ตอนที่ 5 การเปลี่ยนแปลง (2)
เมื่อซย่าเสี่ยวฉานเห็นดังนั้น ในใจก็อดคาดเดาไปไม่ได้ ‘หรือว่าน้ำสีขาวจะเป็น้ำนมนิรันดร์ในตำนานจริงๆ’
คิดมาถึงตรงนี้ ซย่าเสี่ยวฉานก็ตื่นเต้นอย่างอดไม่ได้ หากเป็เช่นนั้น นางก็พัฒนาขึ้นแล้วจริงๆ ซย่าเสี่ยวฉานเป็หญิงชาวนา เพราะทำงานใช้แรงงานมาเป็เวลานาน ผิวย่อมไม่ขาวเนียนเป็ธรรมดา และการเปลี่ยนแปลงในวันนี้ก็เป็เื่น่ายินดีที่ไม่คาดฝันเสียจริงๆ แน่นอนว่าความงามไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือจากนี้ไป ร่างกายของตนคงจะแข็งแรงดีแล้วกระมัง
ในโลกนี้ จะมีสิ่งใดเทียบสุขภาพได้อีก
เมื่อซย่าเสี่ยวฉานอาบน้ำเสร็จ เดิมทียังอยากตักน้ำมาอาบอีกหนึ่งถัง แต่นางรู้ดี หากตักมาอีกจะต้องโดนด่าเป็แน่
ดังนั้น เมื่ออาบเสร็จ นางจึงกลับไปที่ห้องของตนเองโดยไม่ส่งเสียง
ในกล่องไม้ใต้เตียงของซย่าเสี่ยวฉานมีกระจกทองแดงเล็กๆ อยู่หนึ่งบาน
ซย่าเสี่ยวฉานหยิบกระจกทองแดงขนาดเท่าฝ่ามือบานนั้นออกมาส่อง เมื่อมองตนเองในกระจก แม้จะเห็นไม่ชัดมากนัก ทว่าซย่าเสี่ยวฉานก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
มองดูแวบแรก เงาในกระจกเหมือนไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไร แต่หากมองอย่างละเอียด ก็จะถูกดึงดูดด้วยดวงตาคู่นั้นของสตรีในกระจก
นั่นเป็ดวงตาที่สะอาดและสดใสอยู่อีกฟากฝั่ง[1] ความงามสง่าอันแจ่มชัดปรากฏในกระจก
เพียงแต่ว่า ถึงอย่างไรซย่าเสี่ยวฉานก็ไม่ใช่เด็กอายุสิบขวบจริงๆ ครู่ต่อมานางก็นำกระจกเล็กบานซึ่งเป็สมบัติเพียงชิ้นเดียวในบ้านเก็บลงไปอย่างเงียบเชียบ
จนกระทั่งตอนที่เดินลงบันไดมา นางก็ตั้งใจเอาผมหน้าม้าลงมาปิดหน้าผากตนเอง และเอาเศษฝุ่นมากลั้นใจทาหน้าและมือของตนจนขะมุกขะมอม
เมื่อนางลงมาและฝางซื่อได้เห็นใบหน้ามอมแมมของนาง แม้จะรู้สึกว่าซย่าเสี่ยวฉานมีบางอย่างเปลี่ยนไป แต่ฝางซื่อก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
ในคืนนี้ ซย่าเสี่ยวฉานกินโจ๊กชามเล็กไปหนึ่งชาม กับข้าวคือหน่อไม้ป่าที่นางขุดกลับมา โรยเกลือลงไปเพียงเล็กน้อย รสชาติไม่ค่อยดีนัก ซย่าเสี่ยวฉานแอบนำมันเทศมาเผาในเตา ตั้งใจจะกินมันเทศรองท้องตอนนอน
ทั้งคืนปราศจากคำพูดใด
แต่วันต่อมา ข่าวบางอย่างกลับทำให้ซย่าเสี่ยวฉานตกตะลึง
เพียงได้ยินฝางซื่อเอะอะมะเทิ่ง “อะไรนะ หลี่ฉงเหวินที่มาเยือนหมู่บ้านจะสู่ขอนางเสี่ยวฉานตัวดีอย่างนั้นหรือ ไม่ต้องให้สินเดิมก็ได้หรือ”
ซย่าเสี่ยวฉานฟังคำพูดนี้แล้วก็ตะลึงงัน
ซย่าเสี่ยวฉานคาดไม่ถึง หลี่ฉงเหวินผู้เลื่องชื่อในละแวกนี้ อดีตสามีเฉินซื่อเหม่ย[2]ของตนเองจะมาสู่ขอตอนนี้เลยหรือ
ซย่าเสี่ยวฉานจำได้อย่างชัดเจน หลังจากที่หลี่ฉงเหวินเลือกแล้วเลือกอีกอยู่สองปีถึงมาสู่ขอตน
ที่เลือกนาง คงเป็เพราะในตอนนั้นซย่าเสี่ยวฉานได้ช่วยให้คนในตระกูลมีชีวิตที่ดีได้แล้ว เขาถูกตาต้องใจความสามารถของนาง ราวกับแม่ไก่ทองคำที่ออกไข่ทองคำได้ก็มิปาน จึงได้เดินทางมาสู่ขอถึงที่นี่
ในตอนแรก เมื่อรู้ข่าวว่าเขาจะมาสู่ขอ คงไม่ต้องบอกว่าตนดีใจมากเพียงใด เขาดูสุภาพเรียบร้อย มีการศึกษาและพร้อมด้วยมารยาท ท่วงท่ากิริยาทำให้หญิงชาวนาเช่นนางต้องแหงนมอง หากกล่าวตามจริงสักหน่อย คือระหว่างนางกับเขานั้น โดยแท้แล้วคนหนึ่งเป็ฟ้า คนหนึ่งเป็กรวด
หลังจากได้ยินข่าวนี้ ใครๆ ก็รู้สึกว่านางโชคดี ต่างคิดว่านางคางคกตัวนี้ได้เกาะมงกุฎดอกไม้อย่างเขาแล้ว
และหลังจากที่เขาเผยว่าไม่มีเงินพอสำหรับสินสอด เพราะซื้อเครื่องเขียนไปแล้ว ตนเองก็หัวอ่อนยอมนำทรัพย์สินส่วนตัวมาให้เขาใช้เป็สินสอด
เดิมทีนึกว่าชายผู้นี้จะสงวนท่าที ที่ไหนได้ เขากลับรับทรัพย์สินที่นางมอบให้ไปใช้เป็สินสอดทันที
ในเวลานี้ เนื่องด้วยมีสินสอดทองหมั้นเพียงพอ และหลี่ฉงเหวินได้ชื่อว่าเป็ซิ่วไฉ จึงทำให้คนตระกูลซย่าตอบตกลงเื่การสู่ขอนี้แทบจะทันที
เชิงอรรถ
^ อยู่อีกฟากฝั่ง เป็นเนื้อหาในบทกวีชื่อ เจียนเจียซึ่งกล่าวถึงการคิดถึงคนรักที่อยู่ห่างไกล ในเนื้อเรื่องอาจหมายถึงคนแบบที่ซย่าเสี่ยวฉานอยากเป็นมาตลอดนั้นได้ปรากฏอยู่ในกระจกแล้ว^ เฉินซื่อเหม่ย ชื่อบุรุษท่านหนึ่งในสมัยจีนโบราณ เป็นตัวแทนของชายที่ทรยศต่อภรรยาของตนเอง