว่า 1 ใน 10ส่วน ห้ามตาย ห้ามพิการและที่สำคัญเืห้ามแปดเปื้อนภายในศาลาลืมกระหายเด็ดขาด”
“อ๊าาาา ชายผู้นั้น แย่แล้ว”
“หึ ปากเช่นนี้ย่อมสมควรหรือเ้าจะไม่ทำ”
“บ้า ใครไม่ทำก็โง่นะสิข้าจะได้เก็บข้าวไว้ให้ลูกข้ากินด้วย”
“ใช่แล้วๆหากมารดาข้าได้กินอิ่มหลายมือย่อมต้องหายป่วยไว้ขึ้น”
ชายขอทานที่ตอนนี้ตกตะลึงไปแล้วทำได้เพียงอ้าปากหุบปากไปมาอยู่เช่นนั้นก่อนจะหวาดกลัว จนต้องเอ่ยอันใดเอ่ยออกมา
“เ้า…ข้าจะแจ้งทางการว่าเ้าใช้อำนาจมาข่มเหงข้า” ปากและขายิ่งสั่นไหวไปตามความหวาดกลัวที่ก่อตัวขึ้น
“หึมีผู้ใดตรงนี้เป็พยานให้ชายผู้นี้หรือไม่”พ่อบ้านหยวนเอ่ยออกมาเสียงดังพร้อมกับปรายตาไปมองยังคนรอบข้าง
“ไม่มีขอรับ”
“ใช่ๆ”
“ข้ามิได้ยินสิ่งใด”
“ดีให้พวกเ้าแจ้งชื่อกับคนตักอาหารวันนี้ตามความจริง ผู้ใดโกหก ข้าจะใช้กฎของศาลาจัดการ”
“แน่นอนๆ ขอรับนายท่าน”
หลังจากสิ้นเสียงของพ่อบ้านหยวนแล้วขอทานที่มีเนื้อหนังมากกว่าผู้ใด เกือบ 6คน เข้าไปหาชายผู้นั้นช้าๆและช่วยกันจับไว้มิให้มันวิ่งหนีไปเสียก่อน
จากนั้นชาวบ้าน ขอทานและเหล่าผู้ยากไร้ต่างต่อแถวกันอย่างเป็ระเบียบ เช่นเดียวกับตอนรับอาหารและตรงเข้าไปใช้ฝ่ามือ ฝ่าเท้า เท่าที่พอจะทำได้ ซัดไปยังชายผู้นั้นคนละ 1 ที
ในหนแรกชายผู้นั้นที่โดนฝ่ามือของสตรีคนแรกก็ทำเพียงมองด้วยแววตาเยาะเย้ยและคิดเอาว่าหากเบาถึงเพียงนี้ ตนเองคงไม่เป็อันใดเห็นได้ชัดว่านายท่านหยวนผู้นี้มิกล้าทำอันใดเขา
แต่มันคงประเมินจำนวนคนในที่นี่น้อยไป จนสุดท้ายคนในศาลาร้อยกว่าคนต่างผลัดกันเดินเข้ามาและกระหน่ำตบตีไปยังมันอย่างไร้ปราณี
คนเหล่านี้ก่อนได้รับการสั่งสอนจากผู้มีวรยุทธ์ข้างกายนายท่านหลิวว่าตีคนอย่างไร ให้เกิดรอยช้ำน้อยที่สุด!
ไม่ว่าจะเป็การใช้ไม้ที่ห่อด้วยผ้านวมหนาๆแล้วฟาดลงไป!
การตบตีในบริเวณด้านหลังไหล่ หรือหน้าอกที่มีกล้ามเนื้อหนาแน่น
ตบด้วยฝ่ามือทั้งฝ่ามือ มิใช่เพียงปลายนิ้ว!
หากอยากตบไปที่หน้าก็ให้ตบไปยังด้านข้างของใบหน้าแทนที่จะเป็การตบบริเวณแก้ม
การคำนวณของชายขอทานช่างผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยตนเอง
ไม่ว่าจะเป็สตรี คนชราผู้พิการหรือกระทั่งเด็กเล็ก รวมทั้งสิ้นไม่ตำกว่า 120 คนจนชายขอทานที่ในตอนแรกมั่นใจหนักหนาว่าจะต้องเอาร่องรอยบอบช้ำไปแจ้งทางการได้ในตอนนี้ต่างมึนงงไป
มันจะเอาอันใดไปได้นอกเสียจากแจ้งว่ามีการทะเลาะวิวาทตัวต่อตัว มิใช่คนทั้งศาลาต่อหนึ่งร่างบอบช้ำโดนปล่อยตัวและฟุบลงกับพื้น สายตาจดจ้องมายังนายท่านหยวนอย่างหวดกลัว
คนผู้นี้น่ากลัวไปแล้วจะทุบตีผู้อื่นก็แล้วไปเถิด แต่นี่ยังหาวิธีที่เบาที่สุดแต่ทำให้อีกฝ่ายเจ็บช้ำที่สุดเจียนตายออกมาได้
“นายท่านขอรับเรียบร้อยแล้วขอรับ”
“อืม ลากออกไปไกลๆ”
“ประกาศจากตระกูลหยวนเมืองหยางโจว คุณหนูหยวนจื่อฮวา คลอดบุตรชายมีนามว่า หยวนจื่อิ ร่างกายแข็งแรงเป็ที่รักยิ่งของคนทั้งตระกูล”และนั่นคือคำประกาศเพื่อย้ำเตือนความจริงเป็ครั้งสุดท้าย
ที่ยืนยันโดยนายท่านหยวนจื่อเซี่ย